แนะนำ ขอคำแนะนำ ต้องการสนับสนุน 
กฎหมายดอตคอม คลิกที่นี่!!หน้าหลัก กฎหมายดอตคอม
     
 
 
กฎกระทรวง
กำหนดความเสียหายที่จะให้ได้รับค่าเสียหายเบื้องต้นจำนวนเงินค่าเสียหายเบื้องต้น และการร้องขอรับและการจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น
พ.ศ. 2547
 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติ คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2540 และมาตรา 20 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 48 และมาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ยกเลิก กฎกระทรวง ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติ คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535
ข้อ 2 ความเสียหายที่จะให้ได้รับค่าเสียหายเบื้องต้น มีดังต่อไปนี้
(1) ความเสียหายต่อร่างกาย ได้แก่
(ก) ค่ายา ค่าอาหารทางเส้นเลือด ค่าออกซิเจน และอื่นๆ ทำนองเดียวกันที่ใช้ในการบำบัดรักษา
(ข) ค่าอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบำบัดรักษา รวมทั้งค่าซ่อมแซม
(ค) ค่าบริการทางการแพทย์ ค่าตรวจ ค่าวิเคราะห์โรค ทั้งนี้ ไม่รวมถึงค่าจ้างพยาบาลพิเศษ และค่าบริการอื่นทำนองเดียวกัน
(ง) ค่าห้องและค่าอาหารตลอดเวลาที่เข้ารับการรักษาพยาบาล
(จ) ค่าพาหนะนำผู้ประสบภัยไปโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล
(2) ความเสียหายต่อชีวิต ได้แก่
(ก) ค่าปลงศพ
(ข) ค่าใช้จ่ายอันจำเป็นที่เกี่ยวกับการจัดการศพผู้ประสบภัย
ข้อ 3 จำนวนเงินค่าเสียหายเบื้องต้น ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(1) จำนวนเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินหนึ่งหมื่นห้าพันบาท สำหรับความเสียหายต่อร่างกาย
(2) จำนวนสามหมื่นห้าพันบาท สำหรับความเสียหายต่อชีวิต
(3) จำนวนตาม (1) และ (2) รวมกัน สำหรับผู้ประสบภัยที่ถึงแก่ความตายหลังจากมีการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล
ข้อ 4 การร้องขอรับค่าเสียหายเบื้องต้น ให้ยื่นคำร้องขอตามแบบที่นายทะเบียนกำหนดและต้องมีหลักฐานดังต่อไปนี้
(1) ความเสียหายต่อร่างกาย
(ก) ใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการแจ้งหนี้เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล
(ข) สำเนาบัตรประจำตัว หรือสำเนาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวหรือสำเนาหนังสือเดินทาง หรือหลักฐานอื่นใดที่ทางราชการเป็นผู้ออกให้ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้ที่มีชื่อในหลักฐานนั้นเป็นผู้ประสบภัย แล้วแต่กรณี
(2) ความเสียหายต่อชีวิต
(ก) สำเนามรณบัตร
(ข) สำเนาบัตรประจำตัว หรือสำเนาใบสำคัญประจำตัวคนต่างด้าวหรือสำเนาหนังสือเดินทาง หรือหลักฐานอื่นใดที่ทางราชการเป็นผู้ออกให้ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าผู้ที่มีชื่อในหลักฐานนั้นเป็นผู้ประสบภัย แล้วแต่กรณี
(ค) สำเนาบันทึกประจำวันในคดีของพนักงานสอบสวน หรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าผู้นั้นถึงแก่ความตายเพราะการประสบภัยจากรถ
(3) ในกรณีผู้ประสบภัยถึงแก่ความตายหลังจากมีการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล ให้มีหลักฐานตาม (1) และ (2)
ให้ผู้ประสบภัยเป็นผู้ร้องขอ หากผู้ประสบภัยไม่สามารถร้องขอได้ให้โรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่รักษาผู้ประสบภัย หรือญาติหรือผู้มีส่วนได้เสียของผู้ประสบภัย แล้วแต่กรณี ร้องขอแทนได้
ในกรณีผู้ประสบภัยถึงแก่ความตาย ให้ทายาทโดยธรรมของผู้ประสบภัยเป็นผู้ร้องขอและต้องมีหลักฐานตาม (2) หรือ (3) แล้วแต่กรณี พร้อมด้วยหลักฐานที่แสดงการเป็นทายาทโดยธรรม
ข้อ 5 การร้องขอรับค่าเสียหายเบื้องต้นจากบริษัทที่รับประกันภัยต้องกระทำภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่มีความเสียหายเกิดขึ้น
ข้อ 6 การจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้น ให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้
(1) ให้จ่ายแก่ผู้ประสบภัย หรือโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลที่ยื่นคำร้องขอแทนผู้ประสบภัย
(2) ให้จ่ายเป็นเงินสดหรือเช็คที่มิได้ลงวันที่ล่วงหน้า
(3) ให้จ่ายให้เสร็จเรียบร้อยภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอตามข้อ 4 ทั้งนี้ โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความรับผิด
ข้อ 7 กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2546 เป็นต้นไป[1]

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากจำนวนเงินค่าเสียหายเบื้องต้นที่ผู้ประสบภัยจากรถจะได้รับจากบริษัทประกันภัยหรือกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย ตามที่กำหนดใน กฎกระทรวง ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2540) ออกตามความในพระราชบัญญัติ คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 ยังไม่สอดคล้องกับสภาะเศรษฐกิจของประเทศในปัจจุบัน สมควรปรับเพิ่มจำนวนเงินค่าเสียหายเบื้องต้นสำหรับความเสียหายต่อชีวิตให้เหมาะสมยิ่งขึ้น และสมควรปรับปรุงรูปแบบของกฎกระทรวงเสียใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบของกฎกระทรวงในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
 
ให้ไว้ ณ วันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2547
วัฒนา เมืองสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
 
     
Update