กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่  
 
:: กฎกระทรวง ฉบับที่ 46 (พ.ศ. 2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติ การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ข้อที่ 1-11

อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 7 และ มาตรา 56 วรรคสอง แห่ง พระราชบัญญัติ การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 และ มาตรา 52 แห่ง พระราชบัญญัติ การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ การขนส่งทางบก (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2535 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมออกกฎกระทรงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ยกเลิก กฎกระทรวง ฉบับที่ 21 (พ.ศ. 2526) ออกตามความในพระราชบัญญัติ การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522
ข้อ 2 ในกฎกระทรวงนี้
"ผู้ได้รับอนุญาตประกอบการขนส่ง" หมายความว่า ผู้ซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ดังต่อไปนี้
(1) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง
(2) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทาง
(3) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งโดยรถขนาดเล็ก และ
(4) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคล
ข้อ 3 การวางหลักทรัพย์สำหรับการชดใช้ค่าเสียหายที่เป็นค่าใช้จ่ายเบื้องต้น เพื่อประกันความเสียหายอันเกิดแก่ชีวิตหรือร่างกายของบุคคลภายนอกตาม มาตรา 52 ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด พร้อมด้วย หลักทรัพย์ต่อนายทะเบียนกลางภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง
หลักทรัพย์ตามวรรคหนึ่งจะเป็นเงินสด พันธบัตรรัฐบาลไทย หรือสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัย ก็ได้
ข้อ 4 ในกรณีที่ผู้ได้รับอนุญาตประกอบการขนส่งใช้เงินสด หรือพันธบัตรรัฐบาลไทยอย่างใดอย่างหนึ่งทั้งสองอย่างรวมกันวางเป็นหลักทรัพย์จำนวนหรือมูลค่าของหลักทรัพย์ ดังกล่าวให้กำหนดไว้ดังนี้
(1) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งประจำทาง ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งไม่ประจำทาง และผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคลต้องวางหลักทรัพย์มีจำนวนหรือมูลค่าสามหมื่นบาทสำหรับรถคันที่หนึ่ง และคันละห้าร้อยบาทสำหรับรถคันต่อ ๆ ไป แต่เมื่อรวมกันแล้ว ทั้งหมดไม่เกินสามแสนบาท
(2) ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งโดยรถขนาดเล็ก ต้องวางหลักทรัพย์มีจำนวนหรือมูลค่าสามหมื่นบาทสำหรับรถคันหนึ่งและคันละสองร้อยบาทสำหรับรถคันต่อไป แต่เมื่อรวมกันแล้วทั้งหมดไม่เกินสองแสนบาท
ข้อ 5 พันธบัตรรัฐบาลไทยที่ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งใช้วางเป็นหลักทรัพย์ ต้องเป็นชนิดที่ขายคืนได้ก่อนครบกำหนดชำระต้นเงินและผู้วางหลักทรัพย์ต้องโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่กรรมการขนส่งทางบก ส่วนผลประโยชน์อันเกิดจากพันธบัตรนั้น กรมการขนส่งจะมอบให้แก่ผู้วางหลักทรัพย์
ข้อ 6 ในกรณีผู้ได้รับอนุญาตประกอบการขนส่งใช้สัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยวางเป็นหลักทรัพย์ สัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยนั้น ต้องทำกับบริษัทประกันภัยที่นายทะเบียนกลางให้เป็นความเห็นชอบและมีผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งเป็นผู้เอาประกัน โดยให้บุคคลภายนอกผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการขนส่งของตนเป็นผู้รับประโยชน์
ข้อ 7 สัญญาประกันภัย และกรมธรรม์ประกันภัยตาม ข้อ 6 ต้องมีความคุ้มครองไม่น้อยกว่าสามสิบวันนับแต่วันที่ได้นำมาใช้วางเป็นหลักทรัพย์ และผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งต้องเอาประกันภัยความเสียหายแก่ชีวิตและร่างกายของบุคคลภายนอก เนื่องจากการขนส่งโดยรถของตนที่ใช้ในการขนส่งแต่ละคัน ดังนี้
(1) ความเสียหายแก่ชีวิตหรือร่างกาย ในวงเงินไม่ต่ำกว่าห้าหมื่นบาท สำหรับการชดใช้ค่าเสียหายต่อหนึ่งคนในแต่ละครั้ง และ
(2) ความเสียหายแก่ชีวิตหรือร่างกาย ในวงเงินไม่ต่ำกว่าห้าล้านบาท สำหรับการชดใช้ค่าเสียหายในแต่ละครั้ง
ข้อ 8 ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งได้จัดให้มีการประกันภัยตามกฎหมาย ว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถสำหรับคันใดไว้แล้วผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบ การขนส่งจะนำสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยดังกล่าวมาใช้วางเป็นหลักทรัพย์ก็ได้ ถ้าปรากฏว่าบริษัทประกันภัยนั้นเป็นบริษัทที่นายทะเบียนกลางให้ความเห็นชอบ และการเอาประกันความเสียหายตามสัญญาประกันภัย และกรมธรรม์ประกันภัยนั้นไม่น้อยไปกว่าที่กำหนดไว้ใน ข้อ 7
ข้อ 9 ให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งซึ่งประสงค์จะใช้สัญญาประกันภัย และกรมธรรม์ประกันภัยวางเป็นหลักทรัพย์ ใช้สำเนาสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยเป็นหลักฐาน โดยจะต้องนำต้นฉบับของสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัย ดังกล่าวมาแสดงต่อนายทะเบียนด้วย
ข้อ 10 ในกรณีที่ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งได้วางหลักทรัพย์ไว้แล้วต่อมาประสงค์ จะนำหลักทรัพย์อย่างอื่น ตาม ข้อ 3 วรรคสอง มาวางแทนหลักทรัพย์เดิมให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดพร้อมด้วยหลัก ทรัพย์ที่ประสงค์จะนำมาวางแทนหลักทรัพย์เดิมนั้น
ข้อ 11 ค่าใช้จ่ายเบื้องต้นที่ผู้ได้รับอนุญาตประกอบการขนส่ง จะต้องจ่ายให้แก่ผู้เสียหายหรือทายาท ให้จ่ายตามอัตราดังต่อไปนี้
(1) ในกรณีที่ผู้เสียหายมิได้ถึงแก่ความตาย ให้จ่ายค่ารักษาพยาบาลรวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ระหว่างการรักษาพยาบาลตามจำนวนเงินที่ผู้เสียหาได้แสดงหลักฐานการใช้จ่ายไปจริง แต่ทั้งนี้ไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
(2) ในกรณีที่ผู้เสียหายถึงแก่ความตายในทันที ให้จ่ายค่าปลงศพแก่ทางทายาทจำนวนหนึ่งหมื่นบาท
(3) ในกรณีที่ผู้เสียหาย มิได้ถึงแก่ความตายในทันที ให้จ่ายค่ารักษาพยาบาลรวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ระหว่างการรักษาพยาบาลตาม (1) และค่าปลงศพตาม (2)


:: ให้ไว้ ณ วันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2537
:: (ลงชื่อ) จรัส พั้วช่วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ปฏิบัติราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยปัจจุบันผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคลจำนวนมากได้ใช้รถของตน ในการขนส่งวัตถุอันตรายซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น ก็อาจก่อให้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนมากได้ประกอบกับ มาตรา 52 วรรคหนึ่ง แห่ง พระราชบัญญัติ การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ การขนส่งทางบก (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2535 ได้กำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งส่วนบุคคลต้องวางหลักทรัพย์เพื่อประกันความเสียหายอันเกิดแก่ชีวิต หรือร่างกายของบุคคลภายนอกซึ่งตนรับผิดชอบ เนื่องจากการขนส่งของตน และกำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งนำสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งทำกับบริษัทประกันภัยที่นาย ทะเบียนกลางให้ความเห็นชอบมาวางเป็นหลักทรัพย์ได้อีกกรณีหนึ่งด้วย สมควรปรับปรุงหลักเกณฑ์ วิธีการ และจำนวนหรือมูลค่าของหลักทรัพย์ตามที่กำหนดไว้ใน กฎกระทรวง ฉบับที่ 21 (พ.ศ. 2526) ออกตามความในพระราชบัญญัติ การขนส่งทางบก พ.ศ. 2522 เพื่อให้เกิดการเหมาะสมและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
(ร.จ. เล่ม 111 ตอนที่ 15 ก หน้า 14 วันที่ 13 พฤษภาคม 2537)
 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update