แนะนำ ขอคำแนะนำ ต้องการสนับสนุน 
กฎหมายดอตคอม คลิกที่นี่!!หน้าหลัก กฎหมายดอตคอม
     
 
 
กฎกระทรวง
กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร และการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี
พ.ศ. 2547
 

:: บทนิยาม มาตรา 1
:: หมวด1 ข้อความทั่วไป มาตรา 2-3
:: หมวด2 การยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร
หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร มาตรา 4-13
:: หมวด3 การขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม
มีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี มาตรา 14-17
:: บทเฉพาะกาล มาตรา 18


 
     

     
 
 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติ ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 มาตรา 100 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติ ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ ภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2544 และมาตรา 102 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 31 มาตรา 35 มาตรา 48 และมาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ยกเลิกกฎกระทรวง ฉบับที่ 32 (พ.ศ. 2542) ออกตามความในพระราชบัญญัติ ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 ว่าด้วยการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร และการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี

:: หมวด 1 ข้อความทั่วไป
ข้อ 2 ในกฎกระทรวงนี้
"เขตปลอดอากร" หมายความว่า เขตปลอดอากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร
ข้อ 3 ให้อธิบดีมีอำนาจวางระเบียบกำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการ เงื่อนไข และแนวทางปฏิบัติเพื่อให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้

:: หมวด 2 การยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้า ที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร
ข้อ 4 สินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรที่จะได้รับยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีตามมาตรา 100 ต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้
(1) เป็นสินค้าที่บุคคลตามข้อ 5 เป็นผู้ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร และ
(2) ไม่เป็นสินค้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีได้ประกาศโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 103 กำหนดให้ได้รับการลดอัตราหรือยกเว้นภาษีในกรณีส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร
ข้อ 5 ให้ผู้ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือผู้นำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรดังต่อไปนี้มีสิทธิขอยกเว้น หรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีตามความในหมวดนี้
(1) ผู้ประกอบอุตสาหกรรมตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต
(2) นิติบุคคลที่มิใช่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมตาม (1) ซึ่งได้ซื้อหรือได้รับสินค้าที่ผลิตในราชอาณาจักรจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมเป็นทอดแรก เพื่อส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรต่อไป
(3) บุคคลอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ 6 ให้ผู้มีสิทธิขอยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีที่ประสงค์จะขอยกเว้นหรือคืนภาษี หรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร ยื่นคำขอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ณ กรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่สำนักงานโรงอุตสาหกรรมคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้าของผู้นั้นตั้งอยู่ในเขต แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ตามแบบและวิธีการที่อธิบดีกำหนด พร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอดังกล่าว
ข้อ 7 เมื่อได้รับคำขอตามข้อ 6 แล้ว ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิต หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องของคำขอ พร้อมกับหลักฐานเกี่ยวกับการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือการนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากร
ในกรณีที่เห็นสมควร อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายจะสั่งให้มีการตรวจสอบสินค้าด้วยหรือสั่งให้ดำเนินการใดๆ กับสินค้านั้น เพื่อแสดงว่าเป็นสินค้าที่ขอรับยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีก็ได้
ข้อ 8 เมื่อการตรวจสอบความถูกต้องของคำขอ หรือความถูกต้องของคำขอและสินค้า แล้วแต่กรณี เสร็จสิ้นแล้ว ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ยื่นคำขอนำสินค้าที่ขอยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีออกจากโรงงานอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี ไปยังสถานที่ส่งออกหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร พร้อมทั้งกำหนดระยะเวลาที่จะต้องส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรด้วย
เพื่อประโยชน์ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ถ้าสินค้ายังมิได้เสียภาษี ให้นำสินค้าดังกล่าวออกจากโรงอุตสาหกรรมหรือคลังสินค้าทัณฑ์บนโดยยังไม่ต้องชำระภาษีสำหรับสินค้านั้นได้ และให้ถือว่าสินค้าดังกล่าวได้รับการขยายหรือเลื่อนกำหนดเวลาชำระภาษีออกไปเป็นการชั่วคราวจนกว่าอธิบดี หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายจะได้มีคำสั่งให้ยกเว้น หรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษี
ข้อ 9 สินค้าที่ขอรับยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีต้องได้รับการรับรองการส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าเขตปลอดอากร โดยพนักงานศุลกากร ก่อนการส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือการนำเข้าไปในเขตปลอดอากร
ในกรณีที่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายพิจารณาเห็นสมควร อาจสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบสินค้าก่อนการส่งออกนอกราชอาณาจักร หรือการนำเข้าไปในเขตปลอดอากรด้วยก็ได้
ข้อ 10 เมื่อมีการส่งสินค้าที่ขอรับการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีออกนอกราชอาณาจักรหรือนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรแล้ว ให้ผู้ขอยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีแจ้งการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือการนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากร พร้อมทั้งส่งหลักฐานการรับรองการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือการนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรของพนักงานศุลกากร แล้วแต่กรณี ต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากร
ข้อ 11 เมื่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายได้พิจารณาแล้วว่าคำขอและหลักฐานเกี่ยวกับการยื่นคำขอถูกต้อง และปรากฏว่ามีการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักรหรือนำสินค้าไปในเขตปลอดอากรถูกต้องตามที่ได้แจ้งไว้ ให้สั่งยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากร แล้วแต่กรณี ตามที่เห็นสมควร
หากปรากฏว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปจากที่ได้ระบุในคำขอ อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายจะสั่งยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีเฉพาะสินค้าที่ได้มีการส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรตามความเป็นจริงก็ได้ ในกรณีเช่นนี้ผู้ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือผู้นำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรมีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้า ตามชนิดและจำนวนที่สูญหายหรือขาดไปในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปเพราะเหตุสุดวิสัย หรือกรณีที่ขาดจำนวนไปเพราะยังมิได้นำออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี
ข้อ 12 ผู้ยื่นคำขอยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีต้องยินยอมให้พนักงานเจ้าหน้าที่เข้าไปในโรงอุตสาหกรรม หรือสถานที่เก็บสินค้าในระหว่างเวลาทำการ เพื่อตรวจสอบหรือควบคุมให้การเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต
ในกรณีที่มีการนำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากร ผู้นำสินค้าเข้าไปในเขตปลอดอากรต้องปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากรและกฎหมาย ว่าด้วยภาษีสรรพสามิตในส่วนที่เกี่ยวกับเขตปลอดอากรด้วย
ข้อ 13 ผู้ยื่นคำขอยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีที่ไม่ส่งสินค้าออกนอกราชอาณาจักร หรือนำเข้าไปในเขตปลอดอากรภายในระยะเวลาที่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายกำหนด หรือฝ่าฝืนข้อ 10 หรือข้อ 12 ไม่มีสิทธิได้รับการยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษี และให้ผู้นั้นมีหน้าที่เสียภาษีสำหรับสินค้าที่ขอรับยกเว้นภาษีหรือลดอัตราภาษีในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น

:: หมวด 3 การขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษี
ข้อ 14 ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมซึ่งประสงค์จะขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้นั้นมีสิทธิได้รับคืนหรือยกเว้นภาษีตามมาตรา 102 ยื่นคำขอต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ณ กรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้าตั้งอยู่ ตามแบบและวิธีการที่อธิบดีกำหนดพร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอดังกล่าว
ข้อ 15 เมื่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายได้รับคำขอตามข้อ 14 แล้ว ให้มีคำสั่งให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบสินค้านั้น และสั่งให้ประทับตราหรือเครื่องหมาย เพื่อแสดงว่าเป็นสินค้าที่มีการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีก่อนนำออกจากโรงอุตสาหกรรมคลังสินค้าทัณฑ์น หรือสถานที่เก็บสินค้า แล้วแต่กรณี
ในกรณีเช่นนี้ให้นำความในข้อ 7 และข้อ 8 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ 16 ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมแจ้งการนำสินค้าออกจากโรงอุตสาหกรรม คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือสถานที่เก็บสินค้า หรือแจ้งการจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ได้รับเอกสิทธิ์ตามมาตรา 102 (3) ต่อเจ้าพนักงานสรรพสามิตหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่นำสินค้าออกจากสถานที่ดังกล่าว หรือนับแต่วันจำหน่ายสินค้า แล้วแต่กรณี ณ กรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมได้แจ้งการขอรับคืนหรือยกเว้นภาษีไว้ พร้อมด้วยหลักฐานดังต่อไปนี้
(1) ในกรณีสินค้าตามมาตรา 102 (1) (2) หรือ (3) หลักฐานที่ส่วนราชการในราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค หรือราชการส่วนท้องถิ่น องค์การสาธารณกุศล คณะทูตหรือองค์การระหว่างประเทศ และกระทรวงการต่างประเทศได้ลงลายมือชื่อรับรองการรับหรือการใช้สินค้านั้น
(2) ในกรณีสินค้าเป็นน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันตามมาตรา 102 (4) หลักฐานการนำน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันไปเติมในอากาศยานหรือเรือ และการปล่อยอากาศยานหรือเรือดังกล่าวไปต่างประเทศของพนักงานศุลกากร
ผู้ประกอบอุตสาหกรรมซึ่งไม่ปฏิบัติตามวรรคหนึ่ง ไม่มีสิทธิได้รับการคืนหรือยกเว้นภาษีและให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมเสียภาษีสำหรับสินค้าที่ขอรับการยกเว้นภาษีนั้น ในอัตราภาษีที่ใช้บังคับอยู่ ณ วันที่ความรับผิดในอันจะต้องเสียภาษีเกิดขึ้น
ข้อ 17 เมื่อพิจารณาคำขอและหลักฐานที่เกี่ยวข้องและปรากฏว่าได้มีการรับหรือการใช้สินค้าตามที่ระบุในคำขอแล้ว ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายสั่งให้คืนหรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้านั้น แล้วแต่กรณี ตามที่เห็นสมควร
ถ้าปรากฏว่าสินค้านั้นได้สูญหายหรือขาดจำนวนไปจากที่ระบุไว้ในคำขอ อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายจะสั่งให้คืน หรือยกเว้นภาษีเฉพาะจำนวนที่ได้มีการรับหรือมีการใช้ตามความเป็นจริงก็ได้

:: บทเฉพาะกาล
ข้อ 18 คำขอยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีสำหรับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักรหรือคำขอรับคืน หรือยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีสิทธิได้รับคืน หรือยกเว้นภาษีที่ได้ยื่นไว้แล้วก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บ้งคับ ให้ถือว่าเป็นคำขอที่ได้ยื่นตามกฎกระทรวงนี้

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติ ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2527 เพื่อกำหนดให้สินค้าที่นำเข้ามาในเขตปลอดอากรได้รับยกเว้นหรือคืนภาษีหรือลดอัตราภาษีตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวงเช่นเดียวกับสินค้าที่ส่งออกนอกราชอาณาจักร สมควรปรับปรุงกฎกระทรวงที่ออกตามความในบทบัญญัติดังกล่าวให้สอดคล้องกันด้วย จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้







 
ให้ไว้ ณ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2547
ร้อยเอก สุชาติ เชาว์วิศิษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
 
     
Update