กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่  
 
:: กฎกระทรวงสาธารณสุข ออกตามความในพระราชบัญญัติ ควบคุมคุณภาพอาหาร พ.ศ. 2484 (ฉบับที่ 2) ว่าด้วยน้ำนมโค ข้อที่ 1-2

อาศัยอำนาจตามความใน ข้อ 19 แห่งพระราชบัญญัติ ควบคุมคุณภาพอาหาร พ.ศ. 2484 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสาธารณสุขออกกฎว่าด้วยน้ำนมโคไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 น้ำนมโคแต่ละชนิด ต้องมีลักษณะ คุณภาพ และมาตรฐาน ดังต่อไปนี้
ก. ลักษณะและคุณภาพ
(1) น้ำนมสด แบ่งออกเป็นสามจำพวก คือ
(ก) น้ำนมดิบ ต้องเป็นน้ำนมสะอาด รีดจากแม่โคซึ่งปราศจากโรค ก่อนหน้าและภายหลังการตกลูกเป็นเวลาเพียงพอที่น้ำนมนั้นเกือบไม่มีน้ำนมน้ำเหลืองเจืออยู่ และก่อนนำออกจากที่สำหรับรีด นับจุลินทรีย์ได้ไม่เกิน 30,000 ต่อน้ำนม 1 ลูกบาศก์ เซนติเมตร
(ข) น้ำนมอุ่นแล้ว ต้องเป็นน้ำนมซึ่งได้อุ่นแล้วตามหลักของปาสเตอร์ โดยผ่านความร้อนระหว่าง 61 กับ 63 องศาเซนติกราฟ อยู่เป็นเวลาระหว่าง 30 กับ 35 นาที แล้วทำให้เย็นลงโดยเร็วจนอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 0 กับ 10 องศาเซนติกราฟ และก่อนนำออกจากสถานที่สำหรับอุ่น นับจุลินทรีย์ได้ไม่เกิน 10,000 ต่อน้ำนม 1 ลูกบาศก์เซนติเมตร
(ค) น้ำนมสุก ต้องเป็นน้ำนมซึ่งได้ทำให้จุลินทรีย์ทั้งหมดตายแล้วด้วยความร้อน ตั้งแต่ 100 องศาเซนติกราฟ ขึ้นไป
(2) หางน้ำนมสด แบ่งออกเป็นสามจำพวก คือ
(ก) หางน้ำนมดิบ ต้องเป็นส่วนของน้ำนมดิบซึ่งเหลือจากการแยกมันเนยออก จนเหลืออยู่ไม่ถึงร้อยละ 3.25 และก่อนนำออกจากสถานที่สำหรับแยกมันเนย นับจุลินทรีย์ ได้ไม่เกิน 30,000 ต่อน้ำนม 1 ลูกบาศก์เซนติเมตร
(ข) หางน้ำนมอุ่นแล้ว ต้องเป็นหางน้ำนมซึ่งได้อุ่นเช่นเดียวกับน้ำนมอุ่นแล้วใน (1) (ข)
(ค) หางน้ำนมอุ่นแล้ว ต้องเป็นหางน้ำนมซึ่งได้ทำให้จุลินทรีย์ทั้งหมดตายแล้ว เช่นเดียวกับน้ำนมสุกใน (1) (ค)
(3) น้ำนมข้นชนิดไม่หวาน ต้องเป็นส่วนของน้ำนมสดซึ่งเหลือจากการเอาน้ำส่วนมากออกแล้ว
(4) หางน้ำนมข้นชนิดไม่หวาน ต้องเป็นส่วนของหางน้ำนมสดซึ่งเหลือจากการเอาน้ำส่วนมากออกแล้ว
(5) น้ำนมข้นชนิดหวาน ต้องเป็นส่วนของน้ำนมสดซึ่งเหลือจากการเอาน้ำส่วนมากออกแล้ว และผสมน้ำตาลแต่อย่างเดียว
(6) หางน้ำนมข้นชนิดหวาน ต้องเป็นส่วนของหางน้ำนมสดซึ่งเหลือจากการเอาน้ำส่วนมากออกแล้ว และผสมน้ำตาลแต่อย่างเดียว
(7) น้ำนมผง ต้องเป็นส่วนของน้ำนมสด ซึ่งเหลือจากการเอาน้ำออกแล้วจนเกือบหมด
(8) หางน้ำนมผง ต้องเป็นส่วนของหางน้ำนมสด ซึ่งเหลือจากการเอาน้ำออกแล้วจนเกือบหมด
(9) หัวน้ำนม ต้องเป็นส่วนของน้ำนมสดอุดมด้วยมันเนย ซึ่งได้แยกออกจากน้ำนมสด และก่อนนำออกจากสถานที่สำหรับแยก นับจุลินทรีย์ได้ไม่เกิน 500,000 ต่อหัวน้ำนม 1 ลูกบาศก์เซนติเมตร
ข. มาตรฐาน
(1) น้ำนมสดทุกจำพวก ต้องมีมันเนยอยู่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 3.25 และมีธาตุน้ำนมธรรมดา โดยไม่นำรวมมันเนยอยู่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 8.5
(2) หางน้ำนมสดทุกจำพวก ต้องมีธาตุน้ำนมธรรมดาทั้งหมดอยู่ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 8.5
(3) น้ำนมข้นชนิดไม่หวาน ต้องมีน้ำมันเนยอยู่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 7.8 และมีธาตุน้ำนมธรรมดา โดยไม่นับรวมมันเนยอยู่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 17.7
(4) น้ำนมข้นชนิดไม่หวาน ต้องมีธาตุน้ำนมธรรมดาทั้งหมดอยู่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20
(5) น้ำนมข้นชนิดหวาน ต้องมีมันเนยอยู่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 8 และมีธาตุน้ำนมธรรมดา โดยไม่นับรวมมันเนย อยู่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 20
(6) หางน้ำนมข้นชนิดหวาน ต้องมีธาตุน้ำนมธรรมดาทั้งหมดอยู่ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 24
(7) น้ำนมผง ต้องมีมันเนยอยู่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 26 และมีความชื้นเหลืออยู่ ไม่มากกว่าร้อยละ 5
(8) หางน้ำนมผง ต้องมีมันเนยอยู่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 7.5 และมีความชื้น เหลืออยู่ไม่มากกว่าร้อยละ 5
(9) หัวน้ำนม ต้องมีมันเนยอยู่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 18 และมีความเป็นกรด คำนวนตามเกณฑ์ของกรดน้ำนม ไม่มากกว่าร้อยละ 0.2
ข้อ 2 น้ำนมโค ซึ่งทำเพื่อขายหรือขายในราชอานาจักร ต้องมีฉลากแสดง ชนิด จำพวก เครื่องหมายสินค้าสำหรับน้ำนมชนิดนั้น ชื่อผู้ทำและตำบลที่ตั้งของโรงงาน เป็นอย่างน้อย ปิดไว้ที่ที่ใส่น้ำนมนั้น
ถ้าเป็นหางน้ำนม ต้องมีฉลากตัวอักษรขนาดไม่เล็กกว่าเจ็ดมิลลิเมตร ความว่า"หางน้ำนม อย่าใช้เลี้ยงทารก"
เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปี นับแต่วันใช้กฎนี้แล้ว นอกจากจะต้องมีฉลากดังกล่าวใน สองวรรคก่อน เฉพาะน้ำนมบรรจุในที่ใส่ซึ่งอาหารเข้าไม่ได้ ต้องแสดงเครื่องหมายสินค้า สำหรับน้ำนมชนิดนั้นเป็นตราหรืออักษรดุลไว้ที่ที่ใส่น้ำนมให้เห็นได้ชัดเจน และถ้าเป็นหางน้ำนม ต้องแสดงอักษรดุลให้เห็นได้ชัดเจนไว้ในที่ที่ใส่ตามความในวรรคสอง อีกด้วย


:: ให้ไว้ ณ วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2485
:: (ลงชื่อ) ช. ชเวงศักดิ์สงคราม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

(ร.จ. เล่ม 59 ตอนที่ 73 หน้า 2304 วันที่ 24 พฤศจิกายน 2485)
 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update