กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19  
 
:: กฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2527) ออกตามความในพระราชบัญญัติ การผังเมือง พ.ศ. 2518 ข้อที่ 1-19

อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 5 และ มาตรา 76 แห่งพระราชบัญญัติ การผังเมือง พ.ศ. 2518 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 การอุทธรณ์คำสั่งหรือหนังสือแจ้งความ ตาม มาตรา 70 ให้ทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของผู้อุทธรณ์ ชี้แจงข้อเท็จจริงและความประสงค์ที่ยกขึ้นอ้างอิงในการอุทธรณ์ พร้อมทั้งแบบสำเนาคำสั่งหรือหนังสือแจ้งความนั้น และเอกสารหลักฐานประกอบอุทธรณ์ ถ้ามี
การอุทธรณ์ได้สำหรับตนเอง จะอุทธรณ์แทนคนอื่นหรือมอบหมายให้คนอื่น อุทธรณ์แทนไม่ได้
ข้อ 2 การยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ ตาม มาตรา 70 (1) (2) (3) (5) (7) และ (8) ในเขตจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้ผู้อุทธรณ์ยื่นต่อสำนักงานผังเมืองจังหวัดแห่งท้องที่ที่เป็นเหตุให้มีการอุทธรณ์ และให้สำนักงานผังเมืองจังหวัด ส่งอุทธรณ์ต่อสำนักงานผังเมืองในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์ สำหรับในเขตกรุงเทพมหานครให้ยื่นต่อสำนักผังเมือง
เมื่อสำนักผังเมืองได้รับอุทธรณ์แล้ว ให้นำส่งอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ ภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์
ข้อ 3 การยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นตาม มาตรา 70 (4) และ (6) ในเขตจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร ให้ผู้อุทธรณ์ยื่นต่อสำนักงานผังเมืองจังหวัดแห่งท้องที่ที่เป็นเหตุให้มีการอุทธรณ์ สำหรับในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นต่อกองผังเมืองกรุงเทพมหานคร และให้สำนักงานผังเมืองจังหวัดหรือกองผังเมืองกรุง เทพมหานครแล้วแต่กรณี นำส่งอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับอุทธรณ์
ข้อ 4 ภายในกำหนดเวลาของการยื่นอุทธรณ์ ผู้อุทธรณ์อาจขอแก้ไขเพิ่มเติม อุทธรณ์ได้ โดยทำเป็นหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริงและความประสงค์ที่ยกขึ้นอ้างอิงในการ อุทธรณ์ พร้อมทั้งเหตุที่ขอแก้ไขเพิ่มเติมอุทธรณ์ใหม่ ยื่นต่อสำนักงานผังเมืองจังหวัด กองผังเมืองกรุงเทพมหานคร หรือสำนักผังเมือง แล้วแต่กรณี
ให้สำนักผังเมืองจังหวัด กองผังเมืองกรุงเทพมหานครหรือสำนักผังเมือง แล้วแต่กรณี นำส่งอุทธรณ์ที่ขอแก้ไขเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการ บริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นโดยเร็ว
ข้อ 5 ผู้อุทธรณ์อาจขอยื่นเอกสารหลักฐานประกอบอุทธรณ์เพิ่มเติมต่อสำนักงานผังเมืองจังหวัด กองผังเมืองกรุงเทพมหานครหรือสำนักผังเมือง แล้วแต่กรณี ภายในกำหนดเวลาของการยื่นอุทธรณ์ได้โดยทำเป็นหนังสือชี้แจงถึงเหตุที่มิได้ยื่นเอกสารหลักฐาน นั้นพร้อมกับอุทธรณ์
ให้นำความใน ข้อ 4 วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ 6 ถ้าระยะเวลาของการยื่นอุทธรณ์สิ้นสุดลงแล้ว แต่ผู้อุทธรณ์มีเหตุอัน สมควรแสดงว่าตนไม่อาจยื่นเอกสารหลักฐานนั้นภายในกำหนดเวลาของการยื่นอุทธรณ์ ได้ผู้อุทธรณ์จะขอยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมต่อสำนักงานผังเมืองจังหวัด กองผังเมือง กรุงเทพมหานคร สำนักผังเมืองหรือต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนมีการวินิจฉัยก็ได้
ให้นำความใน ข้อ 4 วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ถ้าคณะกรรมการเห็นว่าผู้อุทธรณ์มีเหตุผลอันสมควร และเอกสารนั้นจำเป็นเพื่อให้การวินิจฉัยเป็นไปโดยเที่ยงธรรม ให้คณะกรรมการอนุญาตตามคำขอ
ข้อ 7 ให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น หรือผู้ที่คณะกรรมการมอบหมายที่จะปฏิบัติดังนี้
(1) ลงทะเบียนอุทธรณ์ในสารบบอุทธรณ์ของคณะกรรมการอุทธรณ์ หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นตามลำดับที่รับไว้ คือ ตามวันและเวลาที่ยื่นอุทธรณ์
(2) ลงทะเบียนคำวินิจฉัยทั้งหมดของคณะกรรมการอุทธรณ์ หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นในสารบบคำวินิจฉัย
(3) รวบรวมรายงานและเอกสารที่ส่งต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ หรือคณะกรรมการทำขึ้น กับคำวินิจฉัยของคณะกรรมการไว้ในสำนวนอุทธรณ์เรื่องนั้น
(4) แจ้งคำวินิจฉัยอุทธรณ์ไปยังผู้อุทธรณ์
ข้อ 8 อุทธรณ์ที่ได้ยื่นไว้ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นนั้น ให้คณะกรรมการดำเนินการไปตามลำดับเลขหมายในสารบบอุทธรณ์ เว้นแต่คณะกรรมการจะกำหนดเป็นอย่างอื่นเมื่อมีเหตุผลพิเศษ โดยแสดงถึงเหตุผลดังกล่าว ไว้ในสำนวนอุทธรณ์เรื่องนั้นด้วย
ข้อ 9 ในการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์เรื่องใด ห้ามมิให้กรรมการผู้มีส่วนได้ เสียในอุทธรณ์เรื่องนั้นเข้าร่วมประชุม เว้นแต่เป็นการเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการตามความ ใน ข้อ 10
ข้อ 10 คณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้อง ถิ่นจะเรียกผู้อุทธรณ์หรือบุคคลอื่นใดที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงนำเอกสารหลักฐานหรือสิ่งอื่น ที่จำเป็นมาเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์ในการวินิจฉัยก็ได้
ข้อ 11 ถ้าผู้อุทธรณ์ไม่มาชี้แจงหรือไม่ส่งเอกสารหลักฐานหรือสิ่งอื่นที่จำเป็นเพิ่มเติมตามความใน ข้อ 10 โดยมิได้แจ้งต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ หรือคณะกรรมการบริหารผังเมืองส่วนท้องถิ่นถึงเหตุแห่งการนั้น ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ต้องมาชี้แจงหรือส่งเอกสารหลักฐานหรือสิ่งอื่นที่จำเป็นเพิ่มเติม หรือแจ้งเหตุแห่งการนั้นแล้วแต่คณะกรรมการพิจารณา แล้วเห็นว่าไม่มีเหตุอันสมควรให้ถือว่าผู้อุทธรณ์ทิ้งอุทธรณ์
ข้อ 12 ผู้อุทธรณ์อาจถอนอุทธรณ์ได้โดยทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่ออุทธรณ์ ชี้แจงเหตุแห่งการถอนอุทธรณ์ ยื่นต่อสำนักงานผังเมืองจังหวัดกองผังเมืองกรุงเทพมหานคร หรือสำนักผังเมืองแล้วแต่กรณี
ถ้าผู้อุทธรณ์ได้ยื่นหนังสือถอนอุทธรณ์ก่อนที่สำนักงานผังเมืองจังหวัด กองผังเมืองกรุงเทพมหานครหรือสำนักผังเมืองแล้วแต่กรณี จะนำอุทธรณ์ส่งต่อคณะกรรมการ อุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น หรือก่อนที่คณะกรรมการจะได้เริ่มมีการพิจารณาอุทธรณ์เรื่องนั้น ให้สำนักงานผังเมืองจังหวัด กองผังเมืองกรุงเทพมหานคร สำนักผังเมืองคณะกรรมการอุทธรณ์ หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นแล้วแต่กรณี อนุญาตไปตามนั้น
 
  ถ้าผู้อุทธรณ์ได้ยื่นหนังสือถอนอุทธรณ์ก่อนที่สำนักงานผังเมืองจังหวัด กองผังเมืองกรุงเทพมหานครหรือสำนักผังเมืองแล้วแต่กรณี จะนำอุทธรณ์ส่งต่อคณะกรรมการ อุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น หรือก่อนที่คณะกรรมการจะได้เริ่มมีการพิจารณาอุทธรณ์เรื่องนั้น ให้สำนักงานผังเมืองจังหวัด กองผังเมืองกรุงเทพมหานคร สำนักผังเมืองคณะกรรมการอุทธรณ์ หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นแล้วแต่กรณี อนุญาตไปตามนั้น
ถ้าผู้อุทธรณ์ถอนอุทธรณ์ระหว่างที่อยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมการ และได้ยื่นคำขอถอนอุทธรณ์ต่อสำนักงานผังเมืองจังหวัดกองผังเมืองกรุงเทพมหานคร หรือสำนักผังเมืองแล้วแต่กรณี ให้นำความใน ข้อ 4 วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม และให้อยู่ในดุลยพินิจของคณะกรรมการที่จะอนุญาตหรือไม่ก็ได้
ข้อ 13 ถ้าผู้อุทธรณ์ทิ้งอุทธรณ์ตาม ข้อ 11 หรือถอนอุทธรณ์ตาม ข้อ 12 ให้คณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นจำหน่ายอุทธรณ์เสียจาก สารบบอุทธรณ์โดยไม่ต้องวินิจฉัยอุทธรณ์นั้น
ข้อ 14 การทิ้งอุทธรณ์ตาม ข้อ 11 หรือการถอนอุทธรณ์ตาม ข้อ 12 ย่อมลบล้างผลแห่งการยื่นอุทธรณ์ และทำให้ผู้อุทธรณ์กลับคืนสู่ฐานะเดิมเสมือนหนึ่งมิได้มีการยื่นอุทธรณ์เลย
แต่อุทธรณ์ใดที่ได้ทิ้งแล้วตาม ข้อ 11 ผู้อุทธรณ์อาจยื่นใหม่ได้ภายในกำหนดเวลา ของการยื่นอุทธรณ์ตาม มาตรา 70 โดยชี้แจงเหตุผลแห่งการทิ้งอุทธรณ์ประกอบอุทธรณ์ที่ได้ ยื่นใหม่
ถ้าคณะกรรมการอุทธรณ์ตาม ข้อ 2 หรือ ข้อ 3 แล้วแต่กรณีพิจารณาเห็นว่าผู้อุทธรณ์มิได้จงใจทิ้งอุทธรณ์ และการที่ไม่ได้มาชี้แจงหรือไม่ส่งเอกสารหลักฐานหรือสิ่งอื่นที่จำเป็นเพิ่มเติมนั้นมีเหตุอันสมควร ให้รับไว้และดำเนินการพิจารณาต่อไปได้
ข้อ 15 การพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการอุทธรณ์ หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น ให้เริ่มเมื่อพ้นกำหนดเวลาของการยื่นอุทธรณ์ และนอกเหนือจากหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เป็นไปเพื่อประโยชน์ส่วนรวมแล้ว ให้ยึดถือหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(1) อุทธรณ์ที่ยื่นตามความใน มาตรา 70 (1) ให้พิจารณาวินิจฉัยโดยคำนึง ถึงนโยบายของผังเมืองรวมในสาระสำคัญที่เกี่ยวกับสุขลักษณะความปลอดภัยของประชาชน สวัสดิภาพของสังคมรวมทั้งกิจการที่มีการใช้ประโยชน์ที่ดิน สภาพของที่ดิน ทรัพย์สินอื่นที่เกี่ยวกับที่ดิน การลงทุนประโยชน์ และความเดือดร้อนรำคาญที่ประชาชนจะพึงได้รับจากกิจการนั้น
(2) อุทธรณ์ที่ยื่นตามความใน มาตรา 70 (2) ให้พิจารณาวินิจฉัยโดยคำนึง ถึงความประสงค์และโครงการของผู้อุทธรณ์ให้เป็นไปตามโครงการของผังเมืองเฉพาะในสาระสำคัญ พร้อมทั้งพิจารณาถึงเหตุผลของเจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือสำนักผังเมืองที่ปฏิเสธ หรือสั่งให้มีการแก้ไขโครงการดังกล่าวและให้คำนึงถึงประโยชน์และความเดือดร้อนที่ประชาชนในบริเวณผังเมืองเฉพาะจะพึงได้รับ
(3) อุทธรณ์ที่ยื่นตามความใน มาตรา 70 (3) ให้พิจารณาวินิจฉัยโดยคำนึง ถึงเหตุผลและรายละเอียดแห่งการรื้อ ย้าย หรือดัดแปลงอาคาร ให้เป็นไปตามผังเมือง เฉพาะรวมทั้งค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการรื้อ ย้าย หรือดัดแปลงอาคาร ประโยชน์และความ เดือดร้อนของประชาชนในบริเวณนั้น
(4) อุทธรณ์ที่ยื่นตามความใน มาตรา 70 (4) ให้พิจารณาวินิจฉัยถึงสภาพอาคารทรัพย์สินอื่นที่อยู่ในอาคาร ประโยชน์และความเดือดร้อนที่ผู้อุทธรณ์จะได้รับ โดยคำนวณตามราคาที่เป็นธรรมและให้คำนึงถึงการจัดหาที่ชั่วคราวด้วย
(6) อุทธรณ์ที่ยื่นตามความใน มาตรา 70 (6) ให้พิจารณาวินิจฉัยถึงความเหมาะสมของที่ดินหรืออาคาร และราคาค่าเช่าที่เป็นธรรมทั้งนี้โดยพิจารณากับเงินเฉพาะ ส่วนที่เป็นค่าเช่าเท่านั้น และต้องไม่เกินกว่าเงินค่าตอบแทนที่ผู้อุทธรณ์จะพึงได้รับ
(7) อุทธรณ์ที่ยื่นตามความใน มาตรา 70 (7) ให้พิจารณาวินิจฉัยถึงความมาก น้อยแห่งสิทธิที่ผู้อุทธรณ์ต้องเสียหรือถูกจำกัด หรือภาระที่ต้องปฏิบัติหรืองดเว้นไม่ปฏิบัติ รวมทั้งประโยชน์และความเดือดร้อนที่ผู้อุทธรณ์จะพึงได้รับ แต่ราคาที่จะกำหนดให้ต้องไม่เกินกว่าราคาที่ดินตามความเป็นธรรม
(8) อุทธรณ์ที่ยื่นตามความใน มาตรา 70 (8) ให้พิจารณาวินิจฉัยถึงความจำเป็นที่จะต้องเข้าใช้ที่ดินบริเวณนั้น โดยคำนึงถึงผังเมืองเฉพาะในสาระสำคัญที่เกี่ยวกับสุข ลักษณะความปลอดภัยของประชาชนสวัสดิภาพของสังคม และคำนึงถึงประโยชน์ที่จะพึงได้ จากการใช้ที่ดินบริเวณนั้น สภาพของที่ดินทรัพย์สินอื่นที่เกี่ยวกับที่ดิน ประโยชน์และความ เดือดร้อนที่ประชาชนรวมทั้งกิจการต่าง ๆ ที่อยู่ทั้งในและนอกเขตผังเมืองเฉพาะจะพึงได้รับ และให้พิจารณาถึงค่าตอบแทนตามราคาที่เป็นธรรม แต่ต้องไม่น้อยกว่าค่าตอบแทน ที่เจ้าของหรือผู้ครอบครองที่ดินใกล้เคียงอื่นในเขตผังเมืองเฉพาะส่วนใหญ่ได้รับ
ข้อ 16 ให้คณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้อง ถิ่นพิจารณาวินิจฉัยสั่งการภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ลงทะเบียนในสารบบอุทธรณ์ตาม ข้อ 7 (1)
ในกรณีที่คณะกรรมการอุทธรณ์ หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้อง ถิ่นพิจารณาวินิจฉัยสั่งการได้ภายในระยะเวลาตามวรรคหนึ่งเพราะมีเหตุจำเป็นอย่างอื่น ให้ขยายระยะเวลาพิจารณาวินิจฉัยสั่งการได้ครั้งหนึ่งไม่เกินสิบห้าวัน และให้บันทึกเหตุผล ที่จำต้องมีการขยายระยะเวลาพิจารณาไว้อีกด้วย และเมื่อรวมกันทั้งหมดแล้วต้องไม่เกินเก้าสิบวัน
ข้อ 17 คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น ให้ทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อกรรมการทุกคนที่ร่วมพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ เรื่องนั้น พร้อมทั้งให้เหตุผลแห่งการที่วินิจฉัย
ข้อ 18 เมื่อคณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่นแล้ว แต่กรณีมีคำวินิจฉัยแล้ว ให้แจ้งคำวินิจฉัยเป็นหนังสือไปยังผู้อุทธรณ์ภายในสามวันนับแต่วันที่ได้วินิจฉัย
ข้อ 19 ภายหลังการพิจารณาวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วนท้องถิ่น ผู้อุทธรณ์หรือบุคคลอื่นใดที่ถูกเรียกตัวมาชี้แจงตามความ ใน ข้อ 10 อาจร้องขอต่อคณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะกรรมการบริหารการผังเมืองส่วน ท้องถิ่น เพื่อขอตรวจเอกสารทั้งหมดหรือแต่บางฉบับในอุทธรณ์เรื่องนั้นก็ได้หรือจะ ขอคัดสำเนาหรือขอให้สำนักผังเมืองคัดสำเนาและรับรอง โดยผู้ร้องขอเป็นผู้ออก ค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นก็ได้ แต่ทั้งนี้ห้ามมิให้ตรวจเอกสารหรือคัดสำเนาหรือขอให้คัดสำเนา และรับรองเอกสาร ที่สำนักผังเมืองสงวนไว้เพื่อประโยชน์ของรัฐ หรือเป็นเอกสาร ที่เกี่ยวกับความลับของทางราชการ


:: ให้ไว้ ณ วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2522
:: (ลงชื่อ) พลเอกเล็ก แนวมาลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้คือโดยที่ มาตรา 76 แห่ง พระราชบัญญัติ การผังเมือง พ.ศ. 2518 ได้บัญญัติให้กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการในการยื่นอุทธรณ์ และวิธีพิจารณาในการวินิจฉัยคำอุทธรณ์โดยกฎกระทรวง ฉะนั้น เพื่อปฏิบัติ การให้เป็นไปตามบทบัญญัติดังกล่าว จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
(ร.จ.เล่ม 96 ตอนที่ 187 ก หน้าที่ 1 วันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2522)
 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update