กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9  
 
:: กฎกระทรวง ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2538) ออกตามความในพระราชบัญญัติ การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 ข้อที่ 1-9

อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 6 วรรคสอง มาตรา 11 (4) และ (5) และ มาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติ การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม โดยคำแนะนำของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ออกกฎกระทรวงไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ในกฎกระทรวงนี้
"อาคารควบคุม" หมายถึง อาคารที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็น อาคารควบคุมตาม พระราชบัญญัติ การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535
"เจ้าของอาคารควบคุม" หมายความรวมถึงบุคคลอื่นซึ่งครอบครองอาคารควบคุมด้วย
ข้อ 2 เจ้าของอาคารควบคุมต้องดำเนินการจัดทำเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงานและดำเนินการอนุรักษ์พลังงาน ให้เป็นไปตามแผนและเป้าหมายเพื่อให้บรรลุสู่มาตรฐานตาม พระราชบัญญัติ การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535
ข้อ 3 ในการกำหนดเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงานตาม ข้อ 2 เจ้าของอาคารควบคุมต้องดำเนินการตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงานเพื่อใช้ประกอบ ในการกำหนดเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน โดยให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) ดำเนินการตรวจสอบ และวิเคราะห์การใช้พลังงานเบื้องต้นตามรายละเอียดในภาคผนวก 1 และจัดทำรายงานการตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงานเบื้องต้น ตามแบบที่กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมประกาศกำหนด เพื่อจัดส่งให้แก่กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานทุกสามปีนับแต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ
ในกรณีที่เป็นอาคารควบคุมก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกา กำหนดอาคารควบคุมมีผลใช้บังคับให้ดำเนินการ และจัดส่งรายงานครั้งแรกภายในหกเดือนนับแต่วันที่ กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ
(2) ดำเนินการตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงานโดยละเอียด ตามรายละเอียดในภาคผนวก 2 และจัดทำรายงานการตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงาน โดยละเอียดตามแบบที่กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมประกาศ กำหนดเพื่อจัดส่งให้แก่กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานทุกสามปีโดยครั้งแรกให้ดำเนินการ และจัดส่งภายในหกเดือนหลังจากการจัดส่งรายงานตาม (1)
(3) นำผลการตรวจสอบและวิเคราะห์ตาม (1) และ (2) มาจัดทำเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงานและจัดทำรายงานตามรายละเอียดในภาคผนวก 3 ส่งให้แก่กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานให้ความเห็นชอบทุกสามปี โดยครั้งแรกให้จัดส่งรายงานภายในหกเดือนหลังจากการจัดส่งรายงานตาม (2)
ข้อ 4 ในการกำหนดเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน เจ้าของอาคารควบคุมต้องมอบหมายให้ที่ปรึกษาด้านการอนุรักษ์พลังงานที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้กับ กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานเป็นผู้ช่วยดำเนินการให้
ข้อ 5 ในการดำเนินการตาม ข้อ 3 (2) หากมีความจำเป็นต้องติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดและบันทึกข้อมูลการใช้พลังงานโดยละเอียดเจ้าของอาคารควบคุม อาจยื่นขอขยายเวลาในการดำเนินการและจัดส่งรายงานออกไปได้เป็นระยะเวลา ไม่เกินหนึ่งเดือนทั้งนี้เพื่อติดตั้งเครื่องมือวัดดังกล่าว
ข้อ 6 ในกรณีที่เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ของอาคารควบคุมจำเป็นต้องหยุดทำงานชั่วคราว ในช่วงที่ปรึกษาด้านการอนุรักษ์พลังงานจะต้องทำการตรวจสอบ เจ้าของอาคารควบคุมอาจขอขยายระยะเวลาการดำเนินการหรือของการตรวจสอบเครื่องจักร หรืออุปกรณ์นั้นต่อกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานได้
การยื่นคำขอตามวรรคหนึ่งต้องยื่นล่วงหน้า ไม่น้อยกว่าสามเดือนก่อนครบกำหนดระยะเวลาตาม ข้อ 3 (1) หรือ (2) แล้วแต่กรณี
การอนุมัติให้ขยายระยะเวลาให้เป็นอำนาจของกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน หรือผู้ซึ่งกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานมอบหมาย
การให้งดการตรวจสอบเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ในกรมพัฒนาและส่งเสริม พลังงานหรือผู้ซึ่งกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานมอบหมายสั่งได้ ในกรณีที่เห็นว่าจะไม่กระทบต่อการจัดทำเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน และจะกำหนดเงื่อนไขให้มีการตรวจสอบเครื่องจักรหรืออุปกรณ์นั้นในระยะเวลาอื่นก็ได้
ข้อ 7 ให้เจ้าของอาคารควบคุมทำการตรวจสอบและวิเคราะห์การปฏิบัติ ตามเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงานที่กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงานให้ความเห็นชอบแล้ว และจัดทำรายงานตามรายละเอียดในภาคผนวก 4 ทุกหนึ่งปี โดยครั้งแรกให้ดำเนินการจัดส่งรายงานภายในหกเดือนหลังจากแผนอนุรักษ์พลังงานได้รับความเห็นชอบ
ให้เจ้าของอาคารควบคุมให้ความร่วมมือแก่เจ้าหน้าที่ที่กรมพัฒนาและ ส่งเสริมพลังงานจัดส่งไปทำการตรวจสอบความก้าวหน้าในการลงทุนดำเนินการตามแผนอนุรักษ์พลังงานตามสมควร
 
  ข้อ 8 ในการตรวจสอบและวิเคราะห์การปฏิบัติตามเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน ให้เจ้าของอาคารควบคุมดำเนินการให้ถูกต้องตามระบบและวิธีการที่ยอมรับตามมาตรฐานสากล และให้นำความใน ข้อ 4 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ 9 เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่ใช้เฉพาะในเวลาฉุกเฉิน หรือที่ใช้สำหรับการวิจัยพัฒนาโดยเฉพาะให้ได้รับยกเว้นจากการตรวจสอบแต่ให้ระบุลักษณะการใช้พลังงาน ไว้ในรายงานการตรวจสอบด้วย


:: ให้ไว้ ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2538
:: (ลงชื่อ) ยิ่งพันธ์ มนะสิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม

ภาคผนวก 1
วิธีดำเนินการในการตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงานเบื้องต้น การตรวจสอบและวิเคราะห์สภาพการใช้พลังงานเบื้องต้นในเครื่องจักรและอุปกรณ์ตลอดจนระบบต่าง ๆ ในอาคารควบคุมอย่างน้อยให้ดำเนินงานดังต่อไปนี้
(1) ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับ ระบบการใช้พลังงานระบบการใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์ของระบบต่าง ๆ ในอาคารตลอดจนตรวจสอบรายละเอียดของระบบส่งจ่ายกำลังไฟฟ้า ระบบแสงสว่าง ระบบปรับอากาศ ระบบผลิตและใช้ความร้อน และรูปร่างลักษณะอาคาร
(2) ตรวจวัดข้อมูลรายละเอียดสภาพการทำงานการใช้พลังงาน และการสูญเสียพลังงานของเครื่องจักรและอุปกรณ์ในระบบต่าง ๆ ในอาคารทั้งด้านพลังงานความร้อนและไฟฟ้า การวิเคราะห์การสูญเสียพลังงานให้วิเคราะห์ ดังต่อไปนี้
(ก) การสูญเสียจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงของอุปกรณ์ที่ใช้เชื้อเพลิง
(ข) การสูญเสียพลังงานจากผิวผนังเตา หม้อน้ำและอุปกรณ์ใช้ความร้อนอื่น ๆ รวมทั้งการสูญเสียความร้อนจากท่อไอน้ำและท่อส่งความร้อนอื่น ๆ
(ค) การสูญเสียไฟฟ้าเนื่องจากระบบแสงสว่าง ระบบปรับอากาศ ตลอดจนประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ไฟฟ้า รวมถึงการมีตัวประกอบกำลังไฟฟ้า (power factor) ต่ำกว่าปกติ
(ง) การสูญเสียอื่น ๆ
(3) การตรวจวัดการใช้พลังงาน และการสูญเสียพลังงานอย่างน้อยต้องปฏิบัติดังนี้
(ก) สำหรับเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่มีการใช้พลังความร้อนเทียบเท่า เฉลี่ยระหว่าง 175- 350 kw. หรือใช้พลังไฟฟ้าระหว่าง 20 - 50 kw. ให้ดำเนินการตรวจวัดข้อมูลเฉพาะสภาพการทำงานและลักษณะของการใช้พลังงาน และการสูญเสียพลังงานที่สำคัญในระดับเบื้องต้น
(ข) สำหรับเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่มีขนาดพิกัดการใช้พลังความร้อน ต่อเนื่องน้อยกว่า 175 kw.หรือใช้พลังงานไฟฟ้าน้อยกว่า 20 kw. การหาข้อมูลรายละเอียดการใช้พลังงานให้ใช้วิธีสังเกตจากภายนอก
(4) สำรวจหาข้อมูลเบื้องต้นในการหาศักยภาพในการใช้พลังงานรูปอื่น
(5) ประเมินศักยภาพในเบื้องต้นของการอนุรักษ์พลังงานในด้านเทคนิคและ การลงทุนของเครื่องจักรอุปกรณ์และระบบต่าง ๆ ในเรื่องดังต่อไปนี้
(ก) การลดความร้อนจากแสงอาทิตย์ที่เข้ามาในอาคาร
(ข) การปรับอากาศอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการรักษาอุณหภูมิภายในอาคารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
(ค) การใช้วัสดุก่อสร้างอาคารที่ช่วยอนุรักษ์พลังงาน
(ง) การใช้แสงสว่างในอาคารอย่างมีประสิทธิภาพ
(จ) การใช้และติดตั้งเครื่องจักรอุปกรณ์ และวัสดุที่ก่อให้เกิดการอนุรักษ์พลังงานในอาคาร
(ฉ) การใช้ระบบควบคุมการทำงานของเครื่องจักรและอุปกรณ์
(ช) การอนุรักษ์พลังงานในอาคารโดยวิธีอื่น ๆ เช่น การปรับปรุงประสิทธิภาพการเผาไหม้เชื้อเพลิงการนำพลังงานที่เหลือจากการใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ การใช้อุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงและการป้องกันการสูญเสียพลังงานความร้อนเป็นต้น
(6) ตรวจสอบการกรอกข้อมูลในแบบส่งข้อมูล ฯ (บพอ. 1) และแบบบันทึกข้อมูล ฯ (บพอ. 2) ตาม กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2538) ออกตามความในพระราชบัญญัติ การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 ของอาคารควบคุม
(7) ประเมินผลการอนุรักษ์พลังงานและผลการลงทุน ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการอนุรักษ์พลังงานที่ผ่านมา
(8) วิเคราะห์ประสิทธิภาพของการบริหารการอนุรักษ์พลังงานโดยพิจารณา จากการจัดองค์กรกิจกรรมขีดความสามารถของบุคลากรและทัศนคติของผู้บริหารและ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
(9) ในการดำเนินการต้องใช้เครื่องมืออย่างน้อยดังนี้
(ก) ด้านความร้อน
(1) เครื่องวัดประสิทธิภาพการเผาไหม้
(2) เครื่องวัดอุณหภูมิผิว โดยมีหัววัดทั้งแบบ Contact และ แบบ Immersion (pocket thermometer)
(3) เครื่องวัดอุณหภูมิแบบใช้รังสี (radiation thermometer)
(4) เครื่องวัดสภาพความเป็นกรดหรือด่าง (pH. meter)
(5) เครื่องวัดสภาพความนำไฟฟ้าของน้ำ (conductivity meter)
(6) เครื่องวัดความเร็วแก๊ส (gas velocity meter)
(7) เครื่องมือตรวจสอบกับดักไอน้ำ
(8) เครื่องวัดและบันทึกอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ของอากาศ (thermometer & hygrometer)
(9) เครื่องวัดปริมาณการไหลของน้ำในท่อ (flowmeter)
(ข) ด้านไฟฟ้า
(1) เครื่องบันทึกพลังไฟฟ้า (kw recorder meter)
(2) เครื่องวัดพลังไฟฟ้า, แรงดันไฟฟ้า, กระแสไฟฟ้า (kw. volt} emp.meter)
(3) เครื่องวัดตัวประกอบกำลังไฟฟ้า (power factor meter)
(4) เครื่องวัดความเข้มของแสง (lox meter)
(5) เครื่องวัดและบันทึกกระแสไฟฟ้า
(6) เครื่องวัดความเร็วรอบ
(7) เครื่องวัดความเร็วลม

ภาคผนวก 2
วิธีดำเนินการในการตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงานโดยละเอียด
การตรวจสอบและวิเคราะห์การใช้พลังงานโดยละเอียดในเครื่องจักรและอุปกรณ์ ตลอดจนระบบต่าง ๆ ในอาคารควบคุมอย่างน้อยให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับระบบการใช้พลังงาน ระบบการใช้เครื่องจักร และอุปกรณ์ของระบบต่าง ๆ ในอาคารโดยละเอียดตลอดจนตรวจสอบรายละเอียดของ ระบบส่งจ่ายกำลังไฟฟ้าระบบแสงสว่าง ระบบปรับอากาศ ระบบผลิตและใช้ความร้อน และรูปร่างลักษณะอาคารเพื่อให้ทราบระดับการใช้พลังงานเมื่อเทียบกับระดับที่ กฎกระทรวงกำหนด
(2) ตรวจวัดข้อมูลรายละเอียดสภาพการทำงานและการใช้พลังงานและ การสูญเสียพลังงานของเครื่องจักรและอุปกรณ์ในระบบต่าง ๆ ในอาคารทั้งด้าน พลังงานความร้อนและไฟฟ้า โดยทำการตรวจวัดและบันทึกอย่างต่อเนื่องหรือ เป็นช่วงเวลาอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อให้ทราบถึงสภาพการทำงานและวิเคราะห์ การสูญเสียพลังงานโดยจัดทำสมดุลย์พลังงานความร้อนของอุปกรณ์หลักและสมดุลย์ พลังงานของอาคารทั้งหมดการวิเคราะห์การสูญเสียพลังงานให้วิเคราะห์ดังต่อไปนี้
(ก) การสูญเสียจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงของอุปกรณ์ที่ใช้เชื้อเพลิง
(ข) การสูญเสียพลังงานจากผิวผนังของเตา หม้อน้ำและอุปกรณ์ใช้ความร้อนอื่น ๆ รวมทั้งการสูญเสียความร้อนจากท่อไอน้ำและท่อส่งความร้อนอื่น ๆ
(ค) การสูญเสียไฟฟ้าเนื่องจากระบบแสงสว่าง ระบบปรับอากาศ ตลอดจนจากประสิทธิการทำงานของเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ไฟฟ้ารวมถึง การมีตัวประกอบกำลังไฟฟ้า (power factor) ต่ำกว่าปกติ
(ง) การสูญเสียอื่น ๆ
(3) การตรวจวัดการใช้พลังงานและการสูญเสียพลังงานอย่างน้อย ต้องปฏิบัติดังนี้
(ก) สำหรับเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ ที่มีการใช้พลังความร้อนเทียบเท่าเฉลี่ยระหว่าง 175 - 350 kW. หรือใช้พลังไฟฟ้าระหว่า 20 - 50 kW. ให้ดำเนินการตรวจวัดข้อมูลเฉพาะสภาพการทำงานลักษณะของการใช้พลังงานและ การสูญเสีย พลังงานที่สำคัญโดยละเอียด
(ข) สำหรับเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่มีขนาดพิกัดการใช้พลังความร้อน ต่อเนื่องน้อยกว่า 175 kW. หรือใช้พลังไฟฟ้าน้อยกว่า 20 kW. การหาข้อมูลรายละเอียด การใช้พลังงานให้ใช้วิธีสังเกตจากภายนอก
(4) สำรวจหาข้อมูลโดยละเอียดในการหาศักยภาพในการใช้พลังงาน รูปอื่น
(5) ประเมินศักยภาพการอนุรักษ์พลังงานในด้านเทคนิค ในระดับการปรับปรุงระบบทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม และในระดับการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เครื่องจักรหลักทำการออกแบบเชิงวิศวกรรมในระดับเบื้องต้น (cnceptualdesign) เพื่อให้สามารถประเมินการลงทุนได้อย่างใกล้เคียงทำการวิเคราะห์ทางด้าน เศรษฐศาสตร์และทางด้านการเงินในแต่ละมาตรการซึ่งมีศักยภาพการอนุรักษ์พลังงาน และมีศักยภาพในการใช้พลังงานรูปอื่น โดยมีรายละเอียดในระดับที่สามารถขอการสนับสนุนทางการเงินจากสถาบันการเงินได้
(6) ตรวจสอบการกรอกข้อมูลในแบบส่งข้อมูลฯ (บพอ. 1) และ แบบบันทึกข้อมูล (บพอ. 2) ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2538) ออกตามความในพระราชบัญญัติ การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 ของอาคารควบคุม
(7) ให้ประเมินผลการอนุรักษ์พลังงานและผลการลงทุนตลอดจนปัญหา และอุปสรรคในการดำเนินการอนุรักษ์พลังงานที่ผ่านมา
(8) วิเคราะห์ประสิทธิภาพของการบริการอนุรักษ์พลังงาน โดยพิจารณาจากการจัดองค์การกิจกรรม ขีดความสามารถของบุคลากร และทัศนคติของผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
(9) ในการดำเนินการต้องใช้เครื่องมืออย่างน้อยดังนี้
(ก) ด้านความร้อน
(1) เครื่องวัดประสิทธิภาพการเผาไหม้ (โดยสามารถวัด ได้ทั้งปริมาณ O2 หรือ CO2 และ CO)
(2) เครื่องวัดอุณหภูมิโดยมีหัววัดทั้งแบบ Contact และแบบ Immersion (pocket thermometer)
(3) เครื่องวัดอุณหภูมิแบบใช้รังสี (rediation thermometer)
(4) เครื่องวัดความร้อนสูญเสีย (heat flowmeter)
(5) เครื่องมือตรวจสอบคุณภาพน้ำ
(6) เครื่องวัดความเร็วแก๊ส (gas velocity meter)
(7) เครื่องวัดและบันทึกอุณหภูมิ โดยสามารถวัดและบันทึกอุณหภูมิได้หลายจุด (multipoint thermometer & recorder)
(8) เครื่องวัดปริมาณการไหลของน้ำในท่อ (flowmeter)
(9) เครื่องวัดอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์
(10) เครื่องวัดและบันทึกอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์
(11) มิเตอร์วัดไอน้ำและคอนเดนเสท
(12) มิเตอร์วัดน้ำมันเชื้อเพลิงและมิเตอร์วัดแก๊สเชื้อเพลิง
(ข) ด้านไฟฟ้า
(1) เครื่องบันทึกพลังไฟฟ้า (kW recorder meter)
(2) เครื่องวัดพลังไฟฟ้า, แรงดันไฟฟ้า, กระแสไฟฟ้า (kW, volt, amp.meter)
(3) เครื่องวัดตัวประกอบกำลังไฟฟ้า (power factor meter)
(4) เครื่องวัดความเข้มของแสง (lux meter)
(5) เครื่องวัดและบันทึกกระแสไฟฟ้า
(6) เครื่องวัดความเร็วรอบ
(7) เครื่องวัดความเร็วลม

ภาคผนวก 3
วิธีดำเนินการจัดทำเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงานในอาคารควบคุมเป้าหมาย และแผนอนุรักษ์พลังงานของอาคารควบคุมต้องประกอบด้วยรายละเอียดต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
(1) รายงานการตรวจสอบและ วิเคราะห์การใช้พลังงานโดยละเอียดครั้งหลังสุดที่จัด
(2) เป้าหมายการอนุรักษ์พลังงานและแผนการดำเนินการ 3 ปี ต้องประกอบด้วย
(2.1) ข้อมูลทั่วไป (ชื่อ ที่อยู่อาคารควบคุม)
(2.2) ระดับการใช้พลังงานเทียบกับระดับที่กฎกระทรวงกำหนด
(2.3) เป้าหมายเชิงปริมาณในการปรับปรุงระดับการใช้พลังงาน
(2.4) มาตรการอนุรักษ์พลังงาน
(2.5) แผนดำเนินการเพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
(2.6) มูลค่าการประหยัดที่คาดว่าจะได้รับ
(2.7) ผลวิเคราะห์การลงทุน
- ทางด้านเศรษฐศาสตร์ ประกอบด้วย ระยะเวลาคืนทุน และ EIRR
- ทางด้านการเงิน ประกอบด้วย Cash Flow และ FIRR
(3) เป้าหมายอื่น ๆ (ถ้ามี) นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงที่ออก ตามความใน มาตรา 19 แห่ง พระราชบัญญัติ การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 ซึ่งประกอบด้วย
(3.1) ระดับการใช้พลังงานในปัจจุบัน
(3.2) เป้าหมายเชิงปริมาณในการปรับปรุงระดับการใช้พลังงาน
(3.3) มาตรการอนุรักษ์พลังงานและรายละเอียดแผนการดำเนินงาน
(3.4) มูลค่าการประหยัดพลังงานที่คาดว่าจะได้รับ
(3.5) ผลการวิเคราะห์การลงทุน
- ทางด้านเศรษฐศาสตร์ ประกอบด้วย ระยะเวลาคืนทุน และEIRR
- ทางด้านการเงิน ประกอบด้วย Cash Flow และ FIRR
(4) คำขอรับการสนับสนุนทางด้านการเงินจากกองทุน เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานรายมาตรการ (ถ้ามี)

ภาคผนวก 4
วิธีดำเนินการและการจัดทำรายงานการตรวจสอบ และวิเคราะห์การปฏิบัติตามเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน
การตรวจสอบและวิเคราะห์การปฏิบัติตามเป้าหมายและแผนอนุรักษ์พลังงาน ของอาคารควบคุมต้องประกอบด้วยรายละเอียดต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
(1) ข้อมูลทั่วไป (ชื่อ ที่อยู่อาคารควบคุม)
(2) เป้าหมาย มาตรการและแผนดำเนินการที่ได้กำหนดไว้ในเป้าหมาย และแผนอนุรักษ์พลังงานในอาคารควบคุมที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว
(3) ผลการดำเนินการตามแผนใน ข้อ (2)
(4) ผลการอนุรักษ์พลังงานที่ได้รับจริงเปรียบเทียบผล และเป้าหมายที่ตั้งไว้การลงทุน มูลค่าการประหยัด ระยะเวลาคืนทุน และ FIRR)
(5) ปัญหาอุปสรรคในการดำเนินการ
(6) รายละเอียดการเบิกจ่ายเงินกองทุนในการดำเนินการตาม ข้อ 3 (ถ้ามี)
(7) ความเห็นและข้อเสนอแนะของเจ้าของอาคารควบคุมเพื่อปรับปรุง
การอนุรักษ์พลังงานในอาคารของตน และเพื่อปรับปรุงงานอนุรักษ์พลังงานของกรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้คือ โดยที่บทบัญญัติใน มาตรา 11 (4) และ (5) ประกอบกับ มาตรา 22 แห่ง พระราชบัญญัติ การส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน พ.ศ. 2535 ได้กำหนดให้เจ้าของอาคารควบคุมมีหน้าที่กำหนดเป้าหมาย และแผนอนุรักษ์พลังงานของอาคารควบคุมและส่งให้แก่ กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมตาม หลักเกณฑ์ วิธีการและระยะเวลา ที่กำหนดในกฎกระทรวงและจะต้องทำการตรวจสอบ และวิเคราะห์การปฏิบัติตามเป้าหมาย และแผนอนุรักษ์พลังงานตามหลักเกณฑ์ วิธีการและระยะเวลาที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
(ร.จ. เล่ม 112 ตอนที่ 46 ก หน้า 21 15 พฤศจิกายน 2538)
 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update