กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่  
 
:: กฎกระทรวง ฉบับที่ 52 (พ.ศ. 2531) ออกตามความในพระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทยแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2) ข้อที่ 1-7

อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 4 (3) (5) (6) (7) และ (8) แห่ง พระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทยแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 น่านน้ำภายในเขตท่าเรือจังหวัดสงขลา ซึ่งบังคับให้เป็นเขตที่ต้องเดินเรือโดยมีผู้นำร่อง คือ
ด้านเหนือ - เส้นเล็งตรงจากฝั่งไปทางทิศตะวันออก ตามแนวเส้นขนานละติจูด ผ่านยอดเขาบนเกาะแมว ณ จุด ซึ่งอยู่สูง 33 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง
ด้านตะวันออก - แนวลองจิจูด 100 องศา 37 ลิปดาตะวันออก
ด้านใต้ - เส้นเล็งตรงจากเสาหินบนแหลมสมิหลา ไปทางทิศตะวันออก ตามแนวเส้นขนานละติจูด
ด้านใต้ในทะเลสาบ - เส้นเล็งตรงจุดพิกัดละติจูด 07 องศา 11 ลิปดา 33 ฟิลิปดาเหนือ ลองจิจูด 100 องศา 34 ลิปดา 58.5 ฟิลิปดา ตะวันออกปลายแหลมสมิหลาคลองสำโรง ด้านใต้ริมฝั่งตะวันออกของทะเลสาบสงขลา
ข้อ 2 เรือกลไฟและเรือเดินทะเลที่เคลื่อนเดินหรือเข้าออกในเขตที่กำหนด ไว้ใน ข้อ 1 ต้องใช้ผู้นำร่องของรัฐบาล เว้นแต่เรือดังต่อไปนี้
(1) เรือของรัฐบาลไทย
(2) เรือของรัฐบาลต่างประเทศ
(3) เรือที่มีขนาดความยาวตลอดลำต่ำกว่า 165 ฟุต (50.29 เมตร)
(4) เรือที่ชักธงไทยและมีขนาดความยาวตลอดลำไม่เกิน 400 ฟุต (121.92 เมตร) ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ผู้นำร่องพิเศษ เพื่อทำการนำร่องในเขตที่ กำหนดไว้ใน ข้อ 1
เรือตามวรรคหนึ่ง (1) (2) (3) และ (4) จะใช้ผู้นำร่องของรัฐบาลก็ได้ แต่ต้องเสียค่าจ้างนำร่องตามอัตราที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ และเมื่อรัฐมนตรีเห็นสมควรจะลดหย่อนค่าจ้างนำร่องให้เป็นการเฉพาะรายก็ได้
ข้อ 3 ภายในเขตที่กำหนดไว้ใน ข้อ 1 ให้มีผู้นำร่องที่จะอนุญาต ให้ทำการนำร่องได้ไม่เกินหกคน และมีผู้ฝึกการนำร่องของรัฐบาลได้เกินสามคน ทั้งนี้ ไม่รวมผู้นำร่องพิเศษ
ข้อ 4 เมื่อใช้ผู้นำร่องในเขตที่กำหนดไว้ใน ข้อ 1 ต้องเสียค่าจ้างนำร่องทั้ง ขาเข้าและขาออกแม้ว่าจะใช้ผู้นำร่องเพียงขาเดียว ตามขนาดของเรือและในอัตราดัง ต่อไปนี้
(1) เรือที่มีขนาดความยาวตลอดลำไม่เกิน 165 ฟุต (50.29 เมตร) คิดค่าจ้างนำร่อง 1,600 บาท ถ้าเกิน 165 ฟุต (50.29 เมตร) ส่วนที่เกิน (0.30 เมตร) ละ 10 บาท เศษของ 1 ฟุต (0.30 เมตร) ให้คิดเป็น 1 ฟุต (0.30 เมตร)
(2) เรือที่กินน้ำลึกเกิน 10 ฟุต (3.05 เมตร) คิดค่าจ้างนำร่อง เพิ่มจาก (1) สำหรับส่วนที่เกินในอัตราร้อยละ 10 ของอัตราค่าจ้างนำร่องที่คิดได้จาก (1) ต่อ 1 ฟุต (0.30 เมตร) เศษของ 1 ฟุต (0.30 เมตร) ให้คิดเป็น 1 ฟุต (0.30 เมตร) ส่วนที่เกินน้ำลึกของเรือให้ถือเอาส่วนของเรือที่เกินน้ำลึกมากที่สุดในขา เข้าขณะที่เรือเข้าจอด ณ ที่จอดเรือเรียบร้อยแล้ว และให้ขาออกขณะที่เรือจอดอยู่ ณ ที่ จอดเรือก่อนออกเดินทาง
(3) ในกรณีนำเรือเข้าจากนอกเขตท่า หรือนำเรือออกไปนอกเขตท่า ให้คิดค่าจ้างนำร่องเพิ่มอีกไมล์ทะเลละ 500 บาท เศษของ 1 ไมล์ทะเล ให้คิดเป็น 1 ไมล์ทะเล
ข้อ 5 การเคลื่อนที่จอดเรือในเขตท่าเรือน้ำลึกภูเก็ต ต้องเสียค่าจ้างนำร่อง ในอัตราร้อยละ 30 ของอัตราค่าจ้างนำร่องที่กำหนดไว้ใน ข้อ 4
ข้อ 6 เรือใดใช้ผู้นำร่องทำการนำร่องหรือเคลื่อนที่จอดเรือตามวันและเวลา ดังนี้
(1) วันหยุดราชการ ไม่ว่าเวลาใด
(2) วันปกติ เฉพาะนอกเวลาราชการ
ต้องเสียค่าจ้างนำร่องล่วงเวลาเพิ่มขึ้นอีกกึ่งหนึ่งของค่าจ้างนำร่องกำหนดไว้ ในกฎกระทรวงนี้
ทั้งนี้ ให้ถือขณะเมื่อสมอพ้นน้ำ หรือเชือกทุกเส้นหลุดจากฝั่งหรือผูกเรือ เป็นเกณฑ์
ข้อ 7 เงินค่าจ้างนำร่องที่เก็บได้ทั้งหมดตามกฎกระทรวงน้ำให้แบ่งจ่ายให้แก่ ผู้นำร่องและให้นำส่งเป็นรายได้ของรัฐ ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ใน ข้อ 85 แห่ง กฎกระทรวงเศรษฐการว่าด้วยการนำร่อง ออกตามความใน มาตรา 4 แห่ง พระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทย แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2578 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ 31 (พ.ศ. 2518) ออกตามความ พระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทยแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2)


:: ให้ไว้ ณ วันที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2531
:: (ลงชื่อ) มนตรี พงษ์พานิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากรัฐบาลได้ก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกขึ้นที่ปากทางเข้าทะเลสาบจังหวัดสงขลา ซึ่งจะมีเรือสินค้าขนาดใหญ่เข้าออกเป็นจำนวนมาก ดังนั้น เพื่อให้การเดินเรือเป็นไปโดยปลอดภัย และรวดเร็วสมควรกำหนดเขตให้น่านน้ำภายในเขตท่าเรือจังหวัดสงขลาเป็นน่านน้ำ ซึ่งบังคับให้เป็นเขตที่ต้องเดินเรือโดยมีผู้นำร่องและต้องใช้ผู้นำร่องของรัฐบาลตลอดถึง วางข้อบังคับเกี่ยวกับชนิดของเรือที่ยกเว้นไม่ต้องบังคับใช้ผู้นำร่อง การเพิ่มหรือลดหย่อนค่าจ้างนำร่องแก่เรือ บางประเภทและกำหนดจำนวนผู้นำร่องที่จะอนุญาตให้ทำการนำร่องและจำนวนผู้ฝึกนำร่องประจำน่านน้ำดังกล่าว ขนาดเรือที่จะต้องเสียค่าจ้างนำร่องและพิกัดค่าจ้างนำร่อง และวิธีการแบ่งเงินผลประโยชน์ที่ได้มาเนื่องในการนำร่อง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
(ร.จ. เล่ม 105 ตอนที่ 238 ฉบับพิเศษ หน้า 8 วันที่ 30 ธันวาคม 2531)
 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update