กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

 
:: ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ว่าด้วยวิธีพิจารณาการคัดค้านการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2546


:: บทนิยาม ข้อ 1-5
:: หมวด1 หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการคัดค้านการลงคะแนนเสียง ข้อ 6-12
:: หมวด2 การสืบสวนสอบสวนคำร้องคัดค้าน ข้อ 13-23
:: หมวด3 การพิจารณาชั้นคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ข้อ 24-25
:: หมวด4 การพิจารณาชั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง ข้อ 26-28
:: หมวด5 การดำเนินคดีอาญา ข้อ 29
 
 
 
:: ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง
:: ว่าด้วยวิธีพิจารณาการคัดค้านการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2546 ข้อที่ 1-29


อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 145 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 10 แห่ง พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2541 และ มาตรา 24 แห่ง พระราชบัญญัติ ว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ซึ่ง มาตรา 29 ประกอบกับ มาตรา 31 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงออกระเบียบไว้ ดังนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยวิธีพิจารณาการคัดค้านการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2546"
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ข้อ 3 ในระเบียบนี้
"การลงคะแนนเสียง" หมายความว่า การลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
"ผู้คัดค้าน" หมายความว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการลงคะแนนเสียง ซึ่งได้ยื่นคำร้องคัดค้านตามระเบียบนี้
"ผู้ถูกคัดค้าน" หมายความว่า ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำให้การลงคะแนนเสียงเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง หรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย
"คำร้องคัดค้าน" หมายความว่า คำร้องที่ได้ยื่นคัดค้านการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
"การสืบสวนสอบสวน" หมายความว่า การแสวงหาหรือรวบรวมข้อเท็จจริง หรือพยานหลักฐานและการดำเนินการทั้งหลายตามระเบียบนี้ ซึ่งได้ทำไปเกี่ยวกับการกระทำที่ถูกร้องคัดค้าน เพื่อที่จะทราบข้อเท็จจริง หรือพิสูจน์ว่าการกระทำดังกล่าวเป็นไปโดยไม่ถูกต้องหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย
"คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด" หมายความรวมถึง คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร
"ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด" หมายความรวมถึง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร
"สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด" หมายความรวมถึง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร
"เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน" หมายความว่า พนักงานที่ทำหน้าที่สืบสวนสอบสวน หรือผู้ซึ่งเลขาธิการหรือผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมอบหมายให้ทำหน้าที่สืบสวนสอบสวน และให้หมายความรวมถึงบุคคล คณะบุคคล กรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งมอบหมายให้ทำหน้าที่สืบสวนสอบสวน
"พนักงาน" หมายความว่า พนักงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด รวมทั้งบุคคลอื่นซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบนี้
ข้อ 4 การปฏิบัติหน้าที่ของเลขาธิการตามระเบียบนี้ เลขาธิการอาจมอบหมายให้รองเลขาธิการเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนก็ได้
ข้อ 5 เพื่อความรวดเร็วในการพิจารณาคำร้องคัดค้าน คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงมอบหมายให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดรับคำร้องคัดค้าน และดำเนินการสืบสวนสอบสวนแทน โดยให้ดำเนินการโดยพลัน และให้ส่งสำนวนพร้อมความเห็นไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อมีคำสั่งต่อไป
ในกรณีจำเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้งอาจลดขั้นตอนการพิจารณา เรื่องคัดค้านการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นหรือนำเรื่องคัดค้านดังกล่าวมาพิจารณาเองก็ได้

:: หมวด 1 หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการคัดค้านการลงคะแนนเสียง
ข้อ 6 คำร้องคัดค้านให้ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด โดยผ่านผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดที่เหตุแห่งการร้องคัดค้านได้เกิดขึ้นในจังหวัดนั้น ภายในสามสิบวันนับแต่วันประกาศผลการลงคะแนนเสียง
ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัดรายงานการรับคำร้องคัดค้านไปยังเลขาธิการตามแบบท้ายระเบียบนี้
ข้อ 7 คำร้องคัดค้านต้องทำเป็นหนังสือ ใช้ถ้อยคำสุภาพ และอย่างน้อยต้องมี
(1) วัน เดือน ปี
(2) ชื่อ ที่อยู่ของผู้คัดค้าน
(3) ชื่อผู้ถูกคัดค้าน (ถ้ามี)
(4) ข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ที่กล่าวหาว่ามีการกระทำให้การลงคะแนนเสียงเป็นไปโดยไม่ถูกต้อง หรือไม่ชอบด้วยกฎหมายตามสมควร และรายละเอียดเกี่ยวกับวัน เวลา และสถานที่ที่เกิดการกระทำนั้น
(5) ระบุพยานเอกสาร พยานวัตถุ และพยานบุคคลพร้อมถิ่นที่อยู่
(6) ลงลายมือชื่อผู้คัดค้าน
คำร้องคัดค้านเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียง จะต้องปรากฎว่ามีการทักท้วงการปฏิบัตินั้นในขณะเกิดเหตุและกรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียง ได้บันทึกเหตุนั้นไว้ในรายงานการใช้สิทธิลงคะแนนเสียงแล้ว
กรณีที่ทักท้วงแล้ว ถ้ากรรมการประจำที่ลงคะแนนเสียงไม่รับคำทักท้วงหรือไม่บันทึกการทักท้วงดังกล่าว ผู้ทักท้วงจะต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานตำรวจแห่งท้องที่ที่เกิดเหตุเป็นหลักฐานภายในวันรุ่งขึ้น และต้องนำหลักฐานการแจ้งมาประกอบคำร้องคัดค้านด้วย
ข้อ 8 ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดออกใบรับให้แก่ผู้คัดค้าน และจัดให้มีการบันทึกลงรับคำร้องคัดค้านไว้ในสมุดทะเบียนการรับคำร้องคัดค้าน
ข้อ 9 คำร้องคัดค้านที่ได้ยื่นไว้แล้ว เมื่อพ้นระยะเวลายื่นคำร้องคัดค้านแล้ว ผู้คัดค้านจะขอแก้ไขเพิ่มเติมไม่ได้
ข้อ 10 คำร้องคัดค้านดังต่อไปนี้ จะรับไว้พิจารณาไม่ได้
(1) เรื่องที่มิได้ยื่นภายในสามสิบวันนับแต่วันประกาศผลการลงคะแนนเสียง
(2) เรื่องที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว
(3) เรื่องที่ไม่ปฏิบัติตาม ข้อ 7
ข้อ 11 คำร้องคัดค้านที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับไว้ตาม ข้อ 8 ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพิจารณาสั่งรับหรือไม่รับคำร้องคัดค้าน โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสามวันนับแต่วันได้รับคำร้องคัดค้าน หากสั่งรับคำร้องคัดค้านให้ส่งเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนดำเนินการต่อไป
กรณีผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสั่งไม่รับคำร้องคัดค้าน ให้เสนอคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพิจารณา ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสั่งให้รับคำร้องคัดค้านให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดดำเนินการตามนั้น หากคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเห็นชอบไม่รับคำร้องคัดค้าน ให้เสนอคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อพิจารณา ทั้งนี้ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพิจารณาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสามวันนับแต่วันได้รับเรื่อง
ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้งเห็นชอบไม่รับคำร้องคัดค้าน ให้ส่งเรื่องให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสั่งจำหน่ายเรื่องและแจ้งให้ผู้คัดค้านทราบ กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำสั่งให้รับคำร้องคัดค้านนั้น ให้ส่งเรื่องให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดดำเนินการต่อไป
ข้อ 12 ผู้คัดค้านอาจขอถอนคำร้องคัดค้านเวลาใดก่อนคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัดเริ่มทำการพิจารณาสำนวนการสืบสวนสอบสวน แต่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตก็ได้

:: หมวด 2 การสืบสวนสอบสวนคำร้องคัดค้าน
ข้อ 13 เมื่อมีคำสั่งให้รับคำร้องตาม ข้อ 11 แล้วให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมอบหมาย ให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนทำการสืบสวนสอบสวนโดยเร็ว เว้นแต่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเห็นว่าคำร้องคัดค้านนั้นไม่มีความจำเป็นต้องทำการสืบสวนสอบสวนต่อไป ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดจัดทำความเห็นหรือข้อสังเกตตาม ข้อ 23 แล้วเสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเพื่อพิจารณาต่อไป
ให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนมีอำนาจหน้าที่สืบสวนสอบสวนพยานหลักฐานทั้งปวงเกี่ยวกับคำร้องคัดค้าน หรือตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมอบหมาย
ข้อ 14 กรณีที่รู้ตัวผู้ถูกคัดค้านและเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนเห็นว่าข้อคัดค้านใดมีพยานหลักฐานสนับสนุนเพียงพอ ให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนเสนอให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเรียกผู้ถูกคัดค้าน มาเพื่อแจ้งและอธิบายข้อคัดค้านพร้อมทั้งแจ้งสิทธิที่จะพึงมีตามระเบียบนี้ให้ผู้ถูกคัดค้านทราบ ในกรณีไม่รู้ตัวผู้ถูกคัดค้านให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนดำเนินการต่อไป
เมื่อผู้ถูกคัดค้านมาพบเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน ให้ทำบันทึกการแจ้งเป็นคู่ฉบับมอบให้ผู้ถูกคัดค้านหนึ่งฉบับ เก็บไว้ในสำนวนการสืบสวนสอบสวนหนึ่งฉบับ และให้ผู้ถูกคัดค้านลงลายมือชื่อรับทราบไว้เป็นหลักฐานด้วย จากนั้นให้บันทึกคำให้การโดยเร็ว
ถ้าผู้ถูกคัดค้านรับว่าได้กระทำตามที่ถูกคัดค้าน ให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนบันทึกคำให้การและสาเหตุแห่งการกระทำไว้ ในกรณีนี้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนจะไม่ทำการสืบสวนสอบสวน หรือจะสืบสวนสอบสวนเพื่อทราบข้อเท็จจริงและพฤติการณ์อันเกี่ยวกับเรื่องร้องคัดค้านนั้นก็ได้
ในกรณีที่ผู้ถูกคัดค้านปฏิเสธหรือไม่รับว่าได้กระทำตามที่ถูกคัดค้าน ให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อไป
ข้อ 15 ในกรณีที่ผู้ถูกคัดค้านไม่มารับทราบข้อคัดค้าน หรือมาแต่ไม่ยอมลงลายมือชื่อรับทราบให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนส่งสรุปข้อคัดค้าน พร้อมทั้งมีหนังสือสอบถามผู้ถูกคัดค้านว่าได้กระทำการตามที่ถูกคัดค้านหรือไม่ ไปให้ผู้ถูกคัดค้าน ณ ที่อยู่ของผู้ถูกคัดค้าน ซึ่งปรากฏตามหลักฐานของทางราชการหรือสถานที่ติดต่อที่ผู้คัดค้านแจ้งให้ทราบทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ และเมื่อเวลาล่วงพ้นไปเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้ดำเนินการดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนดำเนินการต่อไป
ถ้ารู้ตัวผู้ถูกคัดค้านแต่ไม่สามารถเรียกตัวมาได้ ให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนบันทึกเหตุดังกล่าวไว้ในสำนวนการสืบสวนสอบสวน แล้วดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อไป
ข้อ 16 ภายใต้บังคับ ข้อ 21 ผู้ถูกคัดค้านมีสิทธินำพยานสืบแก้ข้อคัดค้าน โดยจะนำพยานหลักฐานมาเองหรืออ้างพยานหลักฐานให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนดำเนินการสืบสวนสอบสวนก็ได้
ข้อ 17 ในกรณีที่ปรากฏจากการสืบสวนสอบสวนว่ามีผู้อื่นร่วมกระทำความผิดกับผู้ถูกคัดค้านให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนแจ้ง ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทราบ แล้วดำเนินการสอบสวนผู้นั้นด้วย
ข้อ 18 ผู้ถูกคัดค้านซึ่งได้ยื่นคำชี้แจ้งหรือให้ถ้อยคำโต้แย้งข้อคัดค้านแล้ว มีสิทธิยื่นคำชี้แจงหรือให้การเพิ่มเติมแก้ข้อคัดค้านต่อเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนในเวลาใดๆ ก่อนที่จะเสนอรายงานสรุปสำนวนการสืบสวนสอบสวนต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
ข้อ 19 ในการสอบปากคำผู้คัดค้าน ผู้ถูกคัดค้านหรือพยาน ให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนจัดให้มีการบันทึกคำให้การไว้ เมื่อได้บันทึกคำให้การเสร็จแล้วให้อ่านให้ผู้ให้การฟังหรือจะให้ผู้ให้การอ่านเองก็ได้ ให้ผู้ให้การ ผู้บันทึกคำให้การ และเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนลงลายมือชื่อรับรองไว้เป็นหลักฐานถ้าบันทึก คำให้การมีหลายหน้าให้ลงลายมือชื่อกำกับไว้ทุกหน้า
ในการบันทึกคำให้การ ให้เขียนด้วยน้ำหมึกหรือพิมพ์ดีดหรือพิมพ์ ถ้ามีผิดที่ใด ห้ามมิให้ลบออกให้เพียงแต่ขีดฆ่าคำผิดนั้นแล้วเขียนใหม่ หรือมีข้อความตกเติมให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนกับให้ผู้ให้การลงนามย่อรับรองไว้ที่ข้างกระดาษ
ในกรณีที่ผู้ให้การไม่ยอมลงลายมือชื่อหรือไม่อาจลงลายมือชื่อได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้บันทึกเหตุนั้นไว้ในบันทึกคำให้การนั้น
ข้อ 20 การสอบสวนให้ใช้ภาษาไทย แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องแปลภาษาไทยเป็นภาษาต่างประเทศหรือภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทยก็ให้ใช้ล่ามแปล
ในกรณีที่ผู้ให้การไม่สามารถพูดหรือเข้าใจภาษาไทยหรือได้ยิน หรือสื่อความหมายได้และไม่มีล่ามให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนจัดหาล่าม หรือจัดให้ถามตอบ หรือสื่อความหมายโดยวิธีอื่นที่เห็นสมควร
เมื่อมีล่ามแปลคำให้การ คำพยานหรืออื่นๆ ล่ามต้องแปลให้ถูกต้อง ล่ามต้องสาบานหรือปฏิญาณตนว่าจะทำหน้าที่โดยสุจริตใจ จะไม่เพิ่มเติมหรือตัดทอนสิ่งที่แปล และให้ล่ามลงลายมือชื่อในคำแปลนั้น
ให้ล่ามมีสิทธิรับค่าป่วยการตามระเบียบที่เลขาธิการกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ข้อ 21 ในกรณีที่เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนเห็นว่าการสอบสวนพยานหลักฐานใดจะทำให้การสอบสวนล่าช้า โดยไม่จำเป็นหรือมิใช่พยานหลักฐานในประเด็นสำคัญจะงดการสอบสวนพยานหลักฐานนั้นเสียก็ได้ แต่ต้องบันทึกเหตุนั้นไว้
ข้อ 22 เมื่อเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานเสร็จแล้ว ให้ทำรายงานการสืบสวนสอบสวน ตามแบบท้ายระเบียบนี้ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
(1) วัน เดือน ปี ที่ทำรายงาน
(2) ชื่อผู้คัดค้านและผู้ถูกคัดค้าน
(3) สรุปคำให้การหรือคำชี้แจงผู้คัดค้านและพยานฝ่ายผู้คัดค้าน
(4) สรุปข้อคัดค้านที่แจ้งให้ผู้ถูกคัดค้านทราบ
(5) สรุปคำให้การหรือคำชี้แจงผู้ถูกคัดค้านและพยานฝ่ายผู้ถูกคัดค้าน
(6) ข้อเท็จจริงที่ได้จากการการสืบสวนสอบสวน
(7) กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
(8) ความเห็นและเหตุผลประกอบ พร้อมความเห็นแย้ง (ถ้ามี)
ให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนลงลายมือชื่อ ในรายงานสรุปสำนวนการสืบสวนสอบสวนทุกคน กรณีเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนคนใดไม่อาจลงลายมือชื่อได้ ให้หมายเหตุไว้
ข้อ 23 ให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนเสนอสำนวนการสืบสวนสอบสวนต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด เพื่อทำความเห็นหรือข้อสังเกต แล้วเสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพิจารณาต่อไป

:: หมวด 3 การพิจารณาชั้นคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
ข้อ 24 ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพิจารณาสำนวน การสืบสวนสอบสวนแล้วมีความเห็นเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้งตามแบบท้ายระเบียบนี้
การลงมติของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด และให้ฝ่ายเสียงข้างน้อยทำความเห็นแย้งรวมไว้ด้วยก็ได้
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสิบวันนับแต่วันได้รับสำนวน ในกรณีจำเป็นอาจขยายระยะเวลาได้ไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินสิบวัน โดยให้บันทึกเหตุผลและความจำเป็นรวมสำนวนไว้
ข้อ 25 เมื่อเลขาธิการได้รับสำนวนและความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ให้เสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อพิจารณาต่อไป

:: หมวด 4 การพิจารณาชั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ข้อ 26 คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจมอบหมายให้คณะอนุกรรมการคณะใด คณะหนึ่งพิจารณาสำนวนและความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดก่อนก็ได้
ข้อ 27 เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับความเห็น หรือข้อเสนอแนะของกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดหรือคณะอนุกรรมการ แล้วแต่กรณี ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาและมีคำสั่งโดยพลัน
การลงมติของคณะกรรมการการเลือกตั้งตามวรรคหนึ่งให้ใช้คะแนนเสียงข้างมาก
คำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องระบุข้อเท็จจริง และเหตุผลประกอบการมีคำสั่งและกรรมการการเลือกตั้งที่ลงมติทุกคนต้องลงลายมือชื่อในคำสั่งนั้นด้วย
ข้อ 28 เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำสั่งตาม ข้อ 27 แล้ว ให้ส่งเรื่องให้เลขาธิการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเพื่อแจ้งให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแจ้งผล ให้ผู้คัดค้านและผู้ถูกคัดค้านทราบ

:: หมวด 5 การดำเนินคดีอาญา
ข้อ 29 เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้วินิจฉัยสั่งการในเรื่องใดแล้ว หากปรากฏว่ามีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติที่มีโทษทางอาญาตามกฎหมาย คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจมอบหมายให้เลขาธิการหรือพนักงานดำเนินการร้องทุกข์ หรือกล่าวโทษแทนคณะกรรมการการเลือกตั้งต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญาต่อไป


:: ประกาศ ณ วันที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) พลตำรวจเอก วาสนา เพิ่มลาภ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง

 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update