กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่  
 
:: กฎกระทรวง กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการกากกัมมันตรังสี พ.ศ. 2546 ข้อที่ 1-13

อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 4 วรรคหนึ่ง (3) (4) และวรรคสอง กับ มาตรา 24 แห่ง พระราชบัญญัติ พลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. 2504 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ในกฎกระทรวงนี้
"กากกัมมันตรังสี" หมายความว่า วัสดุในรูปของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซที่เป็นวัสดุกัมมันตรังสี หรือประกอบหรือปนเปื้อนด้วยวัสดุกัมมันตรังสี ที่มีค่ากัมมันตภาพต่อปริมาณ หรือกัมมันตภาพรวมสูงว่าเกณฑ์ปลอดภัยที่กำหนดโดยคณะกรรมการ และผู้ครอบครองวัสดุนั้นไม่ประสงค์จะใช้งานอีกต่อไป และให้หมายความรวมถึงวัสดุอื่นใดที่คณะกรรมการกำหนดให้เป็นกากกัมมันตรังสี
"การจัดการกากกัมมันตรังสี" หมายความว่า กระบวนการดำเนินการทุกขั้นตอนซึ่งเกี่ยวข้องในการรวบรวม การคัดแยก การจำแนก การจัดเก็บ การบำบัด การแปรสภาพ การทิ้งและการขจัดกากกัมมันตรังสี และให้หมายความรวมถึงการขนส่งกากกัมมันตรังสีด้วย
"เกณฑ์ปลอดภัย" หมายความว่า ค่ากัมมันตภาพต่อปริมาณ หรือกัมมันตภาพรวมที่สามารถปล่อยสู่สิ่งแวดล้อมได้ ทั้งนี้ ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
"การแปรสภาพ" หมายความว่า กระบวนการแปลงสภาพกากกัมมันตรังสีภายในภาชนะบรรจุกากกัมมันตรังสีให้อยู่ในรูป หรือสถานะที่เหมาะสมต่อการเคลื่อนย้าย การขนส่ง การเก็บพัก หรือการทิ้งกากกัมมันตรังสีโดยถาวร
"ต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึก" หมายความว่า วัสดุกัมมันตรังสีซึ่งปิดผนึกอย่างถาวรในปลอกหุ้มหรือห่อหุ้มอย่างมิดชิดและอยู่ในรูปของแข็ง โดยปลอกหุ้มหรือวัสดุห่อหุ้มต้องสามารถป้องกันการรั่วของวัสดุกัมมันตรังสีภายใต้สภาวะการใช้งานปกติ และสภาวะที่อาจเกิดเหตุผิดพลาดขึ้นได้
"ครึ่งชีวิต" หมายความว่า ระยะเวลาที่วัสดุกัมมันตรังสีลดกัมมันตภาพลงครึ่งหนึ่ง โดยกระบวนการสลายตัว
"ผู้รับใบอนุญาต" หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตตาม มาตรา 12 และ มาตรา 13 แห่ง พระราชบัญญัติ พลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. 2504
ข้อ 2 กากกัมมันตรังสีสามารถจำแนกประเภทตามค่ากัมมันตภาพและค่าครึ่งชีวิต ดังนี้
(1) กากกัมมันตรังสีระดับรังสีต่ำมาก ได้แก่ กากกัมมันตรังสีที่มีระดับกัมมันตภาพต่อปริมาณหรือกัมมันตภาพรวมเท่ากับหรือต่ำกว่าเกณฑ์ปลอดภัย
(2) กากกัมมันตรังสีระดับรังสีต่ำ ครึ่งชีวิตสั้น ได้แก่ กากกัมมันตรังสีที่มีค่าครึ่งชีวิตน้อยกว่าหนึ่งร้อยวัน การสลายตัวและลดระดับกัมมันตภาพต่อปริมาณหรือกัมมันตภาพรวมต่ำกว่าเกณฑ์ปลอดภัยภายในเวลาสามปี
(3) กากกัมมันตรังสีระดับรังสีต่ำและปานกลาง ครึ่งชีวิตสั้น ได้แก่ กากกัมมันตรังสีที่ให้รังสีบีตาหรือแกมมา มีค่าครึ่งชีวิตตั้งแต่หนึ่งร้อยวัน แต่น้อยกว่าสามสิบปี และเมื่อเก็บไว้สามปียังคงมีระดับกัมมันตภาพต่อปริมาณหรือกัมมันตภาพรวมสูงกว่าเกณฑ์ปลอดภัย หรือกากกัมมันตรังสีที่ให้รังสีแอลฟามีระดับกัมมันตภาพต่อปริมาณต่ำกว่า 400 เบ็กเคอเรลต่อกรัม และมีระดับกัมมันตภาพรวมในแต่ละหีบห่อต่ำกว่า 4,000 เบ็กเคอเรล
(4) กากกัมมันตรังสีระดับรังสีต่ำและปานกลาง ครึ่งชีวิตยาว ได้แก่ กากกัมมันตรังสีที่มีระดับบกัมมันตภาพต่อปริมาณหรือกัมมันตภาพรวมสูงกว่ากากกัมมันตรังสีตาม (3) และเป็นกากกัมมันตรังสีที่ให้ความร้อนไม่เกิน 2 กิโลวัตต์ต่อลูกบาศก์เมตร
(5) กากกัมมันตรังสีระดับรังสีสูง ได้แก่ กากกัมมันตรังสีที่มีระดับกัมมันตภาพต่อปริมาณหรือกัมมันตภาพรวมสูงกว่ากากกัมมันตรังสีตาม (4) และเป็นกากกัมมันตรังสีที่ให้ความร้อนมากกว่า 2 กิโลวัตต์ต่อลูกบาศก์เมตร
ข้อ 3 ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการจัดการกากกัมมันตรังสีอย่างน้อยหนึ่งคน ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ผู้รับใบอนุญาตต้องแจ้งการเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการจัดการกากกัมมันตรังสีตามความในวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนตัวเจ้าหน้าที่ดังกล่าว
ข้อ 4 ผู้รับใบอนุญาตต้องแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับชนิด ปริมาณ ลักษณะทางกายภาพและทางเคมี ค่ากัมมันตภาพของกากกัมมันตรังสี และสถานที่เก็บกากกัมมันตรังสี พร้อมทั้งแจ้งวิธีการจัดเก็บ บำบัด ขจัด และขนส่งตามแบบที่คณะกรรมการกำหนดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต และต้องแจ้งรายละเอียดดังกล่าวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ต่อไปอีกตามระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ 5 ผู้รับใบอนุญาตต้องคัดแยก รวบรวม บรรจุกากกัมมันตรังสีลงในภาชนะและปิดฉลาก ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 6 ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีสถานที่สำหรับจัดเก็บกากกัมมันตรังสีก่อนการบำบัดพร้อมทั้งอุปกรณ์อื่น ที่จำเป็นที่สามารถให้ความปลอดภัยทางรังสี โดยคำนึงถึงชนิด ปริมาณ ลักษณะทางกายภาพและทางเคมี และค่ากัมมันตภาพของกากกัมมันตรังสีที่จัดเก็บในสถานที่นั้น
ลักษณะ ขนาด และที่ตั้งของสถานที่ รวมทั้งอุปกรณ์ตามความในวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 7 ผู้รับใบอนุญาตต้องบำบัดกากกัมมันตรังสีที่อยู่ในความรับผิดชอบของตน ดังนี้
(1) กากกัมมันตรังสีตาม ข้อ 2 (1) ให้ระบายเข้าสู่ระบบระบายน้ำทิ้ง หรือขจัดรวมกับมูลฝอยทั่วไป ทั้งนี้ ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
(2) กากกัมมันตรังสีตาม ข้อ 2 (2) ให้เก็บในภาชนะและสถานที่ตามที่คณะกรรมการกำหนดใน ข้อ 5 และ ข้อ 6 เพื่อให้สลายตัวเป็นระยะเวลาอย่างน้อยสิบเท่าของค่าครึ่งชีวิตก่อนปฏิบัติตาม (1)
(3) เมื่อดำเนินการตาม (1) หรือ (2) แล้ว ให้รายงานตามแบบที่คณะกรรมการกำหนดต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ดำเนินการตาม (1) และต้องเก็บรายงานดังกล่าวไว้เป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปี
ข้อ 8 ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดเตรียมกากกัมมันตรังสีตาม ข้อ 2 (3) (4) และ (5) เพื่อการนำส่งกากกัมมันตรังสีดังกล่าวไปยังสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ เพื่อดำเนินการบำบัด และขจัดตามวิธีการดังต่อไปนี้
(1) กรอกแบบขอรับบริการตามแบบที่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติกำหนด
(2) บรรจุกากกัมมันตรังสีลงในภาชนะตามชนิดและขนาดที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(3) ปิดฉลากตาม ข้อ 5
ข้อ 9 ผู้รับใบอนุญาตต้องขนส่งกากกัมมันตรังสีที่ได้จัดเตรียมไว้ตาม ข้อ 8 ไปยังสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติเพื่อการบำบัดหรือขจัด โดยปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 10 ในกรณีที่เป็นกากกัมมันตรังสีที่เกิดจากการใช้หรือหมดเปลืองไปของต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึก ให้ผู้รับใบอนุญาตปฏิบัติ ดังต่อไปนี้
(1) ไม่ถอด ทำลาย หรือเปลี่ยนแปลงลักษณะการผนึกของภาชนะบรรจุต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึกที่หมดอายุการใช้งานแล้ว ให้แตกต่างไปจากสภาพที่เป็นอยู่เมื่อเริ่มมีการครอบครองต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึกนั้น
(2) ห้ามโอนหรือส่งมอบการครอบครองให้แก่บุคคลอื่น เว้นแต่บุคคลผู้รับมอบการโอนหรือการส่งมอบการครอบครองจะเป็นผู้รับใบอนุญาตให้ใช้ หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึกนั้น ทั้งนี้ ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการก่อน
(3) ทำสัญญากับผู้ขายต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึกนั้นในขณะสั่งซื้อ เพื่อส่งคืนกากกัมมันตรังสีตาม ข้อ 2 (4) และ (5) ที่เกิดจากต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึก และต้องนำส่งสำเนาเอกสารสัญญาดังกล่าว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาประกอบการออกใบอนุญาต ให้นำเข้าต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึกนั้น
(4) แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบถึงการหมดสภาพการใช้งานของต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึก ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ต้นกำเนิดรังสีชนิดปิดผนึกนั้นหมดสภาพการใช้งาน
(5) จัดเก็บกากกัมมันตรังสีในสถานที่สามารถให้ความปลอดภัยทางรังสี และให้นำความใน ข้อ 6 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ในกรณีที่ไม่มีการดำเนินการตาม (2) ต้องส่งกากกัมมันตรังสีนั้นคืนไปยังผู้ผลิตโดยเร็วแต่ทั้งนี้ ต้องไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบถึงการหมดสภาพการใช้งาน และต้องนำส่งสำเนาหลักฐานการส่งคืนดังกล่าวต่อสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันส่งคืนกากกัมมันตรังสีนั้น
ในกรณีที่ไม่สามารถดำเนินการตาม (3) ได้ ให้นำส่งกากกัมมันตรังสีไปยังสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติดำเนินการบำบัดและขจัด โดยต้องปฏิบัติตาม ข้อ 8 และ ข้อ 9 โดยอนุโลม
ข้อ 11 ในกรณีที่กากกัมมันตรังสีสูญหายหรือถูกลักขโมย หรือมีเหตุฉุกเฉินทางรังสีเกิดขึ้นกับกากกัมมันตรังสี ให้รายงานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่โดยพลัน แล้วจัดทำรายงานเกี่ยวกับการสูญหายหรือถูกลักขโมย หรือการเกิดเหตุฉุกเฉินทางรังสีดังกล่าวเป็นหนังสือเสนอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ทราบเหตุ
ข้อ 12 ผู้รับใบอนุญาตต้องชำระค่าบริการบำบัดและขจัดกากกัมมันตรังสีตามอัตราที่คณะกรรมการกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 13 กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป


:: ให้ไว้ ณ วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) พินิจ จารุสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ปัจจุบันมีการผลิตและใช้วัสดุนิวเคลียร์พิเศษพลังงานปรมาณู วัสดุพลอยได้ หรือวัสดุต้นกำลัง และกระทำด้วยประการใดๆ แก่วัสดุต้นกำลังให้พ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติในทางเคมีมากขึ้น อันเป็นเหตุให้เกิดกากกัมมันตรังสีจำนวนมาก สมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดการกากกัมมันตรังสีเพื่อเป็นมาตรการควบคุมการจัดการกากกัมมันตรังสี ให้มีประสิทธิภาพและเกิดความปลอดภัยต่อสุขภาพของประชาชน และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update