กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17  
 
:: กฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2541) ออกตามความในพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ข้อที่ 1-17

อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 6 และ มาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 การคุ้มครองแรงงานในงานบรรทุกหรือขนถ่ายสินค้าเรือเดินทะเล นอกจากที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงนี้ ให้เป็นไปตามที่นายจ้างและลูกจ้างตกลงกัน เว้นแต่การคุ้มครองแรงงานตามบทบัญญัติหมวด 1 บททั่วไป ตั้งแต่ มาตรา 7 ถึง มาตรา 21 หมวด 2 การใช้แรงงานทั่วไปเฉพาะ มาตรา 27 มาตรา 28 มาตรา 29 มาตรา 30 มาตรา 32 มาตรา 33 มาตรา 34 มาตรา 35 มาตรา 36 และ มาตรา 37 หมวด 3 การใช้แรงงานหญิง ตั้งแต่ มาตรา 39 ถึง มาตรา 43 หมวด 4 การใช้แรงงานเด็ก ตั้งแต่ มาตรา 45 ถึง มาตรา 52 หมวด 5 ค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทำงานในวันหยุดและค่าล่วงเวลาในวันหยุดเฉพาะ มาตรา 53 มาตรา 54 มาตรา 55 มาตรา 56 มาตรา 57 มาตรา 58 มาตรา 59 มาตรา 60 มาตรา 67 มาตรา 71 มาตรา 76 และ มาตรา 77 หมวด 10 การพักงาน ตั้งแต่ มาตรา 116 ถึง มาตรา 117 หมวด 11 ค่าชดเชย ตั้งแต่ มาตรา 123 ถึง มาตรา 125 หมวด 13 กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างเฉพาะ มาตรา 134 และ มาตรา 135 หมวด 14 พนักงานตรวจแรงงาน ตั้งแต่ มาตรา 139 ถึง มาตรา 142 และหมวด 15 การ ส่งหนังสือ มาตรา 143 ให้นายจ้างและลูกจ้างปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541
ข้อ 2 ในกฎกระทรวงนี้
"บรรทุกหรือขนถ่ายสินค้าเรือเดินทะเล" หมายความว่า
(1) การกระทำใดๆ ที่เกี่ยวกับการผูกมัดรวมกัน แยกออก จัดเรียงหรือ เคลื่อนย้ายซึ่งสินค้าเรือเดินทะเล การให้สัญญาณเพื่อความปลอดภัยในการเคลื่อนย้ายสินค้า ไปยังที่ที่ต้องการ การควบคุมปั้นจั่นหรือเครื่องกว้าน และให้หมายความรวมถึงการทำความสะอาดระวางเรือเดินทะเลก่อนหรือหลังจากการบรรทุกหรือขนถ่าย
(2) การกระทำใด ๆ ที่เป็นการบริการเสริมหรือเกี่ยวเนื่องกับการบรรทุกหรือ ขนถ่ายสินค้าเรือเดินทะเล หรือการกระทำอื่นตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
"นายจ้าง" หมายความรวมถึง ผู้ประกอบกิจการบรรทุกหรือขนถ่ายสินค้าเรือเดินทะเล ซึ่งตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้
"แรง" หมายความว่า ช่วงเวลาการทำงานในวันทำงานปกติ และในวันหยุด ตามที่อธิบดีประกาศกำหนดโดยคำนึงถึงข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างตามประเพณี ในงานบรรทุกหรือขนถ่ายสินค้าเรือเดินทะเล
ข้อ 3 การกำหนดระยะเวลาทำงานปกติ เวลาเริ่มต้น และเวลาสิ้นสุดของ การทำงานแต่ละวันให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ 4 ห้ามมิให้นายจ้างรับเด็กอายุต่ำกว่าสิบแปดปีทำงานในงานบรรทุกหรือขนถ่ายสินค้าเรือเดินทะเล เว้นแต่งานทำความสะอาดเรือ งานผูกมัดจัดเรียง หรืองานอื่นที่อธิบดีประกาศกำหนดนายจ้างอาจรับเด็กอายุไม่ต่ำกว่าสิบหกปีเข้าทำงานดังกล่าวได้
ข้อ 5 ให้นายจ้างจ่ายค้าจ้างให้แก่ลูกจ้างตามจำนวนแรง โดยไม่มีการเหมาจ่ายค่าจ้าง ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ 6 ในกรณีที่นายจ้างมิได้จัดให้ลูกจ้างหยุดงาน หรือจัดให้ลูกจ้างหยุดงานน้อยกว่าที่กำหนดไว้ตาม มาตรา 28 มาตรา 29 และ มาตรา 30 ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้ แก่ลูกจ้างตามอัตราที่อธิบดีประกาศกำหนด
ข้อ 7 ให้นายจ้างจัดอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาและมีปริมาณเพียงพอแก่ลูกจ้าง ที่ทำงานหากนายจ้างไม่จัดอาหารให้ลูกจ้าง ให้นายจ้างจ่ายเงินค่าอาหารให้แก่ลูกจ้างคน ละไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของค่าจ้างหนึ่งแรงต่อหนึ่งมื้อ
ข้อ 8 ในกรณีที่นายจ้างนำลูกจ้างไปทำงานนอกสถานที่ทำงานปกติ ให้นายจ้างจัดพาหนะรับส่งลูกจ้างในการไปและกลับเพื่อทำงานให้แก่นายจ้าง ถ้านายจ้างไม่จัดพาหนะรับส่งให้นายจ้างจ่ายค่าพาหนะเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น
ข้อ 9 ให้นายจ้างจัดให้มีเครื่องมือหรืออุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน และกำหนดมาตรการเพื่อความปลอดภัยในการทำงาน ทั้งนี้ ตามมาตรฐานและหลักเกณฑ์ ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
ลูกจ้างต้องใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยในการทำงาน และต้องปฏิบัติตามมาตรการเพื่อความปลอดภัยในการทำงานที่นายจ้างจัดหรือกำหนดตามวรรคหนึ่ง
 
  ข้อ 10 ในกรณีที่พนักงานตรวจแรงงานพบว่า นายจ้างผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ ตามมาตรฐานและหลักเกณฑ์ที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดตาม ข้อ 9 ให้พนักงานตรวจแรงงานมี อำนาจออกคำสั่งเป็นหนังสือให้นายจ้างปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทำงาน อาคาร สถาน ที่หรือจัดทำหรือแก้ไขเครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่ลูกจ้างต้องใช้ในการปฏิบัติ หรือที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานให้ถูกต้องหรือเหมาะสมภายในระยะเวลาที่กำหนด
ข้อ 11 ในกรณีที่พนักงานตรวจแรงงานพบว่า สภาพแวดล้อมในการทำงาน อาคารสถานที่เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่ลูกจ้างใช้จะก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยแก่ลูกจ้าง หรือนายจ้างไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานตาม ข้อ 10 เมื่อได้รับอนุมัติจาก อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ให้พนักงานตรวจแรงงานมีอำนาจสั่งให้นายจ้างหยุดการใช้เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ดังกล่าวทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวได้
ให้นายจ้างจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้าง ซึ่งพนักงานตรวจแรงงานสั่งให้นายจ้างหยุด การใช้เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ตามวรรคหนึ่ง เท่ากับค่าจ้างในวันทำงานตลอดระยะเวลาที่ ลูกจ้างหยุดทำงาน ทั้งนี้ จนกว่านายจ้างจะได้ดำเนินการให้ถูกต้องตามคำสั่งของพนักงาน ตรวจแรงงานนั้นแล้ว
ข้อ 12 คำสั่งของพนักงานตรวจแรงงานตาม ข้อ 10 หรือ ข้อ 11 ให้อุทธรณ์ต่อ คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทำงานตาม มาตรา 100 ได้ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ทราบคำสั่ง คำวินิจฉัยของคณะกรรมการนั้นให้เป็นที่สุด
การอุทธรณ์ตามวรรคหนึ่งย่อมไม่เป็นการทุเลาการปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงาน ตรวจแรงงานเว้นแต่คณะกรรมการความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการ ทำงานจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
ข้อ 13 ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างได้รับการตรวจร่างกาย จากแพทย์แผนปัจจุบัน ชั้นหนึ่งอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง โดยให้นายจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย
ในกรณีที่ลักษณะหรือสภาพของงานอาจทำให้เกิดโรคใดแก่ลูกจ้าง หรือเป็นอันตรายอย่างใดต่อสุขภาพของลูกจ้าง ให้ลูกจ้างได้รับการตรวจร่างกายเพื่อทราบสาเหตุของการเกิดโรคหรืออันตรายนั้นโดยเฉพาะด้วย
ให้นายจ้างเก็บบันทึกผลการตรวจไว้ ณ ที่ทำการของนายจ้างไม่น้อยกว่าสองปี นับแต่วันสิ้นสุดของการจ้างลูกจ้างแต่ละราย ในกรณีที่มีการฟ้องคดีเกี่ยวกับโรคหรืออันตราย อย่างใดต่อสุขภาพของลูกจ้าง ให้นายจ้างเก็บบันทึกผลการตรวจไว้จนกว่าจะมีคำสั่งหรือ คำพิพาทถึงที่สุดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว
ข้อ 14 ในกรณีที่ลูกจ้างทำงานให้แก่ผู้ประกอบกิจการใด หรือทำงานในสถานที่ ของผู้ประกอบกิจการใด ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ประกอบกิจการหรือเจ้าของสถานที่ดังกล่าว เป็นนายจ้างของลูกจ้างนั้น
ข้อ 15 ให้นายจ้างจัดให้มีเอกสารเกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้าง ซึ่งอย่างน้อยต้องมี รายการดังต่อไปนี้
(1) วันและเวลาทำงาน
(2) ผลงานที่ทำได้สำหรับลูกจ้าง ซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย
(3) อัตราและจำนวนค่าจ้างที่ลูกจ้างแต่ละคนได้รับ
เมื่อมีการจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้าง ให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างลงลายมือชื่อในเอกสารตามวรรคหนึ่งไว้เป็นหลักฐาน
ในกรณีที่นายจ้างโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากในธนาคารพาณิชย์ หรือสถาบันการเงินอื่น ให้ถือว่าหลักฐานการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของลูกจ้างเป็นเอกสารเกี่ยวกับการ จ่ายเงินดังกล่าวนายจ้างจะไม่จัดให้ลูกจ้างลงลายมือชื่อตามวรรคสองก็ได้
ข้อ 16 ให้นายจ้างเก็บรักษาเอกสารเกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้าง รวมทั้งค่าอาหาร ตาม ข้อ 7 และค่าพาหนะตาม ข้อ 8 ให้แก่ลูกจ้างไว้ไม่น้อยกว่าสองปีนับแต่วันจ่ายเงินดังกล่าว
ในกรณีที่มีการยื่นคำร้องตามหมวด 12 หรือมีข้อพิพาทแรงงานตามกฎหมายว่า ด้วยแรงงานสัมพันธ์ หรือมีการฟ้องร้องคดีแรงงาน ให้นายจ้างเก็บรักษาเอกสารเกี่ยวกับ การจ่ายค่าจ้างไว้จนกว่าจะมีคำสั่งหรือคำพิพากษาถึงที่สุดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว
ข้อ 17 ประกาศของรัฐมนตรีตาม ข้อ 9 และประกาศของอธิบดีตาม ข้อ 2 ข้อ 3 ข้อ 4 ข้อ 5 และ ข้อ 6 เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้


:: ให้ไว้ ณ วันที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2541
:: (ลงชื่อ) ไตรรงค์ สุวรรณคีรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากงานบรรทุกหรือขนถ่ายสินค้าเรือเดินทะเลมีสภาพการจ้างและการทำงานที่แตกต่างไปจากการจ้างงานทั่วไป ซึ่งสมควรกำหนดการคุ้มครองแรงงานในงานดังกล่าวไว้เป็นพิเศษ ให้แตกต่างไปจากการ คุ้มครองแรงงานตาม พระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และโดยที่ มาตรา 22 แห่ง พระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 บัญญัติให้ออกกฎกระทรวงกำหนดการคุ้มครองแรงงานในกรณีต่าง ๆ ให้แตกต่างไปจากพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
(ร.จ. เล่ม 115 ตอนที่ 62 ก หน้า 27 วันที่ 22 กันยายน 2541)
 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update