กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่  
 
:: กฎกระทรวงกลาโหม ออกตามความในพระราชบัญญัติ เครื่องแบบทหาร พ.ศ. 2477 ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก (ฉบับที่ 24) ข้อที่ 1-4

อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติ เครื่องแบบทหาร พ.ศ. 2477 กับ มาตรา 3 และ มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติ เครื่องแบบทหารแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2478 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมออกกฎไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ยกเลิกความในวรรค 2 และวรรค 3 ใน (1) ของ ข้อ 3 แห่ง กฎกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2481 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"หมวกทรงหม้อตาลสีกากีแกมเขียว มีกะบังและสายรัดคางหุ้มผ้าสักหลาดหรือเซิดสีเดียวกับหมวก สายรัดคางกว้าง 1 เซนติเมตร กับมีดุมขนาดเล็กสีกากีแกมเขียวหรือสีน้ำตาลไหม้ติดที่ข้างหมวกข้างละ 1 ดุม สำหรับนายทหารชั้นสัญญาบัตร นายทหารชั้นประทวน นักเรียนนายร้อยทหารบก นักเรียนเทคนิคทหารบก นักเรียนนายทหารเสนารักษ์และนักเรียนนายร้อยศำรองทหารบก ให้ใช้สายรัดคางหนังสีน้ำตาลที่ด้านหน้าหมวกติดตราขนาดย่อม มีลักษณะเช่นเดียวกับตราหมวกกันแดด และให้มีผ้าพันหมวกสีเดียวกับหมวก มีขลิบริมทั้งด้านบนและล่างเป็นสีตามเหล่า แต่สำหรับพลทหารนั้นห้ามมิให้มีผ้าพันหมวกดังกล่าวแล้วนี้เว้นแต่เฉพาะกับหมวกเครื่องแต่งตัวอากาศหนาวเท่านั้น หรือ
หมวกทรงหม้อตาลสีขาว กะบังหนังสีดำ สายรัดคางสำหรับจ่านายสิบ นายสิบและพลทหาร ใช้หนังสีดำสำหรับนายทหารชั้นสัญญาบัตร นายดาบ นักเรียนนายร้อยทหารบก นักเรียนเทคนิคทหารบก นักเรียนนายทหารเสนารักษ์และนักเรียนนายร้อยสำรองทหารบก ใช้ไหมทองขนาดกว้าง 1 เซนติเมตร ที่ข้างหมวกมีดุมขนาดเล็กกลเป็นรูปจักรประกอบกับพระมหามงกุฎ ทำด้วยโลหะสีทองทุกชั้น ที่ด้านหน้าติดตราขนาดย่อมเช่นเดียวกับ หมวกทรงหม้อตาลสีกากีแกมเขียวดังกล่าวแล้ว และให้มีผ้าพันหมวกสีเดียวกับหมวกมีขลิบริมทั้งด้านบนและล่างเป็นสีตามเหล่า สำหรับพลทหารนั้นให้มีผ้าพันหมวกดังกล่าวนี้ ทั้งที่ใช้กับหมวกเครื่องแต่งตัวอากาศหนาวด้วย"
ข้อ 2 ให้ยกเลิกความใน (1) ก. และความใน (4) กับเครื่องเต็มยศขาวของ ข้อ 7 แห่ง กฎกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2481 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ก.หมวกทรงหม้อตาลสีกากีแกมเขียว มีผ้าพันหมวกและขลิบริมอย่างหมวกสีกากี แกมเขียวของเครื่องแต่งตัวปรกติแต่ใช้สายรัดคางและดุมข้างอย่างหมวกทรงหม้อตาลสีขาว ของเครื่องแต่งตัวปรกติ"
"(4) กองพันทหาร ราบที่ 9 รักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าหยู่หัว มีเครื่องเต็มยศ ดังต่อไปนี้
ก. หมวกยศสีขาว มีตราครุทพ่าห์ที่ด้านหน้าหมวก สายรัดคางและยอดหมวกทำด้วยโลหะสีทอง มีภู่สีแดงบนยอดหมวก
ข. เสื้อผ้า สักหลาด หรือเซิดสีขาวแบบราชการ มีปลอกคอและปลอกข้อมือทำด้วยสักหลาดสีบานเย็น สำหรับจ่านายสิบและนายสิบพลทหารขลิบแถบทำด้วยด้ายสักหลาดสีเหลืองแก่ สำหรับนายทหารชั้นนายร้อย ขลิบแถบไหมทองทั้งต้นคอและปลายคอโดยรอบ 1 เส้น ที่ ข้อมือ 2 เส้น สำหรับนายทหารชั้นนายพันที่ปลายคอ 2 เส้น ที่ข้อมือ 3 เส้น กับนายทหาร ชั้นสัญญาบัตรให้มีลวดขดประกอบที่ปลายคอและข้อมือด้วย
ค. อินท์ธนูอย่างเดียวกับเครื่องปรกติสีขาว
ง. กางเกงผ้าสักหลาด หรือเซิดสีน้ำเงินแก่แบบขายาวปลายขายาวเรียว ไม่พับปลายขา มีแถบสีบานเย็นที่แนวตะเข็บ กางเกงด้านนอก สำหรับจ่านายสิบ และ นายสิบพลทหาร กว้าง 1 เซนติเมตร 1 แถบ สำหรับนายทหารชั้นสัญญาบัตร 2 แถบ เคียงกัน รวมทั้ง 2 แถบกว้าง 5 เซนติเมตร
ผู้มีหน้าที่ขี่ม้า ใช้กางเกงแถบแบบขี่ม้าได้
จ. รองเท้าชนิดหุ้ม ข้อหนังสีดำ แต่นายทหารชั้นสัญญาบัตร ให้ใช้รองเท้าชนิดหุ้มข้อหนังสีดำยืดข้าง ถ้าใช้กางเกงแบบขี่ม้า ให้ใช้รองเท้าสูงหนังสีดำ
ฉ. คันชีพสายสะพาย หนังสีน้ำตาลมีตราพระมหามงกุฎเพชราวุธทำด้วยโลหะสีทอง สำหรับนายทหารชั้นสัญญาบัตรคันชีพหนังสีแดง สายสะพายหนังพื้นนอกเป็นไหมทอง
ช. เข็มขัดหนังสีน้ำตาลพร้อมด้วยซองดาบปลายปืนคาดทับเสื้อ สำหรับจ่านายสิบและนายสิบพลทหาร ใช้เข็มขัดและสายกะบี่ 2 เส้นหนังสีน้ำตาลคาดทับเสื้อ
ซ. นายทหารชั้นสัญญาบัตร คาดประคตทำด้วยไหมริ้วทองสลับเงิน"
"เครื่องเต็มยศขาว
การแต่งเครื่องเต็มยศขาว ให้แต่งเช่นเดีวกับเครื่องสโมสรปิดอก และ คาดเข็มขัดหรือประคต"
ข้อ 3 ในกฎกระทรวงกลาโหมที่เกี่ยวกับเครื่องแบบทหารบก คำว่า " กองพัน ทหาร ราบที่ 9 ทหารรักษาวังในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าหยู่หัว" ให้แก้เป็น"กองพันทหาร ราบที่ 9 รักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าหยู่หัว" ทุกแห่ง
ข้อ 4 ให้ยกเลิก กฎกระทรวงกลาโหม ออกตามความในพระราชบัญญัติ เครื่องแบบทหาร พ.ศ. 2477 ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก (ฉบับที่ 22) ลงวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2485


:: ให้ไว้ ณ วันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2485
:: (ลงชื่อ) พล.ต.พ. เกรียงศักดิ์ พิชิต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

กฎกระทรวงกลาโหม ว่าด้วยเครื่องแบบทหารบก (ฉบับที่ 10) พ.ศ. 2481 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 55 หน้า 302 วันที่ 22 สิงหาคม 2481
(ร.จ. เล่ม 59 ตอนที่ 64 หน้า 1806 วันที่ 1 ตุลาคม 2485)
 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update