กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24  
 
:: กฎกระทรวง กำหนดเงื่อนไขและวิธีการขอรับใบอนุญาตและการออกใบอนุญาตตามพระราชบัญญัติ พลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. 2504 พ.ศ. 2546 ข้อที่ 1-24

อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 4 วรรคหนึ่ง (3) (4) และวรรคสอง กับ มาตรา 24 แห่ง พระราชบัญญัติ พลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. 2504 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่ง มาตรา 29 ประกอบกับ มาตรา 35 มาตรา 48 และ มาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ยกเลิก
(1) กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2504) ออกตามความในพระราชบัญญัติ พลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. 2504
(2) กฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2511) ออกตามความในพระราชบัญญัติ พลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. 2504
(3) กฎกระทรวง ฉบับที่ 6 (พ.ศ. 2517) ออกตามความในพระราชบัญญัติ พลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. 2504
ข้อ 2 ในกฎกระทรวงนี้
"รังสี" หมายความว่า พลังงานในรูปของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรืออนุภาคใดๆ ที่ มีความเร็วซึ่งสามารถก่อให้เกิดการแตกตัวเป็นไอออนได้ทั้งโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อมในตัวกลางที่ผ่านไป เช่น รังสีแกมมา รังสีเอกซ์ รังสีบีตา รังสีแอลฟา อนุภาคนิวตรอน อนุภาคโปรตรอน อนุภาคอิเล็คตรอน
"เครื่องกำเนิดรังสี" หมายความว่า เครื่องที่ก่อให้เกิดการปลดปล่อยรังสีออกมา เมื่อมีการให้พลังงานไฟฟ้าหรือพลังงานรูปแบบอื่นเข้าไป
"วัสดุกัมมันตรังสี" หมายความว่า ธาตุ หรือสารประกอบใดๆ ที่มีองค์ประกอบส่วนหนึ่งมีโครงสร้างภายในอะตอมไม่คงตัว และสลายตัวโดยการปลดปล่อยรังสีออกมา
"กากกัมมันตรังสี" หมายความว่า วัสดุในรูปของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซที่เป็นวัสดุกัมมันตรังสีหรือประกอบหรือปนเปื้อนด้วยวัสดุกัมมันตรังสี ที่มีค่ากัมมันตภาพต่อปริมาณ หรือกัมมันตภาพรวมสูงกว่าเกณฑ์ปลอดภัยที่กำหนดโดยคณะกรรมการ และผู้ครอบครองวัสดุนั้นไม่ประสงค์จะใช้งานอีกต่อไป และให้หมายความรวมถึงวัสดุอื่นใดที่คณะกรรมการกำหนดให้เป็นกากกัมมันตรังสี
"บริเวณรังสี" หมายความว่า บริเวณใดๆ ที่มีรังสีในปริมาณที่คณะกรรมการกำหนดไม่ว่ารังสีนั้นจะมาจากวัสดุกัมมันตรังสี หรือเครื่องกำเนิดรังสี
"พื้นที่ควบคุม" หมายความว่า บริเวณรังสีซึ่งต้องควบคุมการเข้าออกตามมาตรการป้องกันรังสี และมาตรการความปลอดภัยทางรังสี เพื่อควบคุมการได้รับรังสีจากการแผ่รังสีตามสภาพปกติ หรือป้องกันการแพร่กระจายของการเปรอะเปื้อนทางรังสี ในระหว่างการทำงานตามสภาพปกติ และป้องกันหรือจำกัดขอบเขตการแผ่รังสีที่มีอยู่
ข้อ 3 ผู้ใดประสงค์จะผลิต มีไว้ในครอบครอง หรือใช้ซึ่งวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ พลังงานปรมาณู วัสดุพลอยได้ หรือวัสดุต้นกำลัง ซึ่งพ้นสภาพที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติในทางเคมี ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อพนังงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
การขออนุญาตมีไว้ในครอบครอง ซึ่งเครื่องกำเนิดรังสีที่ใช้ทางการแพทย์และ เครื่องกำเนิดรังสีเอกซ์ และการขออนุญาตผลิตหรือใช้พลังงานจากรังสีจากเครื่องกำเนิดรังสีดังกล่าว ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
การขออนุญาตมีไว้ในครอบครอง ซึ่งเครื่องกำเนิดรังสีนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในวรรคสองและการขออนุญาตผลิต หรือใช้พลังงานจากรังสีจากเครื่องกำเนิดรังสีดังกล่าว ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
การขออนุญาตผลิตมีไว้ในครอบครอง ซึ่งเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู หรือใช้พลังงานปรมาณูจากเครื่องปฏิกรณ์ปรมาณู ให้ยื่นคำขออนุญาตพร้อมด้วยรายงานการวิเคราะห์ความปลอดภัยแนบท้ายคำขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
ข้อ 4 ผู้ใดประสงค์จะกระทำด้วยประการใดๆ แก่วัสดุต้นกำลังให้พ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติในทางเคมี ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
ข้อ 5 ผู้ใดประสงค์จะนำหรือส่งออกนอกราชอาณาจักร นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ วัสดุพลอยได้ หรือวัสดุต้นกำลัง ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
ผู้ใดประสงค์จะนำหรือส่งออกนอกราชอาณาจักร นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งเครื่องกำเนิดรังสีที่ใช้ทางการแพทย์ และเครื่องกำเนิดรังสีเอกซ์ ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
ผู้ใดประสงค์จะนำหรือส่งออกนอกราชอาณาจักร นำหรือสั่งเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งเครื่องกำเนิดรังสีที่นอกเหนือจากที่ระบุไว้ในวรรคสอง ให้ยื่นคำขออนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ
ข้อ 6 คำขออนุญาตตาม ข้อ 3 ข้อ 4 และ ข้อ 5 ให้เป็นไปตามแบบที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
 
  ข้อ 7 ผู้ยื่นคำขออนุญาตตาม ข้อ 3 ข้อ 4 หรือ ข้อ 5 ต้องระบุผู้รับผิดชอบดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับรังสี สถานที่จัดเก็บและสถานปฏิบัติการเกี่ยวกับรังสี เครื่องมือตรวจวัดรังสีและเครื่องใช้อันจำเป็นเพื่อระงับ หรือป้องกันอันตรายจากรังสีซึ่งอาจมีแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน หรือเพื่อคุ้มครองอนามัยของบุคคล และต้องจัดให้มีหลักประกันที่มีผลคุ้มครองผู้ปฏิบัติงานและบุคคลอื่น ที่อาจได้รับผลกระทบทางรังสีตามระยะเวลาที่กำหนดในใบอนุญาต พร้อมทั้งต้องเสนอมาตรการและวิธีการดังต่อไปนี้มาพร้อมคำขออนุญาตด้วย
(1) มาตรการจัดเก็บวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ วัสดุพลอยได้ วัสดุต้นกำลัง หรือเครื่องกำเนิดรังสีที่ขออนุญาตผลิต มีไว้ในครอบครอง หรือใช้และแผนปฏิบัติการกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินจากการรั่วไหล หรือแพร่กระจายรังสีในภาวะไม่ปกติหรือกรณีฉุกเฉินอื่น
(2) มาตรการในการติดตั้งเครื่องกำเนิดรังสี
(3) มาตรการป้องกันอันตรายจากรังสี ระบบประกันคุณภาพการใช้รังสีและเครื่องกำเนิดรังสีและแผนปฏิบัติ การกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินจากการรั่วไหลหรือแพร่กระจายรังสีในภาวะไม่ปกติหรือกรณีฉุกเฉินอื่น
(4) มาตรการจัดการและวิธีการในการส่งคืนกากกัมมันตรังสี
(5) มาตรการขนส่งวัสดุกัมมันตรังสีและกากกัมมันตรังสี
คุณสมบัติและจำนวนของผู้รับผิดชอบดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับรังสี สถานที่จัดเก็บหรือสถานปฏิบัติการเกี่ยวกับรังสี ลักษณะ ชนิด หรือประเภทของเครื่องมือตรวจวัดรังสี และเครื่องใช้อันจำเป็นเพื่อระงับหรือป้องกันอันตรายจากรังสี หลักประกัน มาตรการและวิธีการตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 8 เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคำขอตาม ข้อ 3 ข้อ 4 หรือ ข้อ 5 แล้ว ให้ตรวจสอบคำขอดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอดังกล่าว ถ้าเห็นว่าหลักฐานและรายละเอียดไม่ครบถ้วน ให้แจ้งผู้ขออนุญาตดำเนินการส่งหลักฐานและรายละเอียดเพิ่มเติม ให้ครบถ้วนภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตไม่ดำเนินการยื่นหลักฐานและรายละเอียดเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนด หรือได้ยื่นหลักฐานและรายละเอียดภายในระยะเวลาที่กำหนด แต่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วเห็นว่าหลักฐานและรายละเอียดยังไม่ครบถ้วน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งไม่รับคำขออนุญาต แล้วแจ้งคำสั่งดังกล่าวพร้อมส่งหลักฐานและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องคืน ให้แก่ผู้ขออนุญาตภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหลักฐานและรายละเอียดเพิ่มเติม
ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบแล้วเห็นว่าหลักฐานและรายละเอียดที่ยื่นพร้อมคำขอตามวรรคหนึ่ง หรือหลักฐานและรายละเอียดที่ยื่นเพิ่มเติมภายในระยะเวลาที่กำหนดตามวรรคสองครบถ้วนแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งรับคำขออนุญาตและเสนอคำขอดังกล่าวให้คณะกรรมการพิจารณาโดยเร็ว
ข้อ 9 เมื่อคณะกรรมการได้รับคำขอตาม ข้อ 8 แล้ว ถ้าเห็นว่าไม่ควรอนุญาตให้แจ้งผลการพิจารณาให้ผู้ขออนุญาตทราบโดยเร็ว ถ้าเห็นว่าควรอนุญาต ให้ออกใบอนุญาตให้ผู้ขออนุญาตตามแบบที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 10 ใบอนุญาตที่ออกให้ตามคำขอตาม ข้อ 3 ข้อ 4 และ ข้อ 5 ให้มีอายุตามที่คณะกรรมการกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 11 ผู้รับใบอนุญาตต้องอบรมบุคคลที่ทำงานในบริเวณรังสี ให้เข้าใจและทราบถึงอันตรายจากรังสี และวิธีป้องกันอันตรายจากรังสี
หลักเกณฑ์และวิธีการอบรมตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 12 ผู้รับใบอนุญาตต้องระมัดระวังมิให้บุคคลที่ทำงานในบริเวณรังสีได้รับรังสีเกินปริมาณที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(1) 20 มิลลิซีเวิร์ตต่อปี โดยเฉลี่ยในช่วง 5 ปีติดต่อกัน สำหรับตลอดทั่วร่างกาย ทั้งนี้ ในแต่ละปีจะรับรังสีได้ไม่เกิน 50 มิลลิซีเวิร์ต และตลอดในช่วง 5 ปีติดต่อกันนั้นจะต้องได้รับรังสีไม่เกิน 100 มิลลิซีเวิร์ต
(2) 150 มิลลิซีเวิร์ตต่อปี สำหรับเลนซ์ของดวงตา
(3) 500 มิลลิซีเวิร์ตต่อปี สำหรับส่วนที่เป็นผิวหนัง มือ และเท้า
ข้อ 13 ผู้รับใบอนุญาตต้องระมัดระวังมิให้หญิงมีครรภ์ที่ปฏิบัติงานเกี่ยวกับรังสี ได้รับรังสีตลอดระยะเวลาที่ตั้งครรภ์เกิน 2 มิลลิซีเวิร์ต และทั้งนี้ ต้องได้รับรังสีเฉลี่ยไม่เกิน 0.2 มิลลิซีเวิร์ตต่อเดือน
ข้อ 14 ผู้รับใบอนุญาตต้องระมัดระวังมิให้ประชาชนทั่วไป ที่ไม่ใช่ผู้ที่มารับบริการทางการแพทย์ได้รับรังสีเกินปริมาณที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(1) 1 มิลลิซีเวิร์ตต่อปี สำหรับตลอดทั่วร่างกาย
(2) 15 มิลลิวีเวิร์ตต่อปี สำหรับเลนซ์ของดวงตา
(3) 50 มิลลิซีเวิร์ตต่อปี สำหรับส่วนที่เป็นผิวหนัง
ข้อ 15 ผู้รับใบอนุญาตต้องไม่จัดให้บุคคลที่มีอายุต่ำกว่าสิบหกปีเข้าไปในบริเวณรังสีหรือปฏิบัติงานใดๆ ที่เกี่ยวกับรังสี
ข้อ 16 ผู้รับใบอนุญาตต้องไม่จัดให้บุคคลที่มีอายุตั้งแต่สิบหกปีแต่ไม่เกินสิบแปดปีปฏิบัติงานในพื้นที่ควบคุม เว้นแต่เป็นการฝึกอบรมซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดของผู้รับผิดชอบดำเนินการทางเทคนิคเกี่ยวกับรังสี
ข้อ 17 ผู้รับใบอนุญาตต้องติดตั้งเครื่องหมายสัญลักษณ์เตือนภัยทางรังสีพร้อมข้อความหรือคำเตือนภัยที่เหมาะสม ที่จุดทางเข้าในบริเวณรังสีและพื้นที่ควบคุม และต้องมีระบบเตือนภัย รวมทั้งวิธีปฏิบัติกรณีฉุกเฉิน ณ จุดที่เป็นทางเข้า และตำแหน่งอื่นๆ ที่เหมาะสมภายในพื้นที่ควบคุม
เครื่องหมายสัญลักษณ์เตือนภัยทางรังสีตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ 18 ผู้รับใบอนุญาตต้องรายงานแสดงปริมาณของวัสดุกัมมันตรังสีที่มีไว้ในครอบครองต่อคณะกรรมการว่าได้เพิ่มขึ้น คงที่ หรือลดลงเท่าใด รวมทั้งเหตุแห่งการเพิ่มขึ้นและการลดลงนั้นด้วยโดยยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติภายในสิบห้าวันเมื่อครบหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต และต้องจัดทำรายงานดังกล่าวเสนอต่อคณะกรรมการต่อไปอีกตามแบบและระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ 19 ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตพบว่าวัสดุกัมมันตรังสีที่อยู่ในความครอบครองสูญหาย หรือเกิดการรั่วไหลออกจากภาชนะที่กักเก็บหรืออุปกณ์ที่บรรจุอยู่ ให้รายงานต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติโดยพลัน
ข้อ 20 ผู้รับใบอนุญาตต้องเก็บรักษาวัสดุกัมมันตรังสีไว้ ณ สถานที่ตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาต
การย้ายวัสดุกัมมันตรังสีไปเก็บรักษาไว้ ณ สถานที่อื่นที่มิได้ระบุไว้ในใบอนุญาตต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากคณะกรรมการ โดยให้นำความใน ข้อ 7 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ 21 ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดการเกี่ยวกับกากกัมมันตรังสีที่เกิดขึ้นจากการใช้งานของตน ตามมาตรการจัดการกากกัมมันตรังสี ที่เสนอไว้ตาม ข้อ 7 (4) และตามที่กำหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยการนั้น
ข้อ 22 บรรดาผู้รับใบอนุญาตไว้แล้วก่อนวันที่กฎกระทรวงฉบับนี้มีผลใช้บังคับให้คงมีสิทธิ ตามใบอนุญาตนั้นต่อไปตามเงื่อนไขและภายในกำหนดเวลาที่ระบุไว้ในใบอนุญาต
ข้อ 23 ให้ถือว่าการดำเนินการเพื่อขอรับใบอนุญาตก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับเป็น การดำเนินการเพื่อขอรับใบอนุญาตตามกฎกระทรวงนี้
ข้อ 24 กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป


:: ให้ไว้ ณ วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) พินิจ จารุสมบัติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงเงื่อนไขและวิธีการขอรับใบอนุญาต และการออกใบอนุญาตทำการผลิตมีไว้ในครอบครอง ใช้นำเข้าหรือส่งออกนอกราชอาณาจักร ซึ่งวัสดุนิวเคลียร์พิเศษ พลังงานปรมาณู วัสดุพลอยได้ หรือวัสดุต้นกำลังซึ่งพ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติในทางเคมี และการกระทำด้วยประการใดๆ แก่วัสดุต้นกำลังให้พ้นจากสภาพที่เป็นอยู่ตามธรรมชาติในทางเคมี เพื่อให้เกิดความปลอดภัยต่อผู้ปฏิบัติงาน สุขภาพของประชาชน และไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม และเนื่องจาก มาตรา 4 วรรคหนึ่ง (3) (4) และวรรคสอง แห่ง พระราชบัญญัติ พลังงานปรมาณูเพื่อสันติ พ.ศ. 2504 บัญญัติให้การกำหนดเงื่อนไขและวิธีการขอรับใบอนุญาตตามพระราชบัญญัตินี้ และการกำหนดเงื่อนไขให้ผู้รับใบอนุญาตตาม มาตรา 12 ปฏิบัติกำหนดโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update