แนะนำ ขอคำแนะนำ ต้องการสนับสนุน กฎหมายดอตคอม คลิกที่นี่!! รายละเอียดและวิธีการค้นหากฎหมาย ใน กฎหมายดอตคอม
พระราชบัญญัติ การเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปจากภยันตรายในการเดินเรือ พ.ศ. 2547
 
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2547
เป็นปีที่ 59 ในรัชกาลปัจจุบัน


บทนิยาม 1-5
  หมวด1 การใช้สิทธิเรียกร้องในการเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป 6-8
  หมวด2 หลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดส่วนเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป 9-19
หมวด3 คดีเกี่ยวกับการเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป 20-21









พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป จากภยันตรายในการเดินเรือ
พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล
ซึ่ง มาตรา 29 ประกอบกับ มาตรา 48 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้ โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้
Topมาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติ การเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปจากภยันตรายในการเดินเรือ พ.ศ. 2547"
Topมาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้บังคับเมื่อพ้นกำหนดเก้าสิบวัน นับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
Topมาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้
"ความเสียหายทั่วไป" หมายความว่า ความสูญเสีย หรือความเสียหายอย่างใดที่เป็นผลโดยตรง จากการเสียสละทรัพย์สินหรือค่าใช้จ่ายเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งจงใจกระทำขึ้นตามสมควรเพื่อปกป้องรักษาเรือและทรัพย์สินที่เผชิญภยันตรายร่วมกัน
"เรือ" หมายความว่า เรือที่มีลักษณะสำหรับใช้ในทะเล
"เจ้าของเรือ" หมายความว่า ผู้มีกรรมสิทธิ์ในเรือ เว้นแต่กรณีมีการเช่าหรือเช่าซื้อเรือให้หมายถึงเฉพาะผู้เช่าหรือผู้เช่าซื้อซึ่งควบคุม และครอบครองเรือโดยผลแห่งสัญญานั้น
"ผู้ประเมิน"หมายความว่า ผู้ซึ่งมีความรู้ความสามารถหรือประสบการณ์ในด้านการประเมิน ความเสียหายทั่วไปซึ่งเจ้าของเรือ ผู้ได้รับความเสียหายทั่วไป หรือผู้มีส่วนได้เสียอื่นใด แล้วแต่กรณี แต่งตั้งให้ดำเนินการประเมินความเสียหายทั่วไปและกำหนดส่วนเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป ตามพระราชบัญญัตินี้
"ผู้ที่ต้องร่วมเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป" หมายความว่า เจ้าของเรือและเจ้าของทรัพย์สินซึ่งเรือหรือทรัพย์สินของตนรอดพ้นจากภยันตราย และสามารถเดินทางถึงท่าปลายทางหรือถึงท่าที่การเดินทางต้องสิ้นสุดลงตาม มาตรา 6
Topมาตรา 4 หลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดส่วนเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป ให้เป็นไปตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่จะมีการตกลงกันเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ และวิธีการกำหนดส่วนเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปเป็นอย่างอื่น
บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้ไม่กระทบกระเทือนถึงความสมบูรณ์ ของการเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปกรณีเกิดขึ้น ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
Topมาตรา 5 ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

กลับไปที่สารบาญหมวด 1 การใช้สิทธิเรียกร้องในการเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป
Topมาตรา 6 ในกรณีที่เรือหรือทรัพย์สินรอดพ้นภยันตราย และสามารถเดินทางไปถึงท่าปลายทาง หรือถึงท่าที่การเดินทางต้องสิ้นสุดลง เจ้าของเรือและเจ้าของทรัพย์สินที่รอดพ้นจากภยันตรายดังกล่าวจะต้องร่วมเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป กับผู้ได้รับความเสียหายทั่วไป
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่กรณีดังต่อไปนี้
(1) ทรัพย์สินที่รอดพ้นจากภยันตรายเป็นสัมภาระหรือของใช้ส่วนตัวของผู้โดยสาร หรือคนประจำเรือ หรือไปรษณียภัณฑ์
(2) ความเสียหายเกี่ยวกับมลภาวะ ยกเว้นค่าใช้จ่ายที่ตามหลักปฏิบัติเกี่ยวกับพาณิชยนาวีระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปให้นำมาเฉลี่ยได้
Topมาตรา 7 สิทธิเรียกร้องในการเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป จะยังคงมีอยู่แม้ว่าภยันตรายจะเกิดขึ้น จากความผิดของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดที่เผชิญภยันตรายร่วมกัน
ความในวรรคหนึ่งไม่ตัดสิทธิของผู้ที่ร่วมเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป ในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน จากผู้ที่ก่อให้เกิดความเสียหายทั่วไป หรือยกความเสียหายทั่วไปนั้นเป็นข้อต่อสู้
Topมาตรา 8 เจ้าของเรืออาจเรียกให้มีการเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปจาก ผู้ที่ต้องร่วมเฉี่ยวความเสียหายทั่วไป ภายในเวลาอันควรนับแต่วันที่การเดินทางสิ้นสุดลง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดส่วนเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป ตามหมวด 2
ถ้าเจ้าของเรือมิได้เนินการตามวรรคหนึ่ง เมื่อผู้ได้รับความเสียหายทั่วไปบอกกล่าวเป็นหนังสือให้เจ้าของเรือดำเนินการแล้ว แต่เจ้าของเรือไม่ดำเนินการภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับคำบอกกล่าวผู้ได้รับความเสียหายทั่วไป อาจเรียกให้มีการเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปจากผู้ที่ต้องร่วมเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปได้โดยตรง ตามหลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดส่วนเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป ที่คู่กรณีจะได้ตกลงกันหรือนำคดีสู่ศาล

กลับไปที่สารบาญหมวด 2 หลักเกณฑ์และวิธีการกำหนดส่วนเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป
Topมาตรา 9 ในกรณีที่เจ้าของเรือเรียกให้มีการเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป ให้เจ้าของเรือดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(1) แต่งตั้งผู้ประเมิน และ
(2) มีหนังสือแจ้งพฤติการณ์แห่งความเสียหายทั่วไป และชื่อกับสถานที่ติดต่อของผู้ประเมินทีตนแต่งตั้ง ไปยังเจ้าของทรัพย์สินปรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินที่เผชิญภยันตรายร่วมกันเท่าที่อาจทราบ ได้จากเอกสารการขนส่ง หรือหลักฐานอย่างอื่นที่อยู่ในความครอบครองของตน
Topมาตรา 10 เมื่อเจ้าของเรือได้ดำเนินการตาม มาตรา 9 แล้วให้เจ้าของเรือมีสิทธิยึดหน่วงทรัพย์สินของผู้ที่ต้องร่วมเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป ที่บรรทุกอยู่บนเรือ ไว้จนกว่าผู้ที่ต้องร่วมเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปนั้น ได้ร่วมเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป หรือมอบหลักประกันตามสมควรอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(1) เงินสด
(2) หนังสือค้ำประกันของธนาคารหรือผู้รับประกันภัย หรือ
(3) เอกสารอย่างอื่นซึ่งมีข้อความแสดงว่าผู้ออกเอกสารนั้น จะร่วมเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป ตามจำนวนที่จะได้กำหนดขึ้น
Topมาตรา 11 เมื่อได้รับแจ้งตาม มาตรา 9 แล้ว ให้เจ้าของทรัพย์สินหรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สินซึ่งได้รับความเสียหายทั่วไป แจ้งเป็นหนังสือให้ผู้ประเมินทราบถึง รายละเอียดของความเสียหายทั่วไปพร้อมหลักฐานภายในหกเดือนนับแต่วันที่รับแจ้ง
Topมาตรา 12 ผู้ประเมินอาจร้องขอให้ผู้ที่ต้องร่วมเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป แสดงรายละเอียดเกี่ยวกับมูลค่าทรัพย์สินของตน ภายในสิบสองเดือนนับแต่วันที่ได้รับการร้องขอ
Topมาตรา 13 ในกรณีที่เจ้าของทรัพย์สินหรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สิน ซึ่งได้รับความเสียหายทั่วไปไม่ดำเนินการตาม มาตรา 11 หรือผู้ที่ต้องร่วมเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปไม่ดำเนินการตาม มาตรา 12 ผู้ประเมินมีสิทธิประเมินความเสียหายทั่วไปและมูลค่าของทรัพย์สินที่รอดพ้นจากภยันตราย ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฎแก่ตน ซึ่งเจ้าของทรัพย์สินหรือผู้มีส่วนได้เสียในทรัพย์สิน ซึ่งได้รับความเสียหายทั่วไป หรือผู้ที่ต้องร่วมเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปจะโต้แย้งได้ต่อ เมื่อการประเมินนั้นไม่ถูกต้องอย่างชัดแจ้ง
Topมาตรา 14 ผู้ที่ต้องร่วมเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปแต่ละรายจะต้องรับผิดชอบ ในค่าตอบแทนผู้ประเมินและค่าใช้จ่าย ตามสมควรที่ผู้ประเมินได้ใช้ในการประเมินความเสียหายทั่วไปที่ประเมินได้ตาม มาตรา 17 หรือ มาตรา 18 แล้วแต่กรณีด้วย
Topมาตรา 15 ความเสียหายทั่วไปซึ่งผู้ที่ต้องร่วมเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป แต่ละรายต้องรับผิดชอบจะเท่ากับอัตราส่วนระหว่างจำนวนความเสียหายทั่วไปที่เกิดขึ้น กับมูลค่ารวมของเรือและทรัพย์สินทั้งหมดคูณด้วยมูลค่าเรือหรือทรัพย์สินของตน
Topมาตรา 16 การประเมินมูลค่าหรือมูลค่ารวมของเรือและทรัพย์สินตาม มาตรา 15 ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(1) การประเมินมูลค่าเรือหรือทรัพย์สินที่ไม่ใช่สินค้า ให้ถือมูลค่าสุทธิที่แท้จริงของเรือและทรัพย์สิน ณ เวลาและท่าที่การเดินทางต้องสิ้นสุดลง โดย
(ก) ในการประเมินมูลค่าเรือ มิให้นำค่าเสียหายที่เกิดจากการขาดประโยชน์ หรือการเสื่อมสิทธิในรายได้ที่เกิดจากเรือมารวมคำนวณด้วย
(ข) ในกรณีที่ความเสียหายทั่วไปเกิดขึ้นโดยการเสียสละส่วนหนึ่งส่วนใด ของเรือหรือทรัพย์สิน ให้นำจำนวนความเสียหายทั่วไปที่ได้จาการประเมินตามหลักเกณฑ์ใน มาตรา 17 (1) และ (3) มารวมกับผลการประเมินตาม (1) (ก) ด้วย
(2) การประเมินมูลค่าทรัพย์สินที่เป็นสินค้า ให้ถือมูลค่า ณ เวลาที่ขนถ่ายจากเรือโดย
(ก) ในกรณีที่มีใบกำกับสินค้าที่ออกให้แก่ผู้รับสินค้า ให้ถือเอาราคาที่ปรากฎในใบกำกับสินค้านั้น แต่ถ้าหากมีความเสียหายเกิดขึ้นแก่สินค้านั้นก่อนหรือขณะที่ขนถ่ายจากเรือ ให้หักจำนวนความเสียหายนั้นจำราคาที่ปรากฏในใบกำกับสินค้าดังกล่าว
(ข) ในกรณีที่ไม่มีใบกำกับสินค้าตาม (2) (ก) ให้ถือเอาราคาขณะที่บรรทุกลงเรือหักด้วยจำนวนความเสียหายที่เกิดแก่สินค้านั้นก่อน หรือขณะที่ขนถ่ายจากเรือ หากมีค่าใช้จ่ายในการประกันภัยและค่าระวางที่เจ้าของสินค้าหรือผู้มีส่วนได้เสียในสินค้าได้จ่ายไป ให้นำมารวมคำนวณด้วย
(ค) ในกรณีที่ความเสียหายทั่วไปเกิดขึ้นโดยการเสียสละสินค้า ให้นำจำนวนความเสียหายทั่วไปที่เกิดขึ้นกับสินค้าดังกล่าว ที่ได้จากการประเมินตามหลักเกณฑ์ใน มาตรา 17 (2) มารวมคำนวณเป็นมูลค่าสินค้าตาม (2) (ก) หรือ (ข) ด้วย
Topมาตรา 17 การประเมินจำนวนความเสียหายทั่วไปที่เกิดขึ้นจาการเสียสละทรัพย์สินให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(1) การเสียสละส่วนหนึ่งส่วนใดของเรือ ให้ถือราคาค่าซ่อมแซมตามสมควร ในกรณีที่ไม่มีการซ่อมแซม ให้ถือเอาผลต่างระหว่างราคาของเรือในสภาพปกติกับสภาพที่เสียหายเมื่อมาถึงท่าปลายทาง หรือถึงท่าที่การเดินทางต้องสิ้นสุดลง ทั้งนี้ ไม่เกินประมาณการค่าซ่อมแซมตามสมควร
(2) การเสียสละสินค้าบนเรือ ให้ถือเอาราคา ณ เวลาที่ขนถ่ายจากเรือ โดยพิจารณาจากราคาสินค้าที่ถูกเสียสละตามที่ปรากฏในใบกำกับสินค้าที่ออกให้แก่ผู้รับสินค้า หากไม่มีใบกำกับสินค้าเช่นว่านั้น ให้ถือเอาราคาขณะที่บรรทุกลงเรือ ทั้งนี้ ถ้ามีค่าใช้จ่ายในการประกันภัยและค่าระวางที่เจ้าของสินค้าหรือผู้มีส่วนได้เสียในสินค้าได้จ่ายไป ให้นำมารวมคำนวณด้วย
ในกรณีที่มีการขายสินค้านั้นก่อนเวลาขนถ่ายจากเรือ และไม่มีการตกลงกำหนดจำนวนความเสีหายทั่วไป ไว้เป็นอย่างอื่น ให้นำเงินได้สุทธิจาการขายสินค้านั้นมาหักออกจากราคาดังกล่าว
(3) การเสียสละทรัพย์สินอย่างอื่นนอกจากทรัพย์สินตาม (1) หรือ (2) ให้ถือราคาทรัพย์สินดังนี้
(ก) ในกรณีทรัพย์สินเสียหายโดยสิ้นเชิง ให้ถือราคาท้องตลาดของทรัพย์สินนั้น ณ ท่าปลายทางหรือท่าที่การเดินทางต้องสิ้นสุดลง
(ข) ในกรณีที่ทรัพย์สินนั้นเสียหายบางส่วน ให้ถือราคาค่าซ่อมแซมหรือผลต่างระหว่างราคาท้องตลาดของทรัพย์สินนั้น ในสภาพปกติกับสภาพที่เสียหาย
(4) การเสียสิทธิในค่าระวาง ค่าเช่า ค่าโดยสาร หรือค่าตอบแทนอย่างอื่นที่จะได้รับตามสัญญาอันเนื่องมาจากากรเสียสละทรัพย์สิน ให้ถือเอาจำนวนสุทธิของค่าระวาง ค่าเช่า ค่าโดยสาร หรือ ค่าตอบแทนอย่างอื่นที่พึงจะได้รับหากไม่มีความเสียหายทั่วไปเกิดขึ้น
Topมาตรา 18 การประเมินจำนวนความเสียหายทั่วไปที่เป็นค่าใช้จ่ายเป็นกรณีพิเศษ ให้ถือจำนวนค่าใช้จ่ายตามสมควร และให้รวมถึงจำนวนเงินรางวับการช่วยเหลือกู้ภัยทางทะเล ไม่ว่าการช่วยเหลือกู้ภัยทางทะเลนั้นกระทำโดยมีสัญญาหรือไม่ก็ตาม
จำนวนค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพื่อแทนที่ค่าใช้จ่ายเป็นกรณีพิเศษตามวรรคหนึ่ง ให้ถือเป็นจำนวนค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปได้ ทั้งนี้ จำต้องไม่เกินจำนวนที่จะพึงเป็น หากมีการใช้จ่ายเป็นกรณีพิเศษเกิดขึ้น
Topมาตรา 19 ผู้ได้รับความเสียหายทั่วไปมีสิทธิได้รับดอกเบี้ยในจำนวนความเสียหายทั่วไป นับแต่วันที่มีการเสียสละทรัพย์สินหรือได้ใช้จ่ายเป็น กรณีพิเศษ แล้วแต่กรณี

กลับไปที่สารบาญหมวด 3 คดีเกี่ยวกับการเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป
Topมาตรา 20 คดีเกี่ยวกับการเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ
Topมาตรา 21 สิทธิเรียกร้องในส่วนเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป ให้มีอายุความดังนี้
(1) ในกรณีที่เจ้าของเรือเป็นผู้ใช้สิทธิเรียกร้อง ให้มีกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่แจ้งจำนวนส่วนเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป ไปยังผู้ที่ต้องร่วมเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป แต่ไม่เกินห้าปีนับแต่วันที่ความเสียหายทั่วไปเกิดขึ้น
(2) ในกรณีที่ผู้ได้รับความเสียหายทั่วไปเป็นผู้ใช้สิทธิเรียกร้อง ให้มีกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่แจ้งจำนวนส่วนเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป ไปยังผู้ที่ต้องร่วมเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป แต่ไม่เกินเจ็ดปีนับแต่วันที่ความเสียหายทั่วไปเกิดขึ้น

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่จารีตประเพณีสากลของการเดินเรือกำหนดให้ผู้ที่ได้รับความเสียหาย โดยตรงจาการเสียสละทรัพย์สิน หรือผู้ที่เสียค่าใช้จ่ายเป็นกรณีพิเศษ เพื่อปกป้องรักษาเรือและทรัพย์สินที่เผชิญภยันตรายร่วมกัน มีสิทธิเรียกเฉลี่ยความเสียหายทั่วไป โดยเจ้าของเรือและเจ้าของทรัพย์สินที่พ้นจากภยันตรายต้องร่วมเฉลี่ยในความสูญเสีย หรือความเสียหาย หรือค่าใช้จ่ายดังกล่าว แต่การปฏิบัติตามจารีตประเพณีสากลของการเดินเรือ ดังกล่าวยังไม่มีกฎหมายรองรับโดยชัดแจ้ง ทำให้เกิดความไม่ชัดเจนในทางปฏิบัติ ดังนั้น สมควรมีกฎหมายว่าด้วยการเฉลี่ยความเสียหายทั่วไปจากภยันตรายในการเดินเรือ เพื่อรองรับจารีตประเพณีสากลของการเดินเรือจึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้
 
ผู้รับสนองพระราชโองการ
วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี





  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update