แนะนำ ขอคำแนะนำ ต้องการสนับสนุน 
กฎหมายดอตคอม คลิกที่นี่!!หน้าหลัก กฎหมายดอตคอม
     
 
 

ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
ว่าด้วยการเงินและการเก็บรักษาเงิน
พ.ศ. 2547
 

:: บทนิยาม มาตรา 1-7
:: หมวด1 การรับเงิน มาตรา 8-9
:: หมวด2 การจ่ายเงิน มาตรา 10-19
:: หมวด3 การเก็บรักษาเงินและเอกสารทางการเงิน มาตรา 20
:: หมวด4 การจัดทำบัญชีและการรายงาน มาตรา 21-22


 
     

     
 
 

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยการเงินและการเก็บรักษาเงิน
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 107 แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติจึงกำหนดระเบียบไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยการเงินและการเก็บรักษาเงิน พ.ศ. 2547"
ข้อ 2[1] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2547 เป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิก
(1) ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยการเงินและการเก็บรักษาเงิน พ.ศ. 2543
(2) ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยการเงินและการเก็บรักษาเงิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2547
ข้อ 4 ในระเบียบนี้
"คณะกรรมการ ป.ป.ช." หมายความว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
"เลขาธิการ" หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
"สำนักงาน ป.ป.ช." หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
"ปีงบประมาณ" หมายความว่า ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมของปีหนึ่ง ถึงวันที่ 30 กันยายน ของปีถัดไป และให้ใช้ปี พ.ศ. ที่ถัดไปนั้นเป็นชื่อสำหรับปีงบประมาณนั้น
"ใบสำคัญ" หมายความว่า หลักฐานแสดงการจ่ายเงินของผู้ปฏิบัติงาน
"เงินสดย่อย" หมายความว่า เงินสดที่มีไว้เพื่อสำรองจ่ายประจำวัน
ข้อ 5 บรรดาหลักเกณฑ์ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
ระเบียบนี้ไม่มีผลต่อการใช้เงินราชการลับตามระเบียบคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่าด้วยการใช้เงินราชการลับ
ข้อ 6 หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการเงินและการเก็บรักษาเงินที่มิได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ให้ปฏิบัติตามมติคณะกรรมการ ป.ป.ช.
ข้อ 7 ให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติรักษาการ ตามระเบียบนี้และมีอำนาจวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้

:: หมวด 1 การรับเงิน
ข้อ 8 ให้สำนักงาน ป.ป.ช. เบิกงบประมาณที่ได้รับโดยนำเงินทั้งหมดส่งฝากไว้ที่ธนาคารเพื่อทำการเบิกจ่ายต่อไป
ดอกเบี้ยซึ่งเกิดจากเงินฝากตามวรรคหนึ่ง ให้เก็บรักษาไว้และใช้เป็นงบประมาณรายจ่ายของสำนักงาน ป.ป.ช. โดยไม่ต้องนำส่งคลัง
ข้อ 9 การรับเงินทุกประเภท ให้สำนักงาน ป.ป.ช. นำฝากไว้ที่ธนาคารเพื่อเก็บรักษาไว้และนำมาใช้เป็นงบประมาณรายจ่ายต่อไป
หลักเกณฑ์ วิธีการเกี่ยวกับการรับและฝากเงินให้เป็นไปตามที่เลขาธิการกำหนด

:: หมวด 2 การจ่ายเงิน
ข้อ 10 การขออนุมัติและการอนุมัติให้จ่ายเงิน ให้จ่ายได้ตามที่มีกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือมติคณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนดให้จ่ายได้
ข้อ 11 การจ่ายเงินของสำนักงาน ป.ป.ช. ให้เป็นไปตามแผนการใช้จ่ายเงินที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ความเห็นชอบ
ให้เลขาธิการหรือผู้ที่เลขาธิการมอบหมายเป็นผู้มีอำนาจอนุมัติเบิกจ่ายเงิน
หลักเกณฑ์ วิธีการเกี่ยวกับการจ่ายเงินให้เป็นไปตามที่เลขาธิการกำหนด
ข้อ 12 การจ่ายเงินตามแผนการใช้จ่ายงบประมาณประจำปีให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นในปีงบประมาณ
เมื่อสิ้นสุดปีงบประมาณ หากมีงบประมาณเหลือจ่ายให้สำนักงาน ป.ป.ช. เก็บรักษางบประมาณดังกล่าวไว้ใช้จ่ายในปีงบประมาณต่อๆ ไป โดยไม่ต้องนำส่งคลัง
ข้อ 13 การขอเบิกเงินให้ระบุวัตถุประสงค์ของการเบิกและให้นำไปจ่ายเฉพาะเพื่อการนั้นโดยจะนำไปจ่ายเพื่อการอื่นไม่ได้
ข้อ 14 ค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปปฏิบัติราชการในต่างประเทศ ซึ่งไม่สามารถออกใบเสร็จรับเงินหรือใบรับรองการรับเงินได้ ให้ผู้ขอเบิกทำใบรับรองการจ่ายเงินแสดงรายการต่างๆ เพื่อใช้เป็นหลักฐานประกอบการจ่ายเงิน
ข้อ 15 การจ่ายเงินเดือน ค่าจ้าง และค่าตอบแทนที่จ่ายเป็นรายเดือนให้แก่ผู้ปฏิบัติงานของสำนักงาน ป.ป.ช. ให้จ่ายผ่านธนาคารที่มีการตกลงกันไว้
การจ่ายเงินตามวรรคหนึ่ง ให้ส่งใบรายการแสดงเงินเดือน เงินเพิ่ม (ถ้ามี) เงินประจำตำแหน่งพร้อมทั้งการหักเงินรายการต่างๆ ให้แก่ผู้ปฏิบัติงานแต่ละรายทุกเดือน
ข้อ 16 การยืมเงิน ผู้ยืมจะต้องใช้เงินยืมตามวัตถุประสงค์ในสัญญาการยืมเงินเท่านั้น
ผู้ยืมจะต้องนำส่งใบสำคัญเพื่อส่งใช้เงินยืมตามสัญญาการยืมเงินครั้งก่อนพร้อมเงินเหลือจ่าย (ถ้ามี) ให้เสร็จสิ้นก่อนจึงจะยืมเงินจำนวนใหม่ได้
การส่งใช้เงินยืม ผู้ยืมจะต้องนำส่งใบสำคัญตามสัญญาการยืมเงินทุกครั้ง และให้ผู้รับเงินออกใบเสร็จรับเงิน (ถ้ามี) และใบรับใบสำคัญไว้เป็นหลักฐาน
ในกรณีที่ผู้ยืมไม่ส่งใช้เงินยืม ให้รายงานเลขาธิการเพื่อบังคับตามสัญญาการยืมเงินต่อไป
หลักเกณฑ์ วิธีการเกี่ยวกับการจ่ายเงินยืมให้เป็นไปตามที่เลขาธิการกำหนด
ข้อ 17 ให้สำนักงาน ป.ป.ช. มีเงินสดย่อยไว้สำรองจ่ายได้วันละไม่เกินหนึ่งล้านบาท
ข้อ 18 ให้เลขาธิการหรือผู้ที่เลขาธิการมอบหมายเป็นผู้มีหน้าที่ควบคุมดูแลเงินสดย่อย
ข้อ 19 การจ่ายเงินจากเงินสดย่อย ให้จ่ายสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ดังนี้
(1) ค่าเบี้ยประชุม หรือค่าตอบแทนอื่น
(2) เป็นหนี้หรือรายจ่ายจำนวนเล็กน้อย
(3) เป็นหนี้ที่ต้องชำระด้วยเงินสด ซึ่งผู้ขายหรือผู้รับจ้างไม่ยินยอมรับชำระหนี้ด้วยเช็ค
(4) จ่ายตามใบสั่งซื้อหรือใบสั่งจ้างซึ่งมีราคาไม่เกินสองหมื่นบาท
(5) เป็นการยืมซื้อของหรือค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติราชการ
(6) ค่ารักษาพยาบาล
(7) ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสวัสดิการ
(8) ค่าใช้จ่ายอันจำเป็นอื่นตามที่ได้รับอนุมัติ

:: หมวด 3 การเก็บรักษาเงินและเอกสารทางการเงิน
ข้อ 20 ให้สำนักงาน ป.ป.ช. จัดให้มีห้องมั่นคงหรือตู้นิรภัยไว้สำหรับเก็บรักษาเงินและเอกสารทางการเงิน เพื่อใช้ในการเก็บรักษาเงินในแต่ละวันและเอกสารทางการเงินให้มีความปลอดภัย
ให้จัดให้มีกรรมการเก็บรักษาเงิน โดยมีหน้าที่เก็บรักษาเงินและรายงานเงินคงเหลือในแต่ละวันและมีหน้าที่จัดเก็บเงินไว้ในห้องมั่นคงหรือตู้นิรภัย
หลักเกณฑ์ วิธีการเกี่ยวกับการเก็บรักษาเงินและเอกสารทางการเงินให้เป็นไปตามที่เลขาธิการกำหนด

:: หมวด 4 การจัดทำบัญชีและการรายงาน
ข้อ 21 ให้จัดทำบัญชีของสำนักงาน ป.ป.ช. ตามหลักการบัญชีที่ยอมรับโดยทั่วไป และให้จัดทำรายงานการใช้จ่ายเงินและเงินคงเหลือประจำทุกเดือนเพื่อรายงานต่อเลขาธิการ
ข้อ 22 บัญชีและทะเบียนทรัพย์สิน รวมทั้งหลักฐานที่ใช้ในการลงบัญชีจะต้องเก็บไว้ให้เป็นระเบียบเพื่อสะดวกในการตรวจสอบและเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่าสิบปี












 
ประกาศ ณ วันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2547
พลตำรวจเอก วุฑฒิชัย ศรีรัตนวุฑฒิ
ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
 
     
Update