แนะนำ ขอคำแนะนำ ต้องการสนับสนุน 
กฎหมายดอตคอม คลิกที่นี่!!หน้าหลัก กฎหมายดอตคอม
     
 
 
กฎกระทรวง
กำหนดอัตราค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลและหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเรียกเก็บค่าอนุรักษ์น้ำบาดาล
พ.ศ. 2547
 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 (2/1) และ (2/2) แห่งพระราชบัญญัติ น้ำบาดาล พ.ศ. 2520 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ น้ำบาดาล (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2546 และมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติ น้ำบาดาล พ.ศ. 2520 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 48 และมาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยคำแนะนำของคณะกรรมการน้ำบาดาลออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ภายใต้บังคับข้อ 4 ในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดนครปฐม ให้กำหนดอัตราค่าอนุรักษ์น้ำบาดาล ดังนี้
(1) ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2547 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2547 อัตราลูกบาศก์เมตรละหนึ่งบาท
(2) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2547 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2547 อัตราลูกบาศก์เมตรละสองบาท
(3) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2548 ถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2548 อัตราลูกบาศก์เมตรละสามบาท
(4) ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2548 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2548 อัตราลูกบาศก์เมตรละสี่บาท
(5) ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2548 ถึงวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2548 อัตราลูกบาศก์เมตรละห้าบาท
(6) ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2548 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2548 อัตราลูกบาศก์เมตรละหกบาท
(7) ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2549 ถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2549 อัตราลูกบาศก์เมตรละเจ็ดบาท
(8) ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2549 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2549 อัตราลูกบาศก์เมตรละแปดบาท
(9) ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2549 เป็นต้นไป อัตราลูกบาศก์เมตรละแปดบาทห้าสิบสตางค์
ข้อ 2 การคำนวณค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลให้คำนวณตามปริมาณน้ำบาดาลที่ใช้ ดังนี้
(1) ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลติดตั้งเครื่องวัดปริมาณน้ำ ให้ชำระค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลตามปริมาณน้ำบาดาลที่วัดได้จากเครื่องวัดปริมาณน้ำนั้น
(2) ในกรณีไม่อาจคำนวณปริมาณน้ำบาดาลได้จากเครื่องวัดปริมาณน้ำ เพราะผู้รับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลไม่ได้ติดตั้งเครื่องวัดปริมาณน้ำหรือด้วยเหตุอื่นใด ให้ชำระค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลตามปริมาณน้ำบาดาลสูงสุดที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล โดยคำนวณตามวันที่ไม่อาจคำนวณปริมาณน้ำบาดาลได้ แต่ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่พบว่าผู้รับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล ได้ใช้น้ำบาดาลสูงกว่าปริมาณน้ำบาดาลสูงสุดที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตใช้น้ำบาดาล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจประเมินปริมาณน้ำบาดาลเพิ่มขึ้น เพื่อใช้คำนวณค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลได้ และผู้รับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลต้องชำระค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลตามปริมาณน้ำบาดาลที่พนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินจนกว่า จะได้ติดตั้งเครื่องวัดปริมาณน้ำ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่จะกำหนดเป็นอย่างอื่น
ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินปริมาณน้ำบาดาลตาม (2) ย้อนหลังไปก่อนเวลาชำระค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลตามข้อ 3 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้ได้รับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลชำระค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลส่วนที่เพิ่มขึ้นสำหรับงวดก่อน ตามจำนวนและภายในระยะเวลาที่กำหนด
ข้อ 3 ผู้รับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลต้องชำระค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลปีละ 4 งวด ดังนี้
(1) งวดที่ 1 ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม
(2) งวดที่ 2 ตั้งแต่เดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน
(3) งวดที่ 3 ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน
(4) งวดที่ 4 ตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม
ให้ผู้รับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลชำระค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลในแต่ละงวดให้ครบถ้วนต่อพนักงานน้ำบาดาลประจำท้องที่ ภายในสามสิบวันนับแต่วันเริ่มงวดถัดไป โดยจะชำระเป็นเงินสดหรือโดยเช็คขีดคร่อมสั่งจ่ายกรมทรัพยากรน้ำบาดาล หรือชำระโดยส่งทางไปรษณีย์โดยเช็คขีดคร่อมสั่งจ่ายกรมทรัพยากรน้ำบาดาลก็ได้
ข้อ 4 ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลมิได้ชำระค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลภายในระยะเวลาที่กำหนดไว้ในข้อ 3 สำหรับงวดใด ผู้รับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลดังกล่าวมีหน้าที่ต้องชำระค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลสำหรับงวดนั้น ในอัตราเป็นจำนวนเท่าของอัตราค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลตามข้อ 1 ทั้งนี้ โดยคำนวณตามปริมาณน้ำบาดาลที่ใช้ในงวดที่ค้างชำระหรือมิได้ชำระภายในกำหนดเวลา ดังนี้
(1) ในอัตราหนึ่งจุดหนึ่งเท่า กรณีชำระค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลภายในสามสิบวัน นับแต่วันพ้นกำหนดเวลาที่กำหนดไว้ในข้อ 3
(2) ในอัตราหนึ่งจุดสองเท่า กรณีชำระค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลเกินกว่าสามสิบวันแต่ไม่เกินหกสิบวัน นับแต่วันพ้นกำหนดเวลาที่กำหนดไว้ในข้อ 3
(3) ในอัตราหนึ่งจุดสามเท่า กรณีชำระค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลเกินกว่าหกสิบวันแต่ไม่เกินเก้าสิบวัน นับแต่วันพ้นกำหนดเวลาที่กำหนดไว้ในข้อ 3
(4) ในอัตราสองเท่า กรณีชำระค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลเกินกว่าเก้าสิบวัน นับแต่วันพ้นกำหนดเวลาที่กำหนดไว้ในข้อ 3
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับสำหรับค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลส่วนที่พนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินเพิ่มขึ้นตามข้อ 2 (2) และผู้รับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลได้ชำระค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลส่วนที่เพิ่มขึ้นนั้นภายในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กำหนด
ข้อ 5 ผู้รับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลต้องชำระค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลพร้อมกับการชำระค่าใช้น้ำบาดาล หรือภายในระยะเวลาตามข้อ 3 ในกรณีที่ได้รับยกเว้นค่าใช้น้ำบาดาล
ข้อ 6[1] กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2547 เป็นต้นไป

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรกำหนดอัตราค่าอนุรักษ์น้ำบาดาล และหลักเกณฑ์เรียกเก็บค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลจากผู้รับใบอนุญาตใช้น้ำบาดาลในเขตวิกฤตการณ์น้ำบาดาล และโดยที่มาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติ น้ำบาดาล พ.ศ. 2520 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ น้ำบาดาล (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 บัญญัติให้รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดอัตราค่าอนุรักษ์น้ำบาดาล และหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการเรียกเก็บค่าอนุรักษ์น้ำบาดาล จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
 
ให้ไว้ ณ วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2547
สุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
 
     
Update