กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่  
 
:: กฎกระทรวง ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2530) ออกตามความในพระราชบัญญัติ เครื่องแบบเจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2509

อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 5 และ มาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติ เครื่องแบบเจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2509 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นส่วนที่ 2ตรี เครื่องแบบสมาชิกสภาเขตของกรุงเทพมหานคร ข้อ 9ฉ ข้อ 9อัฏฐ แห่ง กฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2529) ออกตามความในพระราชบัญญัติ เครื่องแบบเจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2509
"ส่วนที่ 2ตรี
เครื่องแบบสมาชิกสภาเขตของกรุงเทพมหานคร
" ข้อ 9ฉ เครื่องแบบสมาชิกสภาเขตของกรุงเทพมหานคร ให้มี 2 ชนิด คือ
(1) เครื่องแบบปฏิบัติราชการ
(2) เครื่องแบบพิธีการ มี 2 ประเภท
(ก) เครื่องแบบปกติขาว
(ข) เครื่องแบบปกติกากีคอตั้ง
" ข้อ 9สัตต เครื่องแบบปฏิบัติราชการ ประกอบด้วย
(1) หมวก
ชายให้ใช้หมวกได้ 2 แบบ
แบบที่ 1 หมวกทรงหม้อตาลสีกากี กะบังหน้าทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ สายรัดคางหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ กว้าง 1 เซนติเมตร มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้างหมวกข้างละ 1 ดุม ผ้าพันหมวกสีกากี ที่หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ภายในบัวกระหนกทำด้วยโลหะสีทองสูง 6.5 เซนติเมตร
แบบที่ 2 หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากี หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ปักดิ้นสีทองสูง 4.5 เซนติเมตร
หญิงให้ใช้หมวกได้ 3 แบบ
แบบที่ 1 อนุโลมตามหมวกของชายแบบที่ 1 แต่เป็นทรงอ่อน
แบบที่ 2 หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีกากี สายรัดคางสีทอง กว้าง 1 เซนติเมตร มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้างหมวกข้างละ 1 ดุม ผ้าพันหมวกสีกากี หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ปักดิ้นสีทอง สูง 4.5 เซนติเมตร บนหมอนสีกากี
แบบที่ 3 หมวกหนีบสีกากี ด้านหน้ามีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็ก 2 ดุม ติดซ้อนกัน มีตราครุฑพ่าห์ภายในบัวกระหนกสูง 4.5 เซนติเมตร ติดที่ด้านซ้ายเหนือขอบหมวกห่างจากมุมพับด้านหน้าหมวกประมาณ 4 เซนติเมตร
การสวมหมวก ให้สวมในโอกาสอันควร
(2) เสื้อ
ชายให้ใช้เสื้อคอพับ สีประเภทสีกากีแขนยาวรัดข้อมือมีดุมที่ข้อมือข้าง ละ 1 ดุม หรือแขนสั้น มีกระเป๋าเย็บติดที่หน้าอกเสื้อข้างละ 1 กระเป๋า เป็นกระเป๋าเสื้อ มีแถบอยู่ตรงกลางตามทางดิ่งกว้าง 3.5 เซนติเมตร มีใบปกกระเป๋ารูปมนชายกลางแหลม หรือเป็นกระเป๋าเสื้อชนิดไม่มีแถบกลางกระเป๋าและใบปกกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มุมกระเป๋าและมุมปกกระเป๋าเป็นรูปตัดพองาม ที่ปากกระเป๋าทั้งสองข้างติดดุมข้างละ 1 ดุม สำหรับขัดใบปกกระเป๋า ตัวเสื้อผ่าอกตลอด มีสาบกว้าง 3.5 เซนติเมตร ติดดุมตามแนว อกเสื้อ 5 ดุม ระยะห่างกันพอสมควร และติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่ปกคอเสื้อด้านหน้า ทั้งสองข้าง ที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อยาวตามความยาวของบ่าเย็บติดกับเสื้อ เหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอ ปลายมน ด้านไหล่กว้าง 4 เซนติเมตร ด้านคอกว้าง 3 เซนติเมตร ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ
 
  ในโอกาสไปงานพิธี ให้ใช้เสื้อคอพับสีประเภทสีกากีแขนยาว ผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสี สอดชายผ้าผูกคอไว้ภายในเสื้อใต้ดุมเม็ดที่สอง
ดุมที่ใช้กับเสื้อ มีลักษณะเป็นรูปกลมแบนทำด้วยวัตถุสีเดียวกับสีเสื้อ
ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้าย
แบบที่ 1 อนุโลมตามแบบเสื้อของชาย
แบบที่ 2 เสื้อคอพับ สีประเภทสีกากีสีอ่อนกว่ากระโปรงหรือสีเดียวกับกระโปรงผ่าอกตลอดตัวเสื้อ มีสาบกว้างประมาณ 2.5 เซนติเมตร แขนยาวรัดข้อมือ ขอบปลายแขนกว้างประมาณ 5 เซนติเมตร หรือแขนสั้นเหนือข้อศอกเล็กน้อย ตลบชายกว้าง ประมาณ 5 เซนติเมตร เดินคิ้วด้านหน้าเสื้อต่อจากเส้นบ่ามีตะเข็บผ่านกลางอกยาวตลอด ตัวทั้งสองด้าน มีดุม 5 ดุม ด้านหลังจากเส้นต่อบ่าหลัง มีตะเข็บผ่านตามตัวเสื้อทั้งสองด้าน เช่นเดียวกับด้านหน้า ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง ที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อยาวตามความยาวของบ่าเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้าง จากไหล่ไปคอปลายมน ด้านไหล่กว้าง 4 เซนติเมตร ด้านคอกล้าง 3 เซนติเมตร ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ การสวมสอดชายเสื้อไว้ในขอบกระโปรง
แบบที่ 3 เสื้อคอพับปล่อยเอว สีประเภทสีกากีสีเดียวกับกระโปรงหรือกางเกง ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ ไม่มีสาบด้านหน้ามีคิ้วตามสาบ มีดุม 5 ดุม แขนยาวหรือแขนสั้น ตลบชายกว้างประมาณ 5 เซนติเมตร มีคิ้วหน้าหลังเช่นเดียวกับแบบที่ 2 และมีเส้น แนวตะเข็บเช่นเดียวกับแบบที่ 2 ทั้งหน้าหลังความยาวของเสื้อให้คลุมสะโพกพองาม ติดเครื่องหมายสังกัดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้างที่ไหล่เสื้อประดับอินทรธนูสีเดียวกับเสื้อ ยาวตามความยาวของบ่าเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอปลายมน ด้านไหล่กว้าง 4 เซนติเมตร ด้านคอกว้าง 3 เซนติเมตร ตอนปลายขัดดุมติดกับตัวเสื้อ
การสวมเสื้อแบบที่ 3 ให้ปล่อยชายเสื้อทับประโปรงหรือกางเกง และคาดเข็มขัดตาม (5) แบบที่ 2 ทับเอวเสื้อ
ดุมที่ใช้กับเสื้อแบบที่ 2 และ 3 เป็นดุมสีเดียวกับสีเสื้อ
ในโอกาสไปงานพิธี ให้ใช้เสื้อแบบที่ 1 หรือแบบที่ 2 โดยใช้เสื้อเชิ้ตสีประเภทสีกากีแขนยาว ผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสี สอดชายผ้าผูกคอไว้ภายในเสื้อใต้ดุม เม็ดที่สอง
ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้าย
(3) อินทรธนู ให้ใช้อินทรธนูอ่อน มีเครื่องหมายตำแหน่งบนอินทรธนูเป็น แถบสีเหลืองหรือสีทอง กว้าง 3 เซนติเมตร ติดทางต้นอินทรธนู 1 แถบ และแถบกว้าง 1 เซนติเมตร ติดเรียงต่อไปอีก 1 แถบ แถบบนขมวดเป็นวงกลม ขนาดวัดเส้นผ่าศูนย์กลาง วงใน 1 เซนติเมตร และมีเข็มรูปดวงตราประจำกรุงเทพมหานครทำด้วยโลหะสีทองขนาด วัดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เซนติเมตร ติดทับบนแถบกลาง
การติดแถบให้ติดตามขวางที่ต้นอินทรธนู ทับอยู่บนปลอกพื้นสีกากี แถบแรกห่างจากต้นอินทรธนู 5 มิลลิเมตร และแถบต่อไปเว้นระยะห่างกัน 5 มิลลิเมตร
(4) กางเกง กระโปรง
ชายให้ใช้กางเกงแบบราชการสีประเภทสีกากีขายาว ไม่พับปลายขา
หญิงให้ใช้กางเกงหรือกระโปรงสีประเภทสีกากีได้ 5 แบบ
แบบที่ 1 กางเกงอนุโลมตามแบบกางเกงของชาย
แบบที่ 2 กางเกงขายาว ขาตรง ไม่มีลวดลาย ขอบกางเกงกว้าง ประมาณ 1 นิ้ว มีหรือไม่มีประเป๋าก็ได้ มีซิปด้านหน้าหรือด้านข้างไม่พับปลายขา
แบบที่ 3 กระโปรงยาวปิดเข่า ปลายบานเล็กน้อย
แบบที่ 4 กระโปรงมีตะเข็บหน้า 2 ตะเข็บ ตะเข็บหลัง 2 ตะเข็บ ยาวครึ่งเข่า ปลายบานเล็กน้อย
แบบที่ 5 กระโปรงกางเกง แบบกางเกงยาวครึ่งเข่า มีตะเข็บหน้า 2 ตะเข็บ ตะเข็บหลัง 2 ตะเข็บ มีจีบกระทบด้านหน้าและด้านหลัง
(5) เข็มขัด
ชายให้ใช้เข็มขัดทำด้วยด้ายถักสีกากีกว้าง 3 เซนติเมตร หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางนอน ปลายมนกว้าง 3.5 เซนติเมตร ยาว 5 เซนติเมตร มีรูปครุฑดุนนูนอยู่กึ่งกลางหัวเข็มขัด ไม่มีเข็มสำหรับสอดรูปลายเข็มขัดหุ้มด้วย โลหะสีทองกว้าง 1 เซนติเมตร
หญิงให้ใช้เข็มขัด 2 แบบ
แบบที่ 1 อนุโลมตามแบบเข็มขัดของชาย
แบบที่ 2 เข็มขัดผ้าสีประเภทสีกากีสีเดียวกับสีเสื้อกว้าง 2.5 เซนติเมตร หัวสีเหลี่ยมหุ้มผ้า
การใช้เข็มขัดแบบที่ 1 ให้คาดทับขอบกระโปรง และแบบที่ 2 ให้คาดทับเสื้อ
(6) รองเท้า ถุงเท้า
ชายให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหรือหุ้มข้อหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำ ไม่มีลวดลายถุงเท้าสีเดียวกับรองเท้า
หญิงให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหรือรัดส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำแบบปิด ปลายเท้า ไม่มีลวดลาย ส้นสูงไม่เกิน 10 เซนติเมตร
(7) เครื่องหมายแสดงสังกัด
ให้มีเครื่องหมายแสดงสังกัดทำด้วยโลหะโปร่งสีทอง ไม่มีขอบสูง 2 เซนติเมตร เป็นรูปราชสีห์ติดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้างและเข็มอักษรย่อ "กทม" ทำด้วยโลหะสีทองรูปวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลาง 2.5 เซนติเมตร ติดที่อกเสื้อเหนือกรเป๋าบนขวา
สำหรับหญิงให้ติดเครื่องหมายแสดงสังกัด ที่ปกคอแบะของเสื้อตอนบนทั้งสองข้างเหนือแนวเครื่องราชอิสริยาภรณ์
(8) ป้ายชื่อและตำแหน่ง
ให้มีป้ายชื่อพื้นสีดำขนาดกว้าง 2.5 เซนติเมตร ยาว 7.5 เซนติเมตร ตัวอักษรสีขาว แสดงชื่อตัว ชื่อสกุล และชื่อตำแหน่งสมาชิกสภาเขตใด แล้วแต่กรณี ประดับที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนขวา
" ข้อ 9อัฏฐ เครื่องแบบพิธีการ มี 2 ประเภท
ก. เครื่องแบบปกติขาว ประกอบด้วย
(1) หมวก
ชายให้ใช้หมวกทรงหม้อตาลสีขาว กะบังหน้าทำด้วยหนังหรือวัตถุเทียม หนังสีดำ สายรัดคางสีทอง กว้าง 1 เซนติเมตร มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็ก ติดที่ข้างหมวกข้างละ 1 ดุม ผ้าพันหมวกสีขาว ที่หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ปักดิ้นสีทองสูง 5 เซนติเมตรบนหมอนสักหลาดสีขาว
หญิงให้ใช้หมวกได้ 2 แบบ
แบบที่ 1 อนุโลมตามแบบหมวกของชาย แต่เป็นทรงอ่อน
แบบที่ 2 หมวกแก๊ปทรงอ่อนพับปีกสีขาว สายรัดคางสีทอง มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้างหมวกข้างละ 1 ดุม ผ้าพันหมวกสีขาว ที่หน้าหมวกติด ตราครุฑพ่าห์ปักดิ้นสีทองสูง 4.5 เซนติเมตร บนหมอนสักหลาดสีขาว
การสวมหมวก ให้สวมในโอกาสอันควร
(2) เสื้อ
ชายให้ใช้เสื้อแบบราชการสีขาว ใช้ดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดใหญ่ 5 ดุม ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้าย
หญิงให้ใช้เสื้อนอกคอแบะสีขาวแบบคอแหลมหรือคอป้านแขนยาวถึงข้อมือ มีตะเข็บหลัง 5 ตะเข็บ ที่แนวสาบอกมีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 เซนติเมตร 3 ดุม สำหรับแบบเสื้อคอแหลม และ 5 ดุม สำหรับแบบเสื้อคอป้านมีกระเป๋าล่างข้างละ 1 กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะเฉียงเล็กน้อย ไม่มีใบปกกระเป๋าและให้ใช้ เสื้อคอพับแขนยาวสีขาวผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสี ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อด้านซ้าย
(3) อินทรธนู
ให้มีอินทรธนูแข็งกว้าง 4 เซนติเมตร ยาวตามความยาวของบ่า พื้นสักหลาดสีดำ ติดทับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอด้านคอปลายมนติดดุมโลหะสีทองตรา ครุฑพ่าห์ขนาดเล็ก ปักดิ้นสีทองเป็นลายประจำยามก้ามปูครึ่งแผ่นอินทรธนู
(4) กางเกง กระโปรง
ชายให้ใช้กางเกงแบบราชการสีขาวขายาว ไม่พับปลายขา
หญิงให้ใช้กระโปรงสีขาว ตีเกล็ดด้านหน้า 2 เกล็ด และด้านหลัง 2 เกล็ด ยาวปิดเข่า ปลายบานเล็กน้อย ใช้กับแบบเสื้อคอแหลมหรือกระโปรงสีขาวยาวปิดเข่า ปลายบานเล็กน้อยใช้กับแบบเสื้อคอป้าน
(5) รองเท้า ถุงเท้า
ชายให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำชนิดผูก ถุงเท้าสีดำ
หญิงให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหนังหรือวัตถุเทียมหนังสีดำแบบปิดปลายเท้า ไม่มีลวดลาย ส้นสูงไม่เกิน 10 เซนติเมตร ถุงเท้ายาวสีเนื้อ
ข. เครื่องแบบปกติกากีคอตั้งลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่อง แบบปกติขาว เว้นแต่สีของหมวก ผ้าพันหมวก หมอนสักหลาดสำหรับปักครุฑพ่าห์ เสื้อและกางเกงหรือกระโปรงเป็นสีประเภทสีกากี"


:: ให้ไว้ ณ วันที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2530
:: (ลงชื่อ) พลเอก ประจวบ สุนทรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากในปัจจุบันยังไม่ได้มีการกำหนดชนิด ประเภท ลักษณะของเครื่องแบบและระเบียบในการแต่งเครื่องแบบของสมาชิกสภาเขตของกรุงเทพมหานคร จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
(ร.จ. เล่ม 104 ตอนที่ 178 หน้า 3 วันที่ 7 กันยายน 2530)
 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update