กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

 
:: ระเบียบคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
ว่าด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย พ.ศ. 2546


:: บทนิยาม ข้อ 1-8
:: หมวด1 บททั่วไป ข้อ 9
:: หมวด2 ทุนสนับสนุนการวิจัย ข้อ 10
:: หมวด3 การจ้างทำวิจัย ข้อ 11
:: บทเฉพาะกาล ข้อ 12
 
 
 
:: ระเบียบคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
:: ว่าด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย พ.ศ. 2546 ข้อที่ 1-12


ด้วยเป็นการสมควรปรับปรุง ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยทุนอุดหนุนการศึกษาวิจัยประเภททั่วไปและประเภทกำหนดเรื่อง พ.ศ. 2543 ให้เหมาะสมยิ่งขึ้นอาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 107 แห่ง พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย พ.ศ. 2546"
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิก "ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยทุนอุดหนุนการศึกษาวิจัยประเภททั่วไปและประเภทกำหนดเรื่อง พ.ศ. 2543"
ข้อ 4 บรรดาระเบียบ ข้อกำหนด หรือคำสั่งอื่นใด ที่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
ข้อ 5 ในระเบียบนี้
"ทุน" หมายถึง เงินที่สำนักงาน ป.ป.ช. ได้รับจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือเงินที่มีผู้บริจาคให้ หรือเงินที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานอื่นทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนการวิจัย
"คณะอนุกรรมการ" หมายถึง คณะอนุกรรมการฝ่ายวิจัย ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบนี้
"อนุกรรมการ" หมายถึง อนุกรรมการฝ่ายวิจัย
"คณะทำงานตรวจสอบทางวิชาการ" หมายถึง คณะบุคคลซึ่งคณะอนุกรรมการหรือสำนักงาน ป.ป.ช. แต่งตั้งให้ทำหน้าที่ข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อ ดังนี้
(1) พิจารณาข้อเสนอโครงการวิจัย และให้คำปรึกษาแนะนำในการพัฒนาโครงการวิจัย
(2) ติดตามและประเมินผลความก้าวหน้าของการวิจัย และรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์
(3) พิจารณาเกี่ยวกับการขอเปลี่ยนแปลงในรายละเอียด ของโครงการวิจัยที่ได้รับอนุมัติแล้ว
(4) ดำเนินการอื่นใด ที่เกี่ยวกับการตรวจสอบทางวิชาการ
(5) ปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ 6 ให้เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอำนาจออกประกาศ หรือข้อกำหนดสำนักงาน ป.ป.ช. ว่าด้วยหลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินเกี่ยวกับการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย เงินค่าตอบแทนและวิธีปฏิบัติต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้
ข้อ 7 ให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติรักษาการตามระเบียบนี้
ข้อ 8 ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาที่เกิดจากการใช้ระเบียบนี้

:: หมวด 1 บททั่วไป
ข้อ 9 การดำเนินงานเกี่ยวกับการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยของสำนักงาน ป.ป.ช. ในการทำวิจัยมีดังนี้
(1) สำนักงาน ป.ป.ช. ให้ทุนสนับสนุนการวิจัย ในเรื่องที่เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่อยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
การให้ทุนสนับสนุนการวิจัยอาจให้แก่บุคคล คณะบุคคล นิติบุคคล ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนซึ่งได้เสนอขอรับทุนสนับสนุนการวิจัย หรือที่สำนักงาน ป.ป.ช. มอบหมายให้เป็นผู้ดำเนินการแทนหรือการวิจัยที่สำนักงาน ป.ป.ช. ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานอื่นทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีทุนสนับสนุนการวิจัยสองประเภท คือ
(1.1) ประเภททั่วไป ได้แก่ เงินสนับสนุนการศึกษาวิจัยที่ผู้ทำการศึกษาวิจัยเป็นผู้กำหนดเรื่อง หรือหัวข้อในการศึกษาวิจัยด้วยตนเอง ภายใต้ขอบเขตของนโยบายและแนวทางการศึกษาวิจัยที่สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนด
(1.2) ประเภทกำหนดเรื่อง ได้แก่ เงินสนับสนุนการศึกษาวิจัยที่คณะกรรมการ
ป.ป.ช. หรือสำนักงาน ป.ป.ช. เป็นผู้กำหนดชื่อเรื่อง ข้อปัญหา หรือโครงการศึกษาวิจัย วัตถุประสงค์ และรายละเอียดอื่นๆ และให้หมายความรวมถึงเรื่องปัญหาสำคัญเร่งด่วนของประเทศ หรือเรื่องที่มีความจำเป็นต้องรีบดำเนินการในทันที
(2) สำนักงาน ป.ป.ช. จ้างทำวิจัย โดยการจ้างหน่วยงานทั้งภาครัฐหรือภาคเอกชน และนักวิจัย ทำวิจัย

:: หมวด 2 ทุนสนับสนุนการวิจัย
ข้อ 10 กรณีสำนักงาน ป.ป.ช. ให้ทุนสนับสนุนการวิจัย มีแนวทางปฏิบัติดังนี้
(1) ผู้มีสิทธิขอรับทุน ได้แก่ บุคคล คณะบุคคล นิติบุคคล สถาบัน หรือหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งเสนอโครงการวิจัยเพื่อขอรับทุนตามระเบียบนี้
(2) คุณสมบัติของผู้ขอรับทุน ผู้ขอรับทุนซึ่งเป็นหัวหน้าโครงการวิจัยมีสิทธิขอรับทุนได้ปีละหนึ่งโครงการ โดยต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังนี้
(2.1) มีสัญชาติไทย
(2.2) มีความรู้ความสามารถเกี่ยวกับการวิจัย
(2.3) สามารถปฏิบัติงานและควบคุมการวิจัยได้ตลอดระยะเวลาที่ได้รับทุน
(2.4) มีหลักฐานการทำงานมั่นคง
(2.5) ไม่เป็นผู้ติดค้างการส่งรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ให้แก่สำนักงาน ป.ป.ช. สำหรับโครงการที่ได้รับทุนและได้สิ้นสุดระยะเวลาทำการวิจัยแล้ว
(2.6) ไม่เป็นผู้ที่อยู่ในระหว่างการรับทุนอุดหนุนการวิจัยประเภทใด ประเภทหนึ่งจากสำนักงาน ป.ป.ช. เว้นแต่เป็นการขอต่อทุนในโครงการเดียวกัน
(2.7) ไม่เป็นอนุกรรมการฝ่ายวิจัย
การยกเว้นคุณสมบัติข้อใดข้อหนึ่งให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการ ป.ป.ช.
(3) การพิจารณาอนุมัติทุน ในการสนับสนุนการวิจัยเพื่อการดำเนินโครงการวิจัยผู้ให้ทุนทรงไว้ ซึ่งสิทธิในการปรับลดเงินอุดหนุนการวิจัยที่จัดสรรให้แก่ผู้ขอรับทุน ตามความเหมาะสมของวงเงินงบประมาณที่ผู้ให้ทุนได้รับในแต่ละปี
คณะอนุกรรมการเป็นผู้พิจารณาอนุมัติให้ทุน อนุมัติการขอขยายระยะเวลาการวิจัย อนุมัติผลการวิจัย อนุมัติคำขอยุติการวิจัย หรืออนุมัติระงับการให้ทุน ตลอดจนอนุมัติเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการ
ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและไม่อาจเรียกประชุมคณะอนุกรรมการได้ หรือในกรณีที่ไม่มีคณะอนุกรรมการ หรือในกรณีที่อนุกรรมการคนใดคนหนึ่งมีส่วนร่วมในการขอรับทุน ให้เสนอเรื่องให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นผู้พิจารณาอนุมัติ
ในการพิจารณาอนุมัติตามวรรคสอง คณะอนุกรรมการอาจแต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบทางวิชาการไม่เกินสามคน เป็นคณะทำงานเพื่อให้เสนอความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะอนุกรรมการก็ได้
ให้คณะทำงานตรวจสอบทางวิชาการตามวรรคสี่ ได้รับค่าตอบแทนตามข้อกำหนดของสำนักงาน ป.ป.ช.
(4) การทำสัญญารับทุนสนับสนุนการวิจัย ให้ผู้รับทุนทำสัญญารับทุนสนับสนุนวิจัยกับสำนักงาน ป.ป.ช. พร้อมเอกสารอื่นๆ แนบท้ายสัญญาตามแบบที่สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนด
(5) การตรวจรับผลสำเร็จของงานวิจัย ให้มีการตรวจรับผลสำเร็จของงานวิจัยโดยคณะทำงานตรวจสอบทางวิชาการตามเวลาที่สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนด โดยพิจารณาจากเอกสารรายงานการวิจัยและ/หรือการตรวจเยี่ยมงานวิจัย ณ สถานที่ทำการวิจัย
การตรวจรับผลสำเร็จของงานวิจัยให้หมายรวมถึง การประเมินรายงานความก้าวหน้าของการวิจัยและรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ และการพิจารณาเกี่ยวกับการขอเปลี่ยนแปลงในรายละเอียดของโครงการวิจัยที่อนุมัติแล้ว
การรายงานผลสำเร็จของงานแต่ละครั้ง ให้ผู้รับทุนรายงานตามแบบที่สำนักงาน
ป.ป.ช. กำหนด
(6) การเบิกจ่ายเงิน สำนักงาน ป.ป.ช. จะจ่ายเงินให้แก่ผู้รับทุนตามความสำเร็จของงานแต่ละงวด โดยจ่ายเงินงวดแรกให้ผู้รับทุนได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของเงินทุนในปีแรก และจ่ายงวดต่อๆ ไปตามเวลาที่สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนดในสัญญารับทุน ทั้งนี้ ให้มีการตรวจรับผลสำเร็จของงานวิจัยตามงวดเงินก่อนการเบิกจ่ายงวดต่อไป ยกเว้นงวดแรก
(7) ทรัพย์สินทางปัญญา ในผลการวิจัยที่ทำขึ้นโดยใช้ทุนตามระเบียบนี้ ให้เป็นของสำนักงาน ป.ป.ช. ผู้ให้ทุนแต่ผู้เดียว เว้นแต่จะมีการตกลงกันเป็นอย่างอื่น ก่อนลงนามในสัญญา

:: หมวด 3 การจ้างทำวิจัย
ข้อ 11 กรณีสำนักงาน ป.ป.ช. จ้างทำวิจัย มีแนวทางปฏิบัติ ดังนี้
(1) การพิจารณาและอนุมัติจ้างทำวิจัย ให้เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นผู้พิจารณาและอนุมัติงบประมาณจ้างทำวิจัยแก่โครงการวิจัยที่เห็นสมควรสนับสนุน โดยคำแนะนำของคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานตรวจสอบทางวิชาการ
ให้สำนักงาน ป.ป.ช. แต่งตั้งคณะทำงานตรวจสอบทางวิชาการซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาวิชาการนั้นๆ จำนวนไม่น้อยกว่า 2 คน เพื่อทำหน้าที่พิจารณาข้อเสนอโครงการวิจัย ให้คำปรึกษาแนะนำในการพัฒนาโครงการวิจัยให้สมบูรณ์และพิจารณาความเหมาะสมของค่าจ้างทำวิจัย
ให้คณะทำงานตรวจสอบทางวิชาการ ได้รับค่าตอบแทนตามข้อกำหนดของสำนักงาน ป.ป.ช.
(2) การทำสัญญาจ้างทำวิจัย ให้ผู้รับจ้างทำวิจัยทำสัญญาจ้างทำวิจัยกับสำนักงาน ป.ป.ช. พร้อมเอกสารอื่นๆ แนบท้ายสัญญาตามแบบที่สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนด
(3) การตรวจรับผลสำเร็จของงานวิจัย สำนักงาน ป.ป.ช. จะจัดให้มีการตรวจรับผลสำเร็จของงานวิจัยโดยคณะทำงานตรวจสอบทางวิชาการตามเวลาที่สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนด โดยพิจารณาจากเอกสารรายงานการวิจัย และ/หรือการตรวจเยี่ยมงานวิจัย ณ สถานที่ทำการวิจัย
การตรวจรับผลสำเร็จของงานให้หมายรวมถึง การประเมินรายงานความก้าวหน้าของการวิจัยและรายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ และการพิจารณาเกี่ยวกับการขอเปลี่ยนแปลงในรายละเอียดของโครงการวิจัยที่อนุมัติการจ้างแล้ว
การรายงานผลสำเร็จของงานแต่ละครั้ง ให้ผู้รับจ้างทำวิจัยรายงานตามแบบที่สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนด
(4) การเบิกจ่ายเงิน สำนักงาน ป.ป.ช. จะจ่ายเงินให้แก่ผู้รับจ้างทำวิจัยตามผลสำเร็จของงานในแต่ละงวด โดยจ่ายเงินงวดแรกให้ผู้รับจ้างทำวิจัยได้ไม่เกินร้อยละ 20 ของวงเงินที่ว่าจ้างและจ่ายงวดต่อๆ ไปตามเวลาที่สำนักงาน ป.ป.ช. กำหนดในสัญญาจ้างทำวิจัย ทั้งนี้ ให้มีการตรวจรับผลสำเร็จของงานวิจัยตามงวดเงินก่อนการเบิกจ่ายงวดต่อไป ยกเว้นงวดแรก
(5) ทรัพย์สินทางปัญญา ในผลการวิจัยที่ทำขึ้นจากการจ้างเป็นของสำนักงาน ป.ป.ช. แต่เพียงผู้เดียว

:: บทเฉพาะกาล
ข้อ 12 ผู้รับทุนที่ได้รับอนุมัติทุนอุดหนุนการศึกษาวิจัยตาม ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยทุนอุดหนุนการศึกษาวิจัยประเภททั่วไปและประเภทกำหนดเรื่อง พ.ศ. 2543 ถ้าได้ทำสัญญาขอรับทุนอุดหนุนการศึกษาวิจัยจากสำนักงาน ป.ป.ช. หรือได้รับอนุมัติให้ขยายระยะเวลาอยู่แล้วในวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ให้คงถือไว้ซึ่งการเป็นคู่สัญญานั้นได้ต่อไปจนกว่าจะครบอายุสัญญาหรือการขยายระยะเวลา รวมถึงการเบิกจ่ายเงินและวิธีปฏิบัติต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในเรื่องที่อยู่ระหว่างดำเนินการหรือดำเนินการเสร็จแล้วก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ไม่ว่าจะเบิกจ่ายเงินไปแล้วทั้งหมดหรือบางส่วนหรือไม่ก็ตาม ให้เป็นไปตามระเบียบนี้หรือข้อกำหนดสำนักงาน ป.ป.ช. ที่ออกตามระเบียบนี้


:: ประกาศ ณ วันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) โอภาส อรุณินท์ ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ

 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update