กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่  
   

:: ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
:: ว่าด้วยการบริหารงบประมาณจังหวัดแบบบูรณาการ พ.ศ. 2546 ข้อที่ 1-12

โดยที่ได้มีการปรับปรุงระบบการบริหารงานในจังหวัด โดยปรับเปลี่ยนบทบาทและอำนาจหน้าที่ของผู้ว่าราชการจังหวัดให้เป็นผู้บริหารสูงสุดของจังหวัด และให้มีการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ ฉะนั้น เพื่อให้การบริหารงบประมาณของส่วนราชการที่ต้องดำเนินการในจังหวัดมีเอกภาพ คล่องตัว มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับระบบบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ คณะรัฐมนตรีจึงกำหนดระเบียบขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารงบประมาณจังหวัดแบบบูรณาการ พ.ศ. 2546"
ข้อ 2[1] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการบริหารงบประมาณในระดับจังหวัด พ.ศ. 2524
ข้อ 4 ในระเบียบนี้
"การบริหารงบประมาณจังหวัดแบบบูรณาการ" หมายความว่า การใช้รายจ่ายงบประมาณ หรือสั่งการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยงานในจังหวัดตามที่ได้รับมอบอำนาจจากหัวหน้าส่วนราชการ
"ส่วนราชการ" หมายความว่า ส่วนราชการตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณแต่ไม่รวมถึงส่วนราชการสังกัดกระทรวงกลาโหม กระทรวงยุติธรรม องค์การมหาชน หน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานอื่นใดของรัฐที่มีกฎหมายจัดตั้งบริหารจัดการไว้เป็นการเฉพาะ
"หน่วยงานในจังหวัด" หมายความว่า
(1) หน่วยงานของส่วนราชการ ซึ่งเป็นราชการบริหารส่วนภูมิภาค ทั้งนี้ ไม่ว่าหน่วยงานนั้นจะดำเนินการในระดับจังหวัดหรืออำเภอ
(2) หน่วยงานของส่วนราชการ ซึ่งเป็นราชการบริหารส่วนกลาง ที่ตั้งในจังหวัดนอกจากกรุงเทพมหานคร
"ผู้ว่าราชการจังหวัด" หมายความว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดที่บริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการ ยกเว้นกรุงเทพมหานคร
ข้อ 5 ให้หัวหน้าส่วนราชการมอบอำนาจการบริหารงบประมาณให้แก่ผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้สามารถบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และมีความคล่องตัว ดังนี้
(1) หน่วยงานของส่วนราชการซึ่งเป็นราชการบริหารส่วนภูมิภาคที่ตั้งในจังหวัด ให้มอบตามที่หัวหน้าส่วนราชการมีอำนาจ
(2) หน่วยงานของส่วนราชการซึ่งเป็นราชการบริหารส่วนกลางที่ตั้งในจังหวัด ให้มอบตามความเหมาะสมกับระดับตำแหน่งหน้าที่ และความรับผิดชอบ
การมอบอำนาจตามวรรคหนึ่ง ให้ทำเป็นหนังสือและส่งสำเนาหนังสือการมอบอำนาจให้สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มอบอำนาจ
ข้อ 6 ให้หัวหน้าส่วนราชการโอนงบประมาณของหน่วยงานในสังกัดส่วนราชการที่ต้องดำเนินการในส่วนภูมิภาค ไปยังจังหวัดให้เสร็จสิ้นโดยเร็วภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับการจัดสรรจากสำนักงบประมาณ
การโอนงบประมาณตามวรรคหนึ่ง ให้โอนไปทั้งรายการและจำนวนเงินที่ได้รับจัดสรรตาม ระเบียบ ว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2546 เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด สอดคล้องกับผลผลิตตามกลยุทธ์ของหน่วยงาน และเป้าหมายการให้บริการของกระทรวง ทั้งนี้ ไม่รวมรายการที่หน่วยงานราชการบริหารส่วนกลางดำเนินการในส่วนภูมิภาค และรายการที่มีพื้นที่ดำเนินการต่อเนื่องหลายจังหวัด
ให้หัวหน้าส่วนราชการรายงานการโอนให้สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่โอนงบประมาณ
ข้อ 7 ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจใช้เงินเหลือจ่ายของส่วนราชการที่ได้ดำเนินการบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายแล้ว เพื่อดำเนินกิจกรรมที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการนั้นได้ ดังนี้
(1) พัฒนาบุคลากรในจังหวัดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
(2) สมทบจ่ายรายการค่าครุภัณฑ์และสิ่งก่อสร้างที่ส่วนราชการนั้นเป็นผู้ดำเนินการ
(3) นำไปกำหนดปริมาณงานเพิ่มขึ้น หรือกำหนดรายการ หรือกิจกรรมใหม่ซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการนั้น และอยู่ในแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัด
การดำเนินการตามวรรคหนึ่งต้องไม่มีหนี้ค่าสาธารณูปโภค หรือมีลักษณะเป็นการก่อหนี้ผูกพันงบประมาณปีต่อไป
ข้อ 8 รายจ่ายงบกลางที่ได้จัดสรรให้จังหวัดเพื่อการบริหารแบบบูรณาการ โดยผ่านสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดนำไปใช้จ่าย โดยถัวจ่ายกันได้ ดังนี้
(1) ดำเนินกิจกรรมเพื่อการพัฒนาตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดหรือแก้ไขปัญหาเร่งด่วนของจังหวัด
(2) ใช้จ่ายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารงานของจังหวัด
ข้อ 9 ให้สำนักงบประมาณกำหนดหลักเกณฑ์ หรือวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณตามระเบียบนี้ หรือนอกเหนือจากระเบียบนี้ได้ตามความจำเป็นและเหมาะสม
การบริหารงบประมาณที่มิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้ปฏิบัติตามระเบียบ ว่าด้วยการบริหารงบประมาณ พ.ศ. 2546 โดยอนุโลม
ข้อ 10 ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรายงานสรุปผลการปฏิบัติงานและผลการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งแสดงถึงผลสำเร็จตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัด เสนอต่อนายกรัฐมนตรี แล้วจัดส่งสำเนาให้สำนักงบประมาณทราบ เพื่อใช้ประกอบการบริหารงบประมาณรายจ่ายประจำปี และการจัดทำงบประมาณรายจ่ายในปีงบประมาณต่อไป
ข้อ 11 เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติหรือสั่งการเกี่ยวกับการบริหารงานจังหวัดแบบบูรณาการเป็นอย่างอื่น ให้สำนักงบประมาณปรับเปลี่ยนหรือกำหนดระเบียบ หรือหลักเกณฑ์เพื่อถือปฏิบัติให้สอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรีได้ตามความเหมาะสม
ข้อ 12 ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้ และมีอำนาจวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้


:: ประกาศ ณ วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update