กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  กฎหมาย.คอม ข้อที่  
   

:: ระเบียบการเคหะแห่งชาติ
:: ว่าด้วยการให้บุคคลอื่นลงทุนในที่ดินในความครอบครองของการเคหะแห่งชาติ พ.ศ. 2546 ข้อที่ 1-8

เพื่อให้การจัดประโยชน์ในที่ดินที่อยู่ในความครอบครองของการเคหะแห่งชาติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และสามารถสนองประโยชน์ให้แก่การเคหะแห่งชาติได้เหมาะสมยิ่งขึ้น
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 22 (3) แห่งพระราชบัญญัติ การเคหะแห่งชาติ พ.ศ. 2537 ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติจึงออกระเบียบไว้ ดังนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบการเคหะแห่งชาติ ว่าด้วยการให้บุคคลอื่นลงทุนในที่ดินในความครอบครองของการเคหะแห่งชาติ พ.ศ. 2546"
ข้อ 2[1] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศ เป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิกระเบียบการเคหะแห่งชาติ ที่ 15/2522 ว่าด้วยการให้บุคคลอื่นลงทุนในที่ดินในความครอบครองของการเคหะแห่งชาติ ลงวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2522
ข้อ 4 บรรดาระเบียบ คำสั่ง ประกาศอื่นใดที่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
ข้อ 5 เมื่อการเคหะแห่งชาติต้องการให้บุคคลอื่นลงทุนประกอบกิจการในที่ดินที่อยู่ในความครอบครองของการเคหะแห่งชาติ โดยที่ดินนั้นมีราคาประเมินทุนทรัพย์ของสำนักงานที่ดินทั้งแปลงตั้งแต่สิบล้านบาทขึ้นไป และมีระยะเวลาการเช่าไม่น้อยกว่าสิบปี ให้การเคหะแห่งชาติมีประกาศประกวดข้อเสนอการลงทุนและในประกาศดังกล่าวให้มีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้
5.1 ข้อกำหนดในโครงการการลงทุน
5.2 แผนผังบริเวณที่ดินที่จัดให้มีการลงทุน
5.3 วัน เวลา สถานที่ เปิดและปิดรับข้อเสนอการลงทุน
5.4 ข้อสงวนสิทธิว่าการเคหะแห่งชาติทรงไว้ซึ่งสิทธิที่จะรับข้อเสนอการลงทุนของผู้เสนอรายใดก็ได้ โดยไม่จำเป็นต้องรับข้อเสนอการลงทุนของผู้ที่เสนอให้ผลประโยชน์ตอบแทนสูงสุด หรือจะไม่รับข้อเสนอการลงทุนของผู้เสนอรายหนึ่งรายใดเลยก็ได้
5.5 เงื่อนไขอื่นตามที่เห็นสมควร
ให้กองวางแผนพัฒนาธุรกิจ ฝ่ายวางแผนและจัดการทรัพย์สิน เสนอร่างประกาศประกวดข้อเสนอการลงทุนให้ผู้ว่าการหรือผู้ที่ผู้ว่าการมอบหมายพิจารณาเมื่อได้รับความเห็นชอบจากผู้ว่าการแล้ว ให้กองประชาสัมพันธ์โฆษณาประกาศนั้นให้ประชาชนทราบก่อนกำหนดวันเปิดรับข้อเสนอการลงทุนไม่น้อยกว่าสามสิบวัน
ข้อ 6 การยื่นข้อเสนอการลงทุนจะต้องดำเนินการตามวิธีการที่การเคหะแห่งชาติกำหนด โดยมีรายการดังต่อไปนี้
6.1 รายละเอียดโครงการการลงทุน
6.2 แบบแปลนและรายละเอียดของการก่อสร้าง
6.3 แสดงเจตนายกกรรมสิทธิ์ในอาคารและสิ่งปลูกสร้างที่ผู้ลงทุนได้ก่อสร้างขึ้นทั้งหมดในโครงการ ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของการเคหะแห่งชาติ
6.4 ผลประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นที่จะเสนอให้แก่การเคหะแห่งชาติ เช่น ค่าหน้าดิน ค่าเช่า ฯลฯ เป็นต้น
6.5 กำหนดระยะเวลาที่ยื่นข้อเสนอ
6.6 รายการอื่นตามที่เห็นสมควร
ข้อ 7 ให้ยื่นข้อเสนอการลงทุนต่อกองวางแผนพัฒนาธุรกิจ ฝ่ายวางแผนและจัดการทรัพย์สิน
เมื่อครบกำหนดเวลายื่นข้อเสนอการลงทุนตามที่การเคหะแห่งชาติประกาศตาม ข้อ 5 แล้ว หรือเมื่อได้รับข้อเสนอการลงทุนในกรณีตาม ข้อ 6 แล้ว ตามแต่กรณีให้กองวางแผนพัฒนาธุรกิจ ฝ่ายวางแผนและจัดการทรัพย์สิน รายงานข้อเสนอการลงทุนพร้อมทั้งประมวลรายละเอียด ข้อเสนอแนะกำหนดค่าธรรมเนียมการเช่า อัตราค่าเช่าและเงินอื่นๆ ที่จะเรียกเก็บจากผู้เช่า นำเสนอผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นพิจารณากลั่นกรองก่อนเสนอผู้ว่าการพิจารณาสั่งการต่อไป
ข้อ 8 หนังสือสัญญาให้บุคคลอื่นลงทุนก่อสร้างอาคาร หรือสิ่งปลูกสร้างในที่ดินในความครอบครองของการเคหะแห่งชาติ ต้องมีเงื่อนไขอย่างน้อย ดังต่อไปนี้
8.1 อาคารและสิ่งปลูกสร้างที่ผู้ลงทุนได้ก่อสร้างขึ้นตามโครงการการลงทุน ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของการเคหะแห่งชาติ
8.2 ระยะเวลาให้ผู้ลงทุนมีสิทธิเช่าทรัพย์สินตาม 8.1 ดำเนินกิจการต้องไม่เกินสามสิบปี นับแต่วันที่ทรัพย์สินนั้นตกเป็นกรรมสิทธิ์ของการเคหะแห่งชาติ
8.3 การเคหะแห่งชาติจะพิจารณาปรับปรุงค่าธรรมเนียมการเช่า อัตราค่าเช่า และเงินอื่นๆ ที่เรียกเก็บจากผู้เช่าทุกรอบระยะเวลาสามปี เว้นแต่ผู้ว่าการจะอนุมัติเป็นอย่างอื่น


:: ประกาศ ณ วันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) ชวนพิศ ฉายเหมือนวงศ์ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ

 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update