กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่  
 
:: กฎกระทรวง (พ.ศ. 2538) ออกตามความในพระราชบัญญัติ การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 ข้อที่ 1-6

อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 6 และ มาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติ การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม โดยคำแนะนำของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับกับอาคารควบคุมตาม พระราชบัญญัติ กำหนดอาคารควบคุม พ.ศ. 2538
ข้อ 2 ในกฎกระทรวงนี้
"อาคารเก่า"หมายความว่าอาคารที่ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จหรือ กำลังก่อสร้างหรือยังไม่ได้ก่อสร้างแต่ได้ยื่นขออนุญาติก่อสร้างไว้ก่อนวันที่ พระราชกฤษฎีกา กำหนดให้อาคารนั้นเป็นอาคารควบคุมตาม มาตรา 18 มีผลใช้บังคับ
"อาคารใหม่" หมายความว่า อาคารที่ยื่นขออนุญาตก่อสร้างหลัง วันที่พระราชกฤษฎีกากำหนดให้อาคารนั้นเป็นอาคารควบคุมตาม มาตรา 18 มีผลใช้บังคับ
ข้อ 3 ค่าการถ่ายเทความร้อนรวมของอาคาร หรือส่วนของอาคารที่มีการปรับอากาศ
(1) ค่าการถ่ายเทความร้อนรวมของหลังคาอาคาร ทั้งอาคารใหม่ และอาคารเก่าจะต้องมีค่าไม่เกิน 25 วัตต์ต่อตารางเมตรของหลังคา
(2) ค่าการถ่ายเทความร้อนรวมของผนังด้านนอกของอาคาร หรือส่วนลดของอาคารที่มีการปรับอากาศจะต้องมีค่าดังต่อไปนี้
(ก) สำหรับอาคารใหม่ ไม่เกินกว่า 45 วัตต์ต่อตารางเมตร ของผนังด้านนอก
(ข) สำหรับอาคารเก่า ไม่เกินกว่า 55 วัตต์ต่อตารางเมตร ของผนังด้านนอก
(3) การคิดค่าการถ่ายเทความร้อนรวมของผนังด้านนอกของอาคาร หรือส่วนของอาคารที่มีการปรับอากาศ ให้คำนวณจากค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก ตามขนาดพื้นที่ของผนังด้านนอกแต่ละด้านรวมกัน (weighted average) หรือส่วนของผนังด้านนอกแต่ละด้านรวมกันของส่วนของอาคารที่มีการปรับอากาศ
ข้อ 4 การใช้ไฟฟ้าส่องสว่างในอาคารโดยไม่รวมพื้นที่ที่จอดรถ
(1) ในกรณีที่มีการส่องสว่างด้วยไฟฟ้าในอาคาร จะต้องให้ได้ระดับความส่องสว่างสำหรับงานแต่ละประเภทอย่างเพียงพอตามหลักและวิธีการที่ยอมรับได้ ทางวิศวกรรม
(2) อุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับใช้ส่องสว่างภายในอาคาร โดยไม่รวมพื้นที่ที่จอดรถจะต้องใช้ไฟฟ้าไม่เกินค่าดังต่อไปนี้
ประเภทอาคาร (1) - ค่ากำลังไฟฟ้าส่องสว่างสูงสุด วัตต์ต่อตารางเมตรของพื้นที่ใช้งาน)
(ก) สำนักงาน โรงแรม สถานศึกษาและ - 16 โรงพยาบาลสถานพักฟื้น
(ข) ร้านขายของ ซุปเปอร์มาเก็ต หรือ - 23 ศูนย์การค้า(2)
(1) อาคารที่มีการใช้งานหลายลักษณะให้ใช้ค่าในตาราง ตามลักษณะพื้นที่ใช้งาน
(2) รวมถึงไฟฟ้าแสงสว่าง ทั่วไปที่ใช้ในการโฆษณาเผยแพร่สินค้ายกเว้นที่ใช้ในตู้กระจกแสดงสินค้า
ข้อ 5 มาตรฐานการปรับอากาศในอาคาร
ระบบปรับอากาศที่ติดตั้งในอาคาร จะต้องมีค่าพลังไฟฟ้าต่อตันความเย็นที่ภาระเต็มพิกัด (full load) หรือที่ภาระใช้งานจริง (actual load) ไม่เกินกว่าค่า ตามตาราง ดังต่อไปนี้
(1) เครื่องทำความเย็นชนิดระบายความร้อนด้วยน้ำ
ชนิดส่วนทำความเย็น/เครื่องทำความเย็น - อาคารใหม่ อาคารเก่า - (กิโลวัตต์ต่อตันความเย็น)
ก. ส่วนทำน้ำเย็นแบบหอยโข่ง (centrifugal - chiller) -
ขนาดไม่เกิน 250 ตันความเย็น - 0.75 0.90
ขนาดเกินกว่า 250 ตันความเย็น ถึง 500 ตัน -ความเย็น - 0.70 0.84
ขนาดเกินกว่า 500 ตันความเย็น - 0.67 0.80
ข. ส่วนทำน้ำเย็นแบบลูกสูบ (reciprocating - chiller) -
ขนาดไม่เกิน 35 ตันความเย็น - 0.98 1.18
ขนาดไม่เกิน 35 ตันความเย็น - 0.91 1.10
ค. เครื่องทำความเย็นแบบเป็นชุด (package unit) - 0.88 1.06
ง. ส่วนทำน้ำเย็นแบบสกรู (screw chiller) 0.70 0.84
(2) เครื่องทำความเย็นชนิดระบายความร้อนด้วยอากาศ
ชนิดส่วนทำความเย็น/เครื่องทำความเย็น - อาคารใหม่ อาคารเก่า - (กิโลวัตต์ต่อตันความเย็น)
ก. ส่วนทำน้ำเย็นแบบหอยโข่ง (centrifugal - chiller) -
ขนาดไม่เกิน 250 ตันความเย็น - 1.40 1.61
ขนาดเกินกว่า 250 ตันความเย็น - 1.20 1.38
ข. ส่วนทำน้ำเย็นแบบลูกสูบ (reciprocating - chiller) -
ขนาดไม่เกิน 50 ตันความเย็น - 1.30 1.50
ขนาดเกินกว่า 50 ตันความเย็น - 1.25 1.45
ค. เครื่องทำความเย็นแบบเป็นชุด (package unit) - 1.37 1.58
ง. เครื่องทำน้ำเย็นแบบติดหน้าต่าง/แยกส่วน - (window/split type) - 1.40 1.61
 
  ข้อ 6 การคำนวณค่าการถ่ายเทความร้อนของวัสดุก่อสร้างอาคาร ให้ใช้ วิธีการดังต่อไปนี้
(1) สัมประสิทธิ์การนำความร้อน (k)
ค่าสัมประสิทธิ์การนำความร้อนของวัสดุต่าง ๆ ที่จะใช้ประกอบ การคำนวณเพื่อหาความนำความร้อนของวัสดุใด ๆ ให้เป็นไปตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโยลีและสิ่งแวดล้อมจะได้ประกาศกำหนด
(2) ความนำความร้อน (C)
ค่าความนำความร้อนของวัสดุใด ๆ คือ อัตราส่วนระหว่าง ค่าสัมประสิทธิ์ การนำความร้อนกับความหนาของวัสดุ ซึ่งสามารถคำนวณได้ดังสมการดังต่อไปนี้
สูตร
คือ ความหนาของวัสดุ โดยมีหน่วยเป็นเมตร
C คือ ค่าความนำความร้อนโดยมีหน่วยเป็นวัตต์ต่อตาราง เมตร-องศาเซลเซียส
(3) ความต้านทานความร้อน (R)
ค่าความต้านทานความร้อนของวัสดุใด ๆ คือ ส่วนกลับของค่าความนำความร้อนซึ่งคำนวณได้ดังสมการต่อไปนี้
สูตร
R คือ ค่าความต้านทานความร้อนโดยมีหน่วยเป็นตารางเมตร องศาเซลเซียสต่อวัตต์
(4) ความต้านทานความร้อนของฟิล์มอากาศ (air film)
ความต้านทานความร้อนของฟิล์มอากาศ สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ
(ก) ความต้านทานความร้อนของฟิล์มอากาศที่ผิวด้านนอกของ อาคาร (RO)
(ข) ความต้านทานความร้อนของฟิล์มอากาศที่ผิวด้านในของ อาคาร (Ri)
(ค) ความต้านทานความร้อนของฟิล์มอากาศที่อยู่ภายในช่องว่างของผนัง หลังคาและเพดาน (Ra)
สำหรับค่าความต้านทานความร้อนของฟิล์มอากาศที่จะใช้ประกอบการคำนวณ เพื่อหาค่าความต้านทานความร้อนรวมของวัสดุผนังหรือหลังคา ให้เป็นไปตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมจะได้ประกาศกำหนด
(5) ความต้านทานความร้อนรวม (RT)
การคำนวณหาค่าความต้านทานความร้อนรวมของผนังหลังคา และเพดาน (RT) ซึ่งมีโครงสร้างประกอบขึ้นจากวัสดุแตกต่าง กัน n ชนิด สามารถคำนวณโดยวิธีการดังต่อไปนี้
(ก) ในกรณีที่ผนังอาคารประกอบด้วยวัสดุ n ชนิด
บริเวณ บริเวณ
ด้านนอกผนัง รูปภาพ ด้านในผนัง
ข้อ 7 การคำนวณค่าการถ่ายเทความร้อนรวมของอาคารให้ใช้วิธีการ ดังต่อไปนี้
(1) ค่าการถ่ายเทความร้อนรวม ของผนังด้านนอกแต่ละด้าน
(OTTVi) ให้คำนวณจากสมการดังต่อไปนี้
OTTVi = (Uw)(1=WWR)(TDeq)+(Ui)(WWR)(..T)+(SC)(WWR)(SF)
OTTVi คือ ค่าการถ่ายเทความร้อนรวมของผนัง ด้านที่พิจารณา โดยมีหน่วย เป็นวัตต์ต่อตารางเมตร
Ui คือ สัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนรวม ของผนังทึบ โดยมีหน่วยเป็นวัตต์ต่อตารางเมตร-องศาเซลเซียส
WWR คือ อัตราส่วนพื้นที่ของหน้าต่างโปร่งแสง และหรือของผนังโปร่งแสง ต่อพื้นที่ทั้งหมดของผนังด้านที่พิจารณา
TDeq คือ ค่าความแตกต่างอุณหภูมิเทียบเท่า (temperature different equivalent) ระหว่างภายนอกและภายในอาคารซี่ง รวมถึงผล การดูดกลืนรังสีอาทิตย์ของผนังทึบ โดยมีหน่วยเป็นองศาเซลเซียส ให้เป็นไปตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมจะได้ประกาศกำหนด
Uf คือ สัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนรวมของกระจก หรือผนังโปร่งแสโดยมีหน่วยเป็นวัตต์ต่อตารางเมตร-องศาเซลเซียส
...T คือ ค่าความแตกต่างอุณหภูมิระหว่างภายในและภายนอกอาคารให้เป็นไปตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมจะได้ ประกาศกำหนด
SC คือ สัมประสิทธิ์การบังแดดของหน้าต่าง ซึ่งการคำนวณให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมจะได้ประกาศกำหนด
SF คือ ค่าตัวประกอบรังสีอาทิตย์ (solar factor) ที่ผ่านหน้าต่างโปร่ง แสงและหรือผนังโปร่งแสงโดยมีหน่วยเป็นวัตต์ต่อตารางเมตร ให้เป็นไปตามที่ กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม จะได้ประกาศกำหนด
(2) ค่าการถ่ายเทความร้อนรวมของผนังด้านนอกทั้งหมดของอาคาร (OTTV) คือค่าเฉลี่ยที่ถ่วงน้ำหนักแล้วของค่าการถ่ายเทความร้อนรวมของผนังด้านนอกแต่ ละด้าน (OTTVi) ให้คำนวณจากสมการดังต่อไปนี้
สูตร
Aoi คือ พื้นที่ของผนังด้านที่พิจารณา ซึ่งรวมพื้นที่ผนังทึบและพื้นที่หน้าต่าง หรือผนังโปร่งแสง โดยมีหน่วยเป็นตารางเมตร OTTVi คือ ค่าการถ่ายเทความร้อนรวมของผนังด้านนอกแต่ละด้าน ซึ่งคำนวณได้จาก ข้อ 7 (1)
(3) ค่าการถ่ายเทความร้อนรวมของหลังคา ให้คำนวณจากสมการ ดังต่อไปนี้
RTTV = (Ui)(1-RSR)(TDeq)+(Urt)(RSR)(..T)+(SC)(RSR)(SF)
RTTV คือ ค่าการถ่ายเทความร้อนรวมของหลังคาอาคารที่พิจารณา โดยมีหน่วยเป็นวัตต์ต่อตารางเมตร
Ui คือ สัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนรวมของหลังคา ส่วนทึบ โดยมีหน่วยเป็นวัตต์ต่อตารางเมตร-องศาเซลเซียส
RSR คือ อัตราส่วนพื้นที่ของส่วนโปร่งแสงที่ช่องรับแสงบริเวณหลังคาต่อ พื้นที่ทั้งหมดของหลังคาส่วนที่พิจารณา
TDeq คือ ค่าความแตกต่างอุณหภูมิเทียบเท่า (temperature differen equivalent) ระหว่างภายนอกและภายในอาคาร ซึ่งรวมถึงผลการดูดกลืนรังสีอาทิตย์ของหลังคาส่วนทึบ โดยมีหน่วยเป็นองศาเซลเซียส ให้เป็นไปตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมจะได้ประกาศกำหนด
Urf คือ สัมประสิทธิ์การถ่ายเทความร้อนรวมของส่วนโปร่งแสงที่ช่องรับแสง โดยมีหน่วยเป็นวัตต์ต่อตารางเมตร-องศาเซลเซียส
..T คือ ค่าความแตกต่างอุณหภูมิระหว่างภายในและภายนอกอาคาร ให้เป็นไปตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมจะได้ประกาศกำหนด
SC คือ สัมประสิทธิ์การบังแดดของส่วนโปร่งแสงที่ช่องรับแสงบริเวณหลังคา ซึ่งการคำนวณ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมจะได้ประกาศกำหนด
ST คือ ค่าตัวประกอบรังสีอาทิตย์ (solar factor) ที่ผ่านส่วนโปร่งแสงที่ช่องรับแสงบริเวณหลังคา โดยมีหน่วยเป็นวัตต์ต่อตาราง ให้เป็นไปตามที่กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม จะได้ประกาศกำหนด
ข้อ 8 การประเมินค่าการใช้ไฟฟ้าในอาคาร
(1) การใช้ไฟฟ้าส่องสว่างในอาคารโดยไม่รวมพื้นที่ที่จอดรถ ค่ากำลังไฟฟ้าส่องสว่างสูงสุดที่ติดตั้งในอาคาร คือ ค่ากำลังไฟฟ้าส่องสว่างที่ติดตั้งเฉลี่ยต่อหน่วยพื้นที่อาคารโดยไม่รวมพื้นที่ที่จอดรถ ให้คำนวณจาก สมการ ต่อไปนี้
สูตร
PD คือ ค่ากำลังไฟฟ้าส่องสว่างที่ติดตั้งเฉลี่ยต่อหน่วยพื้นที่อาคารโดยมีหน่วยเป็นวัตต์ต่อตารางเมตร
LW คือ ผลรวมของค่าพิกัดกำลังไฟฟ้าของหลอดส่องสว่างทั้งหมดที่ติดตั้ง ในอาคารโดยมีหน่วยเป็นวัตต์
BW คือ ผลรวมของค่ากำลังไฟฟ้าสูญเสียของแบลลาสต์ทั้งหมดที่ติดตั้ง ในอาคารโดยมีหน่วยเป็นวัตต์
GR คือ พื้นที่ใช้งานรวมในอาคาร
(2) มาตรฐานการปรับอากาศในอาคาร
(ก) สำหรับอาคารใหม่
เครื่องทำความเย็นชนิดระบายความร้อนด้วยน้ำ และชนิดระบายความร้อนด้วยอากาศ ให้คำนวณค่าสมรรถนะของเครื่องทำความเย็นที่ติดตั้งในอาคาร โดยวิธีดังต่อไปนี้
(ก.1) ส่วนทำน้ำเย็นแบบหอยโข่ง (centrifugal chiller) ส่วนทำน้ำเย็นแบบลูกสูบ (reciprocating chiller) หรือส่วนทำน้ำเย็น แบบสกรู (screw chiller)
สูตร
ChP คือ ค่าสมรรถนะของส่วนทำน้ำเย็น โดยมีหน่วยเป็นกิโลวัตต์ ต่อความดันความเย็น
KW คือ กำลังไฟฟ้าที่ใช้ของส่วนทำน้ำเย็นที่ภาระเต็มพิกัด โดยมีหน่วยเป็นกิโลวัตต์ให้ใช้ค่าจากผลการทดสอบหรือรับรอง โดยผู้ผลิต อุปกรณ์ หรือสถาบันการทดสอบที่เชื่อถือได้
TON คือ ความสามารถในการทำความเย็นที่ภาระเต็มพิกัด โดยมีหน่วยเป็นตันความเย็นให้ใช้ค่าจากผลการทดสอบหรือรับรองโดยผู้ผลิต อุปกรณ์ หรือสถาบันการทดสอบที่เชื่อถือได้
(ก.2) เครื่องทำความเย็นแบบเป็นชุด (package unit) หรือเครื่องทำความเย็นแบบติดหน้าต่าง/แยกส่วน (window/split type)
สูตร
ChP คือ ค่าสมรรถนะของเครื่องทำความเย็นโดยมีหน่วยเป็นกิโลวัตต์ต่อตันความเย็น
KW คือ กำลังไฟฟ้าที่ใช้ของเครื่องทำความเย็นทั้งระบบที่ภาระเต็มพิกัด โดยมีหน่วยเป็นกิโลวัตต์ให้ใช้ค่าจากผลการทดสอบหรือรับรอง โดยผู้ผลิตอุปกรณ์ หรือสถาบันการทดสอบที่เชื่อถือได้
TON คือ ความสามารถในการทำความเย็นที่ภาระเต็มพิกัด โดยมีหน่วยเป็นตันความเย็นให้ใช้ค่าจากผลการทดสอบหรือรับรอง โดยผู้ผลิตอุปกรณ์หรือสถาบันการทดสอบที่เชื่อถือได้
(ข) สำหรับอาคารเก่า สำหรับอาคารเก่าให้ใช้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไข การประเมินหาค่าสมรรถนะของอุปกรณ์ปรับอากาศของเครื่องทำความเย็นชนิดระบายความร้อนด้วยน้ำ และชนิดระบายความร้อนด้วยอากาศเหมือนกับอาคารใหม่ เว้นแต่เมื่อไม่มีผล การทดสอบหรือรับรองค่ากำลังไฟฟ้าที่ใช้ของเครื่องทำความเย็นที่ภาระเต็มพิกัดและความ สามารถในการทำความเย็นที่ภาระเต็มพิกัดโดยผู้ผลิตอุปกรณ์หรือสถาบันการทดสอบที่เชี่อถือได้ ให้ใช้วิธีการคำนวณโดยวิธีดังต่อไปนี้
(ข.1) ส่วนทำน้ำเย็นแบบหอยโข่ง (centrifugal chiller) ส่วนทำน้ำเย็นแบบลูกสูบ (reciprocating chiller) หรือส่วนทำน้ำเย็น แบบสกรู (screw chiller) ให้คำนวณค่าสมรรถนะของส่วนทำความเย็นที่ติดตั้งในอาคารโดยวิธีดังต่อไปนี้
สูตร
TON คือ ความสามารถในการทำความเย็นที่ภาระเต็มพิกัด โดยมีหน่วยเป็นตันความเย็นซึ่งหาได้จาก
สูตร
F คือ ปริมาณน้ำเย็นที่ไหลผ่านส่วนทำน้ำเย็น โดยมีหน่วยเป็นลิตรต่อ นาที ให้ใช้ค่าที่อ่านจากมาตรวัดปริมาณการไหลของน้ำเย็นที่ติดตั้งไว้ในระบบทำน้ำเย็น
..T คือ อุณหภูมิแตกต่างของน้ำเย็นที่ไหลเข้า และไหลออกจากส่วนทำน้ำเย็นโดยมีหน่วยเป็นองศาเซลเซียส
RW คือ กำลังไฟฟ้าที่ใช้ของส่วนทำน้ำเย็น โดยมีหน่วยเป็นกิโลวัตต์ ให้ใช้ค่าที่อ่านจากเครื่องวัดพลังไฟฟ้า
(ข.2) เครื่องทำความเย็นแบบเป็นชุด (package unit) และเครื่องทำความเย็นแบบติดหน้าต่างหรือแบบแยกส่วน (window/split type) ให้คำนวณค่าสมรรถนะของเครื่องทำความเย็นที่ติดตั้งในอาคาร โดยวิธีดังต่อไปนี้
สูตร
TON คือ ความสามารถในการทำความเย็นที่ภาระเต็มพิกัด โดยมีหน่วยเป็นตันความเย็น ซึ่งหาได้จาก 5.707 x 10-3 CMM x ..H
CMM คือ ปริมาณลมเย็นที่ไหลผ่านชุดจ่ายลมเย็น โดยมีหน่วยเป็นลูกบาศก์ เมตรต่อนาที ให้ใช้ค่าจากการวัดความเร็วลมเฉลี่ยของชุดจ่ายลมเย็น คูณด้วยพื้นที่หน้าตัดเฉลี่ยของชุดจ่ายลมเย็นนั้น
..H คือ ค่าแตกต่างขอ Enthalpy ของอากาศที่ไหลออกจากชุดจ่ายลมเย็นและชุดลมกลับ โดยมีหน่วยเป็นกิโลจูลต่อกิโลกรัม
KW คือ กำลังไฟฟ้าที่ใช้ของเครื่องทำความเย็นทั้งระบบ โดยมีหน่วยเป็น กิโลวัตต์ ให้ใช้ค่าที่อ่านจากเครื่องวัดพลังไฟฟ้า


:: ให้ไว้ ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2538
:: (ลงชื่อ) ยิ่งพันธ์ มนะสิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือโดยที่เจ้าของอาคารควบคุมต้องอนุรักษ์พลังงาน ตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงานในอาคารของตน ให้เป็นไปตามมาตรฐานหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด ในกฎกระทรวงตามความใน มาตรา 21 แห่ง พระราชบัญญัติ การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
(ร.จ. เล่ม 112 ตอนที่ 46 ก หน้า 6 วันที่ 15 พฤศจิกายน 2538)
 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update