กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

 
:: ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ว่าด้วยการคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2546


:: บทนิยาม ข้อ 1-7
:: หมวด1 หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการคัดค้านการเลือกตั้ง ข้อ 8-14
:: หมวด2 การไต่สวน และการพิจารณา ข้อ 15-30
:: หมวด3 การพิจารณาชั้นคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ข้อ 31-32
:: หมวด4 การพิจารณาชั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง ข้อ 33-35
:: หมวด5 การดำเนินคดีอาญา ข้อ 36
 
 
ขออภัยกำลังปรับปรุงข้อมูลบางลิงค์อาจมีปัญหา ทางทีมงานปรับปรุงข้อมูลทุก 1 เดือน. Contact : webmaster
ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537 โดยสำนักงานกฎหมาย มงคลธรรม ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
 
:: ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง
:: ว่าด้วยการคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2546 ข้อที่ 1-36


อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 145 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และ มาตรา 5 มาตรา 102 และ มาตรา 104 แห่ง พระราชบัญญัติ การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2545 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่ง มาตรา 29 ประกอบกับ มาตรา 31 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงออกระเบียบ ไว้ดังนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2546"
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ข้อ 3 ในระเบียบนี้
"ผู้คัดค้าน" หมายความว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่น้อยกว่าสิบคน ผู้สมัคร ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายอำเภอในเขตเลือกตั้ง ซึ่งได้ยื่นคำร้องคัดค้านตามระเบียบนี้
"ผู้ถูกคัดค้าน" หมายความว่า สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น แล้วแต่กรณี ซึ่งถูกคัดค้านการเลือกตั้ง หรือการนับคะแนนการเลือกตั้ง
"คำร้องคัดค้าน" หมายความว่า คำร้องคัดค้านการเลือกตั้งหรือการนับคะแนนเลือกตั้ง
"การไต่สวน" หมายความว่า การแสวงหาและรวบรวมพยานหลักฐานและการดำเนินการทั้งหลายซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดหรือคณะอนุกรรมการไต่สวนได้ทำไปเกี่ยวกับคำร้องคัดค้านเพื่อจะทราบข้อเท็จจริง หรือพิสูจน์คำร้องคัดค้านนั้น
"สำนวน" หมายความว่า เอกสารหลักฐานการไต่สวน รายงานข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการไต่สวนที่ได้ดำเนินการไปเกี่ยวกับคำร้องคัดค้าน
"ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด" หมายความรวมถึงผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร
"คณะอนุกรรมการไต่สวน" หมายความว่า คณะอนุกรรมการไต่สวนคำร้องคัดค้าน
"พนักงาน" หมายความว่า พนักงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดรวมทั้งบุคคลอื่น ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบนี้
"เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวน" หมายความว่า พนักงานซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ได้มอบหมายให้ทำสำนวน
ข้อ 4 การปฏิบัติหน้าที่ของเลขาธิการตามระเบียบนี้ เลขาธิการอาจมอบหมายให้รองเลขาธิการเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนก็ได้
ข้อ 5 การไต่สวนคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งตามระเบียบนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจสั่งให้หน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจหรือราชการส่วนท้องถิ่น และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานดังกล่าว เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือบุคคลใด มีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง หรือให้มาให้ถ้อยคำ หรือส่งเอกสาร หลักฐานหรือพยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณาไต่สวนได้
การปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจมอบหมายให้เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หรือคณะอนุกรรมการไต่สวน ดำเนินการแทนได้
ข้อ 6 กรณีมีเรื่องร้องเรียนตาม ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการสืบสวนสอบสวนและการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2542 และเป็นเรื่องที่มีประเด็นเกี่ยวเนื่องกับเรื่องที่มีการยื่นคำร้องคัดค้านตามระเบียบนี้ซึ่งการสืบสวนสอบสวน หรือการพิจารณายังไม่แล้วเสร็จ ให้เลขาธิการหรือผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดส่งเรื่องร้องเรียนนั้นไปรวมพิจารณากับคำร้องคัดค้าน
กรณีมีผู้คัดค้านหลายรายยื่นคำร้องคัดค้านผู้ถูกคัดค้านรายเดียวกัน หรือเป็นคำร้องคัดค้านที่เกี่ยวเนื่องกัน ให้คณะอนุกรรมการไต่สวนเสนอต่อประธานกรรมการเลือกตั้งประจำจังหวัดเพื่อสั่งให้รวมการไต่สวนและพิจารณาได้
ข้อ 7 กรณีจำเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้งอาจเร่งรัดขั้นตอนการพิจารณาคำร้องคัดค้านตามระเบียบนี้ก็ได้
top

:: หมวด 1 หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการคัดค้านการเลือกตั้ง
ข้อ 8 คำร้องคัดค้านให้ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งโดยผ่านผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ที่เหตุแห่งการร้องคัดค้านได้เกิดขึ้น ในเขตเลือกตั้งในจังหวัดนั้นภายในสามสิบวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง
ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดรายงานการรับคำร้องคัดค้านไปยังเลขาธิการตามแบบ (ค.ถ. 8) ท้ายระเบียบนี้
ข้อ 9 คำร้องคัดค้านต้องทำเป็นหนังสือ ใช้ถ้อยคำสุภาพ และอย่างน้อยต้องมี
(1) วัน เดือน ปี
(2) ชื่อ ที่อยู่ของผู้คัดค้าน
(3) ชื่อผู้ถูกคัดค้าน (ถ้ามี)
(4) ระบุข้อเท็จจริงหรือพฤติการณ์ที่กล่าวหาว่ามีการกระทำให้การเลือกตั้ง หรือการนับคะแนนในเขตเลือกตั้งนั้นเป็นไปโดยทุจริต หรือไม่เที่ยงธรรมหรือไม่ถูกต้องตามสมควร และรายละเอียดเกี่ยวกับวัน เวลา และสถานที่ที่เกิดการกระทำนั้น
(5) ระบุพยานเอกสาร พยานวัตถุ และพยานบุคคลพร้อมถิ่นที่อยู่
(6) ลงลายมือชื่อผู้คัดค้าน
คำร้องคัดค้านเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง จะต้องปรากฏว่ามีการทักท้วงการปฏิบัตินั้นในขณะเกิดเหตุและกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งได้บันทึกเหตุนั้น ไว้ในสมุดรายงานเหตุการณ์ประจำหน่วยเลือกตั้งแล้ว
กรณีที่ทักท้วงแล้ว ถ้ากรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งไม่รับคำทักท้วงและไม่บันทึกการทักท้วงดังกล่าว ผู้ทักท้วงจะต้องแจ้งต่อเจ้าพนักงานตำรวจแห่งท้องที่ที่เกิดเหตุเป็นหลักฐานภายในวันรุ่งขึ้น และต้องนำหลักฐานการแจ้งมาประกอบคำร้องคัดค้านด้วย
ข้อ 10 ให้พนักงานผู้ได้รับมอบหมายออกใบรับให้แก่ผู้คัดค้าน และจัดให้มีการบันทึกลงรับคำร้องคัดค้านไว้ในสมุดทะเบียนการรับคำร้องคัดค้าน
ข้อ 11 คำร้องคัดค้านที่ได้ยื่นไว้แล้ว เมื่อพ้นระยะเวลายื่นคำร้องคัดค้านแล้ว ผู้คัดค้านจะขอแก้ไขเพิ่มเติมไม่ได้
ข้อ 12 คำร้องคัดค้านดังต่อไปนี้ จะรับไว้พิจารณาไม่ได้
(1) เรื่องที่มิได้ยื่นภายในสามสิบวันนับแต่วันประกาศผลการเลือกตั้ง
(2) เรื่องที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้วินิจฉัยชี้ขาดแล้ว
(3) เรื่องที่มีลักษณะเป็นบัตรสนเท่ห์
(4) เรื่องที่ไม่ระบุพยานหลักฐานชัดแจ้งเพียงพอที่จะดำเนินการต่อไปได้
(5) เรื่องที่ไม่ปฏิบัติตาม ข้อ 9
ข้อ 13 คำร้องคัดค้านที่พนักงานได้รับไว้ตาม ข้อ 10 ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดหรือพนักงานที่ได้รับมอบหมายพิจารณาว่าควรสั่งรับหรือไม่รับคำร้องคัดค้านนั้น โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสามวันนับแต่วันได้รับคำร้องคัดค้าน
กรณีผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเห็นควรไม่รับคำร้องคัดค้าน ให้เสนอคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพิจารณา ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสั่งให้รับคำร้องคัดค้านให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดดำเนินการต่อไป หากคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเห็นชอบด้วยว่าควรไม่รับคำร้องคัดค้าน ให้เสนอคณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อพิจารณา ทั้งนี้ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพิจารณาดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสามวันนับแต่วันได้รับเรื่อง
ถ้าคณะกรรมการการเลือกตั้งเห็นชอบว่าไม่รับคำร้องคัดค้านให้ส่งเรื่อง ให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดสั่งจำหน่ายเรื่อง และแจ้งให้ผู้คัดค้านทราบ กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำสั่งให้รับคำร้องคัดค้านนั้น ให้ส่งเรื่องให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดดำเนินการต่อไป
ข้อ 14 ผู้คัดค้านอาจขอถอนคำร้องคัดค้านเวลาใดก่อนเริ่มทำการไต่สวนได้ แต่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดจะอนุญาตหรือไม่อนุญาตก็ได้
top

:: หมวด 2 การไต่สวน และการพิจารณา
ข้อ 15 คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมีอำนาจหน้าที่พิจารณาคำร้องคัดค้านดำเนินการไต่สวน เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงและเสนอความเห็นรายงานสรุปสำนวนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ข้อ 16 ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนเพื่อดำเนินการไต่สวนคำร้องคัดค้าน
คณะอนุกรรมการไต่สวนประกอบด้วยกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดคนหนึ่งเป็นประธานอนุกรรมการไต่สวน และอนุกรรมการไต่สวนจากผู้ทรงคุณวุฒิด้านนิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ การสืบสวนสอบสวน การบัญชีหรือการตรวจสอบภายใน
กรณีมีเหตุจำเป็น อาจแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิตามวรรคสองเป็นประธานอนุกรรมการไต่สวนก็ได้
คณะอนุกรรมการไต่สวนให้มีจำนวนห้าคน เว้นแต่เป็นกรณีตามวรรคห้า และอาจมีหลายคณะก็ได้ โดยให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนเป็นเลขานุการของคณะอนุกรรมการไต่สวน
กรณีเห็นสมควรหรือมีเหตุจำเป็น คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจมอบหมายเลขาธิการพิจารณาสั่งให้พนักงานคนใดคนหนึ่ง หรือหลายคนไปร่วมเป็นคณะอนุกรรมการไต่สวน หรือร่วมเป็นเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนการไต่สวนคำร้องคัดค้านนั้นก็ได้
ข้อ 17 การประชุมคณะอนุกรรมการไต่สวนจะต้องมีผู้เข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งจึงจะเป็นองค์ประชุม
กรณีที่ประธานอนุกรรมการไต่สวนไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้อนุกรรมการไต่สวนที่มาประชุมเลือกอนุกรรมการไต่สวนคนหนึ่งที่มาประชุมทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม
การลงมติของคณะอนุกรรมการไต่สวนให้ถือเสียงข้างมาก อนุกรรมการไต่สวนคนหนึ่งมีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด กรณีที่ไม่อาจหาเสียงข้างมากได้ ให้แยกทำความเห็นได้ และอนุกรรมการไต่สวนคนใดมีความเห็นแย้งให้มีสิทธิทำความเห็นแย้งรวมไว้ในรายงานสรุปสำนวน
ข้อ 18 เมื่อมีคำสั่งรับคำร้องคัดค้านแล้ว ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดส่งเรื่อง ให้คณะอนุกรรมการไต่สวนคณะหนึ่ง ทำการไต่สวน และมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนทำบันทึกสรุปเรื่องเบื้องต้น พร้อมทั้งกำหนดประเด็นข้อกล่าวหาตามคำร้องคัดค้านเสนอให้คณะอนุกรรมการไต่สวนพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสองวัน นับแต่วันได้รับเรื่อง
เมื่อได้รับเรื่องไว้ดำเนินการ ให้คณะอนุกรรมการไต่สวนกำหนดวัน เวลา และสถานที่ที่จะทำการไต่สวน แล้วแจ้งให้ผู้คัดค้านทราบให้แล้วเสร็จภายในสามวันนับแต่วันรับเรื่อง เพื่อให้ผู้คัดค้านมาให้ถ้อยคำหรือชี้แจงแสดงหลักฐานและนำพยานมาให้ถ้อยคำประกอบคำร้องคัดค้าน
ข้อ 19 คณะอนุกรรมการไต่สวนต้องให้โอกาสผู้คัดค้านและผู้ถูกคัดค้านมีหนังสือชี้แจงข้อเท็จจริง และแสดงพยานหลักฐานประกอบตามควรแก่กรณี
ให้คณะอนุกรรมการไต่สวนดำเนินการไต่สวนผู้คัดค้านและพยานหลักฐานของผู้คัดค้านก่อนเสร็จแล้วให้ไต่สวนผู้ถูกคัดค้าน และพยานหลักฐานของผู้ถูกคัดค้านต่อไป โดยให้คณะอนุกรรมการไต่สวนเป็นผู้ซักถามผู้คัดค้าน ผู้ถูกคัดค้านหรือพยานให้ได้ข้อเท็จจริงให้ครบประเด็น
ข้อ 20 ห้ามบุคคลอื่นนอกจากผู้รับการไต่สวนและเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนเข้าร่วมในการไต่สวน เว้นแต่ผู้ได้รับอนุญาตจากคณะอนุกรรมการไต่สวน
ห้ามบุคคลอื่นใดที่มิใช่คณะอนุกรรมการไต่สวนหรือเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนทำการบันทึกเสียงหรือภาพและเสียง หรือกระทำการอื่นใดให้บุคคลอื่นได้ทราบข้อเท็จจริงในการไต่สวน เว้นแต่ ผู้ได้รับอนุญาตจากคณะอนุกรรมการไต่สวน
ข้อ 21 ถ้าผู้คัดค้านหรือผู้ถูกคัดค้านไม่มาตามกำหนดในวันนัดไต่สวน ให้ถือว่าผู้คัดค้านหรือผู้ถูกคัดค้านไม่ประสงค์ที่จะให้ถ้อยคำและนำพยานหลักฐานชี้แจงประกอบคำร้องคัดค้าน หรือแก้ข้อกล่าวหากรณีการไต่สวนไม่แล้วเสร็จในวันเดียว ให้คณะอนุกรรมการไต่สวนนัดหมายการไต่สวนครั้งต่อไปอย่างต่อเนื่อง โดยแจ้งให้ผู้คัดค้าน ผู้ถูกคัดค้านหรือพยานทราบเมื่อสิ้นสุดการไต่สวนในวันนั้น
ข้อ 22 เมื่อไต่สวนฝ่ายผู้คัดค้านเสร็จสิ้น ให้คณะอนุกรรมการไต่สวนสรุปข้อกล่าวหา และแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกคัดค้านทราบเพื่อยื่นคำให้การเป็นหนังสือหรือชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาด้วยวาจาพร้อมระบุพยานเอกสาร พยานวัตถุ และพยานบุคคลพร้อมถิ่นที่อยู่ และนำพยานทั้งหมดมารับการไต่สวนตามวัน เวลา และสถานที่ที่กำหนด
ข้อ 23 กรณีที่คณะอนุกรรมการไต่สวนเห็นว่าพยานหลักฐานใดที่ผู้คัดค้านหรือผู้ถูกคัดค้านอ้าง ไม่เกี่ยวกับประเด็นที่กล่าวหาหรือเป็นการประวิงให้ชักช้า คณะอนุกรรมการไต่สวนจะไม่ทำการไต่สวนพยานหลักฐานนั้นก็ได้ แต่ต้องบันทึกเหตุนั้นไว้ในรายงานการไต่สวน
ข้อ 24 ให้มีการจดบันทึกการให้ถ้อยคำของผู้คัดค้าน ผู้ถูกคัดค้านและพยานไว้เป็นลายลักษณ์อักษรตามแบบ (ค.ถ. 24) ท้ายระเบียบนี้ เมื่อเสร็จสิ้นการให้ถ้อยคำให้อ่านให้ฟัง แล้วให้บุคคลนั้นลงลายมือชื่อในบันทึกนั้นไว้เป็นหลักฐาน หากบุคคลนั้นไม่ยอมลงลายมือชื่อ ให้คณะอนุกรรมการไต่สวนบันทึกเหตุนั้นไว้
เพื่อประโยชน์แก่การบันทึกถ้อยคำตามวรรคหนึ่ง คณะอนุกรรมการไต่สวนอาจบันทึกการให้ถ้อยคำพยานบุคคลโดยใช้เครื่องมือในการบันทึกเสียง หรือภาพและเสียงก็ได้
ข้อ 25 ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนจัดทำรายงานการไต่สวนของคณะอนุกรรมการไต่สวนทุกครั้ง ที่ทำการไต่สวนตามแบบ (ค.ถ. 25) ท้ายระเบียบนี้
ข้อ 26 กรณีมีการส่งของกลางประกอบการไต่สวน ให้เจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสำนวนบันทึกในรายงานการไต่สวนให้ปรากฏถึงการได้มา และจัดทำบัญชีรายละเอียดของกลางรวมเข้าสำนวนไว้ การเก็บของกลางให้เป็นไปตาม ประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่องการเก็บรักษา การจำหน่าย การใช้ประโยชน์ การทำลายและการคืนของกลางในสำนวนการสืบสวนสอบสวนเรื่องร้องเรียนหรือคัดค้านการเลือกตั้ง พ.ศ. 2544
ข้อ 27 เมื่อการไต่สวนเสร็จสิ้น ผู้คัดค้านหรือผู้ถูกคัดค้านอาจยื่นคำแถลงเป็นหนังสือต่อคณะอนุกรรมการไต่สวน ประกอบการพิจารณาก็ได้ และก่อนจัดทำรายงานสรุปสำนวนการไต่สวนคณะอนุกรรมการไต่สวนเห็นสมควรจะทำการไต่สวนพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงในประเด็นที่ไม่ชัดเจนก็ได้
ข้อ 28 เมื่อการไต่สวนเสร็จสิ้นแล้ว ให้คณะอนุกรรมการไต่สวนประชุมสรุปสำนวนตามแบบ (ค.ถ. 28) ท้ายระเบียบนี้ โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
(1) วัน เดือน ปี ที่ทำรายงาน
(2) ชื่อผู้คัดค้านและผู้ถูกคัดค้าน
(3) สรุปคำให้การหรือคำชี้แจงผู้คัดค้านและพยานฝ่ายผู้คัดค้าน
(4) สรุปข้อกล่าวหาที่แจ้งให้ผู้ถูกคัดค้านทราบ
(5) สรุปคำให้การหรือคำชี้แจงผู้ถูกคัดค้านและพยานฝ่ายผู้ถูกคัดค้าน
(6) ข้อเท็จจริงที่รับฟังได้จากการไต่สวนและแสวงหาหลักฐาน
(7) กฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง
(8) ความเห็นและเหตุผลประกอบ พร้อมความเห็นแย้ง (ถ้ามี)
ให้คณะอนุกรรมการไต่สวนลงลายมือชื่อในรายงานสรุปสำนวนทุกคน กรณีอนุกรรมการไต่สวนคนใดไม่อาจลงลายมือชื่อได้ ให้หมายเหตุไว้
ข้อ 29 การเรียงสำนวน ให้จัดเอกสารตามลำดับและลงหมายเลขกำกับเอกสารทุกแผ่น ดังนี้
(1) ปกหน้าสำนวน
(2) บัญชีสำนวน
(3) รายงานสรุปสำนวนการไต่สวน
(4) คำสั่งรับคำร้องคัดค้าน
(5) คำร้องคัดค้านและบัญชีพยาน
(6) คำให้การหรือคำชี้แจงของผู้คัดค้านและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
(7) คำให้การหรือคำชี้แจงของผู้ถูกคัดค้านและพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
(8) บัญชีของกลาง (ถ้ามี)
(9) รายงานการไต่สวน
ให้ประธานอนุกรรมการไต่สวนเสนอสำนวนต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเพื่อพิจารณา
ข้อ 30 ให้คณะอนุกรรมการไต่สวนทำการไต่สวนและจัดทำสำนวนให้แล้วเสร็จภายในยี่สิบวันนับแต่วันรับเรื่อง ถ้าไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จ ให้รายงานเหตุขัดข้องและขอขยายเวลาต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดได้ไม่เกินสองครั้ง ครั้งละไม่เกินสิบวัน
top

:: หมวด 3 การพิจารณาชั้นคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
ข้อ 31 ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพิจารณาสำนวน แล้วมีความเห็นเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้งตามแบบ (ค.ถ. 31) ท้ายระเบียบนี้ โดยผ่านเลขาธิการเพื่อพิจารณาต่อไป
การลงมติของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด และให้ฝ่ายเสียงข้างน้อยทำความเห็นแย้งรวมไว้ได้
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในสิบวันนับแต่วันได้รับสำนวน ถ้าไม่อาจพิจารณาให้แล้วเสร็จ ให้รายงานเหตุขัดข้องและขอขยายเวลาต่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้ไม่เกินสิบวัน
ข้อ 32 เมื่อเลขาธิการได้รับสำนวนและความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ให้เสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อพิจารณาต่อไป
top

:: หมวด 4 การพิจารณาชั้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ข้อ 33 คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจมอบหมายให้คณะอนุกรรมการคณะใดคณะหนึ่งพิจารณาสำนวน และความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดก่อนก็ได้
ข้อ 34 เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้รับความเห็นหรือข้อเสนอแนะของคณะอนุกรรมการแล้ว ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาและมีคำสั่งโดยพลัน
คำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้งต้องระบุข้อเท็จจริงและเหตุผลประกอบการมีคำสั่งและกรรมการการเลือกตั้ง ที่ลงมติทุกคนต้องลงลายมือชื่อในคำสั่งนั้นด้วย
ข้อ 35 เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งมีคำสั่งตาม ข้อ 34 แล้ว ให้ส่งเรื่องให้เลขาธิการหรือผู้ได้รับมอบหมาย เพื่อให้ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดแจ้งผลให้ผู้คัดค้าน ผู้ถูกคัดค้านทราบ
top

:: หมวด 5 การดำเนินคดีอาญา
ข้อ 36 เมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งได้วินิจฉัยสั่งการในเรื่องใดแล้ว หากปรากฏว่ามีการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติที่มีโทษทางอาญาตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น คณะกรรมการการเลือกตั้งอาจมอบหมายให้เลขาธิการหรือพนักงานดำเนินการร้องทุกข์ หรือกล่าวโทษแทนคณะกรรมการการเลือกตั้งต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีอาญาต่อไป


:: ประกาศ ณ วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) พลตำรวจเอก วาสนา เพิ่มลาภ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง

top















 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update