กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13  
 
:: กฎกระทรวง ฉบับที่ 56 (พ.ศ. 2534) ออกตามความในพระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทยแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2) ข้อที่ 1-13

อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 4 แห่ง พระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทยแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 6 แห่ง กฎกระทรวง เศรษฐการว่าด้วยการนำร่อง ออกตามความใน มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทยแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ 28 (พ.ศ. 2517) ออกตามความในพระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทยแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2) และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 6 ในการสอบไล่เป็นผู้นำร่องชั้น 2 ค. ให้อธิบดีกรมเจ้าท่าตั้งคณะกรรมการสอบไล่ขึ้นคณะหนึ่ง มีจำนวนสามคนประกอบ
(1) หัวหน้าผู้นำร่อง
(2) ผู้อำนวยการกองตรวจการขนส่งทางน้ำ
(3) นายเรือของเรือต่างประเทศ"
ข้อ 2 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 10 และ ข้อ 11 แห่ง กฎกระทรวง เศรษฐการว่าด้วยการนำร่อง ออกตามความใน มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทยแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ 28 (พ.ศ. 2517) ออกตามความในพระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทยแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2) และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 10 การเลื่อนชั้นของผู้นำร่อง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(1) ผู้ที่จะเลื่อนชั้นเป็นผู้นำร่องชั้น 2 ข. ได้ต้องได้รับใบอนุญาต เป็นผู้นำร่องชั้น 2 ค. และได้ทำการนำร่องมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปี นับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้นำร่องครั้งแรก และได้ทำการนำร่องเรือที่มีความยาว ตลอดลำตั้งแต่ 350 ฟุตขึ้นไป ภายในเขตท่าที่กำหนดให้ทำการนำร่อง ขาเข้าไม่น้อย กว่าสิบเที่ยว ขาออก ไม่น้อยกว่าสิบเที่ยว
(2) ผู้ที่จะเลื่อนชั้นเป็นผู้นำร่องชั้น 2 ก. ได้ต้องได้รับอนุญาตเป็น ผู้นำร่องชั้น 2 ข. มาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี และได้ทำการนำร่องเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสองปี นับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต เป็นผู้นำร่องครั้งแรก และได้ทำการนำร่องเรือที่มีความยาวตลอดลำ ตั้งแต่ 400 ฟุต ขึ้นไป ภายในเขตท่าที่กำหนดให้ทำการนำร่องขาเข้า ไม่น้อยกว่าสิบเที่ยว ขาออกไม่น้อยกว่าสิบเที่ยว
(3) ผู้ที่จะเลื่อนชั้นเป็นผู้นำร่องชั้น 1 ได้ ต้องได้รับใบอนุญาตเป็น ผู้นำร่องชั้น 2 ก. มาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี และได้ทำการนำร่องเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสี่ปี นับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต เป็นผู้นำร่องครั้งแรก และได้ทำการนำร่องเรือที่มีความยาวตลอดลำ ตั้งแต่ 450 ฟุตขึ้นไป ภายในเขตท่าที่กำหนดให้ทำการนำร่อง ขาเข้าไม่น้อยกว่าสิบเที่ยว ขาออกไม่น้อยกว่าสิบเที่ยว
(4) ผู้ที่จะเลื่อนชั้นเป็นผู้นำร่องชั้นอาวุโสได้ ต้องได้รับใบอนุญาตเป็นผู้นำร่องชั้น 1 มาแล้วไม่น้อยกว่าสองปี และได้ทำการนำร่องเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าหกปี นับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้นำร่องครั้งแรก และได้ทำการนำร่องเรือที่มี ความยาวตลอดลำตั้งแต่ 500 ฟุตขึ้นไป ภายในเขตท่าที่กำหนดให้ทำการนำร่อง ขาเข้าไม่น้อยกว่าสิบเที่ยว ขาออกไม่น้อยกว่าสิบเที่ยว
ผู้นำร่องที่มีความประสงค์จะขอเลื่อนชั้น ให้ยื่นคำขอต่อหัวหน้าผู้นำร่อง แล้วให้หัวหน้าผู้นำร่องขอความเห็นจากผู้นำร่องชั้น ที่สูงกว่าทั้งหมด ซึ่งทำการนำร่องในเขตท่าหรือน่านน้ำเดียวกัน ถ้าความเห็นส่วนมากเห็นว่าผู้นั้นมีคุณสมบัติเหมาะสม ให้หัวหน้าผู้นำร่องเสนอความเห็นต่ออธิบดีกรมเจ้าท่าเพื่อพิจารณาชี้ขาดและออกใบอนุญาตที่ขอเลื่อนชั้นให้
 
  " ข้อ 11 ผู้นำร่องชั้นอาวุโสซึ่งได้ทำการนำร่องมาแล้ว เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสิบปี นับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้นำร่องชั้น 2 ค. ให้อธิบดีกรมเจ้าท่าพิจารณาเสนอรายนามต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเพื่อ ประกาศรับรองเป็นผู้เชี่ยวชาญการนำร่อง"
ข้อ 3 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 20 แห่ง กฏกระทรวง เศรษฐการว่าด้วยการนำร่อง ออกตามความใน มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทยแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2) และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 20 อธิบดีกรมเจ้าท่ามีสิทธิที่จะอนุญาตให้ผู้นำร่องลาพักหรือลาป่วยได้ แต่ถ้าอธิบดีกรมเจ้าท่าไม่อยู่ ก็ให้ผู้อำนวยการกองนำร่องอนุญาต ให้ลาได้เฉพาะกรณีดังต่อไปนี้
(1) ป่วยในเมื่อมีใบรับรองแพทย์แผนปัจจุบัน ชั้น 1
(2) กิจธุระส่วนตัวอันจำเป็นในเมื่อหัวหน้าผู้นำร่องรับรองว่า จะไม่เสียการงานในรอบเวรของผู้นั้น
ข้อ 4 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 26 แห่ง กฎกระทรวง เศรษฐการว่าด้วยการนำร่อง ออกตามความใน มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทยแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2) และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 26 ในกรณีที่อธิบดีกรมเจ้าท่าสั่งเพิกถอน ยึด หรือลดชั้นใบอนุญาต นำร่องใดตามบทบัญญัติแห่ง พระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทยแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2) ผู้นำร่องนั้นจะต้องรีบส่งใบอนุญาตคืนให้ผู้อำนวยการกอง ตรวจการขนส่งทางน้ำ"
ข้อ 5 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 32 แห่ง กฎกระทรวง เศรษฐการว่าด้วยการนำร่อง ออกตามความใน มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทยแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2) และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 32 ในกรณีที่ผู้นำร่องที่จะทำการนำร่องเรือลำใดเห็นว่าเครื่องจักร หรือเครื่องประกอบเรือต่าง ๆ มีสภาพไม่เรียบร้อยพอที่จะป้องกันมิให้เกิดภยันตรายได้แล้ว จะงดการนำร่องเรือลำนั้นไว้จนกว่านายเรือจะจัดการ ให้เรียบร้อยเสียก่อนก็ได้ แต่ถ้านายเรือขืนจะให้ทำการนำร่องเรือในขณะนั้น ให้ได้ก็ให้รายงานต่อเจ้าท่าซึ่งจะเป็นผู้วินิจฉัยและสั่งการโดยเด็ดขาด"
ข้อ 6 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 37 แห่ง กฎกระทรวง เศรษฐการว่าด้วยการนำร่อง ออกตามความใน มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทยแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2) และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 37 ผู้นำร่องที่ทำการนำร่องจะต้องแนะนำนายเรือให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทย กฎหมายว่าด้วยการป้องกันเรือโดนกัน และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด
คำว่า "ทำการนำร่อง" ให้หมายความว่า เข้าทำหน้าที่ช่วยเหลือ หรือทำหน้าที่แทนนายเรือเฉพาะในเรื่องการเดินเรือ และการบังคับเรือให้เคลื่อนเดินไปอย่างปลอดภัยในเขตท่าหรือน่านน้ำซึ่งบังคับให้เป็นเขตที่ต้องเดินเรือโดยมีผู้นำร่อง โดยนายเรือรับรู้และเห็นชอบด้วยกับคำบอกคำแนะนำ หรือคำสั่งการของผู้นำร่อง"
ข้อ 7 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 44 ข้อ 45 ข้อ 46 และ ข้อ 47 แห่ง กฎกระทรวงเศรษฐการ ว่าด้วยการนำร่อง ออกตามความใน มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทยแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2) และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 44 ผู้นำร่องที่ทำการนำร่องเรือเข้าหรือออกในเขตท่าเรือใด จะต้องนำร่องเรือไปเข้าหรือออกจากที่ทอดสมอ ผูกทุ่น หรือเทียบท่าตามคำสั่งของผู้อำนวยการกองนำร่องหรือหัวหน้าผู้นำร่องแล้วแต่กรณี
" ข้อ 45 ผู้นำร่องจะทำการนำร่องเรือซึ่งจะออกไปพ้นเขตน่านน้ำไทย จากท่าหรือตำบลใดได้ต่อเมื่อเรือนั้นได้มีใบอนุญาตเรือออกจากท่าแล้ว และจะเลื่อนที่จอดเรือภายในเขตซึ่งบังคับให้เป็นเขตที่ต้องเดินเรือ โดยมีผู้นำร่องได้ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่ หรือตามระเบียบการนำร่อง
" ข้อ 46 ผู้นำร่องที่ทำการนำร่องเรือลำใดเข้าหรือออกไปส่ง ณ ที่ใด ๆ ก็ตามต้องอยู่ต่อไปในเรือจนกว่าเรือลำนั้นได้ทอดสมอผูกทุ่น หรือเทียบท่าเรียบร้อยแล้วหรือจนกว่าจะนำร่องเรือไปพ้นเขต ซึ่งบังคับให้เป็นเขตที่ต้องเดินเรือโดยมีผู้นำร่องแล้วจึงจะไปจากเรือลำนั้นได้ เว้นไว้แต่มีเหตุอันสมควร หรือได้ทำความตกลงกับนายเรือไว้โดยมีหลักฐานเป็นหนังสือ
" ข้อ 47 ผู้นำร่องทุกคนที่ทำการนำร่องเรือลำใดต้องใช้ความระมัดระวัง และพยายามให้มากที่สุดที่จะหลีกเลี่ยง หรือป้องกันมิให้เกิดอันตราย หรือเสียหายแก่เรือลำนั้นหรือเรืออื่น หรือแก่ทรัพย์สิ่งของอย่างใด ๆ โดยเข้าปฏิบัติหน้าที่แทน สั่งการแทน หรือแนะนำนายเรือให้กระทำ หรือหลีกเลี่ยงการกระทำใด ๆ เพื่อป้องกันความเสียหายดังกล่าว แต่นายเรือยังคงมีอำนาจที่จะระงับคำสั่งการของผู้นำร่อง หรือไม่ปฏิบัติตามคำบอกหรือคำแนะนำของผู้นำร่องก็ได้ ถ้าหากเห็นว่าไม่ปลอดภัย หรือจะทำให้เกิดอันตราย หรือเกิดความเสียหายดังกล่าวนั้นขึ้นได้
ถ้ามีเหตุอันตรายเกิดในระหว่างที่ทำการนำร่อง ผู้นำร่องนั้นต้องรายงานเป็นหนังสือแจ้งเหตุไปยังเจ้าท่าตาม ข้อ 48 และ ข้อ 49 โดยอนุโลม"
ข้อ 8 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 49 ข้อ 50 ข้อ 51 และ ข้อ 52 แห่ง กฎกระทรวงเศรษฐการ ว่าด้วยการนำร่อง ออกตามความใน มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทยแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2) และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 49 เรือลำใดเดินเรือโดยมีผู้นำร่อง และเรือลำนั้นเกยที่ตื้น โดยเรือหรือทุ่นหรือประสบอันตรายอย่างใด ๆ ก็ดีผู้นำร่องนั้นต้องรายงานด่วนเสนอต่อเจ้าท่า ดังรายการต่อไปนี้
(1) ที่เกิดเหตุ
(2) ทิศเล็งของที่หมายประจำที่ต่าง ๆ ซึ่งแลเห็นได้
(3) อัตรากินน้ำลึกของเรือขณะนั้น
(4) ลักษณะของกระแสน้ำและท้องทะเล
(5) ทิศและกำลังของลม
(6) ความเร็วของเรือขณะเกิดเหตุ
(7) เวลาที่เกิดเหตุ
(8) พฤติการณ์ซึ่งเกิดเหตุนั้น
(9) ความเสียหายเท่าที่ตรวจได้ในเวลานั้น
(10) เวลาที่เรือนั้นเกยที่ตื้นนานเท่าใด
(11) เรือหลุดออกจากที่ตื้นได้ด้วยวิธีใด
(12) รายการอื่น ๆ ที่ควรบอก
(13) แสดงแผนที่สังเขป ถ้าสามารถจะทำได้
ผู้นำร่องจะขอให้นายเรือลำนั้น ลงนามร่วมในรายงาน หรือแยกทำรายงานต่างหาก เพื่อประกอบรายงานของตนก็ได้ กฎกระทรวงข้อนี้ให้ใช้บังคับตลอดถึงผู้นำร่องเรือจูงในกรณีที่เรือที่ถูกจูงไม่มีผู้นำร่องด้วย
" ข้อ 50 ถ้าผู้นำร่องคนใดไม่พอใจในมรรยาทของนายเรือลำใด ก็ให้ทำรายงานเสนอจนถึงผู้อำนวยการกองตรวจการขนส่งทางน้ำหรือเจ้าท่า
" ข้อ 51 เมื่อเสร็จสิ้นการนำร่องเรือ หรือเลื่อนที่จอดเรือครั้งหนึ่ง ครั้งใด แล้วผู้นำร่องต้องให้นายเรือกรอกข้อความ และลงนามในใบสำคัญตาม แบบ น.1 ท้ายกฎกระทรวงนี้ เพื่อรับรองว่าผู้นำร่องได้ทำการนำร่องเรือไปโดยเรียบร้อย แล้วเสนอต่อหัวหน้าผู้นำร่องในโอกาสแรกที่ผู้นำร่องกลับถึงที่ทำการนำร่องเพื่อพิจารณาหรือสั่งการตามที่เห็นสมควร
" ข้อ 52 เขตท่าหรือน่านน้ำ ซึ่งบังคับให้เป็นเขตที่ต้องเดินเรือ โดยมีผู้นำร่องนั้นให้กำหนดเขตไว้ ดังต่อไปนี้
(1) ตั้งแต่เขตน้ำลึกประมาณ 8 เมตร นอกสันดอน ซึ่งปรากฏในแผนที่สันดอนปากน้ำเจ้าพระยาใกล้กับสถานีนำร่อง ผ่านเขตท่าเรือ กรุงเทพ ฯ ตลอดจนสุดเขตด้านเหนือของท่าเรือกรุงเทพฯ
(2) เขตท่าหรือน่านน้ำอื่น ๆ นอกจากที่กล่าวไว้ใน (1) ตามแต่จะได้ออกกฎกระทรวงเพิ่มเติมต่อไป"
ข้อ 9 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 55 แห่ง กฎกระทรวง เศรษฐการว่าด้วยการนำร่อง ออกตามความใน มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทยแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2) และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 55 ในเขตท่าหรือน่านน้ำซึ่งบังคับให้เป็นเขตที่ต้องเดินเรือ โดยมีผู้นำร่องถ้าเรือใดฝ่าฝืนไม่ใช้ผู้นำร่อง เรือลำนั้นต้องเสียค่าจ้างนำร่องเป็นเงินสองเท่าของอัตราแห่งพิกัดที่กำหนดไว้เว้นแต่จะพิสูจน์ ได้ว่าการที่ไม่ใช้ผู้นำร่องนั้นเกิดขึ้นเพราะข้อหนึ่งข้อใดในกรณีต่อไปนี้ จึงให้เสียค่าจ้างนำร่องตามพิกัด คือ
(1) ได้รับแจ้งจากผู้นำร่องให้แล่นตามเรือลำหนึ่งลำใด ซึ่งมีผู้นำร่องอยู่แล้ว
(2) ไม่มีผู้นำร่อง
ในกรณีแรกเป็นหน้าที่ของผู้นำร่องต้องรายงานตามลำดับชั้นจนถึงเจ้าท่า ส่วนกรณีหลังเป็นหน้าที่ของนายเรือต้องชี้แจงเหตุผลให้เจ้าท่าทราบโดยด่วนถ้าเจ้าท่าไม่พอใจในเหตุผลนั้น จะไม่ยอมผ่อนผันลดให้ และคงเก็บสองเท่าก็ได้"
ข้อ 10 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 64 แห่ง กฎกระทรวง เศรษฐการว่าด้วยการนำร่อง ออกตามความใน มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทยแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2) และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 64 เรือที่จะเข้ามารับผู้นำร่อง จะต้องมารับ ณ จุดรับผู้นำร่อง ซึ่งจะต้องห่างจากสถานีนำร่องไม่น้อยกว่าระยะ 600 เมตร ในการนี้จะต้องลดความเร็วหรือหยุดเครื่องหรือถ้าจำเป็นก็ต้องทอดสมอเพื่อให้ความสะดวกแก่ผู้นำร่องซึ่งจะต้องห่าง จากสถานีนำร่องไม่น้อยกว่าระยะ 600 เมตร ในการนี้จะต้องลดความเร็วหรือหยุดเครื่อง หรือถ้าจำเป็นก็ต้องทอดสมอ เพื่อให้ความสะดวกแก่ผู้นำร่องขึ้นเรือตนเท่าที่จะสามารถทำได้"
ข้อ 11 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 67 ข้อ 68 และ ข้อ 69 แห่ง กฎกระทรวง เศรษฐการว่าด้วยการนำร่อง ออกตามความใน มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทยแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2) และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 67 เรือทุกลำที่เข้าออกระหว่างเขตท่าหรือน่านน้ำใด ๆ ซึ่งบังคับให้เป็นเขตที่ต้องเดินเรือโดยมีผู้นำร่อง จะต้องอนุญาตให้ผู้นำร่อง โดยสารจากที่แห่งหนึ่งไปถึงที่อีกแห่งหนึ่งโดยไม่คิดค่าโดยสารและให้เรือที่ต้องใช้ผู้นำร่อง ให้ที่พักและอาหารตลอดเวลาที่อยู่ในเรือนั้น ตามควรแก่ฐานะของผู้นำร่องนั้นโดยไม่คิดมูลค่า
" ข้อ 68 การเดินทางไปหรือกลับระหว่างที่พักหรือที่ทำการของผู้นำร่องกับเรือที่ใช้ผู้นำร่องในเขตท่าใด ๆ ให้เป็นหน้าที่ของเจ้าของเรือ หรือตัวแทนของเจ้าของเรือที่ใช้ผู้นำร่องนั้นเป็นผู้จัดหายานพาหนะ ที่มีความปลอดภัยและเหมาะสมแก่ฐานะของผู้นำร่อง
" ข้อ 69 เรือทุกลำซึ่งบังคับให้ต้องเดินเรือโดยมีผู้นำร่องและกำลังเดินอยู่ในภายในเขตท่าหรือน่านน้ำ ซึ่งบังคับให้เป็นเขตที่ ต้องเดินเรือโดยมีผู้นำร่องจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำอันชอบของผู้นำร่อง เพื่อให้การนำร่องดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยและถูกต้อง"
ข้อ 12 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 71 แห่ง กฎกระทรวง เศรษฐการว่าด้วยการนำร่อง ออกตามความใน มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทยแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ 41 (พ.ศ. 2523) ออกตามความในพระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทยแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2) และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 71 ภายในเขตที่กำหนดใน ข้อ 52 (1) จะมีผู้นำร่องที่จะอนุญาตให้ทำการนำร่องได้ไม่เกินห้าสิบห้าคน และมีผู้ฝึกการนำร่องของรัฐบาลได้ไม่เกินสิบคน ทั้งนี้ไม่รวมผู้นำร่องพิเศษ"
ข้อ 13 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 72 แห่ง กฎกระทรวง เศรษฐการว่าด้วยการนำร่อง ออกตามความใน มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทยแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2) และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 72 ถ้าอธิบดีกรมเจ้าท่าเห็นว่าควรเพิ่มหรือลดจำนวนผู้นำร่อง หรือผู้ฝึกการนำร่องแตกต่างไปจากจำนวนที่กำหนดไว้ใน ข้อ 71 เป็น ครั้งคราวด้วยเหตุใด ๆ ก็ตามก็อนุญาตให้ทำได้เมื่อได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม"

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎกระทรวง เศรษฐการว่าด้วยการนำร่อง ออกตามความใน มาตรา 4 แห่ง พระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทยแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2477 (ฉบับที่ 2) ในส่วนที่เกี่ยวกับการเลื่อนชั้นของผู้นำร่องและจำนวนของผู้นำร่องยังไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน กล่าวคือ ในปัจจุบันมีเรือเข้าออกในเขตท่าหรือน่านน้ำมากขึ้นกว่าเดิมทุกปี ทำให้ผู้นำร่องแต่ละนายได้รับประสบการณ์ในการนำร่องเรือเพิ่มขึ้นกว่าเดิม สมควรลดระยะเวลาการนำร่องเรือเพื่อการเลื่อนชั้นของผู้นำร่องลงจากเดิม และขณะนี้ได้มีการสร้าง และขยายท่าเรือเพิ่มขึ้นทำให้จำนวนผู้นำร่องที่กำหนดไว้แต่เดิมไม่เพียงพอต่อปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น และโดยที่ข้อกำหนดต่าง ๆ เกี่ยวกับมารยาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของผู้นำร่องใช้มาเป็นเวลานานโดยยังไม่เคยมีการปรับปรุงแก้ไข ประกอบกับได้มีการปรับปรุงส่วนราชการในกรมเจ้าท่าใหม่แล้วสมควรแก้ไขเพิ่มเติมส่วนต่าง ๆ เหล่านั้นให้รัดกุมและเหมาะสมยิ่งขึ้นเสียในคราวเดียวกัน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
(ร.จ. เล่ม 108 ตอนที่ 60 หน้า 5 วันที่ 1 เมษายน 2534)
 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update