กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53 54  
 
:: ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง
:: ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2546 ข้อที่ 1-54


อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 145 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 10 และ มาตรา 13 แห่ง พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2541 และ มาตรา 5 มาตรา 11 มาตรา 19 มาตรา 20 มาตรา 23 มาตรา 64 มาตรา 88 และ มาตรา 92 แห่ง พระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 คณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงออกระเบียบเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ไว้ดังนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2546"
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ข้อ 3 ในระเบียบนี้
"องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น" หมายความว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง
"สภาท้องถิ่น" หมายความว่า สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด สภาเทศบาล สภาองค์การบริหารส่วนตำบล สภากรุงเทพมหานคร สภาเมืองพัทยา และสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น
"ผู้บริหารท้องถิ่น" หมายความรวมถึง คณะผู้บริหารท้องถิ่น
"คณะกรรมการสรรหา" หมายความว่า คณะกรรมการสรรหากรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
"กรรมการสรรหา" หมายความว่า กรรมการสรรหากรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
"หัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่น" หมายความว่า ปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด ปลัดเทศบาล ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบล ปลัดกรุงเทพมหานคร ปลัดเมืองพัทยา และหัวหน้าพนักงานหรือหัวหน้าข้าราชการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น
"ผู้ว่าราชการจังหวัด" หมายความรวมถึง ปลัดกรุงเทพมหานคร
"นายอำเภอ" หมายความรวมถึง ผู้อำนวยการเขตและปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ
"นายทะเบียนอำเภอ" หมายความรวมถึง ผู้ช่วยนายทะเบียนอำเภอ
"นายทะเบียนท้องถิ่น" หมายความรวมถึง ผู้ช่วยนายทะเบียนท้องถิ่น
"เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย" หมายความว่า ข้าราชการตำรวจ หรือข้าราชการพลเรือนหรือข้าราชการทหาร หรือพนักงานฝ่ายปกครอง หรือสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ที่ได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำที่เลือกตั้ง
"ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง" หมายความว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
"ผู้สมัคร" หมายความว่า ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
"ผู้ได้รับเลือกตั้ง" หมายความว่า ผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
"การเลือกตั้ง" หมายความว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
"วันเลือกตั้ง" หมายความว่า วันที่กำหนดให้เป็นวันเลือกตั้งตามประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
"วันลงคะแนน" หมายความว่า วันที่กำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้สิทธิเลือกตั้งด้วยการลงคะแนนเลือกตั้งผู้สมัคร
"เขตเลือกตั้ง" หมายความว่า ท้องที่ที่กำหนดเป็นเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
"หน่วยเลือกตั้ง" หมายความว่า ท้องถิ่นที่กำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทำการลงคะแนนเลือกตั้ง ณ ที่เลือกตั้งใดที่เลือกตั้งหนึ่ง
"ที่เลือกตั้ง" หมายความว่า สถานที่ที่กำหนดให้ทำการลงคะแนนเลือกตั้งและให้หมายความรวมถึงบริเวณที่กำหนดขึ้น โดยรอบที่เลือกตั้ง
"ที่สมัครรับเลือกตั้ง" หมายความว่า สถานที่ที่กำหนดให้ทำการรับสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น และให้หมายความรวมถึงบริเวณที่กำหนดขึ้นโดยรอบที่สมัครรับเลือกตั้ง
"บัตรเลือกตั้ง" หมายความว่า บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
"หีบบัตรเลือกตั้ง" หมายความรวมถึง สิ่งที่ใช้แทนหีบบัตรเลือกตั้ง
"จังหวัด" หมายความรวมถึง กรุงเทพมหานคร
"อำเภอ" หมายความรวมถึง เขตและกิ่งอำเภอ
"ตำบล" หมายความรวมถึง แขวง
"ศาลากลางจังหวัด" หมายความรวมถึง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
"ที่ว่าการอำเภอ" หมายความรวมถึง สำนักงานเขตและที่ว่าการกิ่งอำเภอ
"เทศบาล" หมายความรวมถึง เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้นเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ

:: หมวด 1 บททั่วไป
ส่วนที่ 1 การประกาศให้มีการเลือกตั้ง
ข้อ 4 กรณีที่จะต้องมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด หรือก่อนวันครบวาระการดำรงตำแหน่งของสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นไม่น้อยกว่าหกสิบวัน ให้หัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่นนั้นแจ้งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทราบเพื่อเตรียมการจัดให้มีการเลือกตั้ง และให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดรายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบโดยเร็ว
ข้อ 5 ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเสนอร่างประกาศให้มีการเลือกตั้ง ตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 1 แล้วแต่กรณีต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดได้เห็นชอบ ตาม มาตรา 8 วรรคสอง แห่ง พระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 แล้ว ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประกาศให้มีการเลือกตั้ง ดังนี้
(1) กรณีการเลือกตั้งทั่วไปหรือการเลือกตั้งทั้งคณะ ต้องประกาศก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสามสิบห้าวัน
(2) กรณีการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง ต้องประกาศก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
เมื่อได้ดำเนินการตาม (1) และ (2) แล้ว ให้จัดส่งสำเนาประกาศดังกล่าวไปให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด เพื่อรายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบโดยเร็ว
ข้อ 6 กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นใหม่หรือเพิ่มเติม หรือประกาศให้มีการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นใหม่ ตาม มาตรา 100 แห่ง พระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 ต้องประกาศก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสามสิบวัน และให้จัดส่งสำเนาประกาศดังกล่าวไปให้ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการต่อไป
ข้อ 7 ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นติดประกาศให้มีการเลือกตั้งตาม ข้อ 5 และ ข้อ 6 ไว้ ณ ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการเลือกตั้งนั้น และส่งไปให้นายอำเภอ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด เพื่อปิดประกาศดังกล่าวไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอ และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด นอกจากนี้ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพิจารณาติดประกาศ ณ สถานที่ที่เห็นสมควร
ข้อ 8 กรณีจำเป็นที่ไม่อาจปฏิบัติตามระเบียบนี้ หรือกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเห็นสมควรให้มีการปฏิบัตินอกเหนือจากระเบียบนี้ ให้ขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อนเป็นกรณีๆ ไป

:: ส่วนที่ 2 การเตรียมการเลือกตั้ง
ข้อ 9 ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด และผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัด ตั้งศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งขึ้น เพื่อประสานงานและจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
ข้อ 10 เมื่อมีการประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นใด ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแจ้งขอความร่วมมือนายอำเภอ และหัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่นตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในท้องถิ่นนั้น รณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้ราษฎรทราบ กำหนดวันเลือกตั้ง สถานที่เลือกตั้ง หน่วยเลือกตั้ง สถานที่รับแจ้งเหตุการไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งและเรื่องอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อการเลือกตั้งเพื่อให้ราษฎรไปใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยทั่วกัน
ข้อ 11 กรณีที่จะต้องมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นใด ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีหรืองบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม หรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงงบประมาณรายจ่ายประจำปีเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งทั้งหมด เว้นแต่ค่าใช้จ่ายของคณะกรรมการการเลือกตั้งและคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
ข้อ 12 ในกรณีที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดมีรายได้ไม่เพียงพอสำหรับใช้จ่ายในการเลือกตั้งตาม ข้อ 11 ให้นำเงินสะสมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นมาใช้เพื่อการนี้ หากไม่มีเงินสะสมหรือมีแต่ไม่เพียงพอ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นจัดทำรายการเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในส่วนที่จำเป็นและไม่เพียงพอในการเลือกตั้ง เสนอกระทรวงมหาดไทยเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีให้พิจารณาจัดสรรเงินอุดหนุนให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น

:: หมวด 2 เขตเลือกตั้ง หน่วยเลือกตั้ง และที่เลือกตั้ง
ส่วนที่ 1 เขตเลือกตั้งและจำนวนสมาชิกสภาท้องถิ่น
ข้อ 13 เขตเลือกตั้งและจำนวนสมาชิกสภาท้องถิ่นสำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(1) การเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร จำนวนสมาชิกสภากรุงเทพมหานครทั้งหมดให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร กำหนดเขตเลือกตั้ง ดังนี้
(ก) ถ้าเขตใดมีจำนวนราษฎรไม่เกินหนึ่งแสนห้าหมื่นคน ให้ถือเขตเป็นเขตเลือกตั้งและมีสมาชิกจำนวนหนึ่งคน
(ข) การแบ่งเขตเลือกตั้งให้ถือเกณฑ์จำนวนราษฎรหนึ่งแสนคน เศษของหนึ่งแสนถ้าเกินห้าหมื่น ให้เพิ่มเขตเลือกตั้งในเขตนั้นได้อีกหนึ่งเขตเลือกตั้งและมีสมาชิกจำนวนหนึ่งคน
(2) การเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด ให้ถือเขตอำเภอเป็นเขตเลือกตั้งในกรณีที่อำเภอใดมีสมาชิกเกินหนึ่งคน ให้แบ่งเขตอำเภอเป็นเขตเลือกตั้งเท่ากับจำนวนสมาชิกที่จะพึงมีในอำเภอนั้น และมีสมาชิกเขตเลือกตั้งละหนึ่งคน สำหรับจำนวนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดทั้งหมด และที่จะพึงมีในแต่ละอำเภอให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัด
(3) การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลตำบล ให้แบ่งเขตเทศบาลเป็นสองเขตเลือกตั้ง การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลเมือง ให้แบ่งเขตเทศบาลเป็นสามเขตเลือกตั้ง การเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาลนครหรือการเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยา ให้แบ่งเขตเทศบาลนครหรือเขตเมืองพัทยาเป็นสี่เขตเลือกตั้งในการแบ่งเขตเลือกตั้งต้องมีจำนวนสมาชิกสภาเทศบาล หรือสมาชิกสภาเมืองพัทยาเท่ากันทุกเขตเลือกตั้ง
(4) การเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ให้ถือเขตหมู่บ้านเป็นเขตเลือกตั้ง
(5) การเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ถือเขตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเป็นเขตเลือกตั้ง เว้นแต่กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
ข้อ 14 ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดดำเนินการเกี่ยวกับการแบ่งเขตเลือกตั้งของแต่ละ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นและหลักเกณฑ์ ตาม ข้อ 13 โดยพิจารณาจำนวนราษฎรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากประกาศจำนวนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้าย ก่อนปีที่มีการเลือกตั้ง โดยให้คำนึงถึง
(1) ให้มีจำนวนราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้งใกล้เคียงกันมากที่สุด
(2) ต้องแบ่งพื้นที่ของแต่ละเขตเลือกตั้งให้มีพื้นที่ติดต่อกัน ในเขตเทศบาลหรือเขตชุมชนหนาแน่นอาจกำหนดให้ใช้แนวถนน ตรอกหรือซอย คลองหรือแม่น้ำเป็นแนวเขตของเขตเลือกตั้งได้สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร มิให้นำพื้นที่เพียงบางส่วนของเขตหนึ่งไปรวมกับเขตอื่น
(3) ให้ถือตำบลที่มีจำนวนราษฎรมากที่สุดเป็นหลัก
(4) การเคยอยู่ในเขตเลือกตั้งเดียวกัน
(5) ความสะดวกในการคมนาคมระหว่างกัน
เพื่อประโยชน์ในการแบ่งเขตเลือกตั้งตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแต่งตั้งคณะกรรมการแบ่งเขตเลือกตั้งขึ้นคณะหนึ่งประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรองผู้ว่าราชการจังหวัดที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมายเป็นประธาน และกรรมการอื่นประกอบด้วย ปลัดจังหวัด เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัด โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด พัฒนาการจังหวัด ผู้แทนองค์การเอกชนในจังหวัดที่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดซึ่งคัดเลือกกันเองจำนวนหนึ่งคน และผู้แทนหอการค้าในจังหวัดจำนวนหนึ่งคน โดยให้หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจังหวัดเป็นเลขานุการ
คณะกรรมการแบ่งเขตเลือกตั้งสำหรับกรุงเทพมหานคร ให้ปลัดกรุงเทพมหานครเป็นประธานและกรรมการอื่นประกอบด้วย ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ผู้ตรวจราชการกรุงเทพมหานครที่ปลัดกรุงเทพมหานครมอบหมายจำนวนหนึ่งคน ผู้อำนวยการสำนักผังเมือง กรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาชุมชนกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ กรุงเทพมหานคร และนายกสภาทนายความแห่งประเทศไทย โดยให้ผู้อำนวยการกองปกครองและทะเบียนกรุงเทพมหานครเป็นเลขานุการ
คณะกรรมการแบ่งเขตเลือกตั้งตามวรรคสองและวรรคสาม อาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อช่วยเหลือในการแบ่งเขตเลือกตั้งของแต่ละอำเภอหรือแต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ รวมทั้งอาจแจ้งให้สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอดจน ผู้ทรงคุณวุฒิที่เห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาเข้าร่วมแสดงความคิดเห็นในการแบ่งเขตเลือกตั้งด้วยก็ได้
ให้คณะกรรมการแบ่งเขตเลือกตั้งมีหน้าที่เสนอรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้ง พร้อมทั้งแผนที่แสดงรายละเอียด เสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเพื่อพิจารณาดำเนินการ ตาม ข้อ 15
ในการแบ่งเขตเลือกตั้งตามวรรคสอง วรรคสาม วรรคสี่ และวรรคห้า ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเป็นผู้ประสานงาน
ข้อ 15 เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ได้รับรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้งตาม ข้อ 14 แล้ว ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพิจารณาแล้วส่งร่างประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง และแผนที่ประกอบพร้อมทั้งเสนอความเห็นให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง ของแต่ละองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไว้ก่อนมีการประกาศให้มีการเลือกตั้ง
กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศการแบ่งเขตเลือกตั้ง ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสำหรับการเลือกตั้งครั้งใดไว้แล้ว และในการเลือกตั้งครั้งต่อมา หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงเขตพื้นที่ตาม มาตรา 15 แห่ง พระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 หรือไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเขตเลือกตั้ง ตามกฎหมายอาจใช้เขตเลือกตั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ประกาศไว้แล้ว มาใช้เป็นเขตเลือกตั้งครั้งต่อไปอีกก็ได้

:: ส่วนที่ 2 เขตเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น
ข้อ 16 เขตเลือกตั้งสำหรับการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น ให้ใช้เขตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นเป็นเขตเลือกตั้ง

:: ส่วนที่ 3 หน่วยเลือกตั้ง
ข้อ 17 เมื่อได้มีประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นแล้ว ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่นจัดทำร่างประกาศกำหนดหน่วยเลือกตั้ง และที่เลือกตั้งพร้อมแผนที่สังเขปแสดงเขตของหน่วยเลือกตั้งตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 4 เสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อพิจารณาประกาศกำหนดหน่วยเลือกตั้งที่จะพึงมีในเขตเลือกตั้งนั้นไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนวันเลือกตั้ง และให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประกาศกำหนดหน่วยเลือกตั้ง ตามมติของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่ายี่สิบวัน
ประกาศตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการดังนี้
(1) ปิดประกาศไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอเฉพาะหน่วยเลือกตั้งที่อยู่ในเขตท้องที่อำเภอนั้น
(2) ปิดประกาศไว้ ณ ที่ทำการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเฉพาะหน่วยเลือกตั้ง ที่อยู่ในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น
(3) ปิดประกาศไว้ ณ ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านเฉพาะหน่วยเลือกตั้ง ที่อยู่ในเขตหมู่บ้านหรือเขตชุมชนหนาแน่นที่เห็นสมควรเฉพาะหน่วยเลือกตั้งที่อยู่ในเขตชุมชนนั้น
(4) ปิดประกาศไว้ ณ ที่เลือกตั้งหรือบริเวณใกล้เคียงกับที่เลือกตั้งเฉพาะของแต่ละหน่วยเลือกตั้ง
(5) ส่งให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด จำนวนหนึ่งชุด
(6) ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เก็บไว้เป็นหลักฐานจำนวนหนึ่งชุด
การจัดทำประกาศกำหนดหน่วยเลือกตั้งกรณี (3) และ (4) อาจทำเฉพาะข้อความของหน่วยเลือกตั้งนั้น
ข้อ 18 การกำหนดหน่วยเลือกตั้งที่จะพึงมีในแต่ละเขตเลือกตั้ง ให้คำนึงถึงความสะดวกในการเดินทางมาใช้สิทธิเลือกตั้งของราษฎร ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(1) ให้ใช้หมู่บ้านเป็นเขตของหน่วยเลือกตั้ง เว้นแต่กรณีที่มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนน้อยจะรวมหมู่บ้านที่ติดกันตั้งแต่สองหมู่บ้านขึ้นไปเป็นหน่วยเลือกตั้งเดียวกันก็ได้ สำหรับในเขตเทศบาลหรือในเขตกรุงเทพมหานครหรือในเขตชุมชนหนาแน่น อาจกำหนดให้ใช้แนวถนน ตรอกหรือซอย คลองหรือแม่น้ำ เป็นเขตของหน่วยเลือกตั้งก็ได้
(2) ให้ถือเกณฑ์จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งหน่วยเลือกตั้ง ละแปดร้อยคนเป็นประมาณ แต่ถ้าเห็นว่าไม่เป็นการสะดวกหรือไม่ปลอดภัยในการไปลงคะแนนเลือกตั้งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะกำหนดหน่วยเลือกตั้งเพิ่มเติมขึ้น โดยให้มีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งน้อยกว่าจำนวนดังกล่าวก็ได้
ข้อ 19 หากมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงเขตของหน่วยเลือกตั้งให้กระทำได้โดยประกาศตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 5 ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสิบวัน พร้อมทั้งจัดทำแผนที่สังเขปแสดงเขตของหน่วยเลือกตั้งด้วย เว้นแต่ในกรณีฉุกเฉินจะประกาศเปลี่ยนแปลงเขตของหน่วยเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งน้อยกว่าสิบวันก็ได้ เมื่อประกาศเปลี่ยนแปลงแล้วให้ปิดประกาศพร้อมแผนที่ดังกล่าวไว้ ณ ที่เดียวกับประกาศกำหนดหน่วยเลือกตั้ง ตาม ข้อ 17 แล้วส่งประกาศพร้อมแผนที่ดังกล่าว ไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดโดยเร็ว
ข้อ 20 การกำหนดหมายเลขประจำหน่วยเลือกตั้ง สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นให้กำหนดหมายเลขเรียงตั้งแต่หมายเลข 1 ตามลำดับจนครบทุกหน่วยเลือกตั้งของแต่ละเขตเลือกตั้ง
กรณีที่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นพร้อมกัน หรือการเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่น ให้กำหนดหมายเลขประจำหน่วยเลือกตั้งตามวรรคหนึ่ง

:: ส่วนที่ 4 ที่เลือกตั้ง
ข้อ 21 ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประกาศกำหนดที่เลือกตั้ง ของแต่ละหน่วยเลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่ายี่สิบวัน ที่เลือกตั้งต้องเป็นสถานที่ซึ่งประชาชนเข้าออกได้ง่าย มีความเหมาะสมและมีขนาดพอสมควรที่จะทำการลงคะแนนเลือกตั้งได้สะดวก เพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปใช้สิทธิเลือกตั้งและตรวจดูบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ง่าย
การเปลี่ยนแปลงที่เลือกตั้งให้กระทำก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสิบวัน ตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 6 เว้นแต่กรณีฉุกเฉินจะประกาศเปลี่ยนแปลงที่เลือกตั้งก่อนวันเลือกตั้งน้อยกว่าสิบวันก็ได้และให้นำความใน ข้อ 17 มาบังคับใช้กับการประกาศกำหนดที่เลือกตั้ง และการเปลี่ยนแปลงที่เลือกตั้งโดยอนุโลม กรณีการเปลี่ยนแปลงที่เลือกตั้งเนื่องจากเกิดการจลาจล อุทกภัย อัคคีภัย หรือเหตุสุดวิสัยอย่างอื่นให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประกาศ ตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 6
ข้อ 22 คูหาลงคะแนนสำหรับที่เลือกตั้งหนึ่งให้มีจำนวนห้าคูหาเป็นอย่างน้อย
ข้อ 23 ก่อนวันเลือกตั้ง ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการจัดให้มีวัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้ง เพื่อมอบให้แก่คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งตลอดจนการจัดภายในบริเวณที่เลือกตั้ง
ข้อ 24 ในวันเลือกตั้ง ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจัดให้มีป้าย หรือเครื่องหมายเพื่อแสดงขอบเขตบริเวณโดยรอบที่เลือกตั้ง
ข้อ 25 ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจัดให้มีป้ายบอกที่เลือกตั้ง โดยมีข้อความอย่างน้อย ดังนี้
"การเลือกตั้ง (ประเภทองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชื่อ / ชื่อตำแหน่งผู้บริหารท้องถิ่น)
ที่เลือกตั้งสำหรับหน่วยเลือกตั้งที่…………ตำบล/เทศบาล…………….. อำเภอ/เขต………………. ของเขตเลือกตั้งที่………………………..สถานที่เลือกตั้ง…….. (ระบุสถานที่)…….ตรอก/ซอย……………….ถนน…………………… หมู่ที่………..ตำบล/แขวง…………………อำเภอ/เขต……………….จังหวัด……………………"
ข้อ 26 ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจัดให้มีป้ายประกาศบอกทางชี้ไปยังที่เลือกตั้ง เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน
ข้อ 27 ก่อนเวลาการลงคะแนนเลือกตั้งให้มีการเชิญธงชาติขึ้นบริเวณด้านหน้าของที่เลือกตั้งเช่นเดียว กับสถานที่ราชการและเมื่อเสร็จการเลือกตั้งแล้วให้เชิญธงชาติลง

:: หมวด 3 เจ้าพนักงานและเจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการเลือกตั้ง
ส่วนที่ 1 คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ข้อ 28 เมื่อมีกรณีที่ต้องมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวนห้าคน โดยแต่งตั้งจากหัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่นนั้นหนึ่งคนและจากการสรรหาตามระเบียบนี้อีกจำนวนสี่คน โดยให้มีอำนาจหน้าที่ ตาม มาตรา 21 แห่ง พระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่งใช้ชื่อ ดังนี้
(1) กรุงเทพมหานคร ใช้ชื่อว่า "คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร"
(2) องค์การบริหารส่วนจังหวัด ใช้ชื่อว่า "คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ระบุชื่อจังหวัด)"
(3) เทศบาล ใช้ชื่อว่า "คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเทศบาล (ระบุประเภทและชื่อเทศบาล)"
(4) เมืองพัทยา ใช้ชื่อว่า "คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเมืองพัทยา"
(5) องค์การบริหารส่วนตำบล ใช้ชื่อว่า "คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์การบริหารส่วนตำบล (ระบุชื่อตำบล)"
ข้อ 29 กรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มาจากการสรรหาต้องมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้
(1) มีสัญชาติไทยโดยการเกิด
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีบริบูรณ์ในวันที่คณะกรรมการสรรหาเสนอชื่อ
(3) เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตพื้นที่จังหวัดนั้น และมีถิ่นที่อยู่หรือปฏิบัติหน้าที่อยู่ในเขตพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ยกเว้นองค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาลตำบล ซึ่งอาจมีถิ่นที่อยู่หรือปฏิบัติหน้าที่อยู่ในเขตท้องที่ อำเภอที่องค์การบริหารส่วนตำบลหรือเทศบาลตำบลนั้นตั้งอยู่
ข้อ 30 กรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม มาตรา 34 และ มาตรา 45 ยกเว้น (14) (15) แห่ง พระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 และเป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีของประชาชนจนเป็นที่รังเกียจของสังคมเป็นโรคพิษสุราเรื้อรัง และเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่งในขณะเดียวกัน

:: ตอนที่ 1 คณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ข้อ 31 ในแต่ละจังหวัดยกเว้นกรุงเทพมหานคร ให้มีคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้
(1) ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็น ประธานกรรมการ
(2) อัยการจังหวัด เป็น กรรมการ
(3) ปลัดจังหวัด เป็น กรรมการ
(4) ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด เป็น กรรมการ
(5) หัวหน้าหน่วยทหารที่มีที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนั้น เป็น กรรมการ ซึ่งคัดเลือกกันเอง จำนวนหนึ่งคน (ถ้ามี)
(6) อธิการบดีหรืออธิการของสถาบันอุดมศึกษา เป็น กรรมการ ในจังหวัดซึ่งคัดเลือกกันเอง จำนวนหนึ่งคน (ถ้ามี)
(7) หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวง เป็น กรรมการ ศึกษาธิการในจังหวัดซึ่งคัดเลือกกันเอง จำนวนหนึ่งคน
(8) ประธานหอการค้าจังหวัด ประธานกลุ่ม เป็น กรรมการ อุตสาหกรรมจังหวัด ประธานชมรมธนาคาร พาณิชย์จังหวัด ซึ่งคัดเลือกกันเอง จำนวนหนึ่งคน
(9) ประธานองค์การเอกชนในจังหวัดที่ได้รับการ เป็น กรรมการ รับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ซึ่งคัดเลือกกันเอง จำนวนหนึ่งคน
(10) นายกสมาคมสื่อมวลชนที่จดทะเบียนใน เป็น กรรมการ จังหวัดซึ่งคัดเลือกกันเอง จำนวนหนึ่งคน
(11) ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด เป็น กรรมการ และเลขานุการ
สำหรับคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำท้องถิ่นกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้
(1) ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็น ประธานกรรมการ
(2) ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย เป็น กรรมการ
(3) ผู้แทนกระทรวงกลาโหม เป็น กรรมการ
(4) ผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการ เป็น กรรมการ
(5) อัยการสูงสุด เป็น กรรมการ
(6) ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็น กรรมการ
(7) นายกสภาทนายความแห่งประเทศไทย เป็น กรรมการ
(8) นายกสมาคมนักข่าว นักหนังสือพิมพ์ เป็น กรรมการ แห่งประเทศไทย นายกสมาคมนักวิทยุและ โทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายกสมาคมนักหนังสือพิมพ์ แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งคัดเลือกกันเอง จำนวนหนึ่งคน
(9) ประธานองค์การเอกชนที่ได้รับการรับรอง เป็น กรรมการ จากคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพ มหานคร ซึ่งคัดเลือกกันเอง จำนวนหนึ่งคน
(10) ผู้อำนวยการเขตของกรุงเทพมหานคร เป็น กรรมการ ซึ่งคัดเลือกกันเอง จำนวนหนึ่งคน
(11) ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพ เป็น กรรมการ มหานคร และเลขานุการ
กรรมการสรรหาต้องมีถิ่นที่อยู่ หรือปฏิบัติหน้าที่อยู่ในจังหวัดที่ได้รับแต่งตั้งนั้น
ข้อ 32 ก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่งของสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นไม่น้อยกว่าหกสิบวัน ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเชิญประชุมคณะกรรมการสรรหา เพื่อทำความเข้าใจในขั้นตอนและวิธีการสรรหาตามระเบียบนี้
ข้อ 33 เพื่อประโยชน์และความสะดวกรวดเร็ว ในการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้คณะกรรมการสรรหาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อช่วยเหลือในการปฏิบัติหน้าที่ได้ตามสมควร

:: ตอนที่ 2 ขั้นตอนและวิธีการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ของคณะกรรมการสรรหา
ข้อ 34 การสรรหาบุคคลเพื่อแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้คณะกรรมการสรรหาพิจารณาสรรหาจากบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีความซื่อสัตย์สุจริตและความเหมาะสมอันเป็นประโยชน์ต่อการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งควรคำนึงถึงความเป็นกลางและความหลากหลายของอาชีพ
การพิจารณาสรรหาและคัดเลือกบุคคล เพื่อแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามวรรคหนึ่ง ห้ามมิให้เสนอชื่อและคัดเลือกจากกรรมการสรรหา
ข้อ 35 ภายในสี่สิบห้าวันก่อนวันครบวาระการดำรงตำแหน่งของสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด ให้คณะกรรมการสรรหาประกาศรับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการคัดเลือก เป็นคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งต้องกำหนดระยะเวลารับสมัครไม่น้อยกว่าห้าวัน
ข้อ 36 ภายในห้าวันนับแต่วันสิ้นสุดการรับสมัคร ตาม ข้อ 35 ให้คณะกรรมการสรรหาดำเนินการประชุมเพื่อตรวจสอบหลักฐานของผู้สมัคร แล้วให้จัดทำบัญชีรายชื่อของผู้สมัครที่มีคุณสมบัติตาม ข้อ 29 และไม่มีลักษณะต้องห้าม ตาม ข้อ 30 และพิจารณาคัดเลือกให้เหลือจำนวนแปดคนโดยวิธีลงคะแนนลับ
การประชุมคณะกรรมการสรรหา ต้องมีกรรมการอยู่ในการประชุมนั้นไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ให้ประธานกรรมการสรรหาเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
ในการลงคะแนนลับตามวรรคหนึ่ง ให้กรรมการสรรหาคนหนึ่งมีสิทธิลงคะแนนได้ไม่เกินจำนวนแปดคน และให้ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดเรียง ลงมาจนครบจำนวนแปดคนเป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อ ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเพื่อคัดเลือกและแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการการเลือก ตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตาม ข้อ 39
ถ้ามีผู้ได้รับคะแนนเท่ากันในลำดับใด อันเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับเลือกเกินจำนวนแปดคน ให้ดำเนินการลงคะแนนลับอีกครั้งหนึ่งเฉพาะผู้ที่ได้รับคะแนนเท่ากันนั้น โดยให้กรรมการสรรหาคนหนึ่งมีสิทธิลงคะแนนได้เท่าจำนวนที่ยังขาดอยู่
เมื่อได้ดำเนินการตามวรรคสี่แล้ว ยังมีผู้ได้รับคะแนนเท่ากันอีกอันเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับเลือกเกินจำนวน ให้ประธานกรรมการสรรหาดำเนิน การจัดให้มีการจับสลากสำหรับผู้ที่ได้รับคะแนนเท่ากัน
ข้อ 37 กรณีไม่มีผู้สมัครหรือมีแต่จำนวนไม่เพียงพอ ตาม ข้อ 36 ให้คณะกรรมการสรรหาทาบทามบุคคลที่มีคุณสมบัติ ตาม ข้อ 29 และไม่มีลักษณะต้องห้าม ตาม ข้อ 30 ให้ครบจำนวนแปดคนเพื่อเสนอชื่อ ตาม ข้อ 38 โดยต้องได้รับความยินยอมจากบุคคลนั้นด้วย
ข้อ 38 ให้คณะกรรมการสรรหาเสนอชื่อบุคคลที่ได้สรรหาไว้ ตาม ข้อ 36 และหรือทาบทามตาม ข้อ 37 พร้อมใบสมัครหรือหนังสือแสดงความยินยอมและคำรับรอง คุณสมบัติของบุคคลดังกล่าวต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัดภายในสามวันนับแต่ได้ดำเนินการสรรหา หรือทาบทามแล้วเสร็จเพื่อคัดเลือก และแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

:: ตอนที่ 3 การคัดเลือกและแต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
ข้อ 39 เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดได้รับการเสนอชื่อบุคคลผู้ที่สมควร ได้รับการเสนอชื่อเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจากคณะกรรมการสรรหาแล้ว ให้ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อนั้น และประชุมพิจารณาคัดเลือกให้เหลือจำนวนสี่คน โดยวิธีลงคะแนนลับ
กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดได้ตรวจสอบ และพบว่าบุคคลตามวรรคหนึ่งคนใดเป็นผู้ขาดคุณสมบัติ ตาม ข้อ 29 และมีลักษณะต้องห้าม ตาม ข้อ 30 และไม่อาจคัดเลือกกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ครบจำนวนสี่คนได้ ให้คณะกรรมการสรรหาดำเนินการสรรหาใหม่ โดยคัดเลือกจากบัญชีรายชื่อที่เหลืออยู่ ตาม ข้อ 36 ให้มีจำนวนเท่าที่ขาดอยู่แล้วเสนอ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพิจารณาคัดเลือกและแต่งตั้ง
กรณีคณะกรรมการสรรหาไม่สามารถดำเนินการตามวรรคสองได้ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดดำเนินการทาบทามบุคคลที่มีคุณสมบัติ ตาม ข้อ 29 และไม่มีลักษณะต้องห้าม ตาม ข้อ 30 เพื่อคัดเลือกและแต่งตั้งเป็นกรรมการการเลือกตั้ง ประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ครบตามจำนวน
ในการประชุมลงคะแนนเพื่อ คัดเลือกคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามวรรคหนึ่ง ให้กรรมการคนหนึ่งมีสิทธิลงคะแนนได้ไม่เกินจำนวนสี่คน และให้ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุดเรียงลง มาจนครบจำนวนสี่คนเป็นผู้ได้รับการคัดเลือก
ถ้ามีผู้ได้รับคะแนนเท่ากันในลำดับใดอันเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับเลือกเกินจำนวน ให้ดำเนินการลงคะแนนลับอีกครั้งหนึ่งเฉพาะผู้ที่ได้รับคะแนนเท่ากันนั้น โดยให้กรรมการคนหนึ่งมีสิทธิลงคะแนนได้เท่าจำนวนที่ยังขาดอยู่
เมื่อได้ดำเนินการตามวรรคห้าแล้ว ยังมีผู้ได้รับคะแนนเท่ากันอันเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับคัดเลือกเกินจำนวนสี่คนอีก ให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดในฐานะประธานกรรมการดำเนินการจัดให้มีการจับสลากผู้ที่ได้รับคะแนนเท่ากัน

:: ตอนที่ 4 ระยะเวลาการดำรงตำแหน่งและการประชุมของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ข้อ 40 กรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดดำเนินการคัดเลือก ผู้ที่สมควรเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดเสร็จแล้ว ให้ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกและหัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่นนั้นดำเนินการประชุมโดยเร็ว โดยให้ผู้มีอายุสูงสุดเป็นประธานการประชุมชั่วคราวและให้ที่ประชุมเลือกกันเองเป็นประธานกรรมการหนึ่งคน ส่วนที่เหลืออีกสี่คนเป็นกรรมการเสร็จแล้วให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมีคำสั่งแต่งตั้งบุคคลดังกล่าว รวมทั้งหัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่นเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นก่อนวันครบวาระการดำรงตำแหน่งของสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น โดยให้มีระยะเวลาการดำรงตำแหน่งคราวละหกสิบวัน และให้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนตามอัตราที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด ยกเว้นกรณีจำเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้งอาจย่นหรือขยายระยะเวลาการดำรงตำแหน่งได้
เมื่อดำเนินการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดรายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบและปิดประกาศคำสั่งแต่งตั้งดังกล่าว ณ ที่ทำการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนั้นโดยเร็ว
ข้อ 41 การประชุมของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องมีกรรมการอยู่ในการประชุมนั้นไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดที่มีอยู่ในตำแหน่งจึงจะเป็นองค์ประชุม โดยให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นเลขานุการ ของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ให้ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นประธานในที่ประชุมถ้าประธานกรรมการการเลือกตั้ง ประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่อยู่ในการประชุมนั้นเลือกกันเองคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
การลงมติในการประชุมของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ใช้เสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งมีหนึ่งเสียงในการออกเสียงลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมมี สิทธิออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด
ข้อ 42 กรณีที่มีการยุบสภาขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด หรือมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นแทนตำแหน่งที่ว่าง หรือมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นเพิ่มเติมหรือใหม่ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอาจแต่งตั้งกรรมการการเลือกตั้ง ประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เคยได้รับการแต่งตั้ง ตาม ข้อ 39 เป็นคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำหรับปฏิบัติหน้าที่ในการเลือกตั้งอีกก็ได้
กรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ได้รับแต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง ต้องมีคุณสมบัติ ตาม ข้อ 29 และไม่มีลักษณะต้องห้าม ตาม ข้อ 30 ด้วย
กรณีที่ไม่สามารถแต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามวรรคหนึ่งได้ครบตามจำนวน ให้นำความตาม ข้อ 39 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

:: ตอนที่ 5 การพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ข้อ 43 ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพ้น จากตำแหน่งเมื่อมีการประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นนั้นแล้ว
ข้อ 44 นอกจากการพ้นตำแหน่ง ตาม ข้อ 43 แล้ว ให้กรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออกโดยได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
(3) ขาดคุณสมบัติ ตาม ข้อ 29 หรือมีลักษณะต้องห้าม ตาม ข้อ 30
(4) คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมีคำสั่ง ให้พ้นจากตำแหน่งโดยเห็นว่าวางตัวไม่เป็นกลางทางการเมือง มีความประพฤติส่อไปในทางทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ หรือมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าจงใจ ใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อประกาศ ระเบียบ หรือข้อกำหนดของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้
(5) คณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง ตาม มาตรา 107 แห่ง พระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545
การพ้นจากตำแหน่งตามวรรคหนึ่ง ย่อมไม่กระทบถึงการใดๆ ที่กรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้กระทำไปตามหน้าที่ รวมทั้งค่าตอบแทนที่ได้รับก่อนวันที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมีคำสั่ง
ข้อ 45 กรณีที่ไม่มีกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ในระหว่างที่มีการประกาศให้มีการเลือกตั้ง ให้กรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดหรือผู้ที่กรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมอบหมาย ปฏิบัติหน้าที่แทนไปพลางก่อนแล้วรายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งทราบโดยเร็ว และให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพิจารณาดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ครบตามจำนวนที่จะพึงมี โดยให้นำความตาม ข้อ 39 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

:: ส่วนที่ 2 ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ข้อ 46 เมื่อมีกรณีที่ต้องมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใด ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแต่งตั้งหัวหน้าพนักงานส่วนท้องถิ่นเป็น ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยให้ระบุประเภทและ ชื่อขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการแต่งตั้งนั้นและให้มีอำนาจหน้าที่ ตาม มาตรา 20 แห่ง พระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545
ระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของผู้อำนวยการการเลือกตั้ง ประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้มีระยะเวลาเช่นเดียวกับคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

:: ส่วนที่ 3 ผู้อำนวยการประจำหน่วยเลือกตั้ง
ข้อ 47 ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่ายี่สิบวันให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง ประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่งตั้งบุคคลผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่อยู่ในเขตจังหวัดนั้น หรือข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีความเป็นกลางทางการเมืองและมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นผู้อำนวยการประจำหน่วยเลือกตั้ง หน่วยเลือกตั้งละหนึ่งคนตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 7 แล้วปิดประกาศคำสั่งแต่งตั้งดังกล่าวไว้ ณ ที่ทำการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการเลือกตั้งและปิดประกาศ ณ ที่เลือกตั้ง ในวันเลือกตั้งพร้อมทั้งแจ้งให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งทราบตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 8 ด้วย
กรณีไม่สามารถแต่งตั้งผู้อำนวยการประจำหน่วยเลือกตั้งได้ครบจำนวน ให้ร้องขอต่อนายอำเภอ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาให้เสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรเพื่อให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง ประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่งตั้งเป็นผู้อำนวยการประจำหน่วยเลือกตั้งได้
การปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร หรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้ผู้อำนวยการเขตปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ข้อ 48 ให้ผู้อำนวยการประจำหน่วยเลือกตั้งมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
(1) ให้คำแนะนำ ปรึกษา สนับสนุนและอำนวยความสะดวกแก่คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง เพื่อให้ดำเนินการจัดการเลือกตั้งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย
(2) ให้การช่วยเหลือ แนะนำ และตรวจทานเอกสารที่คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งต้องจัดทำตามกฎหมาย ประกาศ ระเบียบ และข้อกำหนด
(3) ปฏิบัติตามคำสั่งที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
กรณีจำเป็นผู้อำนวยการประจำหน่วยเลือกตั้ง อาจแต่งตั้งผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น เป็นผู้ช่วยเหลือในการปฏิบัติงานในการเลือกตั้งได้
ข้อ 49 กรณีที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เห็นว่าผู้อำนวยการประจำหน่วยเลือกตั้งผู้ใดไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือการปฏิบัติหน้าที่นั้นอาจก่อให้เกิดความเสียหาย ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง ประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสั่งให้พ้นจากหน้าที่และแต่งตั้งบุคคลอื่นทำหน้าที่แทน
กรณีตามวรรคหนึ่ง ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วรายงานให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทราบทันที

:: ส่วนที่ 4 คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง
ข้อ 50 ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่ายี่สิบวัน ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่งตั้ง ผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่อยู่ในจังหวัดนั้นเป็นคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจำนวนเจ็ดคน ประกอบด้วยประธานกรรมการหนึ่งคน และกรรมการอีกหกคน ตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 7 แล้ว ให้ปิดประกาศ ณ ที่ทำการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการเลือกตั้ง และปิดประกาศ ณ ที่เลือกตั้ง ในวันเลือกตั้งพร้อมทั้งแจ้งให้ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งทราบ ตามแบบ ส.ถ./ผ.ถ. 8 ด้วย
คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการลงคะแนนเลือกตั้ง การนับคะแนนและหน้าที่อื่นตามที่ได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ หรือตามที่ได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง
กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งต้องไม่เป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือลูกจ้างขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการเลือกตั้งนั้น
ข้อ 51 กรณีที่คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเห็นว่า มีการกระทำความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งใด ให้คณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ประชุมและมีมติมอบหมายให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งคนใดคนหนึ่ง หรือตามที่เห็นสมควรมีอำนาจร้องทุกข์เพื่อดำเนินคดีแก่ผู้กระทำความผิด
ข้อ 52 ก่อนวันเลือกตั้ง ถ้ากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งผู้ใด ซึ่งผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประกาศแต่งตั้งไว้แล้ว ต่อมาผู้นั้นเป็นผู้ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่งตั้งผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เป็นกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งแทนจนครบเจ็ดคน
ข้อ 53 ในวันเลือกตั้ง ถ้ามีกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งปฏิบัติหน้าที่ไม่ถึงเจ็ดคน ให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเท่าที่มีอยู่ในขณะนั้น แต่งตั้งผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็น กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งจนครบเจ็ดคนไปพลางก่อนจนกว่ากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ที่ได้รับแต่งตั้งไว้จะมาปฏิบัติหน้าที่ได้ เว้นแต่ในกรณีที่มีการแต่งตั้งกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งสำรองไว้ ให้ผู้นั้นเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทน
ข้อ 54 การประชุมของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งต้องมีกรรมการอยู่ในที่ประชุมนั้น ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดที่มีอยู่จึงจะเป็นองค์ประชุม และให้ประธานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งเป็นประธานที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งไม่มาปฏิบัติหน้าที่หรือมาแต่ไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งที่เหลืออยู่เลือกกันเองคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
การลงมติในการประชุมของคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ให้ใช้คะแนนเสียงข้างมากโดยให้กรรมการคนหนึ่งมีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมมีสิทธิออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update