กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17  
 
:: กฎกระทรวง ฉบับที่ 175 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติ การผังเมือง พ.ศ. 2518 ข้อที่ 1-17

อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติ การผังเมือง พ.ศ. 2518 และ มาตรา 26 วรรคหนึ่ง แห่ง พระราชบัญญัติ การผังเมือง พ.ศ. 2518 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ การผังเมือง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับได้มีกำหนดห้าปี
ข้อ 2 ให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ในท้องที่ตำบลปะเสยะวอ ตำบลบือเระ ตำบลตะลุบัน ตำบลตะบิ้ง ตำบลมะนังดาลำ ตำบลละหาร อำเภอสายบุรี และตำบลไม้แก่น กิ่งอำเภอไม้แก่น อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ 3 การวางและจัดทำผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา การดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินการคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภคบริการสาธารณะ และสภาพแวดล้อมในบริเวณแนวเขตตาม ข้อ 2 ให้สอดคล้องกับการพัฒนาระบบ เศรษฐกิจและสังคมของประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ข้อ 4 ผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้ มีนโยบายและมาตรการเพื่อจัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดินให้มีประสิทธิภาพ สามารถรองรับและสอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคต ส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจและโครงข่ายบริการสาธารณะ โดยมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้
(1) ให้ชุมชนเมืองเป็นศูนย์กลางการบริหาร และการปกครองของ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี
(2) ส่งเสริมการพัฒนาด้านที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรมให้สัมพันธ์กับ การขยายตัวของชุมชนและระบบเศรษฐกิจของอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี
(3) พัฒนาการบริการทางสังคม การสาธารณูปโภคและสาธารณูป การให้เพียงพอและได้มาตรฐาน
(4) อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ข้อ 5 การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมืองรวม ให้เป็นไปตามแผนผัง กำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภท แผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่ง และรายการประกอบแผนผัง ท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ 6 การใช้ประโยชน์ที่ดินตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(1) ที่ดินในบริเวณหมายเลข 1.1 ถึงหมายเลข 1.19 ที่กำหนดไว้เป็นสีเหลือง ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย
(2) ที่ดินในบริเวณหมายเลข 2.1 ถึงหมายเลข 2.10 ที่กำหนดไว้เป็นสีส้ม ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาปานกลาง
(3) ที่ดินในบริเวณหมายเลข 3.1 ถึงหมายเลข 3.7 ที่กำหนดไว้เป็นสีแดง ให้เป็นที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนามาก
(4) ที่ดินในบริเวณหมายเลข 4.1 ถึงหมายเลข 4.2 ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วงอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมเฉพาะกิจ
(5) ที่ดินในบริเวณหมายเลข 5.1 ถึงหมายเลข 5.24 ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียว ให้เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม
(6) ที่ดินในบริเวณหมายเลข 6.1 ถึงหมายเลข 6.2 ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
(7) ที่ดินในบริเวณหมายเลข 7.1 ถึงหมายเลข 7.13 ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียวมะกอก ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา
(8) ที่ดินในบริเวณหมายเลข 8.1 ถึงหมายเลข 8.5 ที่กำหนดไว้เป็นสีเทาอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันศาสนา
(9) ที่ดินในบริเวณหมายเลข 9.1 ถึงหมายเลข 9.10 ที่กำหนดไว้เป็นสีน้ำเงิน ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
ข้อ 7 ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่น ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ โดยให้ใช้พื้นที่เพื่อการอยู่อาศัย สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดิน เพื่อกิจการตามที่กำหนดดังต่อไปนี้
(1) โรงงานทุกประเภท เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม
(2) คลังสินค้าที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับสารเคมี เพื่อการขายส่งหรือการผลิต
(3) คลังเชื้อเพลิงเพื่อการขายส่ง
(4) สถานที่บรรจุก๊าซและสถานที่เก็บก๊าซตามกฎหมาย ว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว แต่ไม่รวมถึงสถานีบริการและร้านจำหน่ายก๊าซ
(5) คลังวัตถุระเบิด
(6) กำจัดมูลฝอย
ข้อ 8 ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ โดยให้ใช้พื้นที่เพื่อการอยู่อาศัย สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและ สาธารณูปการไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ และห้ามใช้ประโยชน์ ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนดดังต่อไปนี้
(1) โรงงานทุกประเภท เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม
(2) คลังสินค้าที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับสารเคมีเพื่อการขายส่ง หรือการผลิต
(3) คลังเชื้อเพลิงเพื่อการขายส่ง
(4) สถานที่บรรจุก๊าซและสถานที่เก็บก๊าซตามกฎหมายว่าด้วยการ บรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว แต่ไม่รวมถึงสถานีบริการและร้านจำหน่ายก๊าซ
(5) คลังวัตถุระเบิด
(6) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด หรือไก่เพื่อการค้า หรือโดยก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
(7) กำจัดมูลฝอย
 
  ข้อ 9 ที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและอยู่อาศัยหนาแน่นมาก ให้ใช้ประโยชน์เพื่อพาณิชยกรรมและการอยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ โดยให้ใช้พื้นที่เพื่อพาณิชยกรรมและการอยู่อาศัย สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนดดังต่อไปนี้
(1) โรงงานทุกประเภท เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม
(2) คลังสินค้าที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับสารเคมี เพื่อการขายส่งหรือการผลิต
(3) คลังเชื้อเพลิงเพื่อการขายส่ง
(4) สถานที่บรรจุก๊าซ และสถานที่เก็บก๊าซตามกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซปิโตรเลียมเหลว แต่ไม่รวมถึงสถานีบริการและร้านจำหน่ายก๊าซ
(5) คลังวัตถุระเบิด
(6) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด หรือไก่เพื่อการค้า หรือโดยก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
(7) ไซโลเก็บผลิตผลการเกษตร
(8) สุสานหรือฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
(9) กำจัดมูลฝอย
(10) ซื้อขายเศษวัสดุ
ข้อ 10 ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมเฉพาะกิจ บริเวณหมายเลข 4.1 ให้ใช้ประโยชน์เพื่ออุตสาหกรรมเกี่ยวกับธุรกิจการประมงโดยไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม และคลังสินค้าเป็นส่วนใหญ่ โดยให้ใช้พื้นที่เพื่ออุตสาหกรรมเกี่ยวกับธุรกิจการประมงโดยไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม คลังสินค้า และกิจการที่เกี่ยวข้อง สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนดดังต่อไปนี้
(1) โรงงานทุกประเภท เว้นแต่โรงงานที่ประกอบเกี่ยวกับธุรกิจ การประมง โดยไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม และโรงงาน
ที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับ คลังสินค้าที่ไม่ประกอบกิจการเกี่ยวกับสารเคมีเพื่อการขายส่งหรือการผลิต
(2) คลังสินค้าที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับสารเคมีเพื่อการขายส่งหรือ การผลิต
(3) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงคนชรา
(4) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงเด็ก
(5) สุสานหรือฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
ข้อ 11 ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมเฉพาะกิจ บริเวณหมายเลข 4.2 ให้ใช้ประโยชน์เพื่ออุตสาหกรรมบริการคลังสินค้า และอุตสาหกรรมที่ประกอบกิจการโดยไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อมเป็นส่วนใหญ่ โดยให้ใช้พื้นที่เพื่ออุตสาหกรรมบริการ คลังสินค้าอุตสาหกรรมที่ประกอบกิจการโดยไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการไม่น้อยกว่าร้อยละ 60 ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณและ ห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนดดังต่อไปนี้
(1) โรงงานทุกประเภท เว้นแต่โรงงานที่ประกอบเกี่ยวกับอุตสาหกรรมบริการ โรงงานที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับคลังสินค้าที่ไม่ประกอบกิจการเกี่ยวกับสารเคมีเพื่อการ ขายส่งหรือการผลิต และโรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่เป็นมลพิษต่อชุมชน หรือสิ่งแวดล้อม
(2) คลังสินค้าที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับสารเคมีเพื่อการขายส่งหรือ การผลิต
(3) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงคนชรา
(4) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงเด็ก
(5) สุสานหรือฌาปนสถานตามกฎหมายว่าด้วยสุสานและฌาปนสถาน
ข้อ 12 ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม ให้ใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ โดยให้ใช้พื้นที่เพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม สถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(1) จัดสรรที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยประกอบการพาณิชย์ หรือประกอบอุตสาหกรรม
(2) โรงงานทุกประเภท เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่เป็นมลพิษต่อชุมชน หรือสิ่งแวดล้อม
ข้อ 13 ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อนันทนาการและการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ให้ใช้ประโยชน์เพื่อนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับนันทนาการ การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ 14 ที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาหรือเกี่ยวข้องกับการศึกษา สถาบันราชการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ 15 ที่ดินประเภทสถาบันศาสนา ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการศาสนา หรือเกี่ยวข้องกับการศาสนา การศึกษา สถาบันราชการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ 16 ที่ดินประเภทสถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ ให้ใช้ประโยชน์เพื่อกิจการของรัฐ กิจการเกี่ยวกับการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ 17 ให้ผู้มีอำนาจหน้าทีในการควบคุมการก่อสร้างอาคารหรือประกอบกิจการในเขตผังเมืองรวม ปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้


:: ให้ไว้ ณ วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2537
:: (ลงชื่อ) ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ ปฏิบัติราชการแทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่สมควรกำหนดให้ใช้ผังรวมในท้องที่ตำบลปะเสยะวอ ตำบลบือเระ ตำบลตะลุบัน ตำบลตะบิ้ง ตำบลมะนังดาลำ ตำบลละหาร อำเภอสายบุรี และตำบลไม้แก่นกิ่ง อำเภอไม้แก่น อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนา และการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท ในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภคบริการสาธารณะและสภาพแวดล้อม ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมือง ซึ่ง ตาม มาตรา 26 วรรคหนึ่ง แห่ง พระราชบัญญัติ การผังเมือง พ.ศ. 2518 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ การผังเมือง (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2535 บัญญัติว่า การใช้บังคับผังเมืองรวม ให้กระทำโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
(ร.จ. เล่ม 111 ตอนที่ 33 ก หน้า 1 วันที่ 5 สิงหาคม 2537)
 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update