กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่  
 
:: ระเบียบกรมการจัดหางาน
:: ว่าด้วยการส่งเสริมการรับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ. 2546 ข้อที่ 1-13

เพื่อให้การบริหารจัดการเกี่ยวกับการส่งเสริมการรับงานไปทำที่บ้าน เป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีความคล่องตัว เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 32 แห่ง พระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 อธิบดีกรมการจัดหางานจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบกรมการจัดหางาน ว่าด้วยการส่งเสริมการรับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ. 2546"
ข้อ 2[1] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ เป็นต้นไป
ข้อ 3 วิธีปฏิบัติอื่นใดนอกเหนือจากที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ให้ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการโดยอนุโลม
ข้อ 4 ให้อธิบดีกรมการจัดหางานเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และมีอำนาจตีความ วินิจฉัยปัญหา กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติ เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้
ข้อ 5 ในระเบียบนี้
"ผู้รับงานไปทำที่บ้าน" หมายความว่า บุคคลซึ่งรับงานจากเจ้าของงานหรือผู้ซึ่งรับมอบงานจากเจ้าของงานไปผลิต ประกอบ บรรจุ ซ่อม หรือแปรรูปสิ่งของตามที่ได้ตกลงในบ้านของตนเอง หรือสถานที่ที่มิใช่สถานประกอบกิจการของเจ้าของงานหรือผู้ซึ่งรับมอบงานจากเจ้าของงาน เพื่อรับค่าจ้าง
"กลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน" หมายความว่า ผู้รับงานไปทำที่บ้านซึ่งรวมตัวกันไม่ต่ำกว่าสิบคนโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อรับงานประเภทเดียวกันไปทำที่บ้าน
"นายทะเบียน" หมายความว่า นายทะเบียนผู้รับงานไปทำที่บ้าน
"ทะเบียน" หมายความว่า ทะเบียนจัดตั้งกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน
"สำนักงานทะเบียน" หมายความว่า สำนักงานทะเบียนผู้รับงานไปทำที่บ้าน
ข้อ 6 ให้จัดตั้งสำนักงานทะเบียนผู้รับงานไปทำที่บ้านขึ้นในสำนักงานจัดหางานจังหวัดและสำนักจัดหางานกรุงเทพ โดยมีจัดหางานจังหวัดและผู้อำนวยการสำนักจัดหางานกรุงเทพเป็นนายทะเบียนผู้รับงานไปทำที่บ้านในท้องที่ที่ตนรับผิดชอบ
นายทะเบียนผู้รับงานไปทำที่บ้าน มีหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1) พิจารณาการจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน
(2) ให้คำปรึกษาและแนะนำต่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน และกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านเกี่ยวกับการรับงานไปทำที่บ้าน
(3) ส่งเสริมและพัฒนาการรวมกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน เพื่อสร้างความมั่นคงในการทำงานเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต
(4) ส่งเสริมให้มีการพัฒนาทักษะฝีมือของผู้รับงานไปทำที่บ้าน
(5) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับการรับงานไปทำที่บ้าน
(6) ติดตามประเมินผลเกี่ยวกับการรับงานไปทำที่บ้าน
ข้อ 7 กลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านที่ประสงค์จะขอจดทะเบียน ต้องมีคุณสมบัติดังนี้
(1) ต้องมีสมาชิกไม่ต่ำกว่า 10 คน
(2) สมาชิกจะต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีบริบูรณ์
(3) มีวัตถุประสงค์ของกลุ่ม
(4) มีผู้นำกลุ่ม
ข้อ 8 กลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านที่ประสงค์จะขอจดทะเบียน ให้ผู้นำกลุ่มยื่นคำขอจดทะเบียน ณ สำนักงานจัดหางานจังหวัด หรือสำนักจัดหางานกรุงเทพแห่งท้องที่ที่กลุ่มของตนตั้งอยู่ ตามแบบ ท.รบ.1 ท้ายระเบียบนี้ พร้อมด้วยหลักฐานที่ระบุในแบบดังกล่าว
ข้อ 9 เมื่อนายทะเบียนได้รับคำขอพร้อมด้วยหลักฐานตาม ข้อ 8 แล้วให้นายทะเบียนตรวจพิจารณาและจดทะเบียนจัดตั้งกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้าน หรือมีหนังสือแจ้งการไม่จดทะเบียนพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ขอทราบภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับคำขอซึ่งมีรายละเอียดถูกต้องและครบถ้วน
ข้อ 10 ทะเบียนจัดตั้งกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านให้ใช้แบบ ท.รบ.2 ท้ายระเบียบนี้ และให้มีอายุสองปีนับแต่วันที่ออก
ทะเบียนจะสิ้นสภาพเมื่อกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านแจ้งเป็นหนังสือขอยกเลิก และนายทะเบียนอนุญาตและโดยเหตุต่อไปนี้
(1) กลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านขาดคุณสมบัติตาม ข้อ 7
(2) กลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านมิได้ดำเนินการรับงานไปทำติดต่อกันไม่น้อยกว่า 2 ปี
ข้อ 11 ก่อนทะเบียนสิ้นอายุไม่น้อยกว่า 15 วัน ถ้ากลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านประสงค์จะต่ออายุทะเบียน ให้ยื่นคำขอต่ออายุตามแบบ ท.รบ.3 ท้ายระเบียบนี้พร้อมด้วยหลักฐานที่ระบุในแบบดังกล่าว และให้นำหลักเกณฑ์ตาม ข้อ 9 มาใช้บังคับกับการต่ออายุทะเบียน
ข้อ 12 ให้นายทะเบียนรายงานผลการปฏิบัติงานตามแบบ ท.รบ.4 ท้ายระเบียบนี้ให้กรมการจัดหางานทราบทุกวันที่ 5 ของเดือนถัดไป
ข้อ 13 ทะเบียนกลุ่มผู้รับงานไปทำที่บ้านที่ออกโดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ให้ใช้ได้จนกว่าจะสิ้นอายุ


:: ประกาศ ณ วันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) นคร ศิลปอาชา อธิบดีกรมการจัดหางาน

 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update