แนะนำ ขอคำแนะนำ ต้องการสนับสนุน กฎหมายดอตคอม คลิกที่นี่!! รายละเอียดและวิธีการค้นหากฎหมาย ใน กฎหมายดอตคอม
พระราชบัญญัติ รถยนต์ (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2547
 
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2547
เป็นปีที่ 59 ในรัชกาลปัจจุบัน


พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยรถยนต์
พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่ง มาตรา 29 ประกอบกับ มาตรา 31 มาตรา 36 มาตรา 48 และ มาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
To[มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติ รถยนต์ (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2547"
To[มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
To[มาตรา 3 ให้เพิ่มบทนิยามคำว่า "รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล" และคำว่า "รถจักรยานยนต์สาธารณะ" ตามลำดับ ระหว่างบทนิยามคำว่า "รถจักรยานยนต์" และคำว่า "รถพ่วง" ใน มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ รถยนต์ (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2542
""รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล" หมายความว่า รถจักรยานยนต์ที่มิได้ใช้รับจ้างบรรทุกคนโดยสาร
"รถจักรยานยนต์สารธารณะ" หมายความว่า รถจักรยานยนต์ที่ใช้รับจ้างบรรทุกคน โดยสารแต่ไม่หมายรวมถึงรถจักรยานยนต์ที่มีพ่วงข้างและรถจักรยานที่ติดเครื่องยนต์"
To[มาตรา 4 ให้ยกเลิกความใน (14) และ (15) ของ มาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ รถยนต์ (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2542 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"(14) อัตราค่าจ้างบรรทุกคนโดยสารหรือค่าบริการอื่น สำหรับรถยนต์สาธารณะและรถจักรยานยนต์สาธารณะ
(15) เครื่องแต่กาย เครื่องหมาย ประวัติคนขับ บัตรประจำตัวคนขับรถ และการแสดงบัตรประจำตัวคนขับรถยนต์สาธารณะ รถยนต์บริการธุรกิจ รถยนต์บริการทัศนาจร และรถจักรยานยนต์สาธารณะ"
To[มาตรา 5 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (15/1) ของ มาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ รถยนต์ (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2542
"(15/1) ข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัยในการรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร"
To[มาตรา 6 ให้ยกเลิกความใน (1) ของ มาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"(1) การใช้รถยนต์บริการธุรกิจ รถยนต์บริการทัศนาจร หรือรถจักรยานยนต์สาธารณะในกิจการส่วนตัว"
To[มาตรา 7 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น มาตรา 23/1 แห่งพระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. 2522
"มาตรา 23/1 ห้ามมิให้ผู้ใดใช้รถจักรยานยนต์เพื่อรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร เว้นแต่รถจักรยานยนต์นั้นได้จดทะเบียนเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะ
ผู้ใดประสงค์จะขอจดทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะ ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนและให้นายทะเบียนรับจดทะเบียนได้ เมื่อมีการปฏิบัติครบถ้านตามเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงและระเบียบที่อธิบดีกำหนดตาม มาตรา 10
กฎกระทรวงตามวรรคสองต้องกำหนดให้มีคณะกรรมการประจำจังหวัด ซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วยผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ควบคุมดูแลรถยนต์ การจราจร หรือการขนส่ง และบุคคลอื่นตามจำนวนที่เหมาะสม เพื่อทำหน้าที่กำหนดสถานที่รอรับคนโดยสาร เส้นทางหรือท้องที่ในการรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร และหลักเกณฑ์การออกหนังสือรับรองการใช้รถจักรยานยนต์สาธารณะ ให้กับผู้ประสงค์จะจดทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะ เพื่อนำไปแสดงเป็นหลักฐานการขอจดทะเบียนต่อนายทะเบียนตามวรรคสอง ในการนี้อาจกำหนดให้มีคณะอนุกรรมการประจำท้องที่ด้วยก็ได้
การกำหนดอายุและการเพิกถอนทะเบียนรถจักรยานยนต์สาธารณะ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในกฎกระทรวง"
To[มาตรา 8 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น มาตรา 24/1 แห่งพระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. 2522
"มาตรา 24/1 ในกรณีที่ใบอนุญาตตามมาตรา 23 สูญหาย หรือชำรุดในสาระสำคัญให้ผู้รับใบอนุญาตยื่นคำขอรับใบแทนใบอนุญาต ต่อนายทะเบียนภายในสิบห้าวันนับแต่วันทราบเหตุหากภายหลังได้ใบอนุญาตที่สูญหายคืนมา ให้ส่งใบแทนใบอนุญาตนั้นแก่นายทะเบียนภายในสิบห้าวันนับแต่วันได้คืน
การขอใบแทนใบอนุญาตและการออกใบแทนใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด"
To[มาตรา 9 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของ มาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. 2522
"ให้ผู้รับใบอนุญาตซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตส่งคืนใบอนุญาตแก่นายทะเบียน ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการสั่งเพิกถอนใบอนุญาต"
To[มาตรา 10 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 43 แห่งพระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ รถยนต์ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2530 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"มาตรา 43 ใบอนุญาตขับรถมีดังนี้
(1) ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล รถยนต์สามล้อส่วนบุคคล หรือรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว
(2) ใบอนุญาตขับรถยนต์ส่วนบุคคล
(3) ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อส่วนบุคคล
(4) ใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะ
(5) ใบอนุญาตขับรถยนต์สามล้อสาธารณะ
(6) ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล
(6/1) ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ
(7) ใบอนุญาตขับรถบดถนน
(8) ใบอนุญาตขับรถแทรกเตอร์
(9) ใบอนุญาตขับรถชนิดอื่นนอกจาก (1) ถึง (8)
(10) ใบอนุญาตขับรถตามความตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี
ใบอนุญาตขับรถตาม (1) ใช้สำหรับขับรถยนต์บริการให้เช่า เฉพาะในกรณีที่ผู้ขับรถเป็นผู้เช่าได้ด้วย ใบอนุญาตขับรถตาม (2) ใช้สำหรับรถยนต์บริการให้เช่าได้ด้วย ใบอนุญาตขับรถตาม (4) ใช้สำหรับขับรถยนต์บริการและใช้แทนใบอนุญาตขับรถตาม (2) ได้ด้วย ใบอนุญาตขับรถตาม (5) ใช้แทนใบอนุญาตขับรถตาม (3) ได้ด้วยและใบอนุญาตขับรถตาม (6/1) ใช้แทนใบอนุญาตขับรถตาม (6) ได้ด้วยนอกนั้นใช้แทนกันไม่ได้"
To[มาตรา 11 ให้ยกเลิกความในวรรคสองของ มาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ รถยนต์ (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2546 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ใบอนุญาตขับรถตามมาตรา 43 (2) (3) (6) (7) (8) และ (9) มีอายุห้าปีนับแต่วันออกใบอนุญาตขับรถ ใบอนุญาตขับรถตามมาตรา 43 (4) (5) และ (6/1) มีอายุสามปีนับแต่วันออกใบอนุญาตขับรถ และอาจขอต่ออายุใบอนุญาตขับรถได้อีกคราวละห้าปีหรือสามปี แล้วแต่กรณีโดยผู้ขอต่ออายุใบอนุญาต ต้องผ่านการทดสอบสมรรถภาพของร่างกายตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง"
To[มาตรา 12 ให้ยกเลิกความใน (1) ของ มาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ รถยนต์ (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2528 และใช้ความต่อไปนี้แทน
"(1) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ แต่ถ้าเป็นผู้ขอใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราว สำหรับรถจักรยานยนต์ที่มีขนาดความจุของกระบอกสูบรวมกันไม่เกินที่กำหนดในกฎกระทรวง ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่าสิบห้าปีบริบูรณ์"
To[มาตรา 13 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"มาตรา 47 ผู้ขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา 43 (2) (3) (4) (5) (6) และ (6/1) ต้อง
(1) ได้รับใบอนุญาตขับรถตามมาตรา 43 (1) มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
(2) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 46 และ
(3) ไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษ หรือถูกเจ้าพนักงานเปรียบเทียบปรับตั้งแต่สองครั้งขึ้นไป สำหรับความผิดเดี่ยวกับการขับรถอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ เว้นแต่นะพ้นโทษครั้งสุดท้ายไม้น้อยกว่าหกเดือนแล้ว
(ก) ฝ่าฝืนสัญญานจราจรหรือเครื่องหมายจราจร
(ข) ในขณะเมาสุราหรือของเมาอย่างอื่น
(ค) ในลักษณะกีดขวางการจราจร
(ง) ใช้ความเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด
(จ) โดยประมาทหรือน่าหวาดเสียวอันอาจเกิดอัตรายแก่ทรัพย์สินหรือบุคคล
(ฉ) โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น"
To[มาตรา 14 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ รถยนต์ (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2546 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"มาตรา 49 ผู้ขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา 43 (4) (4) หรือ (6/1) ต้อง
(1) ได้รับใบอนุญาตขับรถตามมาตรา 43 (1) มาแลด้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี
(2) มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 46 แต่ต้องมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบสองปีบริบูรณ์ สำหรับผู้ขอใบอนุญาตขับรถตามาตรา 43 (4) หรือ (5) และยี่สิบปีบริบูรณ์ สำหรับผู้ขอใบอนุญาตขับรถตามมาตรา 43 (6/1)
(3) ไมมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 47 (3)
(4) มีสัญชาติไทย
(5) รู้จักถนนและทางหลวงในจังหวัดที่ขอรับใบอนุญาตขับรถพอสมควร
(6) ไม่เป็นผู้มีโรคติดต่อน่ารังเกียจตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
(7) ไม่เป็นผู้ติดสุรายาเมาหรือยาเสพติดให้โทษ
(8) ไม่เคยเป็นผู้ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกในความผิด ตามพระราชบัญญัตินี้ หรือความผิดเกี่ยวกับความสงบสุขของประชาชน ความผิดเดี่ยวกับการก่อให้เกิดภยัตรายต่อประชาชน ความผิดเกี่ยวกับเงินตรา ความผิดเกี่ยวกับเพศ ความผิดต่อชีวิต ความผิดต่อร่างกาย ความผิดต่อเสรีภาพ ความผิดฐานลักทรพย์และวิ่งราวทรัพย์ ความผิดฐานกรรโชก รีดเอาทรัพย์ชิงทรัพย์และปล้นทรัพย์ ความผิดฐานยักยอก ความผิดฐานรับของโจร และความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา หรือความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ หรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หรือพ้นโทษมาแล้วไม่น้อยกว่าสามปี"
To[มาตรา 15 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"มาตรา 50 ในกรณีที่ผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถตามมาตรา 43 (4) (5) หรือ (6/1) เป็นผู้ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 49 (8) แต่พ้นโทษจำคุมมาแล้วไม่น้อยกว่า
(1) หกเดือนสำหรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาไม่เกินสามเดือน
(2) หนึ่งปีสำหรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาไม่เกินสามเดือนในคดีเกี่ยวด้วยการใช้รถกระทำความผิดหรือ
(3) หนึ่งปีหกเดือนสำหรับโทษจำคุกตามคำพิพากษาเกินสามเดือนแต่ไม่เกินสามปี
และได้ยื่นคำร้องต่อนายทะเบียนโดยชี้แจงถึงเหตุที่ตนต้องโทษพร้อมกับแสดงหลักฐาน ว่าตนเป็นบุคคลที่มีความประพฤติเรียบร้อย ควรไว้วางใจให้ขับรถยนต์สาธารณะหรือรถจักรยายยนต์สาธารณะได้ แล้วแต่กรณี ให้นายทะเบียนดำเนินการสอบสวนคำร้องดังกล่าว ถ้าเห็นด้วยกับคำร้องก็ให้มีอำนาจออกใบอนุญาตขับรถให้ได้โดยมิให้นำบทบัญญัติมาตรา 49 (8) มาใช้บังคับ แต่ถ้าไม่เห็นด้วย ให้สั่งยกคำร้องและแจ้งให้ผู้ขอทราบ
ผู้ขอมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่ออธิบดีภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับคำสั่งยกคำร้องจากนายทะเบียน
คำสั่งของอธิบดีให้เป็นที่สุด"
To[มาตรา 16 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 51ทวิ แห่งพระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ รถยนต์ (ฉบับ 8) พ.ศ. 2530 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"มาตรา 51/1 ผู้มีใบอนุญาตขับรถตามมาตรา 43 (2) (4) (5) (6) และ (6/1) มีสิทธิขอรับใบอนุญาตขับรถตามาตรา 43 (10)"
To[มาตรา 17 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นวรรคสองของ มาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. 2522
"ให้นายทะเบียนมีอำนาจเรียกผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถ มาตรวจสอบคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามได้ หากมีเหตุอันเชื่อว่าผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามหย่างหนึ่งอย่างใด ตามที่กำหนดไว้สำหรับผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถประเภทนั้น"
To[มาตรา 18 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น มาตรา 53/1 มาตรา 53/2 มาตรา 53/3 แห่งพระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. 2522
"มาตรา 53/1 ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้นายทะเบียนมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถคราวละไม่เกินหกเดือน
ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถยนต์สาธารณะหรือรถจักรยานยนต์สาธารณะ กระทำความผิดในกรณี ดังต่อไปนี้ นายทะเบียนจะสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับรถเสียก็ได้
(1) กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ซ้ำในข้อหาเดียวกับความผิดครั้งก่อนภายในเวลาหนึ่งเดือน นับแต่วันที่ความผิดครั้งก่อนเกิดขึ้น
(2) ไม่มารายงานตนต่อนายทะเบียนตามที่นายทะเบียนสั่งเป็นหนังสือไปแล้วไม่น้อยกว่าสองครั้ง โดยมีระยะห่างกันไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน ทั้งนี้ โดยไม่มีเหตุสมควร
(3) เรียกเก็บค่าโดยสารหรือค่าบริการอื่นเกินกว่าอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา 53/2 ผู้ซึ่งถูกสั่งพักใช้หรือเพิกถอนใบนอุญาตขับรถมีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่ออธิบดีได้ภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งจากนายทะเบียน
ให้อธิบดีวินิจฉัยอุทรณ์ตามวรรคหนึ่งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสืออุทรณ์ ถ้าไม่วินิจฉัยชี้ขาดภายในเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าอธิบดีวินิจฉัยไม่ให้พักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถตามหนังสืออุทธรณ์ของผู้ขับรถ
คำสั่งของอธิบดีให้เป็นที่สุด
การอุธรณ์ตามวรรคหนึ่งไม่เป็นการทุเลาการบังคับตามคำสั่งพักหรือเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ
มาตรา 53/3 ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถซึ่งถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาตยขับรถส่งคืนใบอนุญาตนั้น แก่นายทะเบียนภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งการสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ"
To[มาตรา 19 ให้ยกเลิกความในวรรคสามของ มาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ รถยนต์ (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2542 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถตามมาตรา 43 (4) (5) หรือ (6/1) เป็นผู้ต้องหาในคดีอาญาตามที่ระบุไว้ในมาตรา 49 (8) ให้นายทะเบียนหรือผู้ตรวจการซึ่งอธิบดีมอบหมายยึดใบอนุญาตขับรถตามมาตรา 43 (4) (5) หรือ (6/1) ตั้งแต่วันยื่นฟ้องศาลจนถึงเวลาที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด และในระหว่างเวลานั้นห้ามมิให้นายทะเบียนต่ออายุใบอนุญาตขับรถดังกล่าว"
To[มาตรา 20 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น มาตรา 57จัตวา มาตรา 57เบญจ และ มาตรา 57ฉ แห่งพระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. 2522
"มาตรา 57จัตวา ในขณะที่อยู่ในระหว่างการับจ้างบรรทุกคนโดยสาร ผู้ขับรถยนต์สาธารณะหรือรถจักรยานยนต์สาธารณะจะปฏิเสธไม่รับจ้างบรรทุกคนมิได้ เว้นแต่การบรรทุกนั้นน่าจะก่อให้เกิดอันตรายแก่ตนหรือคนโดยสาร
บทบัญญัติในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่ผู้ขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ ที่ปฏิเสธรับจ้างบรรทุกคนโดยสารนอกเส้นทาง หรือนอกท้องที่ในการรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร
มาตรา 57เบญจ ผู้ขับรถยนต์สาธารณะหรือรถจักรยานยนต์สาธารณะ ต้องพาคนโดยสารไปยังสถานที่ที่ว่าจ้างตามเส้นทางที่สั้นหรือถึงที่หมายเร็วที่สุด หรือเส้นที่ไม่อ้อมเกินควร และต้องส่งคนโดยสาร ณ สถานที่ตามที่ตกลงกันไว้
ห้ามมิห้ผู้ขับรถตามวรรคหนึ่ง พาคนโดยสารไปทอดทิ้งระหว่างทางไม่ว่าด้วยประการใดๆ
มาตรา 57ฉ ในขณะขับรถ ผู้ขับรถยนต์สาธารณะหรือรถจักรยายยนต์สาธารณะ ต้อง
(1) ไม่สูบบุหรี่ หรือกระทำด้วยประการใดๆ ในลักษณะที่ก่อความรำคาญให้แก่คนโดยสาร
(2) ไม่กล่าววาจาไม่สุภาพ เสียดสี ดูหมิ่น ก้าวร้าวหรือแสดงกิริยาในลักษณะดังกล่าวต่อคนโดยสาร
(3) ไม่เสพหรือเมาสุราหรือของมึนเมาอย่างอื่น
(4) ไม่เสพยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ
(5) ไม่เสพวัตถุที่ออกฤิทธิ์ต่อจิตประสาทตามกฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท
(6) ไม่ขับรถในขณะหย่อนความสามารถในอันที่จะขับ
(7) ปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัยในการรับจ้างบรรทุกคน โดยสารที่กำหนดในกฎกระทรวง"
To[มาตรา 21 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 58 แห่งพระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"มาตรา 58 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงออกตามมาตรา 5 (2) (3) (5) (6) (7) (8) (9) (10) (11) (15) หรือ (16) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท"
To[มาตรา 22 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น มาตรา 58/1 แห่งพระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. 2522
"มาตรา 58/1 ผู้ขับรถรับจ้างบรรทุกคนโดยสารผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ ตามข้อกำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา 5 (15/1) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท"
To[มาตรา 23 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 61 แห่งพระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ รถยนต์ (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2546 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"มาตรา 61 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 15 มาตรา 28 หรือมาตรา 35/3 วรรคหนึ่งหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของนายทะเบียนตามมาตรา 36 หรือมาตรา 53 วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท"
To[มาตรา 24 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น มาตรา 62/1 แห่งพระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. 2522
"มาตรา 62/1 ผู้ใดรับจ้างบรรทุกคนโดยสารฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 23/1 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท"
To[มาตรา 25 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น มาตรา 63/1 และ มาตรา 63/2 พระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. 2522
"มาตรา 63/1 ผู้รับใบอนุญาตตามมาตรา 23 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 25 วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
มาตรา 63/2 ผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 53/3 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท"
To[มาตรา 26 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"มาตรา 65 ผู้ใดขับรถเมื่อใบอนุญาตขับรถสิ้นอายุ หรือระหว่างถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตขับรถ หรือถูกเพิกถอนใบอนุญาตขับรถ หรือถูกยึดใบอนุญาตขับรถ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองพันบาท"
To[มาตรา 27 ให้ยกเลิกความใน มาตรา 66ทวิ แห่งพระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ รถยนต์ (ฉบับ 10) พ.ศ. 2542 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"มาตรา 66/1 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของผู้ตรวจการ ซึ่งสั่งตามมาตรา 57ทวิ ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท"
To[มาตรา 28 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น มาตรา 66/2 มาตรา 66/3 มาตรา 66/4 และ มาตรา 66/5 แห่งพระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. 2522
"มาตรา 66/2 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม มาตรา 57จัตวา มาตรา 57เบญจ หรือมาตรา 57ฉ (1) หรือ (2) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท
มาตรา 66/3 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 57ฉ (3) หรือ (6) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา 64/4 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 57 (4) หรือ (5) ต้องระวางโทษสูงกว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ หรือกฎหมายว่าด้วยวัตถุออกฤิทิ์ต่อจิตและประสาท แล้วแต่กรณีอีกหนึ่งในสาม
มาตรา 66/5 ผู้ใดเรียกเก็บค่าโดยสารหรือค่าบริการอื่นเกินกว่าอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง ต้องระวางโทษปรับไม่เกินห้าพันบาท"
To[มาตรา 29 ให้ยกเลิกความใน (19) ของอัตราค่าธรรมเนียมท้าย พระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ รถยนต์ (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2546 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"(19) ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ฉบับละ 500 บาท"
To[มาตรา 30 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (19/1) ของอัตราค่าธรรมเนียมท้าย พระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ รถยนต์ (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2546
"(19/1) ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ ฉบับละ 500 บาท"
To[มาตรา 31 ให้ยกเลิกความใน (3) และ (4) ของอัตราภาษีประจำปีท้าย พระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"(3) รถจักรยานยนต์ ให้คำนวณภาษีประจำปีในอัตราดังต่อไปนี้
(ก) รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล คันละ 100 บาท
(ข) รถจักรยานยนต์สาธารณะ คันละ 100 บาท
(4) รถพ่วงของรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล คันละ 50 บาท"
To[มาตรา 32 ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ที่ได้ออกให้ก่อนวันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ถือว่าเป็นใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ และให้ใช้ต่อไปจนกว่านะสิ้นอายุใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ประเภทนั้น ส่วนการต่ออายุใบอนุญาตขับรถดังกล่าว ให้เป็นไปตาม มาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฉบับนี้
ผู้ใดได้รับใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ที่ได้ออกให้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ถ้าประสงค์จะขับรถจักรยานยนต์สาธารณะ ให้ยื่นคำขอใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์สาธารณะตาม มาตรา 43 (6/1) แห่งพระราชบัญญัติ รถยนต์ พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ในระหว่างนั้นให้ใช้ใบอนุญาตขับรถจักรยานยนต์ดังกล่าวแทนได้
To[มาตรา 33 รถจักรยานยนต์ที่ได้จดทะเบียน ตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ไว้แล้ว ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ถือว่าเป็นรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้
เจ้าของรถจักรยานยนต์ที่ได้จดทะเบียนไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ถ้าประสงค์จะนำรถจักรยานยนต์ดังกล่าวรับจ้างบรรทุกคนโดยสาร ให้ดำเนินการจดทะเบียนรถจักรยานยนต์นั้นเป็นรถจักรยานยนต์สาธารณะตามพระราชบัญญัติ นี้ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับในระหว่างนั้น ให้สามารถนำรถจักรยานยนต์ดังกล่าว มารับจ้างบรรทุกคนโดยสารได้
To[มาตรา 34 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากปัจจุบันมีผู้นำรถจักรยานยนต์มาใช้รับส่งคนโดยสารเพื่อสินจ้างเป็นจำนวนมาก แต่กฎหมายว่าด้วยรถยนต์ยังไม่มีบทบัญญัติในส่วนที่เกี่ยวกับการควบคุมการใช้รถจักรยานยนต์ รับจ้างบรรทุกคนโดยสาร สมควรกำหนดให้มีบทบัญญัติในลักษณะดังกล่าว เพื่อให้การรับจ้างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัยแก่คนโดยสาร นอกจากนี้สมควรกำหนดให้นายทะเบียนมีอำนาจเรียกผู้ได้รับใบอนุญาตขับรถมาตรวจสอบคุณสมบัติ หรือลักษณะต้องห้ามภายหลังที่ได้รับใบอนุญาตไปแล้วได้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
 
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี




















  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update