แนะนำ ขอคำแนะนำ ต้องการสนับสนุน 
กฎหมายดอตคอม คลิกที่นี่!!หน้าหลัก กฎหมายดอตคอม
     
 
 
กฎกระทรวง
ว่าด้วยการดำรงเงินกองทุนของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
พ.ศ. 2547
 

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 และมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศ พ.ศ. 2545 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 35 และมาตรา 48 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ให้จัดชั้นเงินกองทุนของธนาคาร ดังนี้
(1) เงินกองทุนชั้นที่หนึ่ง ประกอบด้วย
(ก) ทุนชำระแล้ว ซึ่งรวมทั้งส่วนล้ำมูลค่าหุ้นที่ธนาคารได้รับและเงินที่ธนาคารได้รับจากการออกใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของธนาคาร
(ข) เงินสำรองที่ได้จัดสรรตามมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2545
(ค) เงินสำรองที่ได้จัดสรรจากกำไรสุทธิ เมื่อสิ้นงวดบัญชีตามมติที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นหรือตามข้อบังคับธนาคาร แต่ไม่รวมเงินสำรองเพื่อการลดค่าของสินทรัพย์และเงินสำรองเพื่อการชำระหนี้
(ง) กำไรสุทธิคงเหลือจากการจัดสรร
ให้หักผลขาดทุนที่เกิดขึ้นในทุกงวดบัญชี และค่าแห่งกู๊ดวิลล์ ออกจากเงินกองทุนชั้นที่หนึ่ง ส่วนที่ระบุใน (ก) (ข) (ค) และ (ง) ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด และให้หักมูลค่าของหุ้นที่ธนาคารได้ซื้อคืนตามกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัดออกจากเงินกองทุนใน (ก) และ (ง) ด้วยวิธีราคาตามมูลค่าตามแนวปฏิบัติทางการบัญชีเกี่ยวกับหุ้นซื้อคืนของกิจการหรือตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
(2) เงินกองทุนชั้นที่สอง ประกอบด้วย
(ก) เงินสำรองสำหรับสินทรัพย์จัดชั้นปกติ ซึ่งได้กันไว้ตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด ทั้งนี้ ให้นับเข้าเป็นเงินกองทุนได้ไม่เกินร้อยละหนึ่งจุดสองห้าของยอดสินทรัพย์เสี่ยง
(ข) เงินที่ได้รับจากการออกหุ้นบุริมสิทธิชนิดสะสมเงินปันผล
(ค) เงินสำรองจากการตีราคาตราสารทุนประเภทเผื่อขายตามมาตรฐานการบัญชี เรื่อง การบัญชีสำหรับเงินลงทุนในตราสารหนี้และตราสารทุน ทั้งนี้ ให้ธนาคารถือปฏิบัติดังนี้
(1) ในกรณีที่มูลค่าสุทธิจากการตีราคาเป็นส่วนเกินทุน ให้ธนาคารนับส่วนเกินทุนดังกล่าวเป็นเงินกองทุนของงวดการบัญชีรอบระยะเวลาหกเดือนของธนาคาร ได้ไม่เกินร้อยละสี่สิบห้าของยอดมูลค่าสุทธิส่วนเกินทุนดังกล่าว
(2) ในกรณีที่มูลค่าสุทธิจากการตีราคาเป็นส่วนขาดทุน ให้ธนาคารหักส่วนที่ขาดทุนดังกล่าวออกจากเงินกองทุนทั้งสิ้นของงวดการบัญชีรอบระยะเวลาหกเดือนของธนาคาร
(ง) ทุนอื่นใดที่รัฐมนตรีกำหนดให้เป็นเงินกองทุนตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2545 ทั้งนี้ เงินกองทุนที่จะนับเป็นเงินกองทุนชั้นที่สองให้เป็นไปตามประเภท จำนวน หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
ให้เงินกองทุนชั้นที่สอง มีเงินจำนวนสูงสุดไม่เกินเงินกองทุนชั้นที่หนึ่ง
ข้อ 2 ให้ธนาคารดำรงเงินกองทุนเมื่อสิ้นวันหนึ่งๆ เป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์ และภาระผูกพันตามหลักเกณฑ์ และวิธีการ ดังต่อไปนี้
(1) นำรายงานในงบการเงินทางด้านสินทรัพย์และภาระผูกพันทุกรายการมาคำนวณโดยใช้มูลค่าตามบัญชี ณ วันที่รายงาน ทั้งนี้ ให้รวมทุกสำนักงานและสาขาทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยใช้มูลค่าตามบัญชี ณ วันที่รายงานมาคำนวณกับน้ำหนักความเสี่ยง ส่วนสินทรัพย์และภาระผูกพันที่เป็นเงินตราต่างประเทศให้แปลงค่าเป็นเงินบาทก่อน โดยให้ใช้อัตราเฉลี่ยระหว่างอัตราซื้อถัวเฉลี่ยขั้นต่ำและอัตราขายถัวเฉลี่ย จากอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิง ณ วันที่จัดทำรายงานตามข้อมูลอัตราแลกเปลี่ยนถัวเฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศ สำหรับสกุลเงินซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยมิได้ประกาศอัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงไว้ ให้ใช้วิธีคำนวณจากอัตราไขว้
(2) คูณสินทรัพย์แต่ละรายการด้วยน้ำหนักความเสี่ยงของสินทรัพย์นั้นตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
(3) คูณภาระผูกพันแต่ละรายการด้วยค่าแปลงสภาพของภาระผูกพันนั้นตามที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด แล้วนำผลลัพธ์ที่ได้คูณกับน้ำหนักความเสี่ยงของสินทรัพย์นั้น ตามที่กำหนดใน (2) อีกครั้งหนึ่ง
(4) รวมผลคูณของสินทรัพย์ตาม (2) กับผลคูณของภาระผูกพันตาม (3) ทุกรายการ อัตราส่วนเงินกองทุนต่อผลลัพธ์ที่ได้ต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละแปดจุดห้า และให้เงินกองทุนชั้นที่หนึ่งเป็นอัตราส่วนไม่ต่ำกว่าร้อยละสี่จุดสองห้าของสินทรัพย์และภาระผูกพันดังกล่าว

*หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2545 บัญญัติให้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยดำรงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์ หนี้สิน หรือภาระผูกพัน ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง สมควรกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขให้ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทยดำรงเงินกองทุนเป็นอัตราส่วนกับสินทรัพย์ หนี้สิน หรือภาระผูกพันดังกล่าว จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
 
ให้ไว้ ณ วันที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2547
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
 
     
Update