กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่  
 
:: กฎกระทรวง กำหนดจำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา การเลือกกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่ง ของกรรมการในคณะกรรมการสภาการศึกษา พ.ศ. 2546 ข้อที่ 1-9

อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 8 และ มาตรา 14 วรรคห้า แห่ง พระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ในกฎกระทรวงนี้
"กรรมการ" หมายความว่า กรรมการสภาการศึกษา
"องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น" หมายความว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลองค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่ได้รับการจัดตั้งตามกฎหมาย
"องค์กรวิชาชีพ" หมายความว่า องค์กรวิชาชีพที่ได้รับการจัดตั้งตามกฎหมาย
"องค์กรเอกชน" หมายความว่า สมาคม มูลนิธิ หรือองค์กรที่เรียกชื่ออย่างอื่นซึ่งจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
ข้อ 2 ให้คณะกรรมการสภาการศึกษา มีกรรมการจำนวนห้าสิบเก้าคน ประกอบด้วย
(1) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานกรรมการ
(2) กรรมการโดยตำแหน่ง จำนวนสิบหกคน ได้แก่ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงแรงงาน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ เลขาธิการคุรุสภา และผู้อำนวยการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา
(3) กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรเอกชน จำนวนสองคน
(4) กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวนสองคน
(5) กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรวิชาชีพ จำนวนสองคน
(6) กรรมการที่เป็นพระภิกษุซึ่งเป็นผู้แทนคณะสงฆ์ จำนวนสองรูป
(7) กรรมการที่เป็นผู้แทนคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยจำนวนหนึ่งคน
(8) กรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรศาสนาอื่น จำนวนสองคน
(9) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวนสามสิบคนซึ่งแต่งตั้งจากผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์สูง ด้านการศึกษาปฐมวัย ด้านการศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้านการอุดมศึกษา ด้านการอาชีวศึกษา ด้านการศึกษาเอกชน ด้านการศึกษาเฉพาะทาง ด้านการศึกษาพิเศษ ด้านการศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย ด้านการบริหารการศึกษา ด้านการบริหารเขตพื้นที่การศึกษา ด้านการศาสนา ด้านวัฒนธรรม ด้านภูมิปัญญา ด้านนโยบายและแผน ด้านมาตรฐานและการประกันคุณภาพ ด้านกฎหมาย ด้านเศรษฐกิจ การเงินและงบประมาณ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านการสื่อสาร ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านการเกษตรและสหกรณ์ ด้านการพัฒนาสังคม ด้านอุตสาหกรรม ด้านการเมืองการปกครอง ด้านสื่อสารมวลชน ด้านเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ด้านธุรกิจ ด้านการบริการ ด้านองค์กรเอกชน ด้านการกีฬา กิจการเยาวชน ลูกเสือ ยุวกาชาด และเนตรนารี ด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้านรวมกัน
(10) เลขาธิการสภาการศึกษาเป็นกรรมการและเลขานุการ
ข้อ 3 กรรมการตาม ข้อ 2 (3) (4) (5) (7) (8) และ (9) ต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(1) มีสัญชาติไทย
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปีบริบูรณ์
(3) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(4) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถ หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(5) ไม่เคยมีประวัติเสื่อมเสียทางจริยธรรม จรรยาบรรณ และการประกอบวิชาชีพ
(6) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
(7) เป็นที่ยอมรับในเรื่องความซื่อสัตย์และความยุติธรรม กรรมการตาม ข้อ 2 (6) ต้องเป็นพระภิกษุและมีคุณสมบัติตามที่มหาเถรสมาคมกำหนด
ข้อ 4 การสรรหา และการเลือกกรรมการ มีหลักเกณฑ์และวิธีการดังนี้
(1) การสรรหาและการเลือกกรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรเอกชน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้แทนองค์กรวิชาชีพ ให้องค์กรเอกชนซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อปฏิบัติกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ทางการศึกษา โดยดำเนินงานอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสองปี สภาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จัดการศึกษาโดยมีโรงเรียนในสังกัด และองค์กรวิชาชีพแต่ละแห่ง เสนอชื่อผู้ที่เห็นสมควรเป็นกรรมการซึ่งมีคุณสมบัติตาม ข้อ 3 แห่งละหนึ่งคน จากนั้นให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อเลือกกันเองให้เหลือจำนวนตาม ข้อ 2 (3) (4) หรือ (5)
ในการสรรหาและการเลือก ให้แต่ละประเภทขององค์กรแยกกันดำเนินการ
(2) การสรรหาและการเลือกกรรมการที่เป็นพระภิกษุซึ่งเป็นผู้แทนคณะสงฆ์ ให้กระทำโดยการเสนอชื่อของมหาเถรสมาคม จำนวนสองรูป
(3) การสรรหาและการเลือกกรรมการที่เป็นผู้แทนคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ให้กระทำโดยการเสนอชื่อของคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทยจำนวนหนึ่งคน
(4) การสรรหาและการเลือกกรรมการที่เป็นผู้แทนองค์กรศาสนาอื่น ให้กระทำโดยการเสนอชื่อขององค์กรศาสนาคริสต์ จำนวนหนึ่งคน และองค์กรศาสนาพราหมณ์-ฮินดู กับองค์กรศาสนาซิกข์ร่วมกันเสนอชื่อจำนวนหนึ่งคน
(5) การสรรหาและการเลือกผู้ทรงคุณวุฒิ ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา และเลขาธิการสภาการศึกษา สรรหาผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์สูงในด้านต่างๆ ตาม ข้อ 2 (9) และมีคุณสมบัติตาม ข้อ 3 จำนวนหกสิบคนเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเพื่อพิจารณาเลือกให้เหลือจำนวนสามสิบคน
เมื่อดำเนินการสรรหาและเลือกตาม (1) (2) (3) (4) และ (5) เสร็จสิ้นแล้วให้นำรายชื่อผู้ที่ได้รับเลือกเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อพิจารณาเสนอคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นกรรมการ
ข้อ 5 หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหาและการเลือกกรรมการนอกจากที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปตามประกาศของเลขาธิการสภาการศึกษา
ข้อ 6 กรรมการตาม ข้อ 2 (3) (4) (5) (6) (7) (8) และ (9) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละสี่ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระไม่ได้
ข้อ 7 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการตาม ข้อ 2 (3) (4) (5) (6) (7) (8) และ (9) พ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) คณะรัฐมนตรีให้ออกเพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่องต่อหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถ
(4) ขาดคุณสมบัติตาม ข้อ 3
ข้อ 8 ในกรณีที่กรรมการตาม ข้อ 2 (3) (4) (5) (6) (7) (8) หรือ (9) พ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระ ให้ดำเนินการสรรหา เลือก และแต่งตั้งกรรมการแทนภายในหกสิบวันนับแต่วันที่กรรมการพ้นจากตำแหน่ง เว้นแต่วาระของกรรมการเหลือไม่ถึงหนึ่งร้อยแปดสิบวัน จะไม่ดำเนินการก็ได้
ให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทน อยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของผู้ซึ่งตนแทน
ในกรณีที่กรรมการตามวรรคหนึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ ให้ดำเนินการสรรหาเลือก และแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่กรรมการพ้นจากตำแหน่ง และให้กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่ากรรมการซึ่งแต่งตั้งใหม่เข้ามารับหน้าที่
ข้อ 9 ในวาระเริ่มแรก ให้ดำเนินการสรรหา เลือก และแต่งตั้งกรรมการตาม ข้อ 2 (3) (4) (5) (6) (7) (8) และ (9) ให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ


:: ให้ไว้ ณ วันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) ปองพล อดิเรกสาร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่ มาตรา 14 วรรคห้า แห่ง พระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 บัญญัติให้จำนวนกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการสรรหา การเลือกกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการในคณะกรรมการสภาการศึกษา เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update