กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่ 1 2 3 4 5 6 7  
 
:: กฎกระทรวง ฉบับที่ 9 (พ.ศ. 2532) ออกตามความในพระราชบัญญัติ ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479 ข้อที่ 1-7

อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติ ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2530 และ มาตรา 5 (2) (3) (4) (6) และ (7) แห่ง พระราชบัญญัติ ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2490 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 4 แห่ง กฎกระทรวงมหาดไทย ออกตามความในพระราชบัญญัติ ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479 (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2485 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 4 ในการรับขึ้นทะเบียนและออกใบอนุญาตสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณทั่วไป คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะจะทำให้ได้แต่เฉพาะผู้ที่ได้รับการอบรมศึกษาตามกำหนดและเงื่อนไข ดังต่อไปนี้
(1) สาขาเวชกรรม ได้รับการอบรมศึกษาเป็นเวลาสืบเนื่องกัน ไม่น้อยกว่าสามปี จากผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณทั่วไปในสาขาเวชกรรม โดยมีหนังสือรับรองของผู้ให้การอบรมศึกษาเป็นหลักฐาน
(2) สาขาเภสัชกรรม ได้รับการอบรมศึกษาเป็นเวลาสืบเนื่องกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปี จากผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณทั่วไปในสาขาเวชกรรมหรือเภสัชกรรม โดยมีหนังสือรับรองของผู้ให้การอบรมศึกษาเป็นหลักฐาน
(3) สาขาการผดุงครรภ์ ได้รับการอบรมศึกษาเป็นเวลาสืบเนื่องกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปี จากผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณทั่วไปในสาขาการผดุงครรภ์ โดยมีหนังสือรับรองของผู้ให้การอบรมศึกษาเป็นหลักฐาน
ถ้าผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตคนใดแสดงหนังสือรับรอง ของผู้ประกอบโรคศิลปะที่ให้การอบรมศึกษาแก่ตนไม่ได้ จะแสดงหลักฐานอย่างอื่น ให้เป็นที่พอใจแก่คณะกรรมการก็ได้
แต่ในทุกสาขาดังกล่าวแล้ว คณะกรรมการจะต้องสอบความรู้ และหรือความชำนาญของผู้ขอขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตจนเป็นที่พอใจด้วย"
ข้อ 2 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 8 แห่ง กฎกระทรวงมหาดไทย ออกตามความในพระราชบัญญัติ ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479 (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2485 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2521) ออกตามความในพระราชบัญญัติ ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 8 ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียม ดังต่อไปนี้
(1) ค่าขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบัน 40 บาท
(2) ค่าขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะแผนโบราณทั่วไป หรือใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะแผนโบราณแบบประยุกต์ 20 บาท
(3) ค่าแก้ไขหรือเพิ่มเติมอภิไธย ครั้งละ 10 บาท
(4) ค่าหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบัน ฉบับละ 20 บาท
(5) ค่าหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณทั่วไป หรือผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณแบบประยุกต์ ฉบับละ 10 บาท
(6) ค่าสอบความรู้ผู้ขออนุญาตประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบัน ครั้งละ 40 บาท
(7) ค่าสอบความรู้ผู้ขออนุญาตประกอบโรคศิลปะแผนโบราณทั่วไป หรือผู้ขออนุญาตประกอบโรคศิลปะแผนโบราณแบบประยุกต์ ครั้งละ 20 บาท
(8) ค่าหนังสืออนุมัติให้แสดงว่าเป็นผู้มีความรู้ ความชำนาญ โดยเฉพาะในการประกอบโรคศิลปะ อย่างหนึ่งอย่างใด ฉบับละ 40 บาท
(9) ค่าใบแทนใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ ฉบับละ 10 บาท"
 
  ข้อ 3 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 9 แห่ง กฎกระทรวงมหาดไทย ออกตามความในพระราชบัญญัติ ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479 (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2485 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 9 ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นสอง ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณทั่วไป และผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณแบบประยุกต์ จะต้องแสดงใบอนุญาตของตนไว้ในที่เปิดเผยซึ่งเห็นได้ง่าย ณ สำนักงานของตน"
ข้อ 4 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 20 ข้อ 21 และ ข้อ 22 แห่ง กฎกระทรวงมหาดไทย ออกตามความในพระราชบัญญัติ ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479 (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2485 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 20 ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณทั่วไป จะปฏิบัติต่อร่างกายผู้อื่นได้ ดังต่อไปนี้
(1) ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณทั่วไปในสาขาเวชกรรมจะทำการ บำบัดโรคและปรุงหรือตั้งยาให้คนเจ็บไข้ของตนได้เฉพาะตามหลักการผลิต ยาแผนโบราณ ที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยยาหรือตามหลักซึ่งผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณทั่วไปใช้สืบกันมานานเท่านั้น
(2) ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณทั่วไปในสาขาเภสัชกรรมจะปรุงยา ได้เฉพาะตามหลักการผลิตยาแผนโบราณที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วยยา หรือตามหลักซึ่งผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณทั่วไปใช้สืบกันมาเท่านั้น
(3) ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณทั่วไปในสาขาการผดุงครรภ์จะ ทำการผดุงครรภ์ได้เฉพาะรายที่มีครรภ์ปกติ และคลอดอย่างปกติ ตลอดจนการพยาบาลมารดาและทารก แต่ห้ามมิให้ข่มท้องตรวจภายในช่องคลอด หรือตัดสายสะดือทารกโดยใช้เครื่องมือที่ไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อ
" ข้อ 21 ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณแบบประยุกต์ จะปฏิบัติต่อร่างกายผู้อื่น ได้ดังต่อไปนี้
(1) บำบัดโรคและปรุงหรือตั้งยาเพื่อการรักษาผู้ป่วยในทางเวชกรรม ได้เฉพาะตามหลักซึ่งได้รับการศึกษาจากสถานศึกษาที่คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะรับรอง
(2) ปรุงยาได้เฉพาะตามหลักซึ่งได้รับการศึกษาจากสถานศึกษาที่ คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะรับรอง และ
(3) ทำการผดุงครรภ์ได้เฉพาะรายที่มีครรภ์ปกติและคลอดอย่างปกติ ตลอดจนการพยาบาลมารดาและทารก และการตรวจภายในช่องคลอด
" ข้อ 22 ห้ามมิให้ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณแบบประยุกต์ปฏิบัติการ ดังต่อไปนี้
(1) การเจาะเลือด เว้นแต่หลอดเลือดฝอย
(2) การสวนปัสสาวะ เว้นแต่กรณีการทำคลอด
(3) การป้ายจากปากมดลูก หรือภายในช่องคลอดโดยตรง
(4) การข่มท้องในการทำคลอด
(5) การตัดสายสะดือทารกโดยใช้เครื่องมือที่ไม่ได้ผ่านการฆ่าเชื้อ"
ข้อ 5 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น ข้อ 22ทวิ แห่ง กฎกระทรวงมหาดไทย ออกตามความในพระราชบัญญัติ ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479 (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2485
" ข้อ 22ทวิ ห้ามมิให้ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณแบบประยุกต์ใช้เครื่องมือ ทางวิทยาศาสตร์การแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและรักษา เว้นแต่เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่กำหนดไว้ ดังต่อไปนี้
(1) เทอร์โมมิเตอร์วัดไข้
(2) เครื่องฟังตรวจ
(3) เครื่องมือวัดความดันเลือด
(4) อุปกรณ์ที่ใช้ภายนอกร่างกายสำหรับการตรวจปัสสาวะ อุจจาระ น้ำลายและสิ่งขับถ่าย
(5) เครื่องมือเจาะเลือดจากปลายนิ้วและติ่งหู
(6) เครื่องมือฆ่าเชื้อสำหรับใช้กับวัตถุ อุปกรณ์ และยาที่เกี่ยวข้องกับการรักษา
(7) เครื่องมือแต่งแผล
(8) เครื่องมือที่ใช้ในการทำคลอด
(9) เครื่องกลั่นน้ำที่ใช้สำหรับปรุงยา หรือล้างแผล
(10) เครื่องมือชั่งตวงวัด
(11) เครื่องมือที่ใช้สวนอุจจาระ
(12) เครื่องมือที่ใช้สวนปัสสาวะ
(13) เครื่องตอกเม็ดยา เครื่องบรรจุแคปซูลยา"
ข้อ 6 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 26 ข้อ 27 และ ข้อ 28 แห่ง กฎกระทรวงมหาดไทย ออกตามความในพระราชบัญญัติ ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479 (ฉบับที่ 3) ลงวันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2485 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 26 นอกจากต้องรักษามรรยาทตาม ข้อ 25 แล้ว ผู้ประกอบโรคศิลปะ แผนปัจจุบันชั้นสอง ในสาขาเวชกรรมหรือผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันในสาขาทันตกรรม และผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณทั่วไป ในสาขาเวชกรรม ต้องไม่ประพฤติหรือกระทำการ ดังต่อไปนี้
(1) ปฏิเสธการช่วยคนเจ็บไข้ในระหว่างอันตรายเมื่อได้รับคำขอร้อง และตนอยู่ในฐานะที่จะช่วยได้
(2) เปิดเผยความลับของคนเจ็บไข้ ซึ่งตนทราบมาเนื่องจากวิชาชีพ เว้นแต่ด้วยความยินยอมของคนเจ็บไข้นั้น หรือเมื่อต้องปฏิบัติการตามกฎหมายหรือตามหน้าที่ราชการ
(3) จงใจชักชวนคนเจ็บไข้ให้รับการรักษาพยาบาลของตนเพื่อผลประโยชน์
(4) ลงลายมือชื่อรับรองเวชภัณฑ์อันเป็นสิ่งหลอกลวงหรือยาตำรับลับ
" ข้อ 27 นอกจากต้องรักษามรรยาทตาม ข้อ 25 แล้ว ผู้ประกอบโรคศิลปะ แผนโบราณทั่วไป ในสาขาการผดุงครรภ์ ต้องไม่ประพฤติหรือกระทำการดังต่อไปนี้
(1) ปฏิเสธการช่วยคนเจ็บไข้ในระหว่างอันตราย เมื่อได้รับคำขอร้อง และอยู่ในฐานะที่จะช่วยได้
(2) เปิดเผยความลับของคนเจ็บไข้ ซึ่งตนทราบมาเนื่องจากวิชาชีพ เว้นแต่ด้วยความยินยอมของคนเจ็บไข้นั้น หรือเมื่อต้องปฏิบัติการตามกฎหมายหรือตามหน้าที่ราชการ
(3) จงใจชักชวนคนเจ็บไข้ให้รับการรักษาพยาบาลของตนเพื่อผลประโยชน์
" ข้อ 28 นอกจากต้องรักษามรรยาทตาม ข้อ 25 แล้ว ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบัน หรือผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณทั่วไป ในสาขาเภสัชกรรมต้องไม่ประพฤติ หรือกระทำการดังต่อไปนี้
(1) ปรุงยาผิดจากตำรับ
(2) ไม่สอบถามผู้ออกตำรับ ในกรณีที่สงสัยว่ายาตามตำรับ เป็นอันตรายหรือตำรับนั้นผิด
(3) เขียนชื่อหรือส่วนผสม หรือประโยชน์ของยาตามฟาร์มาโคเปีย หรือตำรับยาใด ๆ ไม่ตรงกับชื่อหรือส่วนผสม หรือประโยชน์อันแท้จริงตามที่ปรากฏในฟาร์มาโคเปีย หรือตำรับยานั้น ๆ"
ข้อ 7 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น ข้อ 30 แห่ง กฎกระทรวงมหาดไทย ออกตามความในพระราชบัญญัติ ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479 (ฉบับที่ 3) ลง วันที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2485
" ข้อ 30 นอกจากต้องรักษามรรยาทตาม ข้อ 25 แล้ว ผู้ประกอบโรคศิลปะ แผนโบราณแบบประยุกต์ ต้องไม่ประพฤติหรือกระทำการดังต่อไปนี้
(1) ปฏิเสธช่วยคนเจ็บไข้ในระหว่างอันตราย เมื่อได้รับคำขอร้อง และตนอยู่ในฐานะที่จะช่วยได้
(2) เปิดเผยความลับของคนเจ็บไข้ ซึ่งตนทราบมาเนื่องจากวิชาชีพ เว้นแต่ด้วยความยินยอมของคนเจ็บไข้นั้น หรือเมื่อต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือตามหน้าที่ราชการ
(3) จงใจชักชวนคนเจ็บไข้ให้รับการรักษาพยาบาลของตน เพื่อผลประโยชน์
(4) ลงลายมือชื่อรับรองเวชภัณฑ์อันเป็นสิ่งหลอกลวง หรือยาตำรับลับ
(5) ปรุงยาผิดจากตำรับที่ขึ้นทะเบียนไว้
(6) ไม่สอบถามผู้ออกตำรับ ในกรณีที่สงสัยว่ายาตามตำรับเป็นอันตรายหรือตำรับนั่นผิด
(7) เขียนชื่อหรือส่วนผสมหรือประโยชน์ของยาตามฟาร์มาโคเปียหรือตำรับยาใด ๆ ไม่ตรงกับชื่อหรือส่วนผสม หรือประโยชน์อันแท้จริงตามที่ปรากฏในฟาร์มาโคเปียหรือตำรับยานั้น ๆ"


:: ให้ไว้ ณ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2532
:: (ลงชื่อ) ชวน หลีกภัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจาก พระราชบัญญัติ ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2479 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2530 กำหนดให้มีการประกอบโรคศิลปะแผนโบราณแบบประยุกต์เพิ่มขึ้น ดังนั้น สมควรกำหนดข้อจำกัด และข้อห้ามในการประกอบโรคศิลปะสำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณแบบประยุกต์ เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณแบบประยุกต์ สามารถใช้เพื่อการวินิจฉัยและรักษามรรยาทแห่งวิชาชีพของผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณแบบประยุกต์ และอัตราค่าธรรมเนียมสำหรับการขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาต เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณแบบประยุกต์กับแก้ไขอัตราค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น นอกจากนี้สมควรแก้ไขบทบัญญัติที่กล่าวถึงผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ เป็น "ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณทั่วไป"ให้ชัดเจนเพื่อให้สอดคล้องกับการกำหนดแยก การประกอบโรคศิลปะแผนโบราณออกเป็น การประกอบโรคศิลปะแผนโบราณทั่วไปและการประกอบโรคศิลปะแผนโบราณแบบประยุกต์ตาม พระราชบัญญัติ ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2530 จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
(ร.จ. เล่ม 106 ตอนที่ 33 หน้า 10 วันที่ 1 มีนาคม 2532)
 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update