แนะนำ ขอคำแนะนำ ต้องการสนับสนุน 
กฎหมายดอตคอม คลิกที่นี่!!หน้าหลัก กฎหมายดอตคอม
     
 
 

ระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
ว่าด้วยการให้ทุนข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินไปศึกษาเพิ่มเติมในต่างประเทศ
พ.ศ. 2547
 

โดยที่เห็นสมควรสนับสนุนและให้โอกาสข้าราชการเข้ารับการศึกษาและฝึกอบรมอย่างเพียงพอในด้านต่างๆ ในต่างประเทศ เพื่อพัฒนาศักยภาพความรู้ความสามารถและประสบการณ์การตรวจเงินแผ่นดินให้เป็นไปตามนโยบายการตรวจเงินแผ่นดิน จึงเห็นควรให้ทุนข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินไปศึกษาเพิ่มเติมในต่างประเทศ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. 2542 คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ว่าด้วยการให้ทุนข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินไปศึกษาเพิ่มเติมในต่างประเทศ พ.ศ. 2547"
ข้อ 2[1] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 3 ในระเบียบนี้
"ข้าราชการ" หมายความว่า ข้าราชการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
"สำนักงาน" หมายความว่า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
"ศึกษา หมายความว่า การเพิ่มพูนความรู้ด้วยการเรียน หรือการวิจัย ตามหลักสูตรของสถาบันการศึกษาต่างประเทศเพื่อให้ได้มีซึ่งปริญญา และหมายความรวมถึงการรับคำแนะนำหรือการดูงานก่อนเข้าศึกษา และการฝึกอบรม
"ทุน" หมายความว่า เงินค่าใช้จ่ายเพื่อการศึกษา และเพื่อการครองชีพระหว่างศึกษาและหมายความรวมถึงเงินค่าพาหนะเดินทางเพื่อการนี้ด้วย ได้แก่
(ก) ทุนที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้ให้โดยจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
(ข) ทุนที่รัฐบาลต่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศ องค์การต่างประเทศ นิติบุคคลต่างประเทศ นิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดาในประเทศมอบให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเพื่อส่งข้าราชการไปศึกษาในต่างประเทศ และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินตกลงรับทุนนั้น ทั้งนี้ไม่ว่าทุนนั้นจะจ่ายผ่านสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือจ่ายให้ผู้รับทุนโดยตรง หรือจ่ายโดยวิธีการอื่นใด
(ค) ทุนอื่นที่ไม่ใช่ (ก) และ (ข) โดยความเห็นชอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน
"ในต่างประเทศ" หมายความว่า สถาบันการศึกษาในประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อังกฤษ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ฝรั่งเศส สหพันธรัฐเยอรมนี หรือประเทศอื่นตามที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินกำหนด
ข้อ 4 ให้มีคณะกรรมการกำหนดโครงการให้ทุนข้าราชการไปศึกษา ฝึกอบรมในต่างประเทศคณะหนึ่ง เรียกโดยย่อว่า ก.ข.ต. ประกอบด้วยผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินหรือรองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินที่ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินมอบหมายเป็นประธาน ข้าราชการตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ 9 จำนวนไม่น้อยกว่า 5 คน เป็นกรรมการ และให้ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลเป็นเลขานุการ
ก.ข.ต. มีหน้าที่พิจารณากำหนดความสำคัญของสาขาวิชาที่สำนักงานต้องการซึ่งควรจะให้ทุนข้าราชการไปศึกษาตามลำดับก่อนหลัง โดยคำนึงถึงความรีบด่วนและความจำเป็นมากน้อยของโครงการหรือแผนงานที่สำนักงานกำหนดไว้ กับให้มีหน้าที่กำหนดหลักเกณฑ์ หรือข้อปฏิบัติตามระเบียบนี้
ข้อ 5 การให้ทุนข้าราชการผู้ใดไปศึกษาในต่างประเทศ ให้พิจารณาความจำเป็นและความต้องการของสำนักงานที่จะได้ผู้ที่มีความรู้ความชำนาญในสาขาวิชา และระดับความรู้ที่เหมาะสมแก่หน้าที่ที่กำหนดให้กลับมาปฏิบัติ ทั้งนี้ให้กำหนดโครงการศึกษากับกำหนดแผนงานหรือโครงการที่จะให้ข้าราชการผู้นั้นกลับมาปฏิบัติงานไว้ล่วงหน้าเป็นการแน่นอน
สาขาวิชาและระดับความรู้ที่จะให้ทุนข้าราชการไปศึกษาในต่างประเทศ ได้แก่ สาขาการบัญชี นิติศาสตร์ การบริหาร เศรษฐศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ โดยจะให้ไปศึกษาได้เฉพาะในระดับปริญญาโทไม่เกิน 2 ปี ปริญญาโท - เอก หรือปริญญาเอกประมาณ 3 - 5 ปี หรือตามที่ ก.ข.ต. กำหนด
ให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้พิจารณาอนุมัติให้ทุนข้าราชการไปศึกษาในต่างประเทศ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณาให้ทุนที่ ก.ข.ต. กำหนด และเพื่อประโยชน์ในการให้ทุนข้าราชการไปศึกษาในต่างประเทศ อาจให้ทุนข้าราชการไปฝึกอบรมภาษาต่างประเทศก่อนการให้ทุนตามวรรคสองก็ได้
ข้อ 6 ให้สำนักงานเป็นผู้รับผิดชอบงบประมาณตามข้อ 3 (ก) โดยให้จ่ายปีละไม่เกิน 3 ทุน และข้าราชการคนหนึ่งมีสิทธิรับทุนได้เพียงหนึ่งทุน ตามอัตราดังต่อไปนี้
(1) ทุนระดับปริญญาโท ปีละประมาณ 1,000,000 - 1,500,000 บาท ต่อทุน
(2) ทุนระดับปริญญาโท-เอก ปีละประมาณ 1,200,000 - 1,700,000 บาท ต่อทุน
(3) ทุนระดับปริญญาเอก ปีละประมาณ 1,200,000 - 1,700,000 บาท ต่อทุน
ความในวรรคแรกไม่ใช้บังคับกับทุนตามข้อ 3 (ข) และ (ค) โดยวิธีการและหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายทุนให้เป็นไปตามที่ ก.ข.ต. กำหนด
หากทุนที่สำนักงานได้รับตามข้อ 3 (ข) และ (ค) ไม่เพียงพอสำนักงานอาจพิจารณาสนับสนุนงบประมาณรายจ่ายของสำนักงานเพิ่มเติมก็ได้
ข้อ 7 ให้สำนักงานจ่ายค่าใช้จ่ายก่อนออกเดินทางไปศึกษาในต่างประเทศในลักษณะเหมาจ่ายให้แก่ข้าราชการซึ่งได้รับทุนตามที่เห็นสมควร ซึ่งได้แก่
(ก) ค่าตรวจร่างกายและอนามัย
(ข) ค่าธรรมเนียมในการออกวีซ่า
(ค) ค่าใช้จ่ายในการจัดหาสถานศึกษา
(ง) ค่าเรียนภาษาต่างประเทศหรือค่าเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมในการทดสอบความรู้เพื่อใช้ประกอบในการสมัครเข้าศึกษา
(จ) ค่าธรรมเนียมในการทดสอบความรู้เพื่อใช้ประกอบในการสมัครเข้าศึกษา
ข้อ 8 ให้สำนักงานทำสัญญาให้ข้าราชการที่ได้รับทุนไปศึกษาในต่างประเทศกลับมารับราชการตามแผนงานหรือโครงการที่ ก.ข.ต. กำหนด เป็นเวลาไม่น้อยกว่าสองเท่าของเวลาที่ข้าราชการผู้นั้นไปศึกษา
ข้าราชการที่ได้รับทุนผู้ใดไม่ได้กลับมารับราชการตามสัญญาต้องชดใช้เงินให้แก่สำนักงานโดยให้ชดใช้ทุน เงินเดือนที่ได้รับระหว่างศึกษา และเงินที่สำนักงานจ่ายช่วยเหลือ กับให้ใช้เงินอีกจำนวนสองเท่าของจำนวนทุน เงินเดือน และเงินที่สำนักงานจ่ายช่วยเหลือดังกล่าว ให้เป็นเบี้ยปรับแก่สำนักงานอีกด้วย
ในกรณีที่ข้าราชการที่ได้รับทุนผู้ใดกลับมาแล้วรับราชการไม่ครบกำหนด ตามสัญญาก็ให้ลดเงินที่จะต้องชดใช้และเบี้ยปรับตามวรรคสองลงตามส่วน
การทำสัญญาให้เป็นไปตามแบบและวิธีการที่ ก.ข.ต. กำหนด
ข้อ 9 การให้ทุนการศึกษาแก่ข้าราชการตั้งแต่ระดับ 2 หรือเทียบเท่าลงมา จะกระทำมิได้เว้นแต่กรณีที่ ก.ข.ต. จะพิจารณาตามความจำเป็นเฉพาะราย
ข้อ 10 ข้าราชการที่จะได้รับทุนไปศึกษาในต่างประเทศ ต้องมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
(1) เป็นข้าราชการผู้มีเวลารับราชการมาแล้วไม่น้อยกว่าหนึ่งปี เว้นแต่จะได้รับการอนุมัติจาก ก.ข.ต. เป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย
(2) ผู้ไปศึกษาต้องมีอายุไม่เกิน 40 ปี ทั้งนี้นับถึงวันเดินทางไปต่างประเทศ เว้นแต่จะได้รับการอนุมัติจาก ก.ข.ต. เป็นกรณีพิเศษเฉพาะราย
(3) ต้องสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีหรือปริญญาโทในสาขาที่จะศึกษาโดยจะต้องมีคะแนนเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 3.00 หรือร้อยละ 70 หรือตามที่ ก.ข.ต. กำหนด
(4) เป็นผู้มีความรู้ภาษาต่างประเทศที่จะใช้ในการศึกษานั้นได้ในระดับที่ ก.ข.ต. กำหนด
(5) เป็นผู้มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงและมีสุขภาพอนามัยดีพอที่จะไปศึกษาในต่างประเทศได้ โดยผ่านการตรวจรับรองจากคณะกรรมการแพทย์ที่ ก.ข.ต. กำหนด
(6) สำหรับข้าราชการที่เคยได้ทุนให้ไปศึกษาต่อในต่างประเทศตามระเบียบนี้มาแล้ว จะต้องเป็นผู้ที่กลับมาปฏิบัติราชการภายหลังสำเร็จการศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี
ความในวรรคแรกไม่ใช้บังคับกับทุนตามข้อ 3 (ข) และ (ค)
ข้อ 11 ข้าราชการที่ได้รับทุนไปศึกษาในต่างประเทศจะเปลี่ยนแปลงกำหนดระยะเวลา สถานศึกษา หรือแนวการศึกษาให้ผิดไปจากที่ได้รับอนุมัติไว้มิได้ เว้นแต่จะได้รับการอนุมัติจาก ก.ข.ต.
ข้าราชการผู้ใดไม่ปฏิบัติตามความในวรรคแรก หากสำเร็จการศึกษาแล้วให้ชดใช้ทุน เงินเดือนที่ได้รับระหว่างศึกษา และเงินที่สำนักงานจ่ายช่วยเหลือ กับให้ใช้เงินอีกจำนวนสองเท่าของจำนวนทุนเงินเดือน และเงินที่สำนักงานจ่ายช่วยเหลือดังกล่าวให้เป็นเบี้ยปรับแก่สำนักงานอีกด้วย
ในกรณีที่ข้าราชการผู้ใดไม่ปฏิบัติตามความในวรรคแรกและยังอยู่ในระหว่างศึกษา ให้สำนักงานระงับการให้ทุนและเรียกตัวข้าราชการผู้นั้นกลับประเทศไทยโดยด่วนภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งเรียก และข้าราชการผู้นั้นต้องชดใช้เงินให้แก่สำนักงาน โดยชดใช้ทุน เงินเดือน และเงินที่สำนักงานจ่ายช่วยเหลือเท่ากับจำนวนเงินที่ข้าราชการผู้นั้นได้รับระหว่างศึกษา กับให้ใช้เงินอีกจำนวนสองเท่าของเงินจำนวนดังกล่าวให้เป็นเบี้ยปรับแก่สำนักงานอีกด้วย
ข้อ 12 ข้าราชการที่ได้รับทุนไปศึกษาในต่างประเทศ ต้องอยู่ในความดูแลและปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่งหรือคำแนะนำของสำนักงานหรือผู้ที่สำนักงานมอบหมายให้ดูแลข้าราชการที่ได้รับทุนโดยเคร่งครัด
ข้าราชการที่ไปศึกษาในต่างประเทศด้วยทุนตามข้อ 3 (ข) ต้องอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐบาลต่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศ องค์การต่างประเทศ หรือนิติบุคคลต่างประเทศที่ให้ทุนแก่ข้าราชการผู้นั้นแล้วแต่กรณี และต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับ คำสั่ง หรือ คำแนะนำโดยเคร่งครัดอีกด้วย
กรณีข้าราชการผู้ใดไม่ปฏิบัติตามความในวรรคแรกหรือวรรคสองและได้รับการเตือนเป็นหนังสือจากสำนักงาน ผู้ที่สำนักงานมอบหมาย เจ้าหน้าที่ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐบาลต่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศ องค์การต่างประเทศ หรือนิติบุคคลต่างประเทศแล้วแต่กรณีแล้ว หากไม่ปฏิบัติตามความในวรรคแรกหรือวรรคสองอีก ให้สำนักงานระงับการให้ทุนและเรียกตัวข้าราชการผู้นั้นกลับประเทศไทยโดยด่วนภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งเรียก และข้าราชการผู้นั้นต้องชดใช้เงินให้แก่สำนักงานโดยให้ชดใช้ทุน เงินเดือน และเงินที่สำนักงานจ่ายช่วยเหลือเท่ากับจำนวนเงินที่ข้าราชการผู้นั้นได้รับระหว่างศึกษา กับให้ใช้เงินอีกจำนวนสองเท่าของเงินจำนวนดังกล่าวให้เป็นเบี้ยปรับแก่สำนักงานอีกด้วย
ข้อ 13 ข้าราชการที่ได้รับทุนไปศึกษาในต่างประเทศ เมื่อครบกำหนดเวลาที่ได้รับอนุมัติหรือเสร็จจากการศึกษาก่อนครบกำหนดเวลาที่ได้รับอนุมัติ จะต้องรีบเดินทางกลับให้ถึงประเทศไทยภายในระยะเวลาที่ควรจะเดินทางถึงได้ตามปกติ แล้วให้รีบรายงานตัวเข้าปฏิบัติหน้าที่ราชการและรายงานผลการศึกษาต่อสำนักงานโดยด่วน
ข้อ 14 วิธีปฏิบัติหรือหลักเกณฑ์ใดที่มิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ ให้นำวิธีปฏิบัติหรือหลักเกณฑ์ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบข้อบังคับของ ก.พ. ที่เกี่ยวข้องมาบังคับใช้โดยอนุโลม
ข้อ 15 ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดินรักษาการตามระเบียบนี้ และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินมีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้ระเบียบนี้
ในกรณีมีเหตุอันสมควร คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินอาจยกเว้นหรือผ่อนผันการปฏิบัติตามความในระเบียบนี้ได้
 
ประกาศ ณ วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2547
ปัญญา ตันติยวรงค์
ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
 
     
Update