กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที  
   

:: ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
:: ว่าด้วยคณะกรรมการพัฒนาการเมือง พ.ศ. 2546 ข้อที่ 1-14

โดยที่บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กำหนดให้รัฐต้องจัดให้มีแผนพัฒนาการเมือง เพื่อเป็นแผนแม่บทในการเสริมสร้างการเมืองไทยให้เป็นปัจจัยเกื้อหนุนที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศและสังคมไทย ให้ยั่งยืนและมีสันติสุข เห็นควรออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการพัฒนาการเมือง เพื่อให้มีอำนาจและหน้าที่ในการส่งเสริมสนับสนุนและประสานการดำเนินการ และกำกับดูแลให้การดำเนินงานตามแผนพัฒนาการเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตลอดจนติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐให้เป็นไปตามแผนพัฒนาการเมือง
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 11 (8) แห่ง พระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการพัฒนาการเมือง พ.ศ. 2546"
ข้อ 2[1] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ข้อ 3 ในระเบียบนี้
"คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการพัฒนาการเมือง
"กรรมการ" หมายความว่า กรรมการพัฒนาการเมือง
"สำนักงาน" หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเมือง
"หน่วยงานของรัฐ" หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และให้หมายความรวมถึงหน่วยงานอื่นของรัฐตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐตามระเบียบนี้
ข้อ 4 ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า "คณะกรรมการพัฒนาการเมือง" เรียกโดยย่อว่า "กพม." ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทนสถาบันพระปกเกล้า และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งจากบุคคลที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านการเมือง การปกครอง การบริหารราชการแผ่นดิน การพัฒนา การบริหารจัดการ กฎหมาย และการประชาสัมพันธ์ จำนวนเจ็ดคน เป็นกรรมการ
ให้รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร ที่เลขาธิการนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ข้าราชการในสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีที่เลขาธิการนายกรัฐมนตรีมอบหมาย จำนวนไม่เกินสองคน เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
ข้อ 5 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้
(1) มีสัญชาติไทย
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสามสิบปีบริบูรณ์
(3) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(4) ไม่เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(5) ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำ โดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(6) ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ พนักงานหรือลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ เว้นแต่เป็นผู้สอนในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ
ข้อ 6 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี
เมื่อครบกำหนดวาระตามวรรคหนึ่ง หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินงานต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระ อาจได้รับแต่งตั้งอีกได้
ข้อ 7 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) นายกรัฐมนตรีให้ออก เพราะบกพร่องต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือหย่อนความสามารถ
(4) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตาม ข้อ 5
ข้อ 8 ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ นายกรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งผู้อื่นดำรงตำแหน่งแทน เว้นแต่วาระเหลืออยู่ไม่ถึงเก้าสิบวัน จะไม่แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแทนก็ได้ และให้ผู้ได้รับแต่งตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างนั้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว
ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ ให้คณะกรรมการประกอบด้วยกรรมการทั้งหมดเท่าที่มีอยู่จนกว่าจะมีการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคหนึ่ง
ข้อ 9 การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ข้อ 10 คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) พิจารณาถึงความจำเป็น และขอบเขตที่จะต้องมีกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาการเมือง และสำนักงานให้เป็นองค์กรที่มีรูปแบบที่เหมาะสมและสอดคล้องกับความจำเป็น
(2) ศึกษา ติดตาม ตลอดจนส่งเสริม สนับสนุนและประสานการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐให้เป็นไป ตามแผนพัฒนาการเมือง
(3) ประชาสัมพันธ์เผยแพร่ความรู้ด้านการพัฒนาการเมือง
(4) ส่งเสริมสนับสนุนให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนปฏิบัติการพัฒนาการเมือง ให้สอดคล้องรองรับการนำแผนพัฒนาการเมืองไปปฏิบัติ
(5) จัดทำรายงานเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง
(6) เชิญบุคคลจากหน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐให้มาชี้แจง หรือส่งเอกสารข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินการตามระเบียบนี้
(7) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานเพื่อดำเนินการตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
(8) ออกระเบียบ ประกาศ และคำสั่งเพื่อปฏิบัติการตามระเบียบนี้
(9) ปฏิบัติการอื่นใดเพื่อให้เป็นไปตามระเบียบนี้ หรือตามที่คณะรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีมอบหมาย
ข้อ 11 การประชุมคณะอนุกรรมการ ให้นำ ข้อ 9 มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ 12 ให้มีสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเมือง เป็นหน่วยงานภายในสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการและให้มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) สนับสนุนและประสานงานให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาการเมืองดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ และเป็นไปตามมติของคณะกรรมการ
(2) รับผิดชอบในการปฏิบัติงานธุรการ งานวิชาการ งานการประชุม และงานเลขานุการของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงาน
(3) รับผิดชอบในการบริหารงาน บริหารเงิน และบริหารพัสดุตามที่คณะกรรมการกำหนด
(4) ศึกษา รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับการดำเนินงานของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงาน
(5) จัดทำรายงานประจำปีเกี่ยวกับผลงานและอุปสรรคในการดำเนินงานของคณะกรรมการและสำนักงาน เสนอต่อคณะกรรมการ
(6) ปฏิบัติงานอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
ข้อ 13 ให้รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหารซึ่งเป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการ เป็นผู้อำนวยการสำนักงาน รับผิดชอบการปฏิบัติงานและเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ เจ้าหน้าที่และลูกจ้างของสำนักงาน
ข้อ 14 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามระเบียบนี้


:: ประกาศ ณ วันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update