กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

 
:: ระเบียบสภาวิศวกร
:: ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรม พ.ศ. 2546


:: บทนิยาม ข้อ 1-3
:: หมวด1 การรับข้อกล่าวหา ข้อ 4-6
:: หมวด2 ขั้นตอนและวิธีพิจารณาการไต่สวน ข้อ 7-25
:: หมวด3 คำวินิจฉัยชี้ขาด การแจ้งผล และการนับระยะเวลา ข้อ 26-29
 
 
ขออภัยกำลังปรับปรุงข้อมูลบางลิงค์อาจมีปัญหา ทางทีมงานปรับปรุงข้อมูลทุก 1 เดือน. Contact : webmaster
ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537 โดยสำนักงานกฎหมาย มงคลธรรม ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
 
:: ระเบียบสภาวิศวกร
:: ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรม พ.ศ. 2546 ข้อที่ 1-29


:: บทนิยาม
อาศัยอำนาจตามความใน มาตรา 33 (3) มาตรา 57 และ มาตรา 58 แห่งพระราชบัญญัติ วิศวกร พ.ศ. 2542 โดยอนุมัติของคณะกรรมการสภาวิศวกรในการประชุมครั้งที่ 8/2546 เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2546 คณะกรรมการสภาวิศวกรจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบสภาวิศวกร ว่าด้วยวิธีพิจารณาและวินิจฉัยจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรม พ.ศ. 2546"
ข้อ 2[1] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
ข้อ 3 ในระเบียบนี้
คณะอนุกรรมการไต่สวน หมายความว่า คณะอนุกรรมการซึ่งคณะกรรมการจรรยาบรรณแต่งตั้งขึ้นเพื่อทำการไต่สวนกรณีที่มีการกล่าวหาว่าผู้ได้รับใบอนุญาตประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรม
คณะอนุกรรมการกลั่นกรอง หมายความว่า คณะอนุกรรมการซึ่งคณะกรรมการจรรยาบรรณแต่งตั้งขึ้นเพื่อพิจารณากลั่นกรองเรื่อง กรณีที่มีการกล่าวหาว่าผู้ได้รับใบอนุญาตประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรม ก่อนเสนอต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณ
ข้อกล่าวหา หมายความว่า เรื่องการกล่าวหาหรือการกล่าวโทษตาม มาตรา 51 แห่งพระราชบัญญัติ วิศวกร พ.ศ. 2542
ผู้ถูกกล่าวหา หมายความว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตตาม พระราชบัญญัติ วิศวกร พ.ศ. 2542 ซึ่งถูกกล่าวหาหรือกล่าวโทษตาม มาตรา 51
ผู้กล่าวหา หมายความว่า บุคคลซึ่งได้รับความเสียหาย หรือพบการประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรม หรือกรรมการสภาวิศวกร หรือบุคคลอื่น และทำหนังสือกล่าวหาต่อสภาวิศวกร
เลขาธิการ หมายความว่า เลขาธิการสภาวิศวกร
top

:: หมวด 1 การรับข้อกล่าวหา
ข้อ 4 เมื่อสภาวิศวกรได้รับข้อกล่าวหาจากผู้กล่าวหา ให้เลขาธิการเสนอข้อกล่าวหาต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณโดยไม่ชักช้า
เลขาธิการอาจไม่รับข้อกล่าวหาไว้เพื่อพิจารณาในกรณีข้อกล่าวหาเป็นบัตรสนเท่ห์หรือไม่ปรากฏชื่อผู้กล่าวหาในหนังสือกล่าวหา หรือผู้กล่าวหาไม่ยอมลงชื่อในบันทึกกล่าวหา เมื่อกล่าวหาด้วยตนเอง
ข้อ 5 ให้คณะกรรมการจรรยาบรรณแต่งตั้งคณะอนุกรรมการกลั่นกรองจำนวนไม่น้อยกว่าสามคนเพื่อพิจารณาข้อกล่าวหาที่ได้รับจากคณะกรรมการจรรยาบรรณ โดยประธานอนุกรรมการกลั่นกรองข้อกล่าวหา ต้องแต่งตั้งจากกรรมการในคณะกรรมการจรรยาบรรณ
การประชุมของคณะอนุกรรมการกลั่นกรอง ต้องมีอนุกรรมการกลั่นกรองประชุมจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนอนุกรรมการกลั่นกรองทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
เมื่อคณะอนุกรรมการกลั่นกรองเห็นว่าข้อกล่าวหาใดเข้าข่ายการประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรม หรือมีข้อมูลอันควรได้รับการพิจารณา ให้เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณเพื่อพิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนตามที่เห็นสมควร ส่วนข้อกล่าวหาใดเห็นว่าไม่เข้าข่ายการประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรม หรือไม่มีมูลอันควรได้รับการพิจารณา ก็ให้เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณเพื่อพิจารณาต่อไป
ข้อ 6 ข้อกล่าวหาใดไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะไต่สวน และสภาวิศวกรไม่สามารถหาพยานหลักฐานได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันที่สภาวิศวกรได้รับเรื่องให้ประธานกรรมการจรรยาบรรณมีหนังสือแจ้งจำหน่ายข้อกล่าวหานั้น ให้เลขาธิการเพื่อพิจารณาต่อไป
top

:: หมวด 2 ขั้นตอนและวิธีพิจารณาการไต่สวน
ข้อ 7 เมื่อคณะกรรมการจรรยาบรรณได้รับข้อกล่าวหาจากคณะอนุกรรมการกลั่นกรองแล้วให้ดำเนินการพิจารณา ถ้าเห็นว่าไม่เข้าข่ายการประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรม หรือไม่มีมูลอันควรได้รับการพิจารณา ให้ประธานกรรมการจรรยาบรรณ มีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาแก่เลขาธิการเพื่อแจ้งผู้เกี่ยวข้องต่อไป
หากคณะกรรมการจรรยาบรรณเห็นว่าข้อกล่าวหาใด เข้าข่ายการประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรมหรือมีมูลอันควรได้รับการพิจารณา ให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน โดยประธานอนุกรรมการไต่สวนต้องแต่งตั้งจากกรรมการในคณะกรรมการจรรยาบรรณ ซึ่งได้รับใบอนุญาตในสาขาวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมในสาขาเดียวกันกับผู้ถูกกล่าวหาเป็นประธานที่ไต่สวน และผู้ได้รับใบอนุญาตในระดับไม่ต่ำกว่าผู้ถูกกล่าวหาในสาขาวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมที่ไต่สวน เป็นอนุกรรมการไต่สวนอีกจำนวนไม่น้อยกว่าสองคนร่วมเป็นคณะอนุกรรมการไต่สวน
การประชุมของคณะอนุกรรมการไต่สวน ต้องมีอนุกรรมการไต่สวนมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนอนุกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม
คำสั่งแต่งตั้งนั้นให้ทำเป็นคำสั่งคณะกรรมการจรรยาบรรณและระบุตัวผู้ถูกกล่าวหานั้นด้วย
การไต่สวนผู้ได้รับใบอนุญาตที่เป็นนิติบุคคล ซึ่งเป็นหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วนหรือผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งเป็นกรรมการของบริษัท หรือผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งเป็นสมาชิกในคณะผู้บริหารของนิติบุคคลหรือผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วน หรือผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัท หรือผู้ได้รับใบอนุญาตซึ่งเป็นผู้มีอำนาจบริหารแต่ผู้เดียวของนิติบุคคล
ข้อกล่าวหาใดปรากฏชัดแก่คณะกรรมการจรรยาบรรณว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่เป็นผู้ประพฤติผิดจรรยาบรรณหรือประพฤติผิดจรรยาบรรณจริง คณะกรรมการจรรยาบรรณจะพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดโดยยก ข้อกล่าวหาก็ได้
ข้อ 8 เมื่อคณะกรรมการจรรยาบรรณได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนแล้วให้ประธานกรรมการจรรยาบรรณมีหนังสือแจ้งข้อกล่าวหา พร้อมทั้งส่งสำเนาหนังสือคำกล่าวหาและสำเนาคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน ให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนเริ่มการพิจารณาของคณะอนุกรรมการไต่สวน และให้คณะอนุกรรมการไต่สวนนัดไต่สวนโดยเร็ว
ผู้ถูกกล่าวหามีสิทธิทำคำชี้แจง หรือนำพยานหลักฐานใดๆ ส่งให้คณะกรรมการจรรยาบรรณ หรือคณะอนุกรรมการไต่สวนภายในสิบห้าวันนับแต่วันได้รับแจ้งจากประธานกรรมการจรรยาบรรณ หรือภายในเวลาที่คณะกรรมการจรรยาบรรณกำหนด
ข้อ 9 ผู้ถูกกล่าวหา อาจคัดค้านการแต่งตั้งอนุกรรมการผู้ใดในคณะอนุกรรมการไต่สวน ถ้าปรากฏว่าอนุกรรมการคนนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างหนึ่งอย่างใดในกรณีต่อไปนี้
(1) เป็นผู้มีส่วนได้เสียในข้อกล่าวหานั้น
(2) เป็นผู้มีสาเหตุโกรธเคืองกับผู้ถูกกล่าวหา
ให้ผู้ถูกกล่าวหา ทำเป็นหนังสือแสดงเหตุผลที่คัดค้านนั้นยื่นต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณ ภายในสิบห้าวันนับแต่วันได้รับแจ้งข้อกล่าวหาจากประธานกรรมการจรรยาบรรณ ตาม ข้อ 8
เมื่อประธานกรรมการจรรยาบรรณได้รับเรื่องการคัดค้านของอนุกรรมการไต่สวนแล้วให้เรียกประชุมคณะกรรมการจรรยาบรรณ เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่าการคัดค้านนั้นมีเหตุผลฟังได้ให้สั่งเปลี่ยนแปลงคณะอนุกรรมการไต่สวนตามควรแก่กรณีโดยด่วน แต่ถ้าพิจารณาแล้วเห็นว่าการคัดค้านนั้นไม่มีเหตุผลอันควรฟังได้ ก็ให้สั่งยกคำคัดค้านนั้นเสีย ในกรณีนี้ให้บันทึกเหตุผลนั้นไว้ในสำนวนการไต่สวนด้วย
ข้อ 10 เมื่อได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนแล้ว ถ้ามีเหตุสมควรหรือจำเป็นต้องเปลี่ยนตัวอนุกรรมการไต่สวน หรือต้องแต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนเพิ่มขึ้นให้คณะกรรมการจรรยาบรรณออกคำสั่งเปลี่ยนตัว อนุกรรมการไต่สวนหรือแต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนเพิ่มขึ้น แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ให้ดำเนินการตาม ข้อ 7 โดยอนุโลมแล้วแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบด้วย
การเปลี่ยนตัวอนุกรรมการไต่สวน หรือแต่งตั้งอนุกรรมการไต่สวนเพิ่มขึ้นดังกล่าวนี้ ไม่มีผลกระทบต่อการไต่สวนที่ได้ดำเนินการไปก่อนแล้ว
ข้อ 11 เมื่อประธานอนุกรรมการไต่สวนได้รับทราบคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนแล้ว ให้บันทึกวัน เดือน ปี ที่ได้รับทราบคำสั่งนั้นไว้ในสำนวนการไต่สวนแล้วให้รีบไต่สวนให้เสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่ง ถ้าเห็นว่าการไต่สวนไม่ทันกำหนดก็ให้เสนอคณะกรรมการจรรยาบรรณพิจารณาขยายเวลาการไต่สวนออกไปอีกครั้งละไม่เกินหกสิบวัน แต่ห้ามมิให้ขยายเวลาการไต่สวนเกินกว่าสามครั้ง
เมื่อคณะอนุกรรมการไต่สวนไต่สวนเสร็จแล้ว ให้สรุปผลการไต่สวนเสนอต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณเพื่อพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาด ดังต่อไปนี้
(1) ยกข้อกล่าวหา
(2) ตักเตือน
(3) ภาคทัณฑ์ที่มีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควรแต่ไม่เกินห้าปี
(4) พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควรแต่ไม่เกินห้าปี
(5) เพิกถอนใบอนุญาต
ข้อ 12 ถ้าปรากฏว่าการไต่สวนผู้ถูกกล่าวหา ประพฤติผิดในเรื่องอื่นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเดิม ให้คณะอนุกรรมการไต่สวนไต่สวนในเรื่องดังกล่าวด้วย แต่ถ้าเป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเดิม ให้ประธานอนุกรรมการไต่สวนรายงานต่อคณะกรรมการจรรยาบรรณเพื่อคณะกรรมการจรรยาบรรณจะพิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนชุดใหม่ไต่สวนในเรื่องนั้นๆ แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ต้องแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ เพื่อแก้ข้อกล่าวหานั้นๆ ตามวิธีการใน ข้อ 8
ข้อ 13 กรณีที่การไต่สวนมีมูลพาดพิงถึงผู้ได้รับใบอนุญาตอื่น ที่มิได้ระบุตัวเป็นผู้ถูกกล่าวหา ตามคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนนั้นว่าเป็นผู้ที่มีส่วนร่วมกระทำผิดฝ่าฝืนกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรม ให้ประธานอนุกรรมการไต่สวนรีบรายงานคณะกรรมการจรรยาบรรณเพื่อพิจารณาต่อไป
เมื่อคณะกรรมการจรรยาบรรณพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตตามวรรคแรกเข้าข่ายมีส่วนร่วมกระทำผิด ให้คณะกรรมการจรรยาบรรณแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนไต่สวนผู้ได้รับใบอนุญาตนั้นโดยจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนชุดเดิมหรือชุดใหม่ก็ได้ ทั้งนี้ ให้ดำเนินการตาม ข้อ 7 และ ข้อ 8 กรณีเช่นว่านี้ให้ใช้พยานหลักฐานที่ดำเนินการไต่สวนมาแล้วนั้นประกอบการพิจารณาความผิดของผู้มีส่วนร่วมประพฤติผิดนั้น ได้ตามแต่คณะอนุกรรมการไต่สวนจะเห็นสมควร
ข้อ 14 การไต่สวนผู้ถูกกล่าวหา ให้คณะอนุกรรมการไต่สวนแจ้งข้อกล่าวหาเท่าที่ปรากฏให้ผู้ถูกกล่าวหา ทราบ และให้โอกาสแก่ผู้ถูกกล่าวหา ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาตลอดจนนำพยานหลักฐานมาสืบแก้ข้อกล่าวหา ตามควรแก่กรณีในเวลาอันสมควร
ผู้ถูกกล่าวหา จะนำพยานหลักฐานมาเองหรือจะขอให้คณะอนุกรรมการไต่สวนเรียกพยานหลักฐานนั้นมาก็ได้
ข้อ 15 การชี้แจงข้อกล่าวหา ผู้ถูกกล่าวหา อาจใช้ถ้อยคำหรือทำคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรลงลายมือชื่อยื่นต่อคณะอนุกรรมการไต่สวนได้
คณะอนุกรรมการไต่สวนมีอำนาจให้ผู้ถูกกล่าวหา ชี้แจงข้อกล่าวหาได้ตามที่เห็นสมควร ภายในเวลาที่กำหนด
ข้อ 16 ถ้าผู้ถูกกล่าวหา ไม่ยอมรับคำสั่งของคณะกรรมการจรรยาบรรณและไม่ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาภายในเวลาที่กำหนด ให้คณะอนุกรรมการไต่สวนดำเนินการไต่สวนไปโดยไม่ต้องไต่สวนผู้ถูกกล่าวหา แต่ต้องบันทึกเหตุนั้นไว้ในสำนวนการไต่สวนด้วย
ข้อ 17 การไต่สวนปากคำผู้ถูกกล่าวหา หรือพยาน ให้บันทึกถ้อยคำเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วอ่านให้ผู้ให้ถ้อยคำฟัง เมื่อรับว่าถูกต้องแล้วให้ลงลายมือชื่อไว้ให้คณะอนุกรรมการไต่สวนที่นั่งไต่สวนในขณะนั้นทุกคนลงลายมือชื่อกำกับด้วย ถ้าผู้ให้ถ้อยคำไม่สามารถหรือไม่ยอมลงลายมือชื่อก็ให้บันทึกเหตุนั้นไว้
ข้อ 18 ถ้าผู้ถูกกล่าวหา ยื่นคำชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องที่ไต่สวนนั้นต่อคณะอนุกรรมการไต่สวนหรือต่อประธานกรรมการจรรยาบรรณ ก่อนคณะกรรมการจรรยาบรรณมีการวินิจฉัยข้อกล่าวหา ให้คณะอนุกรรมการไต่สวนหรือประธานกรรมการจรรยาบรรณรับคำชี้แจงนั้นเข้าสำนวนเรื่องไว้พิจารณาด้วย
ข้อ 19 การไต่สวนทุกครั้ง ผู้ถูกกล่าวหา มีสิทธินำทนายความหรือที่ปรึกษาของตนเข้ามาในการไต่สวนได้ และการใดที่ทนายความหรือที่ปรึกษาได้กระทำลงต่อหน้าคณะกรรมการจรรยาบรรณหรือคณะอนุกรรมการไต่สวน ให้ถือว่าเป็นการกระทำของผู้ถูกกล่าวหา เว้นเสียแต่ว่าผู้ถูกกล่าวหาจะได้คัดค้านเสียในขณะนั้น
ข้อ 20 การไต่สวนพยาน ถ้าพยานไม่มาหรือไม่ยอมให้ถ้อยคำต่อคณะอนุกรรมการไต่สวน หรือคณะอนุกรรมการไต่สวนเรียกพยานมาไม่ได้ภายในกำหนดเวลาอันสมควรคณะอนุกรรมการไต่สวนจะไม่ไต่สวนพยานนั้นก็ได้ แต่ต้องบันทึกเหตุนั้นไว้ในสำนวนการไต่สวนด้วย ทั้งนี้เว้นแต่ คณะอนุกรรมการไต่สวนเห็นว่ามีเหตุอันสมควรที่พยานไม่สามารถมาได้ตามกำหนด หรือได้ตัวพยานมาให้ถ้อยคำก่อนการไต่สวนจะสิ้นสุดลง ก็อาจไต่สวนพยานนั้นได้ตามควรแก่กรณี
ข้อ 21 ในการไต่สวนพยาน ถ้าคณะอนุกรรมการไต่สวนเห็นว่าการไต่สวนพยานนั้น จะทำให้การไต่สวนล่าช้าโดยไม่จำเป็นหรือไม่ใช่ประเด็นสำคัญ คณะอนุกรรมการไต่สวนจะงดการไต่สวนพยานนั้นก็ได้ แต่ต้องบันทึกเหตุนั้นไว้ในสำนวนการไต่สวนด้วย
ข้อ 22 ให้คณะอนุกรรมการไต่สวนรวบรวมพยานหลักฐานเท่าที่สามารถจะทำได้ เพื่อทราบข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ต่างๆ อันเกี่ยวกับข้อกล่าวหา
ข้อ 23 กรณีที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดชี้ขาดเกี่ยวกับผู้ถูกกล่าวหาใด ถ้าคณะอนุกรรมการไต่สวนเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษานั้นได้ความประจักษ์ชัดอยู่แล้ว คณะอนุกรรมการไต่สวนจะฟังข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในคำพิพากษานั้นโดยไม่ไต่สวนผู้ถูกกล่าวหา หรือพยานก็ได้
ข้อ 24 เมื่อการไต่สวนเสร็จแล้ว ให้คณะอนุกรรมการไต่สวนทำรายงานสรุปผลการไต่สวนพร้อมทั้งข้อเท็จจริง พร้อมแสดงความคิดเห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาประพฤติผิดกฎหมายหรือจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพวิศวกรรมฐานใดมาตราใดหรือไม่ ถ้าประพฤติผิดสมควรลงโทษสถานใด เสนอต่อประธานกรรมการจรรยาบรรณพร้อมทั้งสำนวนการไต่สวน ถ้าอนุกรรมการไต่สวนคนใดมีความเห็นแย้งให้ทำบันทึกความเห็นแย้งติดไว้ในสำนวนการไต่สวนด้วย
ถ้าคณะกรรมการจรรยาบรรณเห็นควรให้ไต่สวนเพิ่ม ประการใด ให้สั่งคณะอนุกรรมการไต่สวนไต่สวนเพิ่มได้ตามความจำเป็น
ข้อ 25 การไต่สวนตอนใดที่ไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์และวิธีการตามระเบียบนี้ในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญ และไม่ทำให้สำนวนการไต่สวนทั้งหมดเสียไป ในกรณีคณะกรรมการจรรยาบรรณจะสั่งให้ดำเนินการเสียใหม่เฉพาะตอนที่ไม่ถูกต้องก็ได้ แต่ถ้าการไต่สวนตอนนั้นเป็นสาระสำคัญ คณะกรรมการจรรยาบรรณจะสั่งให้ดำเนินการไต่สวนเฉพาะตอนนั้นหรือทั้งหมดก็ได้
top

:: หมวด 3 คำวินิจฉัยชี้ขาด การแจ้งผล และการนับระยะเวลา
ข้อ 26 เมื่อคณะกรรมการจรรยาบรรณได้รับรายงานไต่สวนสรุปข้อเท็จจริงของคณะอนุกรรมการไต่สวนแล้ว คณะกรรมการจรรยาบรรณมีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดต่อไปนี้
(1) ยกข้อกล่าวหา
(2) ตักเตือน
(3) ภาคทัณฑ์ที่มีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควรแต่ไม่เกินห้าปี
(4) พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควรแต่ไม่เกินห้าปี
(5) เพิกถอนใบอนุญาต
ในการนี้คณะกรรมการจรรยาบรรณมีอำนาจเชิญผู้ถูกกล่าวหาและผู้เกี่ยวข้องอื่นใดมาให้ถ้อยคำเพิ่มเติมก็ได้
กรณีที่คณะกรรมการจรรยาบรรณมีคำวินิจฉัยชี้ขาดให้ยกข้อกล่าวหา ให้เลขาธิการแจ้งผลการพิจารณาพร้อมคำวินิจฉัยให้ผู้ถูกกล่าวหาและผู้เกี่ยวข้องทราบ
ข้อ 27 กรณีที่คณะกรรมการจรรยาบรรณมีคำวินิจฉัยชี้ขาดให้ตักเตือนภาคทัณฑ์ พักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอนใบอนุญาต ให้เลขาธิการแจ้งผลการพิจารณาพร้อมคำวินิจฉัยให้ผู้เกี่ยวข้องทราบ และแจ้งผู้ถูกกล่าวหานั้นว่ามีสิทธิในการอุทธรณ์คำวินิจฉัยชี้ขาดนั้นต่อคณะกรรมการสภาวิศวกรภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับคำวินิจฉัย ถ้าเป็นคำนิจฉัยให้พักใช้ใบอนุญาต หรือให้เพิกถอนใบอนุญาต ให้เลขาธิการเรียกใบอนุญาตและวุฒิบัตรถ้ามี คืนแก่สภาวิศวกรภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับแจ้งคำวินิจฉัยชี้ขาด
ให้คำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการจรรยาบรรณมีผลบังคับใช้นับแต่วันที่คณะกรรมการจรรยาบรรณวินิจฉัยชี้ขาด ถ้ามีการอุทธรณ์คำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการจรรยาบรรณ เมื่อคณะกรรมการสภาวิศวกรมีมติอย่างใดแล้วให้มีผลบังคับตามมติของคณะกรรมการสภาวิศวกร
เมื่อคณะกรรมการสภาวิศวกรมีคำวินิจฉัยชี้ขาดเป็นที่สุดแล้ว ให้เลขาธิการจัดทำคำสั่งสภาวิศวกรพร้อมทั้งเหตุผลของคำวินิจฉัยชี้ขาด แจ้งผู้เกี่ยวข้องทราบพร้อมทำสำเนาคำสั่งสภาวิศวกร ติดประกาศไว้ ณ สำนักงานสภาวิศวกรและประกาศด้วยวิธีอื่นด้วยอย่างน้อยสิบห้าวัน และให้เลขาธิการแจ้งสิทธิ วิธีการ และระยะเวลาในการฟ้องคดีต่อศาลปกครองให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ
ให้บันทึกคำวินิจฉัยชี้ขาดนั้นๆ ไว้ในทะเบียนประวัติของผู้ถูกกล่าวหา
ข้อ 28 การแจ้งผลคำวินิจฉัยชี้ขาดให้จัดส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังที่อยู่ตามที่ผู้ถูกกล่าวหา และผู้เกี่ยวข้องได้แจ้งไว้กับสภาวิศวกร
กรณีที่ไม่อาจดำเนินการตามวรรคหนึ่งได้ ให้ดำเนินการจัดส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับไปยังภูมิลำเนาของผู้ถูกกล่าวหาและผู้เกี่ยวข้อง และปิดประกาศไว้ในที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย ณ สำนักงานสภาวิศวกรมีกำหนดสิบห้าวัน และให้ถือว่าผู้ถูกกล่าวหาและผู้เกี่ยวข้องทราบคำวินิจฉัยชี้ขาดแล้ว เมื่อครบกำหนดสิบห้าวันนับแต่วันที่ปิดประกาศดังกล่าว
ข้อ 29 กรณีที่คำวินิจฉัยชี้ขาดให้เพิกถอนใบอนุญาตของนิติบุคคลผู้ได้รับใบอนุญาต ให้มีผลเป็นการเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมของบุคคล ดังนี้
(1) ให้มีผลเป็นการเพิกถอนใบอนุญาตของผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลและ/หรือ
(2) ให้มีผลเป็นการเพิกถอนใบอนุญาตของหุ้นส่วนของห้างหุ้นส่วน กรรมการของบริษัท ผู้บริหารของนิติบุคคล และพนักงานหรือลูกจ้างของนิติบุคคล ทั้งนี้ เฉพาะผู้ที่มีส่วนร่วมในการกระทำอันเป็นเหตุให้นิติบุคคลถูกเพิกถอนใบอนุญาต
(3) ห้ามบุคคลที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตตามความใน (1) และ (2) เป็นผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลซึ่งได้รับใบอนุญาตตาม พระราชบัญญัติ วิศวกร พ.ศ. 2542 จนกว่าจะพ้นห้าปี นับแต่วันที่ถูกสั่งเพิกถอนใบอนุญาต


:: ประกาศ ณ วันที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2546
:: (ลงชื่อ) ฉดับ ปัทมสูต นายกสภาวิศวกร

top


 
 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update