กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  ข้อที่ 1 2 3 4  
   

:: ประกาศ กระทรวงสาธารณสุข
:: ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2542)
:: เรื่อง ชนิดหรือประเภทของการรักษาพยาบาล การบริการอื่นของสถานพยาบาล และสิทธิของผู้ป่วยซึ่งผู้รับอนุญาตจะต้องแสดงตาม
มาตรา 32 (3 ) ข้อที่ 1-4

อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 6 และ มาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติ สถานพยาบาล พ.ศ. 2541 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
โดยคำแนะนำของคณะกรรมการสถานพยาบาลประกาศกำหนดชนิดหรือ ประเภทของการรักษาพยาบาลการบริการอื่นของสถานพยาบาลและสิทธิ ของผู้ป่วยซึ่งผู้รับอนุญาตจะต้องแสดงตาม มาตรา 32 (3) ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ผู้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล ต้องแสดงรายละเอียดของอัตราค่ารักษาพยาบาลตามบริการที่จัดให้มีของ สถานพยาบาล ตาม มาตรา 32 (3) ไว้ดังต่อไปนี้
1.1 ค่าบริการทางการแพทย์ (Hospital Medical Expenses)
ก. ค่ายาและสารอาหารทางเส้นเลือด
ข. ค่าเวชภัณฑ์ที่มิใช่ยา
ค. ค่าบริการโลหิตและส่วนประกอบของโลหิต
ง. ค่าตรวจวินิจฉัยทางเทคนิคการแพทย์และพยาธิวิทยา
จ. ค่าตรวจวินิจฉัยและรักษาทางรังสีวิทยา
ฉ. ค่าตรวจวินิจฉัยโดยวิธีพิเศษอื่นๆ
ช. ค่าอุปกรณ์ของใช้และเครื่องมือทางการแพทย์
ซ. ค่าห้องผ่าตัดและห้องคลอด
ฌ. ค่าบริการทางทันตกรรม
ญ. ค่าบริการทางกายภาพบำบัด
ฎ. ค่าบริการฝังเข็ม
ฏ. ค่าบริการการพยาบาลของผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์
ฐ. ค่าบริการของผู้ประกอบโรคศิลปะ
ฑ. ค่าบริการเหมาจ่ายการรักษาพยาบาล
1.2 ค่าธรรมเนียมบุคลากรทางการแพทย์ (Health Professional Fees)
ก. ค่าตรวจรักษาทั่วไปของผู้ประกอบวิชาชีพ
ข. ค่าทำศัลยกรรมและหัตถการต่างๆของผู้ประกอบวิชาชีพ
ค. ค่าปฏิบัติการอื่นๆ ของผู้ประกอบวิชาชีพ เช่น ออกใบรับรองแพทย์ ค่าปรึกษาแพทย์ ค่าวิสัญญี
ข้อ 2 ผู้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล ต้องแสดงรายละเอียดของค่าบริการอื่นของสถานพยาบาลตามบริการที่ จัดให้มีไว้ดังต่อไปนี้
2.1 ค่าห้องหรือค่าเตียงผู้ป่วยในประเภทต่างๆ
2.2 ค่าห้องหรือค่าเตียงสำหรับใช้สังเกตอาการ การพักฟื้น หรืออื่นๆ
2.3 ค่าอาหารผู้ป่วยใน
2.4 ค่าบริการและเก็บรักษาศพ
2.5 ค่าบริการรถพยาบาล
2.6 ค่าบริการอื่นๆ
ข้อ 3 ผู้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล ต้องแสดงรายละเอียดถึงสิทธิของผู้ป่วยที่พึงได้รับจากผู้ประกอบวิชาชีพ ไว้ดังต่อไปนี้
3.1 ผู้ป่วยทุกคนมีสิทธิพื้นฐานที่จะได้รับบริการด้านสุขภาพ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
3.2 ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับบริการจากผู้ประกอบวิชาชีพโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ เนื่องจากความแตกต่างด้านฐานะ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา สังคม ลัทธิการเมือง เพศ อายุ และ ลักษณะของความเจ็บป่วย
3.3 ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลอย่างเพียงพอ และเข้าใจชัดเจน จากผู้ประกอบวิชาชีพ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถ เลือกตัดสินใจในการยินยอมหรือไม่ยินยอมให้ผู้ประกอบวิชาชีพปฏิบัติต่อตน เว้นแต่เป็นการช่วยเหลือรีบด่วนหรือ จำเป็น
3.4 ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต มีสิทธิที่จะได้รับการช่วยเหลือรีบด่วนจากผู้ประกอบวิชาชีพ โดยทันทีตามความจำเป็นแก่กรณี โดยไม่คำนึงว่าผู้ป่วยจะร้องขอความช่วยเหลือหรือไม่
3.5 ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบชื่อ สกุล และประเภทของผู้ประกอบวิชาชีพที่เป็นผู้ให้บริการแก่ตน
3.6 ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะขอความเห็นจากผู้ประกอบวิชาชีพอื่น ที่มิได้เป็นผู้ให้บริการแก่ตน และมีสิทธิในการขอเปลี่ยน ผู้ให้บริการและสถานพยาบาลได้
3.7 ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับการปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง จากผู้ประกอบวิชาชีพโดยเคร่งครัด เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้ป่วยหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย
3.8 ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลอย่างครบถ้วน ในการตัดสินใจเข้าร่วมหรือถอนตัวจากการเป็นผู้ถูกทดลองใน การทำวิจัยของผู้ประกอบวิชาชีพ
3.9 ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเฉพาะของตนที่ปรากฏในเวชระเบียนเมื่อร้องขอ ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิส่วนตัวของบุคคลอื่น
3.10 ผู้ป่วยที่เป็นเด็กอายุยังไม่เกินสิบแปดปีบริบูรณ์ หรือผู้ป่วยที่บกพร่องทางกายหรือจิตซึ่งไม่สามารถใช้สิทธิด้วย ตนเองได้ให้บิดา มารดา คู่สมรส บุตร หรือผู้แทนโดยชอบธรรม เป็นผู้ใช้สิทธิแทนบุคคลดังกล่าวได้
ข้อ 4 ประกาศกระทรวงฉบับนี้มีผลบังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับจากวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป

:: ประกาศ ณ วันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2542
:: (ลงชื่อ) กร ทัพพะรังสี ( นายกร ทัพพะรังสี ) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
:: ( ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป เล่ม 116 ตอนพิเศษ 106 ง วันที่ 23 ธันวาคม 2542 )



 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update