กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

 
:: ระเบียบกรมปศุสัตว์
ว่าด้วยการอนุญาต การตรวจโรคและการทำลายเชื้อโรคในการเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2546


:: บทนิยาม ข้อ 1-5
:: หมวด1 การอนุญาตให้นำสัตว์หรือซากสัตว์ไปยังท้องที่ต่างจังหวัด ซึ่งมิใช่การอนุญาตตามหมวด 2 หมวด 3 หรือหมวด 4 ของระเบียบนี้ ข้อ 6-11
:: หมวด2 การเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ภายใน เข้าในหรือออกนอกเขตโรคระบาด เขตสงสัยว่ามีโรคระบาด หรือเขตโรคระบาดชั่วคราว ข้อ 12-14
:: หมวด3 การเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์เข้าในหรือผ่านเขตปลอดโรคระบาด ข้อ 15-20
:: หมวด4 การเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ภายในหรือระหว่างเขตปลอดโรคระบาด ข้อ 21-22
:: หมวด5 การทำลายเชื้อโรคระบาด การกำหนดเงื่อนไขในใบอนุญาตให้นำ หรือเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ไปยังท้องที่ต่างจังหวัดและการนำสัตว์ผ่านด่านกักสัตว์ ข้อ 23-24
:: หมวด6 การรายงาน ข้อ 25
:: หมวด7 แบบคำขอ แบบใบอนุญาตและแบบเอกสารต่างๆ ตามระเบียบนี้ ข้อ 26
:: หมวด8 บทเฉพาะกาล ข้อ 27
 
 
 
:: ระเบียบกรมปศุสัตว์
:: ว่าด้วยการอนุญาต การตรวจโรคและการทำลายเชื้อโรคในการเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2546 ข้อที่ 1-27



เพื่อให้การปฏิบัติงานเกี่ยวกับการพิจารณาอนุญาต การตรวจโรคและการทำลายเชื้อโรคในการเคลื่อนย้ายสัตว์ หรือซากสัตว์ภายในราชอาณาจักรเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพเหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ภายใต้กรอบโครงสร้างใหม่ของการปฏิรูประบบราชการรวมทั้งเป็นการวางระเบียบการควบคุมและการป้องกันการแพร่โรคระบาด ให้สอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ใน มาตรา 12 มาตรา 17 มาตรา 34 และ มาตรา 35 แห่ง พระราชบัญญัติ โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2499 และที่แก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ โรคระบาดสัตว์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2542
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 33 (4) แห่ง พระราชบัญญัติ โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2499 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติ โรคระบาดสัตว์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2542 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคล ซึ่ง มาตรา 29 และ มาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่ง กฎหมายประกอบ มาตรา 32 แห่ง พระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติม อธิบดีกรมปศุสัตว์จึงวางระเบียบให้ถือปฏิบัติไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบกรมปศุสัตว์ ว่าด้วยการอนุญาต การตรวจโรคและการทำลายเชื้อโรคในการเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2546"
ข้อ 2[1] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิกระเบียบกรมปศุสัตว์ ว่าด้วยการอนุญาต การตรวจโรคและการทำลายเชื้อโรคในการเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2544
ข้อ 4 ในระเบียบนี้
"สัตวแพทย์ประจำท้องที่" หมายความว่า สัตวแพทย์ของกรมปศุสัตว์ซึ่งปฏิบัติงาน ในลักษณะประจำในท้องที่ที่ตนเองรับผิดชอบ
"สัตวแพทย์" หมายความว่า สัตวแพทย์ของกรมปศุสัตว์
"เครื่องหมายที่ตัวสัตว์" หมายความว่า เครื่องหมายใดๆ ซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่หรือสารวัตร หรือสัตวแพทย์ หรือสัตวแพทย์ประจำท้องที่ตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์ ได้ทำไว้ที่ตัวสัตว์อันมีลักษณะคงทน ถาวร ไม่หลุดหรือลอกออกจากตัวสัตว์ได้ง่าย ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในการจำแนกสัตว์แต่ละตัว
"สัตว์" หมายความว่า สัตว์ตามความหมายในกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์
"ซากสัตว์" หมายความว่า ซากสัตว์ตามความหมายในกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์
"โรคระบาด" หมายความว่า โรคระบาดตามความหมายในกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์
"การตรวจโรคระบาด" หมายความว่า การตรวจสุขภาพสัตว์และสุขศาสตร์ซากสัตว์ทั้งทางกายภาพและ หรือทางห้องปฏิบัติการเพื่อค้นหาหรือทราบโรคระบาด
"การทำลายเชื้อโรคระบาด" หมายความว่า การกระทำใดๆ เพื่อให้ปราศจากเชื้อโรคระบาด เช่น การใช้สารเคมีภัณฑ์หรือความร้อนกับวัสดุอุปกรณ์ที่สัมผัสกับตัวสัตว์ หรือซากสัตว์ ยานพาหนะบรรทุกสัตว์ รวมตลอดถึงการกระทำที่ตัวสัตว์หรือซากสัตว์ด้วย
ข้อ 5 ให้ผู้อำนวยการสำนักควบคุม ป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์รักษาการตามระเบียบนี้

:: หมวด 1 การอนุญาตให้นำสัตว์หรือซากสัตว์ไปยังท้องที่ต่างจังหวัด ซึ่งมิใช่การอนุญาตตามหมวด 2 หมวด 3 หรือหมวด 4 ของระเบียบนี้
ข้อ 6 ผู้ใดประสงค์จะนำสัตว์หรือซากสัตว์ไปยังท้องที่ต่างจังหวัด ให้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตต่อสัตว์แพทย์ประจำท้องที่ที่สัตว์ หรือซากสัตว์ดังกล่าวอยู่ในพื้นที่นั้น
ข้อ 7 ให้สัตวแพทย์ประจำท้องที่ผู้รับคำขอเป็นผู้พิจารณาคำขอและตรวจสอบแหล่งที่มาของสัตว์หรือซากสัตว์อย่างละเอียด โดยจะต้องไม่เป็นสัตว์หรือซากสัตว์ที่มาจากท้องที่ที่มีการระบาดของโรคระบาด หรือสงสัยว่ามีโรคระบาดและผู้ยื่นคำขอต้องไม่เคยมีประวัติ การรายงานว่ามีความบกพร่องเกี่ยวกับการปฏิบัติตามเงื่อนไขในใบอนุญาต หรือการตอบรับสัตว์หรือซากสัตว์จากสัตวแพทย์ประจำท้องที่ปลายทางในการนำสัตว์หรือซากสัตว์ไปในครั้งก่อนๆ แล้วให้สัตวแพทย์ประจำท้องที่ทำการตรวจโรคระบาดหรือทำการทำลายเชื้อโรคระบาด เมื่อสัตว์หรือซากสัตว์ไม่มีพยาธิสภาพของโรคระบาดแล้ว ในกรณีที่เป็นสัตว์ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้ด้วย
(1) ให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยให้แก่โค กระบือ แพะ แกะ และสุกรทุกตัว ส่วนวัคซีนชนิดอื่นให้ฉีดตามที่กรมปศุสัตว์กำหนด หรือผู้รับคำขอจะพิจารณาฉีดวัคซีนชนิดอื่นตามที่เห็นสมควรให้แก่สัตว์ก็ได้ เมื่อได้ฉีดวัคซีนให้แก่สัตว์แล้ว ให้สัตวแพทย์ผู้ฉีดทำหลักฐานการฉีดวัคซีนตามแบบที่กรมปศุสัตว์กำหนด
สัตว์และลูกสัตว์ต่อไปนี้ จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนชนิดใด และทำเครื่องหมายที่ตัวสัตว์ตาม ข้อ 7 (3) หรือไม่ ให้สัตวแพทย์ประจำท้องที่ผู้รับคำขอเป็นผู้พิจารณาตามที่เห็นสมควร คือ
(ก) ลูกสุกรซึ่งมีน้ำหนักตัวไม่เกิน 15 กิโลกรัม
(ข) สุกรขุนซึ่งมีน้ำหนักตัวเกินกว่า 80 กิโลกรัม
(ค) ลูกโค หรือลูกกระบือซึ่งมีอายุไม่เกิน 4 เดือน
(ง) ลูกแพะ หรือลูกแกะซึ่งมีอายุไม่เกิน 2 เดือน
(2) สัตว์ตาม ข้อ 7 (1) หากได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเปื่อยและหรือวัคซีนชนิดอื่นมาแล้ว เป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสิบวันและไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับถัดจากวันที่ได้รับการฉีดวัคซีนเป็นต้นมา จะไม่ฉีดวัคซีนชนิดดังกล่าวข้างต้นให้กับสัตว์นั้นอีกก็ได้ แต่ทั้งนี้สัตว์นั้นจะต้องมีหลักฐานการได้รับการฉีดวัคซีน หรือสัตวแพทย์ผู้รับคำขอสามารถตรวจสอบประวัติการฉีดวัคซีนได้ แล้วออกหนังสือรับรองการฉีดวัคซีนให้กับเจ้าของสัตว์นั้น พร้อมทั้งดำเนินการทำเครื่องหมายที่ตัวสัตว์ตาม ข้อ 7 (3) แล้วให้ดำเนินการพิจารณาออกใบอนุญาตให้นำสัตว์ไปยังท้องที่ต่างจังหวัดต่อไปตามที่กำหนดใน ข้อ 8
(3) ให้ทำเครื่องหมายที่ตัวสัตว์ตามแบบ วิธีการ และตำแหน่งที่ตัวสัตว์ตามที่กรมปศุสัตว์กำหนด ทั้งนี้ เครื่องหมายดังกล่าวจะต้องมองเห็นได้ชัดเจน
(4) เมื่อสัตว์ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดตาม ข้อ 7 (1) และทำเครื่องหมายตาม ข้อ 7 (3) แล้ว ให้เลี้ยงสัตว์นั้นไว้ที่เดิม เพื่อดูอาการของโรคระบาดต่อไปเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าสิบวันนับถัดจากวันที่ฉีดวัคซีนเป็นต้นไป ถ้าสัตว์ยังคงมีสุขภาพสมบูรณ์เป็นปกติ จึงให้ดำเนินการพิจารณาออกใบอนุญาต ให้นำสัตว์ไปยังท้องที่ต่างจังหวัดต่อไปได้ตามที่กำหนดใน ข้อ 8
(5) สำหรับสัตว์ชนิดอื่นที่ไม่ใช่โค กระบือ แพะ แกะ และสุกรตาม ข้อ 7 (1) จะต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดชนิดใดหรือไม่ ให้เป็นไปตามที่กรมปศุสัตว์กำหนด
ข้อ 8 สัตวแพทย์ประจำท้องที่ผู้รับคำขอเมื่อได้ดำเนินการตาม ข้อ 7 แล้วให้พิจารณาออกใบอนุญาตให้นำสัตว์ หรือซากสัตว์ไปยังท้องที่ต่างจังหวัดให้กับผู้ขอรับใบอนุญาตโดยให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) ก่อนออกใบอนุญาต ให้แจ้งการขออนุญาตนำสัตว์หรือซากสัตว์ไปยังท้องที่ต่างจังหวัด ไปให้สัตวแพทย์ประจำท้องที่ปลายทางซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์นั้นจะเคลื่อนย้ายไปทราบโดยวิธีด่วนที่สุด
การแจ้งตามความในวรรคก่อน ให้ระบุรายละเอียดสถานที่ปลายทางที่นำสัตว์หรือซากสัตว์ไปให้ชัดเจน เพื่อให้สัตวแพทย์ประจำท้องที่ปลายทางหรือสัตวแพทย์ที่ได้รับมอบหมายสามารถทราบรายละเอียด และเดินทางไปยังจุดที่สัตว์หรือซากสัตว์จะไปถึงได้ถูกต้อง
(2) ให้ผู้ออกใบอนุญาตกำหนดจำนวนวันที่ให้ใช้ใบอนุญาตให้เหมาะสม กับระยะทางของการเดินทางที่จะนำสัตว์ หรือซากสัตว์นั้นไปถึงปลายทาง แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินสี่สิบแปดชั่วโมงจากวันออกใบอนุญาต เป็นต้นไป
(3) กรณีที่ต้องใช้ยานพาหนะขนส่งสัตว์ หรือซากสัตว์จำนวนหลายคันให้ออกใบอนุญาตเป็นรายคัน
(4) ให้ผู้ออกใบอนุญาต หรือสัตวแพทย์ที่ได้รับมอบหมาย ไปทำการตรวจโรคระบาดสัตว์หรือซากสัตว์ที่ได้รับอนุญาต หากไม่พบโรคระบาดให้ควบคุมการนำสัตว์หรือซากสัตว์ขึ้นยานพาหนะให้เรียบร้อยพร้อมทั้งให้ดำเนินการทำลายเชื้อโรคระบาด ก่อนที่จะมอบใบอนุญาตให้นำสัตว์หรือซากสัตว์ไปยังท้องที่ต่างจังหวัดให้กับผู้ขอรับใบอนุญาต
ข้อ 9 เมื่อสัตวแพทย์ประจำท้องที่ปลายทางหรือสัตวแพทย์ที่ได้รับมอบหมายได้รับแจ้งตาม ข้อ 8 (1) แล้ว ให้เดินทางไปตรวจตามกำหนดที่สัตว์หรือซากสัตว์เคลื่อนย้ายมาถึง และให้บันทึกรายการในใบตอบสัตว์หรือซากสัตว์แล้วส่งคืนสัตวแพทย์ประจำท้องที่ต้นทางโดยด่วน หากตรวจพบสัตว์หรือซากสัตว์เป็นโรคระบาดหรือพาหะของโรคระบาด หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นโรคระบาดให้รายงานปศุสัตว์จังหวัด ผู้อำนวยการสำนักสุขศาสตร์สัตว์และสุขอนามัยท้องที่ต้นทาง และผู้อำนวยการสำนักสุขศาสตร์สัตว์ และสุขอนามัยท้องที่ปลายทางทราบโดยวิธีด่วนที่สุด
ในวันที่สัตว์หรือซากสัตว์มาถึงตามกำหนดที่ได้รับแจ้ง จากสัตวแพทย์ประจำท้องที่ต้นทาง แต่สัตวแพทย์ประจำท้องที่ปลายทางหรือสัตวแพทย์ที่ได้รับมอบหมายตรวจไม่พบสัตว์หรือซากสัตว์ดังกล่าว จนเวลาล่วงเข้าไปในวันถัดไปอีกหนึ่งวันก็ยังไม่สามารถตรวจพบสัตว์หรือซากสัตว์นั้นได้ ก็ให้สอบสวนหาสาเหตุและข้อเท็จจริงพร้อมทั้งให้ติดต่อขอสำเนาหลักฐานใบอนุญาตให้นำสัตว์ หรือซากสัตว์ไปยังท้องที่ต่างจังหวัดจากสัตวแพทย์ประจำท้องที่ต้นทาง หากพบว่ามีการกระทำการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์ หรือเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตให้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เพื่อทำการสอบสวน แล้วรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ
ข้อ 10 ในกรณีที่สัตวแพทย์พบว่าสัตว์หรือซากสัตว์ที่ได้รับอนุญาตให้นำไปยังท้องที่ต่างจังหวัด ในขณะเดินทางหรือถึงท้องที่ปลายทางแล้ว เกิดเป็นโรคระบาดหรือเป็นพาหะของโรคระบาด หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าสัตว์ป่วยหรือตายโดยโรคระบาดให้สัตวแพทย์ดำเนินการตาม มาตรา 10 หรือ มาตรา 13 หรือ มาตรา 18 แห่ง พระราชบัญญัติ โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2499 แล้วแต่กรณี และหากสัตว์หรือซากสัตว์นั้นจะต้องถูกทำลายตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์ ให้สัตวแพทย์ผู้ตรวจพบทำบันทึกสั่งกักสัตว์ หรือซากสัตว์นั้นไว้ เพื่อดำเนินการทำลายสัตว์หรือซากสัตว์ ตามระเบียบการทำลายสัตว์หรือซากสัตว์ดังกล่าว และข้อกำหนดในกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และถ้ามีการขอเบิกจ่ายเงินค่าทำลายสัตว์หรือซากสัตว์ให้รายงานผู้บังคับบัาตามลำดับขั้น และทำเรื่องเบิกจ่ายเงินต่อไป เว้นแต่เจ้าของสัตว์ได้จงใจกระทำความผิดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์
ข้อ 11 สัตวแพทย์ประจำท้องที่ผู้ใดจะเป็นผู้ออกใบอนุญาตให้นำสัตว์ หรือซากสัตว์ไปยังท้องที่ต่างจังหวัดตามความใน มาตรา 34 แห่ง พระราชบัญญัติ โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2499 และที่แก้ไขเพิ่มเติม สำหรับในเขตท้องที่ใดและกรณีใดนั้น ให้เป็นไปตามที่กรมปศุสัตว์กำหนด

:: หมวด 2 การเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ภายใน เข้าในหรือออกนอกเขตโรคระบาด เขตสงสัยว่ามีโรคระบาด หรือเขตโรคระบาดชั่วคราว
ข้อ 12 ผู้ใดประสงค์จะเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ภายในเขตพื้นที่ที่มีประกาศเป็นเขตโรคระบาด หรือเขตสงสัยว่ามีโรคระบาด หรือเขตโรคระบาดชั่วคราวหรือออกนอกเขตดังกล่าวไปยังเขตพื้นที่ที่ไม่มีประกาศเป็นเขตโรคระบาด เขตสงสัยว่ามีโรคระบาด หรือเขตโรคระบาดชั่วคราว ซึ่งอยู่ในเขตจังหวัดเดียวกัน หรือต่างจังหวัดให้ผู้นั้นยื่นคำขอต่อสัตวแพทย์ประจำท้องที่นั้นหรือสัตวแพทย์ที่ได้รับมอบหมายให้ควบคุมโรคระบาด
เมื่อได้รับคำขอตามวรรคก่อนแล้วให้สัตวแพทย์ประจำท้องที่ หรือสัตวแพทย์ที่ได้รับมอบหมายให้ควบคุมโรคระบาดดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(1) กรณีการขออนุญาตเคลื่อนย้ายซากสัตว์ เมื่อเห็นว่าไม่มีพยาธิสภาพของโรคระบาด ไม่ใช่ซากสัตว์ที่มาจากแหล่งที่เกิดโรคระบาด เมื่อได้ดำเนินการทำลายเชื้อโรคระบาดแล้ว ให้สัตวแพทย์ที่ได้รับมอบหมายให้ควบคุมโรคระบาด หรือสัตวแพทย์ประจำท้องที่นั้นพิจารณาออกหนังสืออนุญาตหรือใบอนุญาต
(2) กรณีการขออนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์ ให้ดำเนินการตาม ข้อ 7 ของระเบียบนี้โดยอนุโลม แต่ให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดชนิดเดียวกันกับโรคระบาดที่ระบุในประกาศ และให้กักสัตว์ไว้ดูอาการเป็นเวลาไม่น้อยกว่ายี่สิบเอ็ดวัน นับถัดจากวันที่ฉีดวัคซีนเป็นต้นไป แล้วให้สัตวแพทย์ที่ได้รับมอบหมายให้ควบคุมโรคระบาด หรือสัตวแพทย์ประจำท้องที่นั้นพิจารณาออกหนังสืออนุญาตหรือใบอนุญาต
(3) กรณีการขออนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์ จากพื้นที่อำเภอชายแดนที่มีประกาศเป็นเขตสงสัยว่ามีโรคระบาด เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบโรคระบาดที่อาจมาจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศไทย เมื่อตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามีโรคระบาดเกิดขึ้นในพื้นที่ดังกล่าวให้สัตวแพทย์ที่ได้รับมอบหมายให้ควบคุมโรคระบาด หรือสัตวแพทย์ประจำท้องที่นั้นพิจารณาออกหนังสืออนุญาตหรือใบอนุญาตโดยดำเนินการตาม ข้อ 7 และ ข้อ 8 โดยอนุโลม
(4) กรณีการขออนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์ หรือซากสัตว์ไปยังท้องที่ต่างจังหวัดให้สัตวแพทย์ประจำท้องที่ปลายทาง หรือสัตวแพทย์ที่ได้รับมอบหมายดำเนินการตาม ข้อ 9
ข้อ 13 ผู้ใดประสงค์จะเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์จากท้องที่ซึ่งไม่มีประกาศเป็นเขตโรคระบาด เขตสงสัยว่ามีโรคระบาด หรือเขตโรคระบาดชั่วคราว เข้าในเขตท้องที่ซึ่งมีประกาศเป็นเขตโรคระบาด เขตสงสัยว่ามีโรคระบาด หรือเขตโรคระบาดชั่วคราว ให้ผู้นั้นยื่นคำขออนุญาตตามความใน ข้อ 6 และให้สัตวแพทย์ประจำท้องที่นั้นดำเนินการตามความใน ข้อ 7 ของระเบียบนี้โดยอนุโลม แต่กรณีเป็นสัตว์ให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดชนิดเดียวกันกับโรคระบาดที่ระบุในประกาศ และให้กักสัตว์ไว้ดูอาการเป็นเวลาไม่น้อยกว่ายี่สิบเอ็ดวันนับถัดจากวันที่ฉีดวัคซีนเป็นต้นไป แล้วให้พิจารณาออกใบอนุญาตให้เคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ โดยดำเนินการตามความใน ข้อ 8 และให้สัตวแพทย์ประจำท้องที่ปลายทาง หรือสัตวแพทย์ที่ได้รับมอบหมายดำเนินการตามความใน ข้อ 9 ของระเบียบนี้โดยอนุโลม ยกเว้นสัตว์ที่จะเข้าเขตอำเภอชายแดนที่มีประกาศเป็นเขตสงสัยว่ามีโรคระบาดเพื่อประโยชน์ ในการตรวจสอบโรคระบาดที่อาจมาจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศไทยและไม่พบว่ามีโรคระบาดเกิดขึ้น ให้ดำเนินการตาม ข้อ 6 และ 7 แล้วให้สัตวแพทย์ประจำท้องที่พิจารณาออกหนังสืออนุญาตให้เคลื่อนย้ายสัตว์ โดยให้ดำเนินการตามความใน ข้อ 8 และให้สัตวแพทย์ประจำท้องที่ปลายทาง หรือสัตวแพทย์ที่ได้รับมอบหมายดำเนินการตามความใน ข้อ 9 ของระเบียบนี้โดยอนุโลม
ข้อ 14 ในกรณีที่สัตวแพทย์พบว่าสัตว์หรือซากสัตว์ที่ได้รับอนุญาตให้เคลื่อนย้ายตามหมวดนี้ ในขณะเดินทาง หรือถึงท้องที่ปลายทางแล้ว เกิดเป็นโรคระบาด หรือเป็นพาหนะของโรคระบาด หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าสัตว์ป่วยหรือตายโดยโรคระบาด ให้สัตวแพทย์ดำเนินการตาม มาตรา 10 หรือ มาตรา 13 หรือ มาตรา 18 แห่ง พระราชบัญญัติ โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2499 แล้วแต่กรณี และหากสัตว์หรือซากสัตว์นั้นจะต้องถูกทำลายตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์ให้สัตวแพทย์ ผู้ตรวจสอบพบทำบันทึกสั่งกักสัตว์หรือซากสัตว์นั้นไว้ เพื่อดำเนินการทำลายสัตว์หรือซากสัตว์ ตามระเบียบการทำลายสัตว์หรือซากสัตว์ดังกล่าว และข้อกำหนดในกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และถ้ามีการขอเบิกจ่ายเงินค่าทำลายสัตว์ หรือซากสัตว์ให้รายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับขั้น และทำเรื่องเบิกจ่ายเงินต่อไป เว้นแต่เจ้าของสัตว์ หรือซากสัตว์นั้นได้จงใจกระทำความผิดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์

:: หมวด 3 การเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์เข้าในหรือผ่านเขตปลอดโรคระบาด
ข้อ 15 ผู้ใดประสงค์จะขออนุญาตเคลื่อนย้ายโค กระบือ แพะ แกะ สุกร หรือซากสัตว์ของสัตว์ ดังกล่าวเข้าในหรือผ่านเขตปลอดโรคระบาด ให้ผู้นั้นยื่นคำขอต่อสัตวแพทย์ประจำท้องที่ซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์ดังกล่าวอยู่ในพื้นที่นั้น
ข้อ 16 เมื่อได้รับคำขอแล้วให้ผู้รับคำขอพิจารณาดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(1) การขออนุญาตนำซากสัตว์ประเภทเนื้อ ซึ่งประสงค์จะนำไปเพื่อการบริโภค
(ก) จะต้องเป็นซากสัตว์ที่ได้จากสัตว์ซึ่งไม่ใช่มาจากแหล่งที่มีโรคระบาด
(ข) จะต้องเป็นซากสัตว์ที่ผ่านกระบวนการฆ่าจากโรงฆ่าสัตว์ ที่ได้รับการรับรองจากสัตวแพทย์ ซึ่งอธิบดีกรมปศุสัตว์มอบหมาย
(ค) จะต้องเป็นซากสัตว์ที่สัตวแพทย์ซึ่งอธิบดีกรมปศุสัตว์ มอบหมายได้ตรวจแล้วเห็นว่าซากสัตว์นั้น ไม่มีเชื้อโรคระบาดหรือเป็นพาหะของโรคระบาดและออกหนังสือรับรองคุณภาพของซากสัตว์ จำนวนของซากสัตว์ มอบให้เจ้าของซากสัตว์ไว้เป็นหลักฐาน
(ง) สถานที่ตัดแต่ง บรรจุหีบห่อ และเก็บรักษาซากสัตว์ต้องได้รับการรับรองจากสัตวแพทย์ ซึ่งอธิบดีกรมปศุสัตว์มอบหมาย
(2) การขออนุญาตนำซากสัตว์ประเภทอื่นๆ ในส่วนที่ไม่ได้กำหนดให้ดำเนินการตาม ข้อ 16 (1) โดยอนุโลม
(3) การขออนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์
(ก) ต้องเป็นสัตว์ที่มีลักษณะดี เหมาะสมสำหรับใช้ปรับปรุงและขยายพันธุ์อย่างแท้จริง หรือตามที่อธิบดีกรมปศุสัตว์หรือสัตวแพทย์ซึ่งอธิบดีกรมปศุสัตว์มอบหมายจะอนุญาตตามที่เห็นสมควร
(ข) จะต้องให้ปศุสัตว์จังหวัดท้องที่ปลายทางที่นำสัตว์ไป รับรองสถานที่เพื่อใช้กักสัตว์ตาม ข้อ 18 และให้นำหนังสือรับรองสถานกักกันสัตว์นั้นมาประกอบการขออนุญาตด้วย
(ค) บริเวณที่มาของสัตว์ ในรัศมียี่สิบกิโลเมตรต้องไม่มีโรคระบาดชนิดเดียวกันกับโรคที่รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกาศเป็นเขตปลอดโรคระบาดตลอดระยะเวลาสามเดือนที่ผ่านมา
(ง) การขออนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์เพื่อการค้า ผู้รับคำขอต้องบันทึกหมายเลขและสถานที่ที่ นายทะเบียนออกใบอนุญาตเพื่อทำการค้าสัตว์ของผู้ขออนุญาตไว้ในใบคำขออนุญาตด้วย
(จ) ให้ดำเนินการตาม ข้อ 7 ของระเบียบนี้โดยอนุโลม เว้นแต่ ในกรณีที่เกี่ยวกับการกักสัตว์ ให้กักสัตว์ไว้ดูอาการของโรคระบาด ณ สถานกักกันสัตว์ของกรมปศุสัตว์หรือสถานกักกันสัตว์ที่กรมปศุสัตว์ รับรองเป็นเวลาไม่น้อยกว่ายี่สิบเอ็ดวัน
(ฉ) ในวันถัดจากวันที่นำสัตว์เข้ากัก ณ สถานกักกันสัตว์ ให้ผู้รับคำขอส่งสำเนาคำขออนุญาต หนังสือรับรองสถานกักกันสัตว์ที่กรมปศุสัตว์รับรองและรายงานวันที่ครบกำหนดในการกักสัตว์ให้อธิบดีกรมปศุสัตว์ หรือสัตวแพทย์ซึ่งอธิบดีกรมปศุสัตว์มอบหมายทราบโดยวิธีด่วนที่สุด
(ช) ให้สัตวแพทย์ผู้มีหน้าที่ตรวจโรคระบาด บันทึกผลการตรวจโรคระบาดและอาการของสัตว์ที่กักไว้เป็นหลักฐานอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะเคลื่อนย้ายสัตว์จากสถานกักกันสัตว์นั้นไปหมด
ข้อ 17 สัตว์หรือซากสัตว์ซึ่งยื่นคำขอตาม ข้อ 15 เมื่อได้ดำเนินการตาม ข้อ 16 แล้ว เห็นว่าไม่มีพยาธิสภาพของโรคระบาดและเห็นสมควรอนุญาตให้เคลื่อนย้ายได้ให้รายงานผลการปฏิบัติ พร้อมเสนอความเห็นไปให้อธิบดีกรมปศุสัตว์หรือสัตวแพทย์ซึ่งอธิบดีกรมปศุสัตว์มอบหมายทราบโดยวิธีด่วนที่สุด เพื่อพิจารณาอนุญาตให้เคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์เข้าในหรือผ่านเขตปลอดโรคระบาด
การอนุญาตให้เคลื่อนย้ายสัตว์ หรือซากสัตว์ตามวรรคแรกให้ผู้รับอนุญาตดำเนินการเคลื่อนย้ายสัตว์ หรือซากสัตว์ให้หมดภายในระยะเวลาสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับทราบการอนุญาตเป็นต้นไป แต่ทั้งนี้ในระหว่างการเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์จะต้องไม่มีการนำสัตว์หรือซากสัตว์อื่นๆ เข้าหรือออกจากสถานกักกันสัตว์หรือซากสัตว์นั้น
ข้อ 18 สัตว์ที่เคลื่อนย้ายตามความในหมวดนี้ เมื่อถึงปลายทางให้ปศุสัตว์จังหวัดท้องที่ปลายทาง ดำเนินการกักสัตว์ไว้เป็นเอกเทศในสถานกักกันสัตว์ปลายทางที่ปศุสัตว์จังหวัดรับรอง เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสามวันนับถัดจากวันที่สัตว์มาถึง
ข้อ 19 ในกรณีที่สัตวแพทย์พบว่าสัตว์หรือซากสัตว์ที่ได้รับอนุญาตให้เคลื่อนย้ายตามหมวดนี้ ในขณะเดินทาง หรือถึงท้องที่ปลายทางแล้ว เกิดเป็นโรคระบาด หรือเป็นพาหะของโรคระบาด หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าสัตว์ป่วยหรือตายโดยโรคระบาด ให้สัตวแพทย์ดำเนินการตาม มาตรา 10 หรือ มาตรา 13 หรือ มาตรา 18 แห่ง พระราชบัญญัติ โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2499 แล้วแต่กรณี และหากสัตว์หรือซากสัตว์นั้นจะต้องถูกทำลายตามกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์ให้สัตวแพทย์ผู้ตรวจพบทำบันทึกสั่งกักสัตว์ หรือซากสัตว์นั้นไว้ เพื่อดำเนินการทำลายสัตว์หรือซากสัตว์ ตามระเบียบการทำลายสัตว์หรือซากสัตว์ดังกล่าว และข้อกำหนดในกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และถ้ามีการขอเบิกจ่ายเงินค่าทำลายสัตว์ หรือซากสัตว์ให้รายงานผู้บังคับบัญชาตามลำดับขั้น และทำเรื่องเบิกจ่ายเงินต่อไป เว้นแต่เจ้าของสัตว์ได้จงใจกระทำความผิดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยโรคระบาดสัตว์
ข้อ 20 กรณีการขออนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ ในส่วนที่ไม่ได้กำหนดในหมวดนี้ให้นำความในหมวด 1 มาปฏิบัติโดยอนุโลม

:: หมวด 4 การเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ภายในหรือระหว่างเขตปลอดโรคระบาด
ข้อ 21 การขอและการอนุญาตให้นำสัตว์หรือซากสัตว์จากจังหวัดหนึ่งไปยังอีกจังหวัดหนึ่งภายในเขตปลอดโรคระบาด ให้ปฏิบัติตามความในหมวด 1 ของระเบียบนี้ โดยอนุโลม แต่ในข้อที่เกี่ยวกับการกักสัตว์ และการฉีดวัคซีนป้องกันโรคระบาดให้แก่สัตว์นั้น ให้สัตวแพทย์ประจำท้องที่ผู้รับคำขอเป็นผู้พิจารณาตามที่เห็นสมควร
สำหรับการนำสัตว์จากท้องที่จังหวัดชุมพรและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปยังท้องที่จังหวัดอื่นซึ่งอยู่ในพื้นที่ ของสำนักสุขศาสตร์สัตว์และสุขอนามัยที่ 8 และ 9 ให้ปฏิบัติตามความในหมวด 1 ของระเบียบนี้โดยอนุโลม แต่ในข้อที่เกี่ยวกับการกักสัตว์ไว้ดูอาการของโรคระบาด ให้ดำเนินการกักสัตว์เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน
ถ้าเป็นโค กระบือ และสุกร ซึ่งจะนำไปเพื่อการค้าให้พิจารณาเฉพาะโค กระบือ และสุกรจากฟาร์มที่ได้รับการรับรองจากกรมปศุสัตว์แล้วเท่านั้น
ข้อ 22 การขออนุญาตเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์จากเขตที่มีประกาศเป็นเขตปลอดโรคระบาดแห่งหนึ่ง เข้าในหรือผ่านเขตพื้นที่ที่มีประกาศเป็นเขตปลอดโรคระบาดอีกแห่งหนึ่ง โดยต้องเดินทางผ่านเขตพื้นที่ที่ยังไม่ได้ประกาศเป็นเขตปลอดโรคระบาด ให้ดำเนินการตามที่กำหนดในหมวด 3 ของระเบียบนี้โดยอนุโลม

:: หมวด 5 การทำลายเชื้อโรคระบาด การกำหนดเงื่อนไขในใบอนุญาตให้นำ หรือเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ไปยังท้องที่ต่างจังหวัดและการนำสัตว์ผ่านด่านกักสัตว์
ข้อ 23 เมื่อสัตว์หรือซากสัตว์ได้รับอนุญาตให้นำหรือเคลื่อนย้ายได้ตามหมวด 1 หมวด 2 หมวด 3 หรือหมวด 4 แล้ว ให้สัตวแพทย์ประจำท้องที่หรือสัตวแพทย์ผู้อนุญาตสั่งให้ผู้รับอนุญาตจัดการให้สัตว์ หรือซากสัตว์และสิ่งของต่างๆ ซึ่งเกี่ยวกับการนำหรือเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์รวมตลอดถึงยานพาหนะที่จะใช้บรรทุกสัตว์ หรือซากสัตว์ได้รับการทำลายเชื้อโรคระบาดตามกระบวนการ ดังต่อไปนี้
(1) ให้ชำระล้างยานพาหนะ วัสดุอุปกรณ์ทุกชนิดที่เกี่ยวข้องกับการนำหรือเคลื่อนย้ายสัตว์ หรือซากสัตว์ให้สะอาดก่อนที่จะใช้บรรทุกสัตว์หรือซากสัตว์
(2) เมื่อนำสัตว์ขึ้นยานพาหนะแล้ว ให้ฉีดพ่นด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรคที่ตัวสัตว์ยานพาหนะ และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบรรทุกสัตว์ เช่น วัสดุรองพื้นหรือวัสดุที่สัมผัสกับตัวสัตว์
(3) ถ้าเป็นซากสัตว์ประเภท กระดูก งา เขา ขน หนัง กีบ หนังแห้ง ให้ทำลายเชื้อโรคระบาดด้วยวิธีรมยาฆ่าเชื้อ โดยใช้ด่างทับทิม 7.5 กรัม ผสมน้ำยาฟอร์มาลิน 15 ซี.ซี. ต่อเนื้อที่หนึ่งลูกบาศก์เมตรเป็นเวลาไม่น้อยกว่ายี่สิบสี่ชั่วโมง
ข้อ 24 ในการออกใบอนุญาตให้นำหรือเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ตามระเบียบนี้ให้ผู้อนุญาต กำหนดเงื่อนไขดังต่อไปนี้ไว้ในใบอนุญาตด้วยคือ
(1) การใช้เส้นทางให้เป็นไปตามความประสงค์ของผู้ขอรับใบอนุญาต โดยให้ระบุหมายเลขของทางหลวงแผ่นดิน ตามที่กรมทางหลวงกำหนด และให้ระบุชนิดและหมายเลขทะเบียนยานพาหนะที่ใช้บรรทุกสัตว์หรือซากสัตว์นั้น กรณีที่จะต้องกำหนดเป็นอย่างอื่นให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้ออกใบอนุญาต
(2) กรณีเป็นการลำเลียงโดยรถไฟให้กำหนดสถานีขนส่งสัตว์ หรือซากสัตว์และสถานีนำสัตว์หรือซากสัตว์ลง โดยให้เป็นไปตามที่กรมปศุสัตว์ประกาศกำหนด
(3) ถ้าเส้นทางตาม ข้อ 24 (1) ต้องผ่านด่านกักสัตว์ ภายใต้บังคับกฎกระทรวงซึ่งออกตามความใน มาตรา 35 แห่ง พระราชบัญญัติ โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2499 ผู้อนุญาตจะกำหนดเงื่อนไขให้ผ่านด่านกักสัตว์ด่านใดด่านหนึ่ง หรือหลายด่านก็ได้
(4) ให้หัวหน้าด่านกักกันสัตว์ซึ่งมีผู้นำสัตว์ผ่าน มีหน้าที่ตรวจสอบเอกสารต่างๆ ให้ตรงตามที่ได้รับอนุญาตตามระเบียบนี้ รวมทั้งตรวจสอบจำนวนสัตว์ ความถูกต้องของสัตว์ที่ได้รับอนุญาตและทำการตรวจโรคระบาด เมื่อเห็นว่าสัตว์สมบูรณ์เป็นปกติและจะต้องเดินทางต่อไปก็ให้สลักหลังใบอนุญาต แล้วมอบให้ผู้รับอนุญาตเพื่อแสดงว่าสัตว์ของตนได้รับอนุญาตให้นำหรือเคลื่อนย้ายไปได้
ในกรณีลำเลียงสัตว์โดยยานพาหนะรวดเดียวถึงปลายทาง ให้สัตวแพทย์ประจำท้องที่ต้นทางที่จะลำเลียงสัตว์นั้น เป็นผู้มีหน้าที่ต่างๆ ตามที่กำหนดในวรรคก่อน
ในกรณีที่พบว่าสัตว์เป็นโรคระบาดหรือพาหะของโรคระบาด ซึ่งจะต้องถูกทำลายตามความใน ข้อ 10 ของระเบียบนี้ ก็ให้ดำเนินการทำลายสัตว์นั้นตามที่กำหนดในระเบียบดังกล่าวต่อไป
(5) ในกรณีที่มีการทำลายเชื้อโรคผ่านด่านกักสัตว์ ให้ผู้ทำลายเชื้อโรคผ่านด่านกักสัตว์ เก็บหรือไม่ต้องเก็บค่าธรรมเนียมค่าทำลายเชื้อโรคผ่านด่านกักสัตว์ตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

:: หมวด 6 การรายงาน
ข้อ 25 ให้ผู้มีหน้าที่ออกใบอนุญาตให้นำหรือเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ตามระเบียบนี้ ทำรายงานการปฏิบัติงานเพื่อเสนอผู้บังคับบัญชาทราบ ดังนี้
(1) ให้ด่านกักกันสัตว์ส่งรายงานการอนุญาตให้นำ หรือเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ในแต่ละเดือน โดยให้เรียงลำดับตามหมายเลขของใบอนุญาตตามแบบ ร.3 หรือแบบ ร.4 แล้วแต่กรณีไปให้สำนักควบคุมป้องกัน และบำบัดโรคสัตว์ทราบภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป
(2) ให้ปศุสัตว์จังหวัดส่งรายงานตามแบบที่กรมปศุสัตว์ กำหนดเกี่ยวกับการอนุญาตให้นำหรือเคลื่อนย้ายสัตว์ หรือซากสัตว์ในเขตท้องที่จังหวัดของตนในแต่ละเดือนไปให้สำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ทราบภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป
(3) ให้สัตวแพทย์ซึ่งอธิบดีกรมปศุสัตว์มอบหมายให้เป็นผู้ออกหนังสืออนุญาตหมวด 3 รายงานการออกหนังสืออนุญาตให้เคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์เข้าใน หรือผ่านเขตปลอดโรคระบาดให้กรมปศุสัตว์ทราบภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป

:: หมวด 7 แบบคำขอ แบบใบอนุญาตและแบบเอกสารต่างๆ ตามระเบียบนี้
ข้อ 26 แบบคำขอให้ใช้เอกสารตามแบบที่กรมปศุสัตว์กำหนดส่วนแบบใบอนุญาตให้นำหรือเคลื่อนย้ายสัตว์ หรือซากสัตว์ตามระเบียบนี้ ให้ใช้แบบพิมพ์ของกรมปศุสัตว์
สำหรับหนังสือรับรองคุณภาพซากสัตว์ โรงฆ่าสัตว์ สถานที่ตัดแต่ง บรรจุหีบห่อ และเก็บรักษาซากสัตว์ และหนังสือรับรองสถานกักกันสัตว์ ให้ใช้เอกสารตามแบบที่แนบท้ายระเบียบนี้

:: หมวด 8 บทเฉพาะกาล
ข้อ 27 การใดซึ่งอยู่ในระหว่างการดำเนินการตาม ระเบียบกรมปศุสัตว์ ว่าด้วยการอนุญาต การตรวจโรคและการทำลายเชื้อโรคในการเคลื่อนย้ายสัตว์หรือซากสัตว์ภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2544 อยู่ ก็ให้ดำเนินการตามระเบียบดังกล่าวจนเสร็จการแต่ถ้าการนั้นสามารถดำเนินการตามระเบียบนี้ได้โดยไม่เกิดความเสียหาย ก็ให้ดำเนินการตามระเบียบนี้


:: ประกาศ ณ วันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) ยุคล ลิ้มแหลมทอง อธิบดีกรมปศุสัตว์

 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update