กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่  
 
:: ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม
:: ว่าด้วยกำหนดการประกอบวิชาชีพอย่างอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับกฎหมาย และเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2546 ข้อที่ 1-4

โดยที่เป็นการสมควรให้มีการปรับปรุงระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยกำหนดการประกอบวิชาชีพอย่างอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับกฎหมาย และเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2545 ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 27 (3) แห่ง พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยกำหนดการประกอบวิชาชีพอย่างอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับกฎหมาย และเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2546"
ข้อ 2[1] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 3 แห่ง ระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ว่าด้วยกำหนดการประกอบวิชาชีพอย่างอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับกฎหมาย และเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2545 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 3 การประกอบวิชาชีพอย่างอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับกฎหมาย คือ
(1) เป็นอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ หรือภาควิชานิติศาสตร์ หรือสาขาวิชานิติศาสตร์ในมหาวิทยาลัยของรัฐ ซึ่งคณบดีหรือตำแหน่งที่เทียบเท่ารับรองว่าได้สอนวิชากฎหมายตามหลักสูตรในคณะนิติศาสตร์ หรือภาควิชานิติศาสตร์ หรือสาขาวิชานิติศาสตร์มาแล้ว ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้
(2) เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ซึ่งทำหน้าที่พนักงานสอบสวนและผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงาน ในหน้าที่พนักงานสอบสวนมาแล้วไม่น้อยกว่า 20 เรื่อง ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้
(3) เป็นข้าราชการศาลยุติธรรมตำแหน่งเจ้าพนักงานศาลยุติธรรม (วุฒิทางกฎหมาย) สำนักงานศาลยุติธรรม ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายอย่างแท้จริงในหน้าที่ดังกล่าวตามมาตรฐานในสายงานนิติการที่ ก.ศ. กำหนด ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้
(4) เป็นนายทหารซึ่งทำหน้าที่นายทหารสืบสวนสอบสวน หรือนายทหารสารวัตรสืบสวนสอบสวน กระทรวงกลาโหม ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานสอบสวนคดีอาญาซึ่งอยู่ในอำนาจของศาลทหารมาแล้วไม่น้อยกว่า 20 เรื่อง ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้
(5) เป็นข้าราชการตำแหน่งเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานสอบสวนคดียาเสพติดมาแล้วไม่น้อยกว่า 20 เรื่อง ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้
(6) เป็นข้าราชการตำแน่งเจ้าพนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานตรวจสอบทรัพย์สิน หรือไต่สวนและวินิจฉัยคดีที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้
(7) เป็นข้าราชการตำแหน่งนักวิชาการตรวจเงินแผ่นดิน (วุฒิทางกฎหมาย) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) หรือนักวิชาการที่ดิน (วุฒิทางกฎหมาย) กรมที่ดิน ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายอย่างแท้จริงในหน้าที่ดังกล่าวตามมาตรฐานในสายงานนิติการที่ ก.พ. กำหนด ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้
(8) เป็นเจ้าพนักงานการเลือกตั้ง (งานนิติการ) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (สำนักงาน กกต.) ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายอย่างแท้จริงในหน้าที่ดังกล่าว ตามมาตรฐานในสายงานนิติการที่ ก.พ. กำหนด หรือเจ้าพนักงานการเลือกตั้ง (งานวินิจฉัยหรืองานสืบสวนสอบสวน) สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานพิจารณาวินิจฉัยหรือสอบสวนมาแล้วไม่น้อยกว่า 20 เรื่อง ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้
(9) เป็นข้าราชการหรือลูกจ้างในกระทรวงยุติธรรม ทำหน้าที่พนักงานคุมประพฤติซึ่งผู้บังคับบัญชารับรอง ว่าได้ปฏิบัติงานในหน้าที่ดังกล่าวตามมาตรฐานในสายงานคุมประพฤติ ที่ ก.พ. กำหนด ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้
(10) เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือลูกจ้างในหน่วยงานของรัฐ ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานในหน้าที่นิติกร ตามมาตรฐานในสายงานนิติการที่ ก.พ. หรือองค์กรกลางบริหารงานบุคคลอื่นกำหนด แล้วแต่กรณี ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้
(11) เป็นพนักงานของสถาบันการเงินที่ ก.ต. รับรอง ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานในหน้าที่นิติกร ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้
(12) เป็นอาจารย์ผู้บรรยายประจำวิชาของคณะนิติศาสตร์ ในสถาบันอุดมศึกษาเอกชนที่ทบวงมหาวิทยาลัย ให้การรับรองมาตรฐานการศึกษาของหลักสูตรนิติศาสตร์ซึ่งคณบดีหรือตำแหน่งที่เทียบเท่ารับรองว่าได้สอนวิชากฎหมาย ตามหลักสูตรในคณะนิติศาสตร์มาแล้วในวิชาใดวิชาหนึ่งหรือหลายวิชาดังนี้ กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายอาญา กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน กฎหมายล้มละลาย พระธรรมนูญศาลยุติธรรม กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง กฎหมายรัฐธรรมนูญ กฎหมายปกครอง กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา กฎหมายภาษีอากร กฎหมายแรงงาน กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ กฎหมายพาณิชย์นาวีหรือกฎหมายระหว่างประเทศ ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้
(13) เป็นเจ้าหน้าที่ศาลรัฐธรรมนูญ (วุฒิทางกฎหมาย) สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายอย่างแท้จริงในหน้าที่ดังกล่าว ตามมาตรฐานที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญกำหนด ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้
(14) เป็นนักวิจัยหรือผู้ช่วยนักวิจัย (วุฒิทางกฎหมาย) ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ซึ่งผู้บังคับบัญชารับรองว่าได้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายอย่างแท้จริงในหน้าที่ดังกล่าว ตามมาตรฐานที่สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติกำหนด ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้
(15) เป็นผู้ประกอบวิชาชีพอย่างอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับกฎหมายที่ได้ปฏิบัติงานด้านกฎหมายในลักษณะทำนองเดียวกัน หรือเทียบได้กับวิชาชีพตาม (1) - (14) ซึ่ง ก.ต. รับรองเป็นรายกรณี"
ข้อ 4 ให้ยกเลิกแบบหนังสือรับรองการประกอบวิชาชีพสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือลูกจ้างในหน่วยงานของรัฐซึ่งปฏิบัติงานในหน้าที่นิติกร ท้ายระเบียบคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมว่าด้วยกำหนดการประกอบวิชาชีพอย่างอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับกฎหมาย และเงื่อนไขเกี่ยวกับการประกอบวิชาชีพ พ.ศ. 2545 และให้ใช้แบบหนังสือรับรองประกอบวิชาชีพท้ายระเบียบนี้แทน

:: ประกาศ ณ วันที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) อรรถนิติ ดิษฐอำนาจ ประธานศาลฎีกา ประธานกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update