กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10  
   

:: ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
:: ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2546 ข้อที่ 1-10

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติม ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด พ.ศ. 2537 ให้เหมาะสมยิ่งขึ้นเพื่อเป็นการสร้างเสริมแรงจูงใจให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปราบปรามยาเสพติด รวมทั้งสร้างขวัญและกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านการปราบปรามยาเสพติด นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีและกระทรวงการคลังจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2546"
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546 เป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นบทนิยามต่อจากบทนิยามคำว่า "คณะอนุกรรมการ" ใน ข้อ 6 แห่ง ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด พ.ศ. 2537
"คณะอนุกรรมการภาค" หมายความว่า คณะอนุกรรมการเงินสินบนเงินรางวัลประจำภาคตามระเบียบนี้"
ข้อ 4 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 18 แห่ง ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด พ.ศ. 2537 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2540 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 18 ให้จ่ายเงินสินบนเมื่อเจ้าพนักงานได้ดำเนินคดีตามที่ได้รับแจ้งความนำจับไว้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังนี้
(1) คดีที่จับได้ทั้งผู้ต้องหาและยาเสพติดของกลาง ถ้าคำนวณตามปริมาณยาเสพติดเป็นเงินไม่เกิน 1,000 บาท ให้จ่ายคดีละไม่เกิน 1,000 บาท เมื่อพนักงานอัยการสั่งฟ้องผู้ต้องหา ยกเว้นคดีฐานความผิดตาม มาตรา 92 แห่ง พระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 และ มาตรา 17 แห่ง พระราชกำหนด ป้องกันการใช้สารระเหย พ.ศ. 2533 ไม่ให้จ่ายเงินสินบน
(2) คดีที่จับได้ทั้งผู้ต้องหาและยาเสพติดของกลาง ถ้าคำนวณตามปริมาณยาเสพติดเป็นเงินเกิน 1,000 บาท
(ก) ให้จ่ายเงินสินบนคำนวณตามปริมาณยาเสพติดเมื่อพนักงานอัยการสั่งฟ้องผู้ต้องหา โดยจะจ่ายเงินสินบนกึ่งหนึ่งก่อนพนักงานอัยการสั่งฟ้องก็ได้ และให้จ่ายครบเต็มจำนวนเมื่อพนักงานอัยการสั่งฟ้องผู้ต้องหาแล้ว
(ข) ให้จ่ายเงินสินบนคำนวณตามปริมาณยาเสพติดเพียงกึ่งหนึ่ง เมื่อพนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้องหรือยุติการดำเนินคดี
(3) คดีที่จับได้ทั้งผู้ต้องหาและยาเสพติดของกลาง แต่ผู้ต้องหาเสียชีวิตในขณะจับหรือภายหลัง ถ้าคำนวณตามปริมาณยาเสพติดเป็นเงินเกิน 1,000 บาท ให้จ่ายเงินสินบนตามปริมาณยาเสพติดเมื่อพนักงานอัยการสั่งยุติการดำเนินคดี
(4) คดีที่ยึดได้เฉพาะยาเสพติดของกลาง เมื่อพนักงานอัยการสั่งงดการสอบสวนสั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้อง ถ้าคำนวณตามปริมาณยาเสพติดเป็นเงินเกิน 1,000 บาท ให้จ่ายเงินสินบนเพียงกึ่งหนึ่ง"
ข้อ 5 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 21 แห่ง ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด พ.ศ. 2537 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 21 ให้จ่ายเงินสินบนเพิ่มในคดียาเสพติดฐานความผิดอื่นนอกจาก ข้อ 20 ตามอัตราและเงื่อนไข ดังนี้
(1) พนักงานอัยการสั่งฟ้องจำเลยในข้อหาจำหน่าย ครอบครองเพื่อจำหน่ายผลิตโดยการแบ่งบรรจุหรือรวมบรรจุ หรือสมคบ คดีหนึ่งไม่เกิน 5,000 บาท หรือ
(2) พนักงานอัยการสั่งฟ้องจำเลยในข้อหานำเข้า หรือส่งออก หรือพยายามส่งออก คดีหนึ่งไม่เกิน 10,000 บาท"
ข้อ 6 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น ข้อ 25/1 แห่ง ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด พ.ศ. 2537
" ข้อ 25/1 ให้จ่ายเงินรางวัลเพิ่มแก่พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดียาเสพติดใด ซึ่งได้ทำการสอบสวนขยายผลจนสามารถจับได้ผู้ต้องหาซึ่งเป็นนายทุน ผู้ผลิต ผู้นำเข้าหรือส่งออก หรือผู้ต้องหารายสำคัญตามหลักฐานของทางราชการหรือยึดได้ยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 ที่มีปริมาณคำนวณเป็นสารบริสุทธิ์ตั้งแต่หนึ่งร้อยกรัมขึ้นไป ทั้งนี้ ไม่เกินคนละ 2,000 บาท"
ข้อ 7 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 26 และ ข้อ 27 แห่ง ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด พ.ศ. 2537 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 26 การขอรับเงินสินบนหรือเงินรางวัลตาม ข้อ 18 (1) ให้ยื่นคำขอตามแบบที่สำนักงาน ป.ป.ส. กำหนด พร้อมเอกสารหลักฐานดังต่อไปนี้
(1) ใบรับแจ้งความนำจับตามแบบที่สำนักงาน ป.ป.ส. กำหนด เฉพาะกรณีขอรับเงินสินบน
(2) หนังสือของเจ้าพนักงานผู้รับแจ้งความตาม ข้อ 12 แจ้งคำสั่งของพนักงานอัยการ
" ข้อ 27 การขอรับเงินสินบนหรือเงินรางวัลนอกจาก ข้อ 18 (1) ให้ยื่นคำขอตามแบบที่สำนักงาน ป.ป.ส. กำหนด พร้อมเอกสารหลักฐานดังต่อไปนี้
(1) ใบรับแจ้งความนำจับตามแบบที่สำนักงาน ป.ป.ส. กำหนด เฉพาะกรณีขอรับเงินสินบน
(2) สำเนาบันทึกการจับของเจ้าพนักงาน
(3) หนังสือมอบฉันทะให้หัวหน้าคณะผู้จับเป็นผู้รับเงินสินบนหรือเงินรางวัล (ถ้ามี)
(4) สำเนาหลักฐานการตรวจวิเคราะห์ยาเสพติดของสถานตรวจพิสูจน์
(5) สำเนาคำสั่งพนักงานอัยการ
(6) สำเนาคำพิพากษาศาลที่คดีถึงที่สุด พร้อมคำรับรองว่าคดีถึงที่สุดแล้วของผู้บังคับบัญชา ในกรณีที่ยื่นคำขอตาม ข้อ 20
(7) รายงานแสดงรายละเอียดการปฏิบัติงาน
(8) ข้อตกลงในการแบ่งเงินสินบนหรือเงินรางวัล (ถ้ามี)
(9) สำเนารายงานการตรวจพิสูจน์อุปกรณ์การผลิตของสถานตรวจพิสูจน์
(10) สำเนาคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบชั่งน้ำหนักยาเสพติดของกลาง (ถ้ามี)
(11) สำเนารายงานผลการตรวจสอบชั่งน้ำหนักยาเสพติดของกลาง (ถ้ามี)
กรณีไม่มีการมอบฉันทะรับเงินรางวัลตาม (3) ให้หัวหน้าคณะผู้จับส่งหลักฐานแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับผู้รับเงินรางวัลทุกคนและวิธีการขอรับเงินรางวัลมาด้วย
กรณีการขอรับเงินสินบนเพิ่มตาม ข้อ 22 หรือเงินรางวัลเพิ่มตาม ข้อ 25/1 ให้ส่งหลักฐานตามที่คณะอนุกรรมการเห็นสมควร
กรณีการขอรับเงินสินบนหรือเงินรางวัลครึ่งแรกตาม ข้อ 18 (2) ให้ส่งหลักฐานตาม (1) ถึง (4) การขอรับเงินครึ่งหลังให้ส่งหลักฐานตาม (5) ด้วย"
ข้อ 8 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 30 แห่ง ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด พ.ศ. 2537 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
" ข้อ 30 การยื่นคำขอรับเงินสินบนหรือเงินรางวัล ให้ยื่นภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่มีคำสั่งพนักงานอัยการ เว้นแต่การขอรับเงินสินบนหรือเงินรางวัลครึ่งแรกตาม ข้อ 18 (2) ให้ยื่นภายในเก้าสิบวันนับแต่วันจับ
การขอรับเงินสินบนเพิ่มตาม ข้อ 20 ให้ยื่นภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
การขอเงินรางวัลเพิ่มเฉพาะตัวตาม ข้อ 25 ให้ยื่นภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่เจ้าพนักงานเสียชีวิตหรือได้รับอันตราย
การขอรับเงินรางวัลเพิ่มตาม ข้อ 25/1 ให้ยื่นภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่จับผู้ต้องหา หรือยึดได้ยาเสพติดของกลาง"
ข้อ 9 ให้ยกเลิกความในหมวด 6 คณะอนุกรรมการ ข้อ 33 ข้อ 34 และ ข้อ 35 แห่งระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด พ.ศ. 2537 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"หมวด 6 คณะอนุกรรมการและคณะอนุกรรมการภาค
" ข้อ 33 ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ และอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการภาคตามที่เห็นสมควรได้
คณะอนุกรรมการประกอบด้วย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดหรือผู้แทนเป็นประธาน และผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไม่เกินห้าคนเป็นอนุกรรมการ ข้าราชการสังกัดสำนักงาน ป.ป.ส. จำนวนสองคนเป็นอนุกรรมการและเลขานุการ และเป็นอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
คณะอนุกรรมการภาคประกอบด้วย ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาคแต่ละภาคหรือผู้แทนเป็นประธาน และผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องไม่เกินห้าคนเป็นอนุกรรมการข้าราชการตำรวจสังกัดตำรวจภูธรภาค แต่ละภาคจำนวนสองคนเป็นอนุกรรมการและเลขานุการ และเป็นอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
" ข้อ 34 การประชุมของคณะอนุกรรมการต้องมีอนุกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ของจำนวนอนุกรรมการทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม ถ้าประธานไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้อนุกรรมการที่มาประชุมเลือกอนุกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก อนุกรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
การประชุมของคณะอนุกรรมการภาค ให้นำความในวรรคหนึ่งและวรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม
" ข้อ 35 ให้คณะอนุกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
(1) พิจารณาจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัล
(2) ตีความในกรณีมีปัญหาการปฏิบัติตามระเบียบนี้
(3) กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาเพื่อปฏิบัติการตามระเบียบนี้
(4) วินิจฉัยชี้ขาดกรณีมีข้อพิพาทเกี่ยวกับสิทธิของผู้ขอรับเงินสินบนและเงินรางวัล
(5) เรียกเจ้าพนักงานหรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงข้อเท็จจริงหรือส่งมอบเอกสารที่อยู่ในครอบครอง
(6) ระงับการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัล และถ้าได้จ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลไปแล้วให้ผู้รับส่งคืนแก่สำนักงาน ป.ป.ส. ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งมติคณะอนุกรรมการ
(7) ปฏิบัติการอื่นตามที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดมอบหมาย
ในกรณีมีเหตุสมควรเพื่อประโยชน์แก่ราชการ ให้ประธานคณะอนุกรรมการมีอำนาจกระทำการตามวรรคหนึ่ง ในนามของคณะอนุกรรมการและให้รายงานคณะอนุกรรมการทราบในการประชุมครั้งต่อไป
ในกรณีที่ได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการภาค ให้คณะอนุกรรมการภาคมีอำนาจหน้าที่พิจารณาจ่ายเงินสินบน และเงินรางวัลตาม ข้อ 18 และ ข้อ 21 เฉพาะคดีที่ยาเสพติดของกลางเป็นแอมเฟตามีนหรือเมทแอมเฟตามีนชนิดเม็ดไม่เกินห้าร้อยเม็ด หรือมีน้ำหนักสุทธิไม่เกินห้าสิบกรัม แล้วแต่กรณี และเป็นคำขอของหน่วยงานสังกัดราชการส่วนภูมิภาคระดับจังหวัดในพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรแต่ละภาค
ให้นำความใน (4) (5) (6) และ (7) มาใช้บังคับแก่คณะอนุกรรมการภาคโดยอนุโลม
มติคณะอนุกรรมการและคณะอนุกรรมการภาคที่วินิจฉัยให้ถือเป็นที่สุด"
ข้อ 10 การขอและการจ่ายเงินสินบนหรือเงินรางวัลสำหรับคดียาเสพติดที่มีการจับผู้ต้องหา หรือยึดยาเสพติดเป็นของกลางที่กระทำก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับให้ดำเนินการตาม ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจ่ายเงินสินบนและเงินรางวัลคดียาเสพติด พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ก่อนการแก้ไขโดยระเบียบนี้


:: ประกาศ ณ วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update