กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

 
:: ระเบียบคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
ว่าด้วยการดำเนินงาน หลักเกณฑ์ และวิธีการกู้ยืมเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2546


:: บทนิยาม ข้อ 1-5
:: หมวด1 การจัดสรรวงเงินให้กู้ยืม ข้อ 6-7
:: หมวด2 ผู้กู้ยืมเงินกองทุนเงิน ให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ข้อ 8-14
:: หมวด3 สถานภาพสถานศึกษา ข้อ 15-16
:: หมวด4 คณะกรรมการพิจารณาการ ให้กู้ยืมเงินประจำสถานศึกษา ข้อ 17-20
:: หมวด5 การเตรียมการ และการคัดเลือกผู้กู้ยืมเงิน ข้อ 21-27
:: หมวด6 การทำสัญญากู้ยืม และการนำส่งสัญญากู้ยืม ข้อ 28-33
:: หมวด7 การจัดทำทะเบียนผู้กู้ยืมเงิน และการเก็บเอกสาร ข้อ 34-35
:: หมวด8 การกำกับและส่งเสริมผู้กู้ยืมเงิน ระหว่างศึกษา ข้อ 36-40
:: หมวด9 การติดตามผู้กู้ยืมเงิน เมื่อสำเร็จการศึกษาหรือเลิกศึกษา ข้อ 41-42
:: หมวด10 มาตรการกำกับผู้กู้ยืมเงิน และผู้บริหารสถานศึกษา ข้อ 43-46
:: บทเฉพาะกาล ข้อ 47-48
 
 
ขออภัยกำลังปรับปรุงข้อมูลบางลิงค์อาจมีปัญหา ทางทีมงานปรับปรุงข้อมูลทุก 1 เดือน. Contact : webmaster
ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537 โดยสำนักงานกฎหมาย มงคลธรรม ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
 
:: ระเบียบคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
:: ว่าด้วยการดำเนินงาน หลักเกณฑ์ และวิธีการกู้ยืมเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2546 ข้อที่ 1-48


โดยที่เป็นการสมควรกำหนด ระเบียบคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ว่าด้วยการดำเนินงาน หลักเกณฑ์ และวิธีการกู้ยืมเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2546 อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 18 (7) แห่ง พระราชบัญญัติ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2541 คณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ว่าด้วยการดำนินงาน หลักเกณฑ์ และวิธีการกู้ยืมเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2546"
ข้อ 2 ระเบียบนี้ ให้ใช้ตั้งแต่วันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546 เป็นต้นไป
ข้อ 3 บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใดที่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
ข้อ 4 ในระเบียบนี้
"กองทุน" หมายความว่า กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
"คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
"ผู้กู้ยืมเงิน" หมายความว่า นักเรียน นักศึกษา ที่กู้ยืมเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
"ผู้บริหารสถานศึกษา" หมายความว่า ผู้บริหารของสถานศึกษาที่ได้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ในการดำเนินงานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
"สำนักงานกองทุน" หมายความว่า สำนักงานกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
"สถานศึกษา" หมายความว่า โรงเรียน สถานศึกษา หรือสถาบันการศึกษาของทางราชการ หรือโรงเรียนตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน สถาบันอุดมศึกษาเอกชนตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือโรงเรียน สถานศึกษา หรือสถาบันการศึกษาที่มีกฎหมายตั้งขึ้นโดยเฉพาะ หรือโรงเรียน สถานศึกษา หรือสถาบันการศึกษาอื่นที่กำหนดโดยกฎกระทรวง
"ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม" หมายความว่า บุคคลที่คณะกรรมการทำสัญญาจ้างให้ทำหน้าที่บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมตาม มาตรา 37 แห่ง พระราชบัญญัติ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2541
ข้อ 5 ให้ประธานกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้
top

:: หมวด 1 การจัดสรรวงเงินให้กู้ยืม
ข้อ 6 ให้คณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่หนึ่ง และคณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่สอง พิจารณาจัดสรรวงเงินให้กู้ยืมที่ได้รับให้นักเรียน นักศึกษา แต่ละสถานศึกษาตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ 7 ให้คณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่หนึ่ง และคณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่สอง แจ้งรายละเอียดการจัดสรรวงเงินกู้ยืมให้สำนักงานกองทุนทราบ ตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด
top

:: หมวด 2 ผู้กู้ยืมเงินกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา
ข้อ 8 ผู้กู้ยืมเงินกองทุน มี 2 ประเภท ได้แก่
(1) ผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ หมายถึง นักเรียน นักศึกษาผู้ที่ไม่เคยกู้ยืมเงินกองทุนมาก่อน หรือเป็นผู้ที่เคยกู้ยืมเงินมาก่อนและได้ชำระหนี้คืนเสร็จสิ้นแล้ว
(2) ผู้กู้ยืมเงินรายเก่า หมายถึง นักเรียน นักศึกษาที่อยู่ในระหว่างการศึกษาและเคยกู้ยืมเงินกองทุนมาก่อนไม่ว่าจะเคยกู้ยืมเงิน จากสถานศึกษาอื่นหรือสถานศึกษาปัจจุบันก็ตาม
ข้อ 9 ผู้กู้ยืมเงินต้องมีคุณสมบัติตาม มาตรา 45 แห่ง พระราชบัญญัติ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2541 ดังนี้
(1) เป็นผู้มีสัญชาติไทย
(2) เป็นผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด
(3) มีคุณสมบัติอื่นตามที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ 10 ผู้กู้ยืมเงินมีหน้าที่ดังนี้
(1) ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการกู้ยืมตรงกับความเป็นจริง
(2) ปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2541 ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หลักเกณฑ์ และวิธีการของคณะกรรมการตลอดระยะเวลาการกู้ยืม
(3) แจ้งการเปลี่ยนชื่อ ย้ายที่อยู่ หรือย้ายสถานศึกษา และจบการศึกษาหรือพ้นสภาพการเป็นนักเรียน นักศึกษา ภายในสิบห้าวันนับแต่วันเปลี่ยนชื่อ ย้ายที่อยู่ ย้ายสถานศึกษา จบการศึกษา หรือพ้นสภาพการเป็นนักเรียน นักศึกษา ต่อผู้บริหาร และจัดการเงินให้กู้ยืม (ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน))
(4) แสดงตนต่ออาจารย์ที่ปรึกษา ตาม ข้อ 36 (3) อย่างน้อยภาคละหนึ่งครั้ง
(5) ให้ความร่วมมือในการดำเนินกิจกรรมที่สถานศึกษากำหนดในหมวด 8
(6) หน้าที่อื่นๆ ตามที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ 11 นักเรียน นักศึกษาที่ขอกู้ยืมเงินกองทุนต้องศึกษาอยู่ในสถานศึกษาที่มีสถานภาพตาม ข้อ 15 และ ข้อ 16 แล้ว เท่านั้น
ข้อ 12 นักเรียน นักศึกษาผู้ใดประสงค์จะกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา ให้ยื่นคำขอตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด ต่อผู้ซึ่งได้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการ ณ สถานศึกษาที่ตนกำลังศึกษาอยู่หรือที่ประสงค์จะเข้าศึกษา แล้วแต่กรณี
การยื่นคำขอตามวรรคหนึ่งให้ยื่นได้ทุกวัน ในเวลาทำการของสถานศึกษานั้นๆ
ข้อ 13 นักเรียน นักศึกษา ที่ได้รับอนุมัติให้กู้ยืมเงินต้องเปิดบัญชีเงินฝากกับผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)) พร้อมทั้งหนังสือแจ้งผลการอนุมัติจากสถานศึกษาเพื่อประกอบการขอเปิดบัญชีด้วย
ข้อ 14 เมื่อผู้กู้ยืมเงินสำเร็จการศึกษาหรือเลิกการศึกษาแล้วเป็นเวลาสองปี ผู้กู้ยืมเงินมีหน้าที่ต้องชำระเงินกู้ยืมคืนกองทุนตามจำนวนระยะเวลาและวิธีการที่กำหนดไว้ในระเบียบของคณะกรรมการ
ก่อนถึงกำหนดระยะเวลาชำระหนี้ตามวรรคหนึ่ง ผู้กู้ยืมเงินต้องรายงานข้อมูลพร้อมเอกสารของตนเองตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด ต่อผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)) สาขาใดสาขาหนึ่งก่อนสิ้นเดือนพฤษภาคมของปีถัดจากปีที่สำเร็จการศึกษาหรือเลิกการศึกษา
top

:: หมวด 3 สถานภาพสถานศึกษา
ข้อ 15 สถานศึกษาที่ดำเนินงานกองทุนต้องเป็นสถานศึกษาที่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้ง และได้รับความเห็นชอบให้เปิดดำเนินการจัดการเรียนการสอนตามหลักสูตร ในแต่ละสาขาวิชาจากกระทรวงศึกษาธิการ ทบวงมหาวิทยาลัย หรือหน่วยงานอื่นที่สถานศึกษานั้นสังกัด
ข้อ 16 สถานศึกษาตาม ข้อ 15 ก่อนดำเนินงานกองทุนต้องได้รับความเห็นชอบ จากคณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่หนึ่ง หรือคณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่สอง แล้วแต่กรณี ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด
top

:: หมวด 4 คณะกรรมการพิจารณาการให้กู้ยืมเงินประจำสถานศึกษา
ข้อ 17 ให้ผู้บริหารสถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาการให้กู้ยืมเงินประจำสถานศึกษา จำนวนเจ็ดคน ประกอบด้วยผู้บริหารสถานศึกษา เป็นประธาน ผู้แทนองค์กรชุมชน จำนวนสามคน เป็นกรรมการ อาจารย์หรือครูของสถานศึกษานั้น จำนวนสามคน เป็นกรรมการ และในจำนวนนี้ให้ประธานแต่งตั้งอาจารย์หรือครูเป็นกรรมการและเลขานุการ จำนวนหนึ่งคน
ผู้แทนองค์กรชุมชนตามวรรคหนึ่งให้หมายถึงบุคคลที่อยู่ในองค์กรชุมชนตามความหมายที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ 18 คณะกรรมการพิจารณาให้กู้ยืมเงินประจำสถานศึกษา มีอำนาจหน้าที่พิจารณาคัดเลือกนักเรียนนักศึกษาที่ขอกู้ยืมเงินเพื่อเสนอให้ผู้บริหารสถานศึกษาพิจารณาอนุมัติ โดยดำเนินการดังนี้
(1) ตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของเอกสาร
(2) สัมภาษณ์ผู้ขอกู้ยืมเงิน รวมทั้งถ้ามีความจำเป็นอาจสัมภาษณ์บุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย
(3) ตรวจสอบโดยเยี่ยมเยียนครอบครัวของผู้ขอกู้ยืมเงินในกรณีที่เห็นว่ามีความจำเป็น
(4) สรุปข้อมูลการกู้ยืมเงินของผู้ขอกู้ยืมเงิน
(5) ปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้องกับการคัดเลือกผู้ขอกู้ยืมเงินตามที่คณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่หนึ่ง หรือคณะอนุกรรมการบัญชีที่สองมอบหมาย
ข้อ 19 ในการดำเนินการตาม ข้อ 18 คณะกรรมการพิจารณาการให้กู้ยืมเงินประจำสถานศึกษาอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานเพื่อทำหน้าที่แทนก็ได้
ข้อ 20 การประชุมคณะกรรมการพิจารณาการให้กู้ยืมเงินประจำสถานศึกษา ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมด และกรรมการที่มาประชุมต้องมีผู้แทนองค์กรชุมชนอย่างน้อยหนึ่งคนเข้าร่วมประชุมด้วย จึงถือว่าเป็นองค์ประชุม
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
top

:: หมวด 5 การเตรียมการและการคัดเลือกผู้กู้ยืมเงิน
ข้อ 21 ผู้บริหารสถานศึกษาและเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินงานกองทุนต้องปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2541 ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หลักเกณฑ์ และวิธีการของคณะกรรมการอย่างเคร่งครัดและต้องจัดให้มีสถานที่บุคลากรให้เหมาะสมและเพียงพอในการดำเนินงานกองทุน
ผู้บริหารสถานศึกษานอกจากมีหน้าที่ตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้มีหน้าที่ตามที่คณะกรรมการมอบหมายด้วย
ข้อ 22 ผู้บริหารสถานศึกษาต้องปิดประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หลักเกณฑ์ และวิธีการการดำเนินงานกองทุนไว้ในที่ที่เห็นได้ทั่วไปให้นักเรียน นักศึกษาทราบโดยเปิดเผย ณ สถานศึกษา
ข้อ 23 ผู้บริหารสถานศึกษาต้องจัดให้มีการดำเนินการเพื่อเตรียมการและคัดเลือกผู้กู้ยืมเงินตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่หนึ่งและคณะอนุกรรมการบัญชีจ่ายที่สองกำหนด ซึ่งอย่างน้อยต้องดำเนินการดังนี้
(1) ประชาสัมพันธ์เรื่องกองทุน
(2) แนะนำให้คำปรึกษาแก่นักเรียน นักศึกษา
(3) รับแบบคำขอ ตรวจสอบคุณสมบัติและหลักเกณฑ์ของผู้กู้ยืมเงิน
(4) เตรียมเอกสารข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียน นักศึกษา
(5) จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการให้กู้ยืมเงินประจำสถานศึกษา
(6) จัดทำรายงานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาการให้กู้ยืมเงินประจำสถานศึกษา
(7) จัดทำประกาศผู้ได้รับการคัดเลือกให้กู้ยืมเงิน
(8) จัดเก็บเอกสารต่างๆ ไว้เพื่อการตรวจสอบ
ข้อ 24 การคัดเลือกผู้กู้ยืมเงินจะกระทำได้ต่อเมื่อมีคุณสมบัติตาม ข้อ 9 และเป็นผู้มีสถานภาพเป็นนักเรียน นักศึกษา โดยได้ขึ้นทะเบียนเป็นนักเรียน นักศึกษาของสถานศึกษาที่คัดเลือกนั้นแล้ว
ข้อ 25 การพิจารณาคัดเลือกผู้กู้ยืมเงินรายใหม่ กรณีเงินที่ได้รับจัดสรรไม่เพียงพอที่จะให้กู้ยืมเงิน ให้พิจารณาจากความขาดแคลนทุนทรัพย์ของผู้ขอกู้ยืมเงินและเป็นผู้ที่มีภูมิลำเนาที่อยู่ในเขตของสถานศึกษา โดยให้คำนึงถึงผู้ที่มีคุณสมบัติและเคยขอกู้ยืมเงินกองทุนในปีการศึกษาที่ผ่านมาของสถานศึกษานั้น แต่ไม่ได้รับการอนุมัติให้กู้ยืมเงิน
ข้อ 26 การพิจารณาการคัดเลือกผู้กู้ยืมเงินรายเก่า สถานศึกษาต้องดำเนินการตรวจสอบคุณสมบัติและสัมภาษณ์ผู้กู้ยืมเงินทุกครั้ง เมื่อได้ผู้กู้ยืมเงินมีคุณสมบัติครบถ้วนแล้วให้พิจารณาจากความขาดแคลนทุนทรัพย์ สาขาวิชาที่ศึกษา ผลการเรียน และความประพฤติของผู้กู้ยืม
ข้อ 27 เมื่อผู้บริหารสถานศึกษาได้อนุมัติการกู้ยืมเงินแก่นักเรียน นักศึกษาแล้ว ให้ผู้บริหารสถานศึกษาดำเนินการดังนี้
(1) ประกาศรายชื่อผู้ขอกู้ยืมเงินที่ได้รับอนุมัติโดยเปิดเผย ณ สถานศึกษา
(2) รายงานผลการคัดเลือกให้สำนักงานกองทุน และผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)) สาขาที่เปิดบัญชีทราบตามแบบที่สำนักงานกองทุนกำหนด
top

:: หมวด 6 การทำสัญญากู้ยืมและการนำส่งสัญญากู้ยืม
ข้อ 28 ผู้บริหารสถานศึกษาต้องจัดทำสัญญากู้ยืมเงินกับผู้ขอกู้ยืมเงินที่ได้รับอนุมัติให้เป็นไปตามประกาศคณะกรรมการ เรื่อง กำหนดขอบเขตการให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา รวมทั้งระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการกำหนด
ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้สถานศึกษาใช้แบบสัญญากู้ยืมตามที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งสำนักงานกองทุนจะจัดส่งให้ในแต่ละปีเท่านั้น
ข้อ 29 ผู้บริหารสถานศึกษาต้องดำเนินการจัดให้มีการพิมพ์หรือเขียนข้อความในสัญญากู้ยืมก่อนผู้ให้กู้ยืม ผู้กู้ยืมเงิน ผู้ค้ำประกันและผู้รับรองลายมือชื่อผู้ค้ำประกันลงลายมือชื่อ
การลงลายมือชื่อของบุคคลตามวรรคหนึ่ง ต้องลงลายมือชื่อด้วยตนเอง
ข้อ 30 กรณีผู้ค้ำประกันไม่สามารถมาลงลายมือชื่อในสัญญากู้ยืมต่อหน้าเจ้าหน้าที่หรือผู้บริหารสถานศึกษา ต้องมีลายมือชื่อของนายทะเบียนท้องที่ หรือท้องถิ่น ณ ภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้าน หรือภูมิลำเนาที่ประกอบอาชีพของผู้ค้ำประกันรับรองด้วย
ข้อ 31 ผู้บริหารสถานศึกษา ต้องจัดให้มีการตรวจสอบสัญญากู้ยืมและเอกสารประกอบให้ถูกต้องครบถ้วนก่อนนำส่งให้ผู้บริหาร และจัดการเงินให้กู้ยืม (ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)) และต้องลงลายมือชื่อในใบนำส่งสัญญากู้ยืมด้วยทุกครั้ง
ข้อ 32 ผู้บริหารสถานศึกษาต้องส่งสัญญากู้ยืมให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)) สาขาที่สถานศึกษาเปิดบัญชีไว้จำนวนหนึ่งฉบับและให้ผู้ขอกู้ยืมเงินหนึ่งฉบับ พร้อมทั้งสำเนาสัญญากู้ยืมโดยรับรองสำเนาส่งให้ผู้ค้ำประกันหนึ่งฉบับ
เอกสารที่ต้องนำส่งพร้อมสัญญา ประกอบด้วย
(1) สำเนาสมุดคู่ฝากของผู้กู้ยืมเงิน
(2) สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้กู้ยืมเงิน
(3) สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ค้ำประกัน
(4) สำเนาบัตรประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ค้ำประกัน (ถ้ามี)
(5) สำเนาบัตรประกันสังคมของผู้ปกครองและผู้ค้ำประกัน ถ้ามี)
(6) สำเนาประกาศการอนุมัติให้กู้ยืมเงิน
ข้อ 33 ให้สถานศึกษาโดยผู้บริหารสถานศึกษาเปิดบัญชีประเภทออมทรัพย์ของผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)) โดยใช้ชื่อว่า "บัญชีกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาของ (ระบุชื่อสถานศึกษา…………)" และแจ้งเลขที่บัญชีให้กองทุนทราบ
top

:: หมวด 7 การจัดทำทะเบียนผู้กู้ยืมเงิน และการเก็บเอกสาร
ข้อ 34 ผู้บริหารสถานศึกษาต้องเก็บแบบคำขอกู้พร้อมหลักฐานของผู้ขอกู้ยืมเงินไว้เพื่อการตรวจสอบ ดังนี้
(1) กรณีผู้ขอกู้ยืมเงินไม่ได้รับการอนุมัติให้กู้ยืม ให้จัดเก็บไว้หกสิบวันนับตั้งแต่วันที่ไม่ได้รับการอนุมัติ
(2) กรณีผู้ขอกู้ยืมเงินที่ได้รับการอนุมัติให้กู้ยืม ให้จัดเก็บไว้จนกว่าผู้กู้ยืมเงินได้ทำข้อตกลงการชำระหนี้กับผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)) หรือเมื่อได้มีการชำระหนี้ครบถ้วนแล้ว
ข้อ 35 ผู้บริหารสถานศึกษาต้องจัดทำทะเบียนผู้กู้ยืมเงินในแต่ละปีตามแบบที่สำนักงานกองทุนกำหนด และเก็บสำเนาหลักฐานการส่งสัญญากู้ยืมเงินในแต่ละครั้งไว้ที่สถานศึกษา เพื่อการตรวจสอบ
top

:: หมวด 8 การกำกับและส่งเสริมผู้กู้ยืมเงินระหว่างศึกษา
ข้อ 36 ผู้บริหารสถานศึกษาต้องจัดให้มีการกำกับและส่งเสริมผู้กู้ยืมเงินในระหว่างกำลังศึกษา ดังนี้
(1) กำหนดมาตรการตรวจสอบคุณสมบัติผู้กู้ยืมเงิน
(2) ติดตามผลการศึกษาของผู้กู้ยืมเงินอย่างต่อเนื่อง
(3) มอบหมายให้อาจารย์ที่ปรึกษาทำหน้าที่ให้คำแนะนำด้านการกู้ยืมเงินกองทุน
(4) จัดให้มีกิจกรรมเพื่อปลูกจิตสำนึกผู้กู้ยืมเงินในการชำระหนี้คืนกองทุน
(5) จัดประชุมผู้กู้ยืมเงินและ/หรือผู้ปกครอง และ/หรือผู้ค้ำประกันเพื่อชี้แจงทำความเข้าใจเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ และกฎหมายที่เกี่ยวกับกองทุนในโอกาสต่างๆ
ข้อ 37 ผู้บริหารสถานศึกษาต้องรายงานผลการศึกษาของผู้กู้ยืมเงินที่กำลังศึกษาอยู่ ให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)) ทราบตามแบบที่สำนักงานกองทุนกำหนด
ข้อ 38 ผู้บริหารสถานศึกษาต้องตรวจสอบว่าผู้กู้ยืมเงินลงทะเบียนหรือไม่ หากผู้กู้ยืมเงินไม่ลงทะเบียนเรียนต้องแจ้งให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)) ทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นสุดการลงทะเบียนเรียนในแต่ละภาคการศึกษา และให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม ระงับการโอนเงินให้ผู้กู้ยืมดังกล่าวไว้ก่อน
ข้อ 39 ผู้บริหารสถานศึกษาต้องแจ้งการพ้นสภาพการเป็นนักเรียน นักศึกษา ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ของผู้กู้ยืมเงินให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)) ทราบภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่พ้นสภาพตามแบบที่สำนักงานกองทุนกำหนด
การแจ้งการพ้นสภาพตามวรรคหนึ่งให้นับจากกำหนดระยะเวลา แล้วแต่กรณีดังนี้
(1) ตาย นับแต่ที่ได้ดำเนินตาม ข้อ 40
(2) ลาออก นับแต่วันที่ผู้กู้ยืมเงินลาออก
(3) ผลการศึกษาไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ นับแต่วันทราบผลการศึกษา
(4) มีความประพฤติเสียหาย นับตั้งแต่วันที่สถานศึกษามีคำสั่งให้พ้นสภาพ
ข้อ 40 ผู้บริหารสถานศึกษาต้องแจ้งการเสียชีวิตของผู้กู้ยืมเงินทันทีที่ทราบ ให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)) และให้ส่งหลักฐานประกอบให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืมภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่แจ้ง
top

:: หมวด 9 การติดตามผู้กู้ยืมเงินเมื่อสำเร็จการศึกษาหรือเลิกศึกษา
ข้อ 41 ให้ผู้บริหารสถานศึกษาทำทะเบียน และสำรวจข้อมูลที่อยู่ของผู้กู้ยืมเงินที่สำเร็จการศึกษา เลิกศึกษา และพ้นสภาพการเป็นนักเรียน นักศึกษาในแต่ละปีการศึกษาตามแบบที่คณะกรรมการกำหนด และสำเนาส่งให้ผู้บริหารและจัดการเงินให้กู้ยืม (ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน)) ทราบ
ข้อ 42 ให้ผู้บริหารสถานศึกษาให้ความร่วมมือในการสำรวจ ติดตาม และให้ข้อมูลของผู้กู้ยืมเงินตามที่สำนักงานกองทุนร้องขอ
top

:: หมวด 10 มาตรการกำกับผู้กู้ยืมเงินและผู้บริหารสถานศึกษา
ข้อ 43 ห้ามมิให้ผู้บริหารสถานศึกษาหรือบุคคลใด กระทำการใดๆ ในลักษณะนำกองทุนไปโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้บุคคลอื่นเข้ามาศึกษาในสถานศึกษาของตน นอกจากข้อความที่สำนักงานกองทุนกำหนด
ข้อ 44 ผู้บริหารสถานศึกษา และ/หรือเจ้าหน้าที่ของสถานศึกษาที่รับผิดชอบการดำเนินงานกองทุนต้องให้ความร่วมมือในการชี้แจง และจัดเตรียมเอกสารเกี่ยวกับการดำเนินงานกองทุนหรือเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องเมื่อได้รับการร้องขอจากกรรมการ อนุกรรมการหรือผู้จัดการกองทุน แล้วแต่กรณี
ข้อ 45 ในกรณีผู้กู้ยืมเงินไม่ปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2541 ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หลักเกณฑ์ และวิธีการของคณะกรรมการ สำนักงานกองทุนจะดำเนินการตักเตือนและให้ผู้กู้ยืมเงิน ปรับปรุงแก้ไข หากไม่ดำเนินการปรับปรุงแก้ไข จะมีผลต่อการพิจารณาให้กู้ยืมเงินของผู้กู้ยืมรายนั้นในปีต่อไปตามควรแก่กรณี หรือเพิกถอนการให้กู้ยืมเงิน
ข้อ 46 ในกรณีผู้บริหารสถานศึกษา และ/หรือเจ้าหน้าที่ของสถานศึกษาไม่ดำเนินงานกองทุนให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2541 ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ หลักเกณฑ์ และวิธีการของคณะกรรมการ ให้สำนักงานกองทุนดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ดังนี้
1. กรณีเป็นสถาบันการศึกษาของรัฐ
1.1 เตือนเป็นหนังสือให้ปรับปรุงแก้ไข
1.2 แจ้งต้นสังกัดให้ดำเนินการลงโทษทางวินัยของข้าราชการ
1.3 คำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
2. กรณีเป็นสถานศึกษาของเอกชน
2.1 เตือนเป็นหนังสือให้ปรับปรุงแก้ไข
2.2 กำกับและควบคุมการดำเนินงานกองทุนของสถานศึกษานั้น
2.3 ระงับการดำเนินการให้กู้ยืมในคณะ/สาขาวิชาที่มีการจัดการเรียน การสอนไม่เป็นไปตามมาตรฐานของกระทรวงศึกษาธิการ และทบวงมหาวิทยาลัย
2.4 เพิกถอนการมอบอำนาจการดำเนินการตาม พระราชบัญญัติ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. 2541
2.5 เพิกถอนการให้ความเห็นชอบการดำเนินงานกองทุน ตาม ข้อ 16
2.6 ดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
top

:: บทเฉพาะกาล
ข้อ 47 ให้คณะกรรมการพิจารณาให้กู้ยืมเงินประจำสถานศึกษา ซึ่งได้มีการแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์และวิธีการเดิมก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้กู้ยืมเงินประจำสถานศึกษาตาม ข้อ 17 ของระเบียบนี้แล้ว
ข้อ 48 บรรดาข้อกำหนด หลักเกณฑ์และวิธีการใดที่เกี่ยวกับการให้กู้ยืมเงินกองทุน ที่ใช้บังคับอยู่ในวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ ยังคงใช้บังคับต่อไป จนกว่าจะได้มีการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้เป็นไปตามระเบียบนี้ ทั้งนี้ ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ


:: ประกาศ ณ วันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) สมใจนึก เองตระกูล ปลัดกระทรวงการคลัง ประธานกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา

top













 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update