กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

 
:: ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
:: ว่าด้วยนโยบายการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน พ.ศ. 2546


:: หมวด1 บททั่วไป ข้อ 1-5
:: หมวด2 คณะกรรมการนโยบายการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน ข้อ 6-10
:: หมวด3 คณะกรรมการอำนวยการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน ข้อ 11-13
:: หมวด4 สำนักงานบริหารการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน ข้อ 14-18
:: หมวด5 การดำเนินงานแปลงสินทรัพย์เป็นทุน ข้อ 19-26
:: หมวด6 บทเฉพาะกาล ข้อ 27
 
 
ขออภัยกำลังปรับปรุงข้อมูลบางลิงค์อาจมีปัญหา ทางทีมงานปรับปรุงข้อมูลทุก 1 เดือน. Contact : webmaster
ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537 โดยสำนักงานกฎหมาย มงคลธรรม ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
 
:: ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี
:: ว่าด้วยนโยบายการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน พ.ศ. 2546 ข้อที่ 1-27

เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพย์สินของภาครัฐและภาคเอกชนเกิดประโยชน์สูงสุดหรือเกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ อันจะเป็นการสร้างโอกาสให้ประชาชนได้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ เกิดกระบวนการสร้างงาน สร้างรายได้ และกระตุ้นให้มีผู้ประกอบการใหม่ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน รัฐจึงได้กำหนดนโยบายการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนขึ้น โดยให้มีการวางแผนการจัดการทรัพย์สินของประเทศ ทั้งที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ สังหาริมทรัพย์ และทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเป็นระบบส่งเสริมให้มีการนำทรัพย์สินของเอกชนมาใช้ เป็นหลักประกันทางธุรกิจยิ่งขึ้น และให้มีการประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 11 (8) แห่ง พระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

:: หมวด 1 บททั่วไป
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยนโยบายการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน พ.ศ. 2546"
ข้อ 2[1] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ข้อ 3 ในระเบียบนี้
"หน่วยงานของรัฐ" หมายความว่า กระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการอื่นไม่ว่าจะจัดตั้งในรูปแบบใด ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชนและหน่วยงานอื่นของรัฐ
"การแปลงสินทรัพย์เป็นทุน" หมายความว่า การบริหารจัดการทรัพย์สินของรัฐและเอกชน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดหรือมีมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอันจะเป็นการสร้างโอกาสแก่ประชาชนให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบ สามารถนำทรัพย์สินดังกล่าวมาแปลงให้เป็นทุน เพื่อก่อให้เกิดกระบวนการสร้างงาน สร้างรายได้ รวมทั้งกระตุ้นให้เกิดการสร้างผู้ประกอบการใหม่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมาย ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายหลักในการสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ
"ผู้อำนวยการ" หมายความว่า ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน
ข้อ 4 ในกรณีมีความจำเป็นไม่อาจปฏิบัติตามระเบียบนี้ได้ หรือมีอุปสรรคในการดำเนินการตามนโยบาย แผนงาน โครงการ กิจกรรม แนวทาง หรือมาตรการที่คณะกรรมการนโยบายการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน หรือคณะกรรมการอำนวยการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนให้ความเห็นชอบ ให้สำนักงานบริหารการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนรายงานนายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาสั่งการได้ตามที่เห็นสมควร เพื่อให้การดำเนินงานการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนเป็นไปอย่างคล่องตัว มีประสิทธิภาพ และทันต่อเหตุการณ์
ข้อ 5 ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้
top

:: หมวด 2 คณะกรรมการนโยบายการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน
ข้อ 6 ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า "คณะกรรมการนโยบายการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน" เรียกโดยย่อว่า "นปท." ประกอบด้วย นายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ รองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นรองประธานกรรมการ รองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย ประธานกรรมการอำนวยการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน ปลัดกระทรวงหรือหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนไม่เกินห้าคน ประธานสมาคมธนาคารไทย และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีจำนวนไม่เกินเจ็ดคน เป็นกรรมการ
ให้เลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ
ข้อ 7 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระอยู่ในตำแหน่งคราวละสองปี และอาจได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอีกได้
ในกรณีที่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ หรือในกรณีที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้น ในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ในตำแหน่ง ให้ผู้ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทนหรือเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการ ซึ่งได้แต่งตั้งไว้แล้ว
เมื่อครบกำหนดวาระตามวรรคหนึ่งแล้ว หากยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งตามวาระนั้นอยู่ในตำแหน่งเพื่อดำเนินการต่อไปจนกว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งได้รับแต่งตั้งใหม่เข้ารับหน้าที่
ข้อ 8 นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) นายกรัฐมนตรีให้ออกโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี
(4) เป็นบุคคลล้มละลาย
(5) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(6) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
ข้อ 9 การประชุมคณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
ในการประชุมคณะกรรมการ ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้รองประธานกรรมการทำหน้าที่ประธานในการประชุม ถ้ารองประธานกรรมการไม่มาประชุมให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่แทน
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
ข้อ 10 ให้ นปท. มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) กำหนดนโยบาย กรอบทิศทาง และแนวทางการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนเพื่อเสนอต่อคณะรัฐมนตรี
(2) ประสานงานกับหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบ ตามกฎหมายเพื่อให้การดำเนินการตามกฎหมายของหน่วยงานของรัฐแห่งนั้นสอดคล้องกับนโยบาย กรอบทิศทาง และแนวทางการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน
(3) ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการนำนโยบาย กรอบทิศทาง และแนวทางการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนไปสู่การปฏิบัติ
(4) ให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการและวงเงินรายจ่ายเกี่ยวกับการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน
(5) ติดตามและเร่งรัดการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐให้เป็นไปตามนโยบาย กรอบทิศทาง แนวทาง และแผนปฏิบัติการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน
(6) เชิญบุคคลในหน่วยงานของรัฐมาชี้แจงหรือส่งข้อมูลหรือขอให้สนับสนุนการใช้วัสดุ อุปกรณ์และครุภัณฑ์ได้ตามความจำเป็น ทั้งนี้ นปท. อาจมอบหมายให้ อปท. หรือ สปท. ดำเนินการแทนก็ได้
(7) แต่งตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงาน เพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน หรือปฏิบัติงานของ นปท. ตามความเหมาะสม
(8) ปฏิบัติการอื่นใดที่จำเป็น หรือตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมายเพื่อให้การแปลงสินทรัพย์เป็นทุนบรรลุผลตามเป้าหมาย
(9) ออกระเบียบ ประกาศ และคำสั่ง เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามระเบียบนี้
top

:: หมวด 3 คณะกรรมการอำนวยการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน
ข้อ 11 ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า "คณะกรรมการอำนวยการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน" เรียกโดยย่อว่า "อปท." ประกอบด้วย ประธานกรรมการซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนไม่เกินห้าคน ผู้แทนสมาคมธนาคารไทย และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนไม่เกินห้าคนเป็นกรรมการ
ให้ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน เป็นกรรมการและเลขานุการ
ข้อ 12 ให้นำความใน ข้อ 7 ข้อ 8 และ ข้อ 9 มาใช้กับวาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และการประชุมของ อปท. ด้วยโดยอนุโลม
ข้อ 13 ให้ อปท. มีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(1) ดำเนินการใดๆ เพื่อให้นโยบาย กรอบทิศทาง และแนวทางการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนตาม ข้อ 10 (1) ประสบความสำเร็จ
(2) ช่วยเหลือและให้คำแนะนำในการจัดทำแผนปฏิบัติการ แผนงาน และโครงการของหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามกรอบนโยบาย ทิศทางและแนวทางการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนตาม ข้อ 10 (1)
(3) พิจารณากลั่นกรองแผนปฏิบัติการ แผนงาน และโครงการของหน่วยงานของรัฐ เพื่อนำเสนอต่อ นปท.
(4) ติดตาม เร่งรัด และประเมินผลการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน เพื่อเสนอต่อ นปท.
(5) ปฏิบัติงานหรือดำเนินการอื่นใดตามที่คณะรัฐมนตรี หรือ นปท. มอบหมาย
(6) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงาน เพื่อดำเนินการตามที่ นปท. มอบหมาย
top

:: หมวด 4 สำนักงานบริหารการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน
ข้อ 14 ให้จัดตั้งสำนักงานบริหารการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนในสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เรียกโดยย่อว่า "สปท." ทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการของ นปท. และ อปท. และให้มีอำนาจหน้าที่รวบรวมข้อมูล ศึกษา วิเคราะห์และเสนอความเห็นเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของ นปท. และ อปท. รวมทั้งปฏิบัติงานอื่นตามที่ นปท. อปท. นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีมอบหมาย
ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้แต่งตั้งผู้อำนวยการ มีอำนาจหน้าที่บังคับบัญชาผู้ปฏิบัติงานใน สปท. และรับผิดชอบการปฏิบัติงานของ สปท.
ข้อ 15 ในการปฏิบัติหน้าที่ของ สปท. ที่เกี่ยวเนื่องกับอำนาจหน้าที่ของ อปท. และ นปท. ให้ผู้อำนวยการปฏิบัติหน้าที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี
ข้อ 16 เรื่องที่ สปท. จะเสนอนายกรัฐมนตรี หรือ นปท. ให้เสนอผ่าน อปท. ยกเว้นเป็นกรณีที่มีความจำเป็นต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน ให้เสนอโดยตรงต่อนายกรัฐมนตรี
ข้อ 17 เพื่อประโยชน์ในการบริหารงานของ สปท. ผู้อำนวยการอาจร้องขอต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อมีคำสั่งให้ข้าราชการ หรือลูกจ้างของส่วนราชการอื่นที่เกี่ยวข้องหรือขอให้คณะรัฐมนตรีมีมติให้พนักงานหรือลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐไปช่วยปฏิบัติงานเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในสำนักงานได้ โดยถือว่าเป็นการปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานตามปกติ และจะให้ไปช่วยปฏิบัติงานเต็มเวลา บางเวลา หรือนอกเวลาก็ได้
ข้อ 18 ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานของ นปท. อปท. และ สปท. ให้เบิกจ่ายจากงบประมาณของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
ในกรณีที่มีความจำเป็น นปท. อาจร้องขอต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อมีคำสั่งให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจัดสรรเงินสนับสนุนเป็นค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงานให้กับ สปท. หรือมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐปฏิบัติงานให้กับ นปท. อปท. หรือ สปท. ก็ได้
top

:: หมวด 5 การดำเนินงานแปลงสินทรัพย์เป็นทุน
ข้อ 19 เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัตินโยบาย กรอบทิศทางและแนวทางการแปลงสินทรัพย์เป็นทุนแล้ว ให้หน่วยงานของรัฐตามที่กำหนดในมติคณะรัฐมนตรีเร่งรัดการจัดทำแผนปฏิบัติการในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยให้มีความชัดเจนในด้านแผนงาน โครงการ และกิจกรรม เป้าหมายการดำเนินงานแต่ละขั้นตอน อัตรากำลัง ทรัพยากร การบริหาร วงเงินรายจ่ายและแนวทางการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในส่วนของภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้ เพื่อส่งให้ สปท. เสนอ อปท. พิจารณากลั่นกรองก่อนนำเสนอ นปท. พิจารณาต่อไป
ข้อ 20 เมื่อ นปท. ให้ความเห็นชอบแผนปฏิบัติการแล้ว ให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการให้เป็นไปตามแผนดังกล่าวโดยเร็ว ในกรณีที่ต้องมีการใช้เงินกู้ เงินบาทสมทบ หรือความช่วยเหลือต่างประเทศ ให้ นปท. แจ้งไปยังกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายในการสนับสนุนด้านการเงินให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนดไว้ตามความเหมาะสม ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการ แผนงาน โครงการหรือกิจกรรมใดโดยเร่งด่วน นปท. อาจนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาอนุมัติให้จัดสรรงบประมาณ เพื่อดำเนินการตามแผนปฏิบัติการ แผนงาน โครงการ หรือกิจกรรมนั้นเป็นกรณีพิเศษได้
ข้อ 21 ให้หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบแผนปฏิบัติการ แผนงาน โครงการหรือกิจกรรมที่ นปท. ให้ความเห็นชอบ แจ้งชื่อผู้รับผิดชอบและเจ้าหน้าที่ตำแหน่งสำคัญที่จะมอบหมายให้ปฏิบัติงานด้านการประสานแผนปฏิบัติการ แผนงาน โครงการหรือกิจกรรมของแต่ละหน่วยงาน เพื่อการประสานงานกับ สปท.
ข้อ 22 ให้ผู้รับผิดชอบแผนปฏิบัติการ แผนงาน โครงการ หรือกิจกรรมต่างๆ จัดทำรายงานความก้าวหน้าในการดำเนินงานให้ สปท. ทราบเป็นระยะๆ ตามแบบที่ สปท. กำหนด ในกรณีที่มีปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการ แผนงาน โครงการ หรือกิจกรรมต่างๆ ให้ผู้รับผิดชอบประสานงานกับ สปท. เพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาและอุปสรรคดังกล่าว
ข้อ 23 ให้หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบแผนปฏิบัติการ แผนงาน โครงการ หรือกิจกรรม จัดให้มีระบบการควบคุมตรวจสอบ ติดตามการดำเนินงานและส่งรายงานความก้าวหน้าให้ สปท. เพื่อรายงานต่อ นปท. ตามระยะที่กำหนด
ข้อ 24 ให้ สปท. ติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการ แผนงาน โครงการ หรือกิจกรรมในการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน รวมทั้งพิจารณาวิเคราะห์และประเมินผลความก้าวหน้าของงาน ตลอดจนปัญหาอุปสรรคเสนอต่อ นปท.
ข้อ 25 ในกรณีที่ สปท. เห็นว่ามีปัญหาในการดำเนินงานของหน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการแปลงสินทรัพย์เป็นทุน และการประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวไม่อาจสำเร็จได้ภายในระยะเวลาอันสมควร ซึ่งจำเป็นต้องปรับปรุงบุคลากร วิธีการทำงาน กฎหมาย หรือกฎอื่นใดที่เกี่ยวข้อง ให้ สปท. เสนอความเห็นต่อ อปท. เพื่อพิจารณา
ในกรณีที่ อปท. เห็นสมควรให้ดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ให้เสนอความเห็นต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อให้มีคำสั่งให้หน่วยงานนั้นหรือหน่วยงานของรัฐที่กำกับดูแลหน่วยงานเอกชนดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป
ข้อ 26 ให้ นปท. มีอำนาจปรับหรือแก้ไขแผนปฏิบัติงาน แผนงาน โครงการ หรือกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งวงเงินรายจ่ายได้ตามความเหมาะสม ในกรณีที่ นปท. พิจารณาเห็นว่าแผนปฏิบัติการ แผนงาน โครงการ หรือกิจกรรมใดไม่อาจดำเนินการให้บรรลุวัตถุประสงค์หรือหมดความจำเป็น ให้มีอำนาจในการพิจารณายุบเลิกได้
top

:: หมวด 6 บทเฉพาะกาล
ข้อ 27 เมื่อมีการจัดตั้ง สปท. เป็นองค์การมหาชนตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชนแล้ว ให้เป็นอันยุบเลิก สปท. ตามระเบียบนี้ และให้โอนอำนาจหน้าที่และกิจการของ สปท. ไปเป็นขององค์การมหาชนที่ได้จัดตั้งขึ้น ทั้งนี้ ตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การมหาชนดังกล่าว


:: ประกาศ ณ วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) พันตำรวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี

top
















 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update