แนะนำ ขอคำแนะนำ ต้องการสนับสนุน 
กฎหมายดอตคอม คลิกที่นี่!!หน้าหลัก กฎหมายดอตคอม
     
 
 
กฎกระทรวง
ว่าด้วยการชำระค่าภาคหลวงและรายได้อื่นๆ จากการผลิตปิโตรเลียม ในพื้นที่พัฒนาร่วมให้แก่รัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยและรัฐบาลแห่งมาเลเซีย
พ.ศ. 2547
 

:: หมวด1 ข้อความเบื้องต้น มาตรา 1
:: หมวด2 การชำระค่าภาคหลวง มาตรา 2-3
:: หมวด3 การชำระค่าปิโตรเลียมส่วนที่เป็นกำไร และอื่นๆ มาตรา 4-5
:: หมวด4 เงินบำรุงการวิจัยและการชำระเงินโบนัส มาตรา 6-8
:: หมวด5 วิธีการนำส่งเงินและสกุลเงินตรา มาตรา 9-11
:: หมวด6 ค่าใช้จ่ายประจำปี มาตรา 12-13
:: หมวด7 การปรับยอดการชำระภาษีเงินได้ปิโตรเลียม มาตรา 14-16
:: หมวด8 บททั่วไป มาตรา 17


 
     

     
 
 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 10 และมาตรา 18 (2) และ (10) แห่งพระราชบัญญัติ องค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย พ.ศ. 2533 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

:: หมวด 1 ข้อความเบื้องต้น
ข้อ 1 ในกฎกระทรวงนี้ เว้นแต่ข้อความจะแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น
"ผู้ได้รับสัญญา" หมายความว่า บุคคลใดๆ ซึ่งทำสัญญาแบ่งปันผลผลิตกับองค์กรร่วมตามมาตรา 17 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติ องค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย พ.ศ.2533 เพื่อวัตถุประสงค์ในการสำรวจและแสวงหาประโยชน์จากปิโตรเลียมในพื้นที่พัฒนาร่วม และให้หมายความรวมถึงผู้รับโอนที่ได้รับอนุญาตด้วย
"ปีงบประมาณ" หมายความว่า ปีงบประมาณขององค์กรร่วม
"ผลผลิตรวมของปิโตรเลียม" หมายความว่า
(1) เมื่อเกี่ยวกับน้ำมัน ให้หมายถึง น้ำมันดิบทั้งหมดที่ผู้ได้รับสัญญานำขึ้นมาและกักเก็บเป็นครั้งคราวภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิต ซึ่งวัดค่าที่คลังเก็บนั้นๆ โดยหักเอาตะกอนและน้ำออกและแสดงจำนวนไว้เป็นกิโลลิตร และ
(2) เมื่อเกี่ยวกับก๊าซ ให้หมายถึง รายได้ทั้งหมดจากการขายก๊าซ
"รายได้ที่ไม่ได้เกิดจากปิโตรเลียม" หมายความว่า รายได้ขององค์กรร่วมที่ไม่ได้รับจากการผลิตปิโตรเลียมภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิต และให้หมายความรวมถึงดอกเบี้ยใดๆ เงินได้ส่วนที่เหลือจากการชดเชยค่าประกันภัย หรือเงินที่ได้รับจากการจำหน่ายทรัพย์สินและสินทรัพย์ใดๆ ขององค์กรร่วม
"สัญญาแบ่งปันผลผลิต" หมายความว่า สัญญาแบ่งปันผลผลิตระหว่างองค์กรร่วมกับผู้ได้รับสัญญาตามมาตรา 17 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติ องค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย พ.ศ. 2533
"ปิโตรเลียมส่วนที่เป็นกำไร" หมายความว่า น้ำมันส่วนที่เป็นกำไรและก๊าซส่วนที่เป็นกำไรตามที่กำหนดไว้ในสัญญาแบ่งปันผลผลิต
"กองทุนสำรอง" หมายความว่า กองทุนสำรองที่ตั้งขึ้นตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติ องค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย พ.ศ. 2533

:: หมวด 2 การชำระค่าภาคหลวง
ข้อ 2 เมื่อองค์กรร่วมได้รับชำระค่าภาคหลวงในอัตราร้อยละสิบของการจำหน่ายผลผลิตรวมของปิโตรเลียมตามข้อกำหนดในสัญญาแบ่งปันผลผลิตแล้ว ให้องค์กรร่วมชำระค่าภาคหลวงตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติ องค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย พ.ศ. 2533 ให้แก่รัฐบาลทั้งสองเป็นรายเดือนในจำนวนที่เท่ากันจากกองทุน ภายในยี่สิบวันนับจากวันสุดท้ายของเดือนที่องค์กรร่วมได้รับเงินนั้น
ข้อ 3 ให้องค์กรร่วมยื่นแบบแสดงรายการชำระค่าภาคหลวงพร้อมกับการชำระค่าภาคหลวงตามข้อ 2 ตามแบบที่องค์กรร่วมกำหนดต่อ Economic Planning Unit of the Prime Minister's Department ในกรณีของมาเลเซีย และกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ในกรณีของราชอาณาจักรไทย
แบบแสดงรายการตามวรรคหนึ่งต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้
(1) ชนิดของปิโตรเลียมและพื้นที่ตามสัญญาที่ทำการผลิต
(2) รอบระยะเวลาของการชำระค่าภาคหลวง
(3) ผลผลิตรวมของปิโตรเลียมในรอบระยะเวลาตาม (2)
(4) ราคาที่ใช้ในการคำนวณค่าภาคหลวงที่ชำระให้แก่รัฐบาลแต่ละฝ่าย
(5) สกุลเงินตราที่ใช้ในการชำระค่าภาคหลวงให้แก่รัฐบาลทั้งสอง
(6) จำนวนค่าภาคหลวงที่องค์กรร่วมได้รับเป็นปิโตรเลียมหรือเป็นตัวเงินซึ่งคำนวณตามสัญญาแบ่งปันผลผลิต
(7) จำนวนค่าภาคหลวงที่ชำระให้แก่รัฐบาลแต่ละฝ่ายในรอบระยะเวลาตาม (2)
(8) จำนวนค่าภาคหลวงสะสมที่ชำระให้แก่รัฐบาลแต่ละฝ่ายในแต่ละไตรมาสของปีงบประมาณ
(9) การคำนวณปริมาณผลผลิตรวมของปิโตรเลียมที่องค์กรร่วมได้รับเป็นค่าภาคหลวงตามสัญญาแบ่งปันผลผลิต
(10) การปรับกระทบยอดค่าภาคหลวง (ถ้ามี) หลังจากที่ได้รับการตรวจสอบการคำนวณการชำระค่าภาคหลวงในเดือนใดๆ ก่อนหน้านี้ และ
(11) รายการหรือข้อมูลอื่นใดที่องค์กรร่วมเห็นสมควร

:: หมวด 3 การชำระค่าปิโตรเลียมส่วนที่เป็นกำไร และอื่นๆ
ข้อ 4 ภายใต้บังคับข้อ 12 และข้อ 14 ให้องค์กรร่วมชำระเงินดังต่อไปนี้จากกองทุนเป็นรายไตรมาสให้แก่รัฐบาลทั้งสองในจำนวนที่เท่ากัน
(1) รายได้ใดๆ ที่องค์กรร่วมได้รับจากการขายหรือจำหน่ายปิโตรเลียมส่วนที่เป็นกำไรในส่วนขององค์กรร่วม
(2) เงินใดๆ ที่ผู้ได้รับสัญญาชำระให้แก่องค์กรร่วมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันส่วนที่เป็นกำไรของผู้ได้รับสัญญา และ
(3) รายได้ใดๆ จากการขายหรือจำหน่ายผลผลิตปิโตรเลียมอื่นใดที่องค์กรร่วมมีสิทธิได้รับ
ทั้งนี้ นอกเหนือจากเงินบำรุงการวิจัยและเงินโบนัส
ภายใต้ข้อกำหนดในสัญญาแบ่งปันผลผลิต การชำระเงินตามวรรคหนึ่ง ต้องกระทำภายในยี่สิบวันนับจากวันสุดท้ายของเดือนที่ถัดจากเดือนสุดท้ายในแต่ละไตรมาสของปีงบประมาณ ซึ่งเป็นไตรมาสที่ใช้คำนวณรายได้หรือเงินนั้น
ข้อ 5 ให้องค์กรร่วมยื่นแบบแสดงรายการพร้อมกับการชำระเงินตามข้อ 4 ตามแบบที่องค์กรร่วมกำหนดต่อ Economic Planning Unit of the Prime Minister's Department ในกรณีของมาเลเซีย และกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ในกรณีของราชอาณาจักรไทย
แบบแสดงรายการตามวรรคหนึ่งต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้
(1) ชนิดของปิโตรเลียมและพื้นที่ตามสัญญาที่ทำการผลิต
(2) รอบไตรมาสของปีงบประมาณสำหรับการชำระค่าปิโตรเลียมส่วนที่เป็นกำไร เงิน และการชำระอื่นใดจากการขายหรือจำหน่ายผลผลิตปิโตรเลียมใดๆ นอกเหนือจากการชำระเงินบำรุงการวิจัยและเงินโบนัส
(3) ผลผลิตรวมของปิโตรเลียมในรอบระยะเวลาตาม (2)
(4) ราคาที่ใช้ในการคำนวณตาม (6) (7) (8) และ (9)
(5) สกุลเงินตราที่ใช้ในการชำระเงินให้แก่รัฐบาลทั้งสอง
(6) จำนวนผลผลิตรวมของปิโตรเลียม จำนวนค่าภาคหลวงที่ชำระ จำนวนปิโตรเลียมส่วนที่องค์กรร่วมยินยอมให้ผู้ได้รับสัญญานำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในไตรมาสนั้นของปีงบประมาณ และจำนวนปิโตรเลียมส่วนที่เป็นกำไรที่ได้คำนวณตามข้อกำหนดในสัญญาแบ่งปันผลผลิต
(7) จำนวนรายได้จากปิโตรเลียมส่วนที่เป็นกำไรที่องค์กรร่วมได้มาหรือได้รับ
(8) จำนวนเงินใดๆ ที่องค์กรร่วมได้รับตามข้อ 4 (2) ซึ่งได้คำนวณตามข้อกำหนดในสัญญาแบ่งปันผลผลิต
(9) จำนวนรายได้ที่องค์กรร่วมได้มาหรือได้รับตามข้อ 4 (3) จากการขายหรือจำหน่ายผลผลิตปิโตรเลียมอื่นใดที่องค์กรร่วมมีสิทธิได้รับ
(10) จำนวนเงินได้ (ถ้ามี) ที่กันไว้ตามข้อ 12
(11) จำนวนภาษีเงินได้ปิโตรเลียมที่ปรับยอดการชำระ (ถ้ามี) ตามข้อ 14
(12) จำนวนรายได้สุทธิหรือเงินที่ชำระให้แก่รัฐบาลแต่ละฝ่าย ในรอบระยะเวลาตาม (2)
(13) รายได้สุทธิสะสมหรือเงินสะสมที่ชำระให้แก่รัฐบาลแต่ละฝ่าย ในแต่ละไตรมาสของปีงบประมาณ
(14) การปรับกระทบยอดปิโตรเลียมส่วนที่เป็นกำไรหรือการชำระอื่นใด (ถ้ามี) หลังจากที่ได้รับการตรวจสอบการคำนวณการชำระเงินที่กระทำในไตรมาสใดๆ ก่อนหน้านี้ และ
(15) รายการหรือข้อมูลอื่นใดที่องค์กรร่วมเห็นสมควร

:: หมวด 4 เงินบำรุงการวิจัยและการชำระเงินโบนัส
ข้อ 6 เงินบำรุงการวิจัยใดๆ ที่องค์กรร่วมได้รับจากผู้ได้รับสัญญาตามข้อกำหนดในสัญญาแบ่งปันผลผลิตให้นำส่งเข้ากองทุนสำรอง
เงินบำรุงการวิจัยให้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ในการสนับสนุนการวิจัยและพัฒนาใดๆ ในงานด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเกี่ยวกับการสำรวจหรือแสวงประโยชน์จากปิโตรเลียมหรือทรัพยากรธรรมชาติสำหรับพื้นที่พัฒนาร่วม
โครงการหรือแผนงานใดๆ ที่ใช้เงินบำรุงการวิจัยตามวรรคสองให้เป็นไปตามที่องค์กรร่วมกำหนดหรือเป็นโครงการ หรือแผนงานที่ได้รับการเสนอแนะหรือเสนอเป็นครั้งคราวจาก Director General of Economic Planning Unit of the Prime Minister's Department ในกรณีของมาเลเซีย หรือจากอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ในกรณีของราชอาณาจักรไทยเพื่อให้องค์กรร่วมพิจารณาอนุมัติ
ข้อ 7 ในกรณีที่มีการใช้เงินบำรุงการวิจัยตามข้อ 6 ในปีงบประมาณใด ให้องค์กรร่วมรายงานการใช้เงินบำรุงการวิจัยนั้น พร้อมด้วยรายละเอียดตามสมควรในรายงานประจำปีและรายงานงบการเงินที่ได้ผ่านการตรวจสอบบัญชีแล้ว ขององค์กรร่วมที่นำเสนอต่อรัฐบาลทั้งสอง
ข้อ 8 เงินโบนัสใดๆ ที่ผู้ได้รับสัญญาชำระให้แก่องค์กรร่วมตามข้อกำหนดในสัญญาแบ่งปันผลผลิต องค์กรร่วมต้องชำระให้แก่รัฐบาลทั้งสองในจำนวนเท่ากันจากกองทุนภายในยี่สิบวันนับจากวันสุดท้ายของเดือนที่ได้รับเงินโบนัสนั้น
การชำระเงินตามวรรคหนึ่ง องค์กรร่วมต้องมีหนังสือแจ้งต่อ Economic Planning Unit of the Prime Minister's Department ในกรณีของมาเลเซีย และกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ในกรณีของราชอาณาจักรไทยด้วย

:: หมวด 5 วิธีการนำส่งเงินและสกุลเงินตรา
ข้อ 9 การนำส่งเงินใดๆ ขององค์กรร่วม เพื่อเป็นรายได้ของรัฐบาลทั้งสองตามกฎกระทรวงนี้ให้กระทำโดยวิธีการ telegraphic - transfer หรือโดยวิธีการอื่นใด ตามที่ Economic Planning Unit of the Prime Minister's Department ในกรณีของมาเลเซีย และกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ในกรณีของราชอาณาจักรไทย แจ้งให้องค์กรร่วมทราบเป็นครั้งคราว
การนำส่งเงินตามวรรคหนึ่ง ให้นำเข้าบัญชีธนาคารของ Accountant General Malaysia ตามที่ได้รับแจ้งจาก Economic Planning Unit of the Prime Minister's Department ในกรณีของมาเลเซีย และบัญชีธนาคารของกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ตามที่ได้รับแจ้งจากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ในกรณีของราชอาณาจักรไทย
เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ตามวรรคหนึ่ง "รายได้" หมายความว่ารายได้และเงินทั้งปวงที่รัฐบาลทั้งสองได้รับตามกฎกระทรวงนี้
ข้อ 10 การชำระเงินทั้งปวงแก่รัฐบาลทั้งสองตามกฎกระทรวงนี้ ให้ชำระเป็นเงินเหรียญสหรัฐอเมริกาหรือเงินตราสกุลอื่นตามที่รัฐบาลทั้งสองตกลงกัน
ข้อ 11 ให้องค์กรร่วมเป็นผู้รับภาระในค่าธรรมเนียมธนาคารและค่าใช้จ่ายทางการเงิน ทั้งปวงที่เกิดขึ้นจากการนำส่งเงินให้แก่รัฐบาลทั้งสองตามกฎกระทรวงนี้

:: หมวด 6 ค่าใช้จ่ายประจำปี
ข้อ 12 ภายใต้บังคับข้อ 13 ให้องค์กรร่วมกันรายได้ส่วนหนึ่งที่ได้รับจากปิโตรเลียมส่วนที่เป็นกำไรไว้ในกองทุน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานประจำปีขององค์กรร่วม ทั้งนี้ โดยสอดคล้องกับข้อกำหนดในงบประมาณขององค์กรร่วมที่ได้รับอนุมัติสำหรับปีงบประมาณนั้น
ส่วนของรายได้ที่องค์กรร่วมกันไว้เพื่อวัตถุประสงค์ตามวรรคหนึ่ง ให้หักออกจากรายได้ที่ได้รับจากปิโตรเลียมส่วนที่เป็นกำไรที่ได้รับในไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณก่อนปีงบประมาณนั้น
ในกรณีที่ปิโตรเลียมส่วนที่เป็นกำไรที่ได้รับในไตรมาสสุดท้ายของปีงบประมาณก่อนปีงบประมาณนั้น ไม่เพียงพอสำหรับวัตถุประสงค์ตามวรรคหนึ่ง องค์กรร่วมอาจนำเงินส่วนที่ขาดอยู่เพื่อวัตถุประสงค์ตามวรรคสองมาหักออกจากรายได้ในไตรมาสถัดไปของปีงบประมาณต่อไปได้
ข้อ 13 รายได้ที่กันไว้โดยองค์กรร่วมเพื่อวัตถุประสงค์ในข้อ 12 จะต้องไม่เกินจำนวนเงินที่องค์กรร่วมจำเป็นต้องใช้ทั้งหมดในปีงบประมาณนั้น หักด้วยรายได้ที่ไม่ได้เกิดจากปิโตรเลียมอื่นๆ ตามที่ระบุไว้ในข้อกำหนดในงบประมาณที่องค์กรร่วมได้รับอนุมัติสำหรับปีงบประมาณนั้น

:: หมวด 7 การปรับยอดการชำระภาษีเงินได้ปิโตรเลียม
ข้อ 14 เพื่อให้เป็นไปตามพันธกรณีในข้อ 17 ของความตกลง ในกรณีที่รัฐบาลฝ่ายหนึ่งเรียกเก็บภาษีเงินได้ปิโตรเลียมได้สูงกว่าภาษีเงินได้ปิโตรเลียมที่รัฐบาลอีกฝ่ายหนึ่งเรียกเก็บได้ในปีงบประมาณใด ก่อนที่จะมีการนำส่งเงินให้แก่รัฐบาลทั้งสองในส่วนของปิโตรเลียมส่วนที่เป็นกำไรที่ชำระ โดยผู้ได้รับสัญญาทุกรายในไตรมาสแรกของปีงบประมาณต่อไป ให้องค์กรร่วมหักเงินส่วนต่างของภาษีเงินได้ปิโตรเลียมนั้นจำนวนเท่ากับร้อยละห้าสิบของจำนวนที่แตกต่างออกจากปิโตรเลียม ส่วนที่เป็นกำไรที่จะนำส่งให้แก่รัฐบาลที่มีภาษีเงินได้ปิโตรเลียมที่เรียกเก็บสูงกว่าภาษีเงินได้ปิโตรเลียมของอีกรัฐบาลหนึ่ง
ข้อ 15 เพื่อวัตถุประสงค์ของหมวดนี้ ให้องค์กรร่วมติดต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลที่จำเป็นกับหน่วยงานด้านสรรพากรของรัฐบาลแต่ละฝ่าย เพื่อให้การจัดเก็บภาษีเงินได้ปิโตรเลียมประจำปีจากผู้ได้รับสัญญาโดยรัฐบาลทั้งสองมีจำนวนเท่ากัน
เพื่อให้เป็นไปตามวรรคหนึ่ง ข้อมูลที่จำเป็นนั้นให้รวมถึง
(1) จำนวนภาษีเงินได้ปิโตรเลียมที่ชำระโดยผู้ได้รับสัญญาทุกรายในปีงบประมาณหนึ่ง
(2) วันที่ทำการชำระเงิน
(3) อัตราแลกเปลี่ยนตามที่ระบุในข้อ 16 และ
(4) จำนวนเงินที่องค์กรร่วมใช้ในการปรับยอดการชำระเพื่อให้ภาษีเงินได้ปิโตรเลียม ในแต่ละปีงบประมาณที่ชำระต่อรัฐบาลทั้งสองมีจำนวนเท่ากัน
ข้อ 16 เพื่อวัตถุประสงค์ของหมวดนี้ การแปลงค่าเงินบาทและเงินริงกิตเป็นเงินเหรียญสหรัฐอเมริกา หรือการแปลงค่าเงินเหรียญสหรัฐอเมริกาเป็นเงินบาทหรือเงินริงกิตให้ใช้อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ยของธนาคารแห่งประเทศไทย ในกรณีของราชอาณาจักรไทย และ The Bank Negara ในกรณีของมาเลเซีย ณ เดือนที่มีการชำระภาษี

:: หมวด 8 บททั่วไป
ข้อ 17 ให้องค์กรร่วมจัดส่งบัญชี หลักฐาน หรือข้อมูลที่เกี่ยวกับการชำระเงินหรือรายได้ใดๆ ที่องค์กรร่วมได้รับ หรือเรื่องอื่นใดให้แก่รัฐบาลทั้งสองแต่ละฝ่ายเป็นครั้งคราวตามที่รัฐบาลแต่ละฝ่ายร้องขอ

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติ องค์กรร่วมไทย - มาเลเซีย พ.ศ. 2533 บัญญัติให้องค์กรร่วมชำระค่าภาคหลวงแก่รัฐบาลทั้งสองแต่ละฝ่ายในอัตราฝ่ายละร้อยละห้าของผลผลิตรวมของปิโตรเลียม ตามวิธีการและเวลาที่กำหนดโดยกฎกระทรวง และโดยที่มาตรา 18 (2) และ (10) แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวได้บัญญัติให้รัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของรัฐบาลทั้งสองมีอำนาจออกกฎกระทรวงในเรื่องการชำระเงินใดๆ ที่จะต้องชำระแก่รัฐบาลทั้งสองจากองค์กรร่วมตามมาตรา 10 และมาตรา 13 (4) รวมทั้งในเรื่องอื่นใดเพื่อวัตถุประสงค์ในอันที่จะทำให้บทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัตินี้บังเกิดผล จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้




 
ให้ไว้ ณ วันที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2547
พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
 
     
Update