แนะนำ ขอคำแนะนำ ต้องการสนับสนุน 
กฎหมายดอตคอม คลิกที่นี่!!หน้าหลัก กฎหมายดอตคอม
     
 
 

ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ว่าด้วยการจัดแบ่งส่วนงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
พ.ศ. 2547
 

:: บทนิยาม มาตรา 1-7
:: หมวด1 การจัดแบ่งส่วนงานในส่วนกลาง มาตรา 8-10
:: ส่วนที่1 ด้านกิจการบริหารกลาง มาตรา 11-19
:: ส่วนที่2 ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย มาตรา 20-22
:: ส่วนที่3 ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง มาตรา 23-29
:: ส่วนที่4 ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ มาตรา 30-34
:: ส่วนที่5 ด้านกิจการการมีส่วนร่วม มาตรา 35-39
:: หมวด2 ส่วนงานที่ไม่สังกัดด้านกิจการ มาตรา 40-53
:: หมวด3 การจัดแบ่งส่วนงานในส่วนภูมิภาค มาตรา 54-56


 
     

     
 
 

โดยที่เป็นการสมควรปรัปปรุงการจัดแบ่งส่วนงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งให้เหมาะสมกับภารกิจ เพื่อให้รองรับการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งอย่างมีประสิทธิภาพ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2541 ประกอบกับมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง ครั้งที่ 150/2546 เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2546 คณะกรรมการการเลือกตั้งจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการจัดแบ่งส่วนงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2547"
ข้อ 2[1] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 5 มกราคม 2547 เป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิก
(1) ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการแบ่งส่วนงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2542
(2) ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการแบ่งส่วนงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545
ข้อ 4 ในระเบียบนี้
"ประธานกรรมการ" หมายความว่า ประธานกรรมการการเลือกตั้ง
"คณะกรรมการ" หมายความว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง
"เลขาธิการ" หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง
"สำนักงาน" หมายความว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง
"จังหวัด" หมายความรวมถึง กรุงเทพมหานคร
ข้อ 5 ให้สำนักงานมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับกิจการทั่วไปของคณะกรรมการและนายทะเบียนพรรคการเมือง ดังต่อไปนี้
(1) งานธุรการของคณะกรรมการและนายทะเบียนพรรคการเมืองศึกษาและรวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวกับงานของคณะกรรมการและนายทะเบียนพรรคการเมือง
(2) ศึกษาและสนับสนุนให้มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการเลือกตั้ง การออกเสียงประชามติและการพัฒนาพรรคการเมือง
(3) เผยแพร่วิชาการและให้ความรู้และการศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
(4) รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง หรือการออกเสียงประชามติ ผู้มีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้ง หรือเกี่ยวกับการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งเพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ
(5) รับเรื่องร้องเรียนหรือคัดค้านเกี่ยวกับการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในการเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้ง ผู้เลือกตั้ง พรรคการเมือง หรือบุคคลอื่นใด เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ
(6) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการมอบหมาย
ข้อ 6 ให้จัดแบ่งส่วนงานของสำนักงานเป็น 2 ส่วน ดังนี้
(1) ส่วนกลาง ได้แก่ หน่วยงานที่มีสถานที่ปฏิบัติงานที่ตั้งอยู่ที่สำนักงาน
(2) ส่วนภูมิภาค ได้แก่ หน่วยงานที่มีสถานที่ปฏิบัติงานตั้งอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัด
สำนักงานจะมีพนักงานในตำแหน่งใด ระดับใด อัตราเงินเดือน และค่าตอบแทนใดอยู่ในส่วนงานใด จำนวนเท่าใด ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนดโดยคำนึงถึงลักษณะหน้าที่ความรับผิดชอบ ปริมาณ และคุณภาพของงาน
ข้อ 7 ให้ประธานกรรมการรักษาการตามระเบียบนี้

:: หมวด 1 การจัดแบ่งส่วนงานในส่วนกลาง
ข้อ 8 ให้จัดแบ่งส่วนงานของสำนักงานส่วนกลาง เป็น 5 ด้านกิจการ ดังนี้
(1) ด้านกิจการบริหารกลาง
(2) ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย (3) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง
(4) ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ
(5) ด้านกิจการการมีส่วนร่วม
ข้อ 9 ด้านกิจการตามข้อ 8 อาจจัดแบ่งส่วนงาน ดังนี้
(1) สำนัก
(2) ส่วนงานที่มีฐานะเทียบเท่าสำนักที่เรียกชื่ออย่างอื่น
ข้อ 10 ส่วนงานตามข้อ 9 อาจจัดแบ่งส่วนงาน ดังนี้
(1) งาน
(2) ฝ่าย
(3) ส่วนงานที่มีฐานะเทียบเท่าฝ่ายที่เรียกชื่ออย่างอื่น

:: ส่วนที่ 1 ด้านกิจการบริหารกลาง
ข้อ 11 ด้านกิจการบริหารกลาง มีอำนาจหน้าที่ปฏิบัติงานด้านการบริหารจัดการทั่วไป การกำหนดนโยบาย แผนงานโครงการ และแผนปฏิบัติงาน การบริหารงานบุคคล การบริหารงานคลังและพัสดุ การพัฒนาบุคลากร การจัดสวัสดิการและประโยชน์เกื้อกูลของสำนักงาน ให้เป็นไปตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับและมติของคณะกรรมการ รวมทั้งการประสานความช่วยเหลือร่วมมือทางวิชาการกับหน่วยงานหรือองค์การต่างประเทศ การพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และกิจการอื่นที่คณะกรรมการ หรือสำนักงานมิได้กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของด้านกิจการใดด้านกิจการหนึ่งโดยเฉพาะ ตลอดจนประสานการปฏิบัติงานกับส่วนงานต่างๆ
ให้จัดแบ่งส่วนงานของด้านกิจการบริหารกลาง เป็น 4 สำนัก ดังนี้
(1) สำนักบริหารทั่วไป
(2) สำนักการคลัง
(3) สำนักนโยบายและแผน
(4) สำนักพัฒนาบุคลากร
ข้อ 12 สำนักบริหารทั่วไป มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
(1) งานด้านกิจการทั่วไป การบริหารจัดการ งานสารบรรณ งานธุรการ และงานบุคคลของคณะกรรมการและสำนักงาน
(2) เสนอแนะเกี่ยวกับการกำหนดหรือปรับปรุงระเบียบวิธีการปฏิบัติงานด้านเอกสารและการบริหารสำนักงาน
(3) การพัฒนาระบบ หลักเกณฑ์และวิธีการ และดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของสำนักงาน
(4) ศึกษา วิเคราะห์ พัฒนาระบบ และดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาความรู้ ความสามารถ ทักษะ และทัศนคติในการปฏิบัติงานของพนักงานและลูกจ้าง
(5) ดำเนินการประสานงานและอำนวยความสะดวกงานด้านรัฐพิธีและพิธีการต่างๆ ของคณะกรรมการ และสำนักงาน ตลอดจนการให้การต้อนรับหน่วยงานหรือคณะบุคคลที่มาศึกษาดูงาน
(6) ดำเนินการเกี่ยวกับการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์
(7) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่คณะกรรมการหรือสำนักงานมอบหมาย รวมทั้งงานที่มิได้อยู่ในความรับผิดชอบของส่วนงานอื่นโดยเฉพาะ
ข้อ 13 ให้จัดแบ่งส่วนงานของสำนักบริหารทั่วไป เป็น 5 ฝ่าย ดังนี้
(1) ฝ่ายกิจการทั่วไป มีหน้าที่ ดังนี้
(1.1) ศึกษาวิเคราะห์เพื่อเสนอแนะระบบ รูปแบบ ระเบียบและวิธีการเกี่ยวกับการบริหารจัดการทั่วไป ระเบียบงานสารบรรณ และงานธุรการของสำนักงาน
(1.2) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำแผนงานโครงการ แผนปฏิบัติงาน การจัดทำคำของบประมาณรายจ่าย รวมทั้งการประสานงานด้านแผน การติดตามประเมินผล และจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนัก
(1.3) ติดต่อประสานงานกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด
(1.4) ประสานงานกับส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องในการให้การต้อนรับหน่วยงานหรือคณะบุคคลที่มาศึกษาดูงาน
(1.5) ดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณ งานธุรการทั่วไป และจัดเก็บรวบรวม กฎ ระเบียบ หนังสือ คำสั่ง หนังสือสั่งการ เอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานของสำนักงานและของสำนัก
(1.6) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งงานที่มิได้อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายอื่นโดยเฉพาะ
(2) ฝ่ายกิจการเลขาธิการ มีหน้าที่ ดังนี้
(2.1) ดำเนินการเกี่ยวกับงานด้านเลขานุการเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของเลขาธิการและรองเลขาธิการ
(2.2) ศึกษา วิเคราะห์ ตรวจสอบ กลั่นกรอง และเสนอความเห็นเรื่องที่นำเสนอเลขาธิการ
(2.3) ประสานงานและศึกษาค้นคว้าเพื่อประกอบการพิจารณาในการปฏิบัติหน้าที่ของเลขาธิการ
(2.4) ดำเนินการจัดทำกำหนดนัดหมาย ขั้นตอนการเข้าพบ การตรวจการปฏิบัติงานประจำ รวมทั้งสรุปผลงานปฏิบัติงานประจำสัปดาห์
(2.5) ติดต่อประสานงานและอำนวยความสะดวกแก่เลขาธิการในงานรัฐพิธีและพิธีการต่างๆ
(2.6) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(3) ฝ่ายบุคคล มีหน้าที่ ดังนี้
(3.1) ศึกษา วิเคราะห์ และเสนอแนะเพื่อการกำหนดหรือปรับปรุงระบบหลักเกณฑ์และวิธีการตามกระบวนการบริหารงานบุคคล
(3.2) ดำเนินการสรรหาเลือกสรรบุคคลเพื่อเข้าปฏิบัติงานในสำนักงานตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้
(3.3) ประสานกับส่วนงานในการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงานและลูกจ้าง เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาในเรื่องที่เกี่ยวข้อง
(3.4) จัดทำและควบคุมการแก้ไขตรวจสอบทะเบียนประวัติพนักงานและลูกจ้างของสำนักงาน การรับรองสถานภาพและบัตรประจำตัว
(3.5) ศึกษา วิเคราะห์เพื่อเสนอแนะการกำหนดหรือปรับปรุงโครงสร้างการจัดส่วนงาน อำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบ การกำหนดอัตรากำลัง รวมทั้งมาตรฐานกำหนดตำแหน่งและคำบรรยายลักษณะงาน
(3.6) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(4) ฝ่ายวินัย มีหน้าที่ ดังนี้
(4.1) ศึกษา วิเคราะห์ เพื่อการเสนอแนะแนวทางเกี่ยวกับวินัย จริยธรรมและจรรยาบรรณของพนักงานและลูกจ้าง
(4.2) ดำเนินการเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ของพนักงานและลูกจ้าง
(4.3) ดำเนินการทางวินัย ออกคำสั่งลงโทษ พนักงานและลูกจ้าง
(4.4) ส่งเสริมป้องกันการกระทำผิดวินัยของพนักงานและลูกจ้าง
(4.5) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(5) ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ มีหน้าที่ ดังนี้
(5.1) ศึกษาวิเคราะห์ความต้องการความช่วยเหลือทางวิชาการจากองค์การ หรือหน่วยงานต่างประเทศเพื่อเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการ
(5.2) ติดต่อประสานงานกับหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศเพื่อความร่วมมือช่วยเหลือทางวิชาการ
(5.3) ดำเนินการจัดให้มีการประชุม การสัมมนา การเจรจาหรือวิธีการอื่นใดร่วมกับหน่วยงานต่างประเทศในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง
(5.4) ประสานงานและดำเนินการเพื่อให้การต้อนรับบุคคลหรือคณะบุคคลสำคัญของต่างประเทศที่เข้าพบคณะกรรมการ หรือผู้บริหารของสำนักงาน ตลอดจนอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปศึกษาดูงานของคณะกรรมการหรือผู้บริหารของสำนักงาน
(5.5) ดำเนินการเกี่ยวกับการแปลและจัดทำเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง
(5.6) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ 14 สำนักการคลัง มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
(1) การเบิกจ่ายเงินเดือนค่าจ้าง เงินสวัสดิการ และเงินประเภทอื่นของสำนักงาน รวมทั้งให้คำปรึกษาแนะนำ ประสานงาน และช่วยเหลือการดำเนินงานในเรื่องที่เกี่ยวข้อง
(2) ควบคุมตรวจสอบการเบิกจ่ายเงินค่าใช้จ่ายตามวงเงินงบประมาณต่างๆ ของสำนักงาน
(3) จัดทำบัญชีประเภทต่างๆ งบดุลและรายงานทางการเงินทั้งในส่วนของเงินงบประมาณ และเงินอื่นๆ ของสำนักงาน
(4) รายงานการวิเคราะห์ข้อมูลทางการเงินเสนอต่อคณะกรรมการ
(5) ศึกษาวิเคราะห์และเสนอแนะเกี่ยวกับการกำหนดหรือปรับปรุงระบบงานคลังของสำนักงาน
(6) การบริหารงานพัสดุ ครุภัณฑ์ อาคารสถานที่และยานพาหนะ
(7) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่คณะกรรมการหรือสำนักงานมอบหมาย
ข้อ 15 ให้จัดแบ่งส่วนงานของสำนักการคลัง เป็น 1 งาน 3 ฝ่าย ดังนี้
(1) งานอำนวยการ มีหน้าที่ ดังนี้
(1.1) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำแผนงาน โครงการ แผนปฏิบัติงานการจัดทำคำของบประมาณรายจ่าย รวมทั้งการประสานงานด้านแผน การติดตามประเมินผล และจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนัก
(1.2) ประสานงานกับส่วนงาน ส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นในการรวบรวมข้อมูล สถิติ ตัวเลข และจัดทำระบบข้อมูลข้อสนเทศที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในการปฏิบัติงานและการเผยแพร่
(1.3) ดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณและงานธุรการทั่วไปของสำนัก
(1.4) ดำเนินการเกี่ยวกับงานพัสดุครุภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ และการเบิกจ่ายงบประมาณของสำนัก
(1.5) ดำเนินการเกี่ยวกับการควบคุมตรวจสอบการมาปฏิบัติงานของพนักงานและลูกจ้างของสำนัก ตลอดจนข้อมูลด้านบุคคลเบื้องต้น
(1.6) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งงานที่มิได้อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายอื่นโดยเฉพาะ
(2) ฝ่ายการเงิน มีหน้าที่ ดังนี้
(2.1) ศึกษา วิเคราะห์ และเสนอแนะในการกำหนดหรือปรับปรุงแก้ไขระเบียบ ข้อบังคับเกี่ยวกับการเงินและการจัดสวัสดิการของสำนักงาน
(2.2) ดำเนินการเกี่ยวกับการรับจ่าย และการโอนเงินทุกประเภทของสำนักงาน รวมทั้งการฝากถอน การนำส่ง และใบสำคัญแทนตัวเงิน
(2.3) ดำเนินการจัดสวัสดิการและสิทธิประโยชน์ต่างๆ ตามระเบียบที่กำหนดไว้ให้แก่คณะกรรมการ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด พนักงานและลูกจ้างของสำนักงาน
(2.4) ให้คำแนะนำ ข้อเสนอแนะ ประสานงาน ช่วยเหลือ และควบคุมกำกับดูแลตรวจสอบการดำเนินงานเกี่ยวกับการเงินและสวัสดิการของสำนักงาน
(2.5) ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารหลักฐานใบสำคัญตามกฎหมาย ระเบียบ และข้อบังคับของสำนักงานเพื่อทำการเบิกจ่ายเงินให้ถูกต้อง
(2.6) ดำเนินการคำนวณภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และออกหนังสือรับรองการหักภาษีของคณะกรรมการ คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด พนักงานและลูกจ้าง ตลอดจนบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง
(2.7) ดำเนินการเกี่ยวกับเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของพนักงานและลูกจ้าง
(2.8) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(3) ฝ่ายบัญชี มีหน้าที่ ดังนี้
(3.1) ศึกษา วิเคราะห์ และเสนอแนะในการกำหนดหรือปรับปรุงระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการบัญชีของสำนักงาน รวมทั้งให้คำปรึกษาแนะนำในเรื่องที่เกี่ยวข้องแก่ส่วนงานต่างๆ
(3.2) ติดตามการรายงานบัญชีแยกประเภทของจังหวัดเป็นประจำทุกเดือนเพื่อรวบรวมเสนอต่อคณะกรรมการ
(3.3) ดำเนินการจัดทำบัญชีทุกประเภท ทั้งเงินงบประมาณ เงินนอกงบประมาณ เงินกองทุน เงินอุดหนุนจากรัฐ และจัดทำงบการเงินรวม เพื่อเสนอต่อผู้สอบบัญชีตามกฎหมาย
(3.4) ศึกษา วิเคราะห์ทางการเงิน รายรับรายจ่าย ฐานะทางการเงิน ทรัพย์สิน และหนี้สินของสำนักงาน
(3.5) ดำเนินการตรวจสอบ เก็บรักษาเอกสารหลักฐานและใบสำคัญการเบิกจ่ายเงินประเภทต่างๆ
(3.6) ตรวจสอบรายการการฝากถอนเงินทุกประเภทของสำนักงานตามสมุดบัญชีของธนาคาร
(3.7) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(4) ฝ่ายพัสดุ มีหน้าที่ ดังนี้
(4.1) ศึกษา วิเคราะห์เพื่อเสนอแนะในการกำหนดหรือปรับปรุงระเบียบ ข้อบังคับ และวางแผนเกี่ยวกับการบริหารงานพัสดุ รวมทั้งการจัดซื้อจัดหาพัสดุครุภัณฑ์เพื่อใช้ในการปฏิบัติงานของสำนักงาน
(4.2) จัดสรรการใช้และควบคุมดูแลการเบิกจ่ายพัสดุครุภัณฑ์ของส่วนงานต่างๆ รวมทั้งการซ่อมแซมบำรุงรักษา
(4.3) ประสานงานและดำเนินการเกี่ยวกับการจัดระบบการรักษาความปลอดภัยของอาคารสถานที่ และการใช้ยานพาหนะของสำนักงาน
(4.4) ควบคุมดูแลการปฏิบัติงานของพนักงานขับรถยนต์ พนักงานทำความสะอาด และพนักงานบริการที่อยู่ในความรับผิดชอบ
(4.5) ให้คำปรึกษาแนะนำ ประสานงาน และช่วยเหลือการดำเนินงานในเรื่องที่เกี่ยวข้องแก่ส่วนงานต่างๆ
(4.6) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ 16 สำนักนโยบายและแผน มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
(1) เสนอแนะเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายของคณะกรรมการและสำนักงานให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ เป้าหมายและภารกิจหลักที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญ
(2) จัดทำหรือปรับปรุงแผนแม่บท แผนงานโครงการ แผนปฏิบัติงานประจำปีของสำนักงาน รวมทั้งประสานแผนของส่วนงานต่างๆ ให้สอดคล้องกับนโยบายของคณะกรรมการและเป็นไปในแนวทางเดียวกัน
(3) ศึกษาวิเคราะห์และประสานงานการดำเนินงานกับส่วนงานต่างๆ เพื่อจัดทำคำขอตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีของสำนักงาน และเสนอความเห็นเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีของสำนักงานให้กับส่วนงานต่างๆ
(4) รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีและข้อสังเกตของคณะกรรมการเพื่อเสนอต่อรัฐสภา
(5) เป็นศูนย์ข้อมูลเพื่อพัฒนาการบริหารของสำนักงาน และการใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการปฏิบัติงาน
(6) ปฏิบัติงานร่วมกับหรืสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่คณะกรรมการหรือสำนักงานมอบหมาย
ข้อ 17 ให้จัดแบ่งส่วนงานของสำนักนโยบายและแผน เป็น 1 งาน 3 ฝ่าย ดังนี้
(1) งานอำนวยการ มีหน้าที่ ดังนี้
(1.1) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำแผนงานโครงการ แผนปฏิบัติงาน การจัดทำคำของบประมาณรายจ่าย รวมทั้งการประสานงานด้านแผนการติดตามประเมินผล และจัดทำรายงานการปฏิบัติงานของสำนัก
(1.2) ประสานงานกับส่วนงาน ส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นในการรวบรวมข้อมูล สถิติ ตัวเลข และจัดทำระบบข้อมูลสนเทศที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในการปฏิบัติงานและการเผยแพร่
(1.3) ดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณและงานธุรการทั่วไปของสำนัก
(1.4) ดำเนินการเกี่ยวกับงานพัสดุครุภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ และการเบิกจ่ายงบประมาณของสำนัก
(1.5) ดำเนินการเกี่ยวกับการควบคุมตรวจสอบการมาปฏิบัติงานของพนักงานและลูกจ้างของสำนัก ตลอดจนข้อมูลด้านบุคคลเบื้องต้น
(1.6) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งงานที่มิได้อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายอื่นโดยเฉพาะ
(2) ฝ่ายแผนงานและงบประมาณ มีหน้าที่ ดังนี้
(2.1) ศึกษา วิเคราะห์ เพื่อการเสนอแนะเกี่ยวกับการกำหนดนโยบายของคณะกรรมการ และสำนักงานให้สอดคล้องกับบทบาทอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย
(2.2) ประสานงานกับส่วนงานต่างๆ เพื่อจัดทำแผนพัฒนาสำนักงานทั้งระยะสั้น ระยะยาว แผนงานโครงการ แผนปฏิบัติงานประจำปี แผนกลยุทธ์ รวมทั้งการปรับแผนให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมทั้งภายในและนอกสำนักงาน
(2.3) ให้คำปรึกษาแนะนำ ประสานงาน และช่วยเหลือการดำเนินงานในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการวางแผนแก่ส่วนงานต่างๆ
(2.4) ศึกษา วิเคราะห์ และเสนอแนะ เพื่อการกำหนดหรือปรับปรุงกฎระเบียบเกี่ยวกับวิธีการงบประมาณ การดำเนินการเบิกจ่ายงบประมาณ และโครงสร้างระบบงบประมาณของสำนักงาน
(2.5) ดำเนินการพัฒนาระบบข้อมูลข้อสนเทศ รูปแบบ วิธีการ หลักเกณฑ์ และมาตรฐานเกี่ยวกับการงบประมาณของสำนักงาน รวมทั้งจัดทำคู่มือการปฏิบัติงานให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการวางแผนการจัดทำงบประมาณ และการใช้จ่ายงบประมาณให้กับส่วนงานต่างๆ
(2.6) ดำเนินการจัดทำคำขอตั้งและคำชี้แจงงบประมาณรายจ่ายประจำปีของสำนักงาน และเสนอความเห็นเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีของสำนักงานให้กับส่วนงานต่างๆ ตลอดจนการประสานงานกับส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(2.7) ติดตามและประเมินผลการใช้จ่ายงบประมาณทุกประเภทของสำนักงานให้เป็นไปตามแผนงานโครงการที่กำหนดไว้
(2.8) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(3) ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ มีหน้าที่ ดังนี้
(3.1) ศึกษา วิเคราะห์ และดำเนินการเกี่ยวกับการเสนอแนะนโยบาย การกำกับดูแล สนับสนุนส่งเสริม และติดตามผลการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาระบบและวิธีการปฏิบัติงานของสำนักงาน
(3.2) ศึกษา วิเคราะห์ และดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาระบบงานคอมพิวเตอร์ระบบโปรแกรมใช้งาน ระบบเครือข่าย ระบบฐานข้อมูล รวมทั้งการให้บริการติดตั้งระบบหรืออุปกรณ์และการวางระบบข้อมูลข้อสนเทศที่เกี่ยวข้อง
(3.3) ให้คำปรึกษาแนะนำและประสานงาน เพื่อการจัดอบรมเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์แก่พนักงานและลูกจ้างของสำนักงาน
(3.4) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(4) ฝ่ายประเมินผลและรายงาน มีหน้าที่ ดังนี้
(4.1) ศึกษา วิเคราะห์ และพัฒนาระบบติดตามประเมินผลนโยบายและแผนงานโครงการของคณะกรรมการและสำนักงาน รวมทั้งผลการปฏิบัติงานหรือผลความคืบหน้าการดำเนินงาน
(4.2) ติดตามเร่งรัดประเมินผลและจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานของส่วนงานต่างๆ เสนอต่อคณะกรรมการและสำนักงาน
(4.3) ดำเนินการจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีและข้อสังเกตของคณะกรรมการเพื่อเสนอต่อรัฐสภา
(4.4) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ 18 สำนักพัฒนาบุคลากร มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
(1) วางระบบพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร
(2) ศึกษา วิเคราะห์ความจำเป็นในการพัฒนาพนักงานของสำนักงานและบุคลากรการเลือกตั้ง
(3) กำหนดและพัฒนาหลักสูตรในการฝึกอบรม สัมมนา ประชุมเชิงปฏิบัติการ
(4) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่คณะกรรมการหรือสำนักงานมอบหมาย
ข้อ 19 ให้จัดแบ่งส่วนงานของสำนักพัฒนาบุคลากร เป็น 1 งาน 2 ฝ่าย ดังนี้
(1) งานอำนวยการ มีหน้าที่ ดังนี้
(1.1) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำแผนงาน โครงการ แผนปฏิบัติงานการจัดทำคำของบประมาณรายจ่าย รวมทั้งการประสานงานด้านแผน การติดตามประเมินผล และจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนัก
(1.2) ประสานงานกับส่วนงาน ส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นในการรวบรวมข้อมูล สถิติ ตัวเลข และจัดทำระบบข้อมูลข้อสนเทศที่เกี่ยวกับงานด้านการจัดการพัฒนาทรัพยากรบุคคลเพื่อใช้ในการปฏิบัติงานและการเผยแพร่
(1.3) ดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณและงานธุรการทั่วไปของสำนัก
(1.4) ดำเนินการเกี่ยวกับงานพัสดุครุภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ และการเบิกจ่ายงบประมาณของสำนัก
(1.5) ดำเนินการเกี่ยวกับการควบคุมตรวจสอบการมาปฏิบัติงานของพนักงานและลูกจ้างของสำนัก ตลอดจนข้อมูลด้านบุคคลเบื้องต้น
(1.6) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งงานที่มิได้อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายอื่นโดยเฉพาะ
(2) ฝ่ายเทคโนโลยีการฝึกอบรม มีหน้าที่ ดังนี้
(2.1) ออกแบบ ผลิต เผยแพร่และให้บริการสื่อและเทคโนโลยีการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร
(2.2) วางระบบพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับการฝึกอบรมและพัฒนาบุคลากร
(2.3) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(3) ฝ่ายพัฒนาพนักงานและบุคลากรการเลือกตั้ง มีหน้าที่ ดังนี้
(3.1) ศึกษาวิเคราะห์วิจัยเกี่ยวกับนโยบาย เป้าหมาย และทิศทางการพัฒนาพนักงานและบุคลากรการเลือกตั้ง
(3.2) ศึกษาวิเคราะห์ความจำเป็นในการพัฒนา
(3.3) กำหนดและพัฒนาหลักสูตรในการฝึกอบรม สัมมนา ประชุมเชิงปฏิบัติการ
(3.4) ผลิตเอกสาร คู่มือ ตำรา ชุดฝึกอบรม
(3.5) จัดทำแผนพัฒนาพนักงานและบุคลากรการเลือกตั้ง
(3.6) ประสานสถาบันการศึกษาในการจัดฝึกอบรม
(3.7) ดำเนินการฝึกอบรม สัมมนาและประชุมเชิงปฏิบัติการให้แก่พนักงานของสำนักงานและบุคลากรการเลือกตั้ง
(3.8) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

:: ส่วนที่ 2 ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย
ข้อ 20 ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย มีอำนาจหน้าที่สืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้อถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
ให้จัดแบ่งส่วนงานของด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย เป็น 5 สำนัก ดังนี้
(1) สำนักสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย 1 รับผิดชอบปฏิบัติงานในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม นครปฐม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี
(2) สำนักสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย 2 รับผิดชอบปฏิบัติงานในเขตพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
(3) สำนักสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย 3 รับผิดชอบปฏิบัติงานในเขตพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง พัทลุง สงขลา ปัตตานี สตูล ยะลา และนราธิวาส
(4) สำนักสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย 4 รับผิดชอบปฏิบัติงานในเขตพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ยโสธร อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มุกดาหาร เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย สกลนครและนครพนม
(5) สำนักสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย 5 รับผิดชอบปฏิบัติงานในเขตพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร ตาก ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์
ข้อ 21 สำนักสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย 1 - 5 มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
(1) ศึกษา วิเคราะห์ และวิจัยเพื่อเสนอแนะรูปแบบ ระบบ ระเบียบ และวิธีการในการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยต่อคณะกรรมการ
(2) สืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง และเสนอแนะแนวทางการวินิจฉัยปัญหา หรือข้อโต้แย้งที่เกิดขึ้นตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสนอคณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาด
(3) วางระบบข้อมูลสารสนเทศงานด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย
(4) ประสานการปฏิบัติงานการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยกับบุคคล คณะบุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(5) ให้คำปรึกษา แนะนำ เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ และสนับสนุนการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยแก่บุคคล คณะบุคคล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(6) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานกับส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการหรือสำนักงานมอบหมาย
ข้อ 22 ให้จัดแบ่งส่วนงานของสำนักสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยแต่ละสำนักเป็น 1 งาน 2 ฝ่าย ดังนี้
(1) งานอำนวยการ มีหน้าที่ ดังนี้
(1.1) ศึกษา วิเคราะห์เพื่อการเสนอแนะรูปแบบ ระบบ ระเบียบ และวิธีการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยที่อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ
(1.2) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำแผนงาน โครงการ แผนปฏิบัติงาน การจัดทำคำของบประมาณรายจ่าย รวมทั้งการประสานงานด้านแผน การติดตามประเมินผล และจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนัก
(1.3) ประสานงานกับบุคคล คณะบุคคล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรวบรวมข้อมูล สถิติ และจัดทำระบบข้อมูลสนเทศที่เกี่ยวกับงานด้านการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย
(1.4) ดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณและงานธุรการ
(1.5) ดำเนินการเกี่ยวกับงานพัสดุครุภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ และการเบิกจ่ายงบประมาณของสำนัก
(1.6) ดำเนินการเกี่ยวกับการควบคุมตรวจสอบการปฏิบัติงานของพนักงานและลูกจ้างของสำนัก ตลอดจนข้อมูลด้านบุคคลเบื้องต้น
(1.7) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานกับส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งงานที่มิได้อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายอื่นโดยเฉพาะ
(2) ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย จำนวน 2 ฝ่าย มีหน้าที่ ดังนี้
(2.1) ดำเนินการเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวน การหาข้อเท็จจริง การรวบรวมพยานหลักฐาน การทำสำเนาการสืบสวนสอบสวน การสรุปความเห็นและการเสนอแนะแนวทางการวินิจฉัยต่อคณะกรรมการ
(2.2) ติดต่อประสานการปฏิบัติงานการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยของบุคคล คณะบุคคล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(2.3) ให้การสนับสนุน คำปรึกษาแนะนำการปฏิบัติงานแก่บุคคล คณะบุคคล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(2.4) เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในงานเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยแก่บุคคล คณะบุคคล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(2.5) ร่วมปฏิบัติงานหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานกับส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

:: ส่วนที่ 3 ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง
ข้อ 23 ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งตามที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา และกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น กำหนดให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
ให้จัดแบ่งส่วนงานของด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เป็น 3 สำนัก คือ
(1) สำนักบริหารการเลือกตั้ง
(2) สำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง
(3) สำนักวิจัยและพัฒนาการเลือกตั้ง
ข้อ 24 สำนักบริหารการเลือกตั้ง มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
(1) ประสานงานเพื่อดำเนินการจัด หรือจัดให้มีการเลือกตั้งตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา และกฎหมายรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น
(2) เสนอแนะความเห็นเกี่ยวกับการกำหนดรูปแบบและวิธีการบริหารจัดการเลือกตั้ง ควบคุม ติดตาม ตรวจสอบ รวมทั้งกำกับดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
(3) ประสานงานกับส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นเพื่อดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้ง
(4) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่คณะกรรมการหรือสำนักงานมอบหมาย
ข้อ 25 ให้จัดแบ่งส่วนงานของสำนักบริหารการเลือกตั้ง เป็น 6 ฝ่าย ดังนี้
(1) ฝ่ายอำนายการการเลือกตั้ง มีหน้าที่ ดังนี้
(1.1) งานแผนงาน/โครงการการจัดการเลือกตั้ง รวมทั้งการเสนอร่างพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง
(1.2) งานการกำหนดแนวทางปฏิบัติการควบคุมและการจัดการเลือกตั้ง
(1.3) งานการตอบข้อหารือการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ และข้อกำหนดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง
(1.4) งานเข้าชื่อเสนอกฎหมาย การลงคะแนนเสียงถอดถอน และการออกเสียงประชามติ
(1.5) งานการยกร่างกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ และข้อกำหนด รวมทั้งแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลือกตั้ง
(1.6) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งงานที่มิได้อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายอื่นโดยเฉพาะ
(2) ฝ่ายจัดการเลือกตั้ง 1 มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม นครปฐม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี ดังนี้
(2.1) งานเตรียมการเลือกตั้งและการแบ่งเขตเลือกตั้ง
(2.2) งานรับสมัคร คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม เพิกถอนชื่อ
(2.3) งานทะเบียนรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การเพิ่มชื่อ - ถอนชื่อ การแจ้งเหตุและเสียสิทธิ
(2.4) งานประกาศผลการเลือกตั้ง และสั่งเลือกตั้งใหม่
(2.5) งานการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา
(2.6) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(3) ฝ่ายจัดการเลือกตั้ง 2 มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งในเขตพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ดังนี้
(3.1) งานเตรียมการเลือกตั้งและการแบ่งเขตเลือกตั้ง
(3.2) งานรับสมัคร คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม เพิกถอนชื่อ
(3.3) งานทะเบียนรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การเพิ่มชื่อ - ถอนชื่อ การแจ้งเหตุและเสียสิทธิ
(3.4) งานประกาศผลการเลือกตั้ง และสั่งเลือกตั้งใหม่
(3.5) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(4) ฝ่ายจัดการเลือกตั้ง 3 มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งในเขตพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง พัทลุง สงขลา ปัตตานี สตูล ยะลา และนราธิวาส ดังนี้
(4.1) งานเตรียมการเลือกตั้งและการแบ่งเขตเลือกตั้ง
(4.2) งานรับสมัคร คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม เพิกถอนชื่อ
(4.3) งานทะเบียนรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การเพิ่มชื่อ - ถอนชื่อ การแจ้งเหตุและเสียสิทธิ
(4.4) งานประกาศผลการเลือกตั้ง และสั่งเลือกตั้งใหม่
(4.5) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(5) ฝ่ายจัดการเลือกตั้ง 4 มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งในเขตพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ยโสธร อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มุกดาหาร เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย สกลนคร และนครพนม ดังนี้
(5.1) งานเตรียมการเลือกตั้งและการแบ่งเขตเลือกตั้ง
(5.2) งานรับสมัคร คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม เพิกถอนชื่อ
(5.3) งานทะเบียนรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การเพิ่มชื่อ - ถอนชื่อ การแจ้งเหตุและเสียสิทธิ
(5.4) งานประกาศผลการเลือกตั้ง และสั่งเลือกตั้งใหม่
(5.5) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(6) ฝ่ายจัดการเลือกตั้ง 5 มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งในเขตพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร ตาก ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ ดังนี้
(6.1) งานเตรียมการเลือกตั้งและการแบ่งเขตเลือกตั้ง
(6.2) งานรับสมัคร คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม เพิกถอนชื่อ
(6.3) งานทะเบียนรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง การเพิ่มชื่อ - ถอนชื่อ การแจ้งเหตุและเสียสิทธิ
(6.4) งานประกาศผลการเลือกตั้ง และสั่งเลือกตั้งใหม่
(6.5) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ 26 สำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
(1) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำแผนงาน โครงการ แผนปฏิบัติงาน การจัดทำคำของบประมาณรายจ่าย รวมทั้งการประสานงานด้านแผน การติดตามประเมินผล และจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานเลือกตั้ง
(2) พิจารณากำหนดประมาณการค่าใช้จ่ายและจัดสรรงบประมาณ รวมทั้งจัดหาวัสดุอุปกรณ์เกี่ยวกับการเลือกตั้ง
(3) งานสรรหาบุคลากรการเลือกตั้ง
(4) งานสารสนเทศด้านการจัดการเลือกตั้ง
(5) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่คณะกรรมการหรือสำนักงานมอบหมาย
ข้อ 27 ให้จัดแบ่งส่วนงานของสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง เป็น 3 ฝ่ายดังนี้
(1) ฝ่ายอำนวยการ มีหน้าที่ ดังนี้
(1.1) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำแผนงาน โครงการ แผนปฏิบัติงานการจัดทำคำของบประมาณรายจ่าย รวมทั้งการประสานงานด้านแผน การติดตามประเมินผล และจัดทำรายงานการปฏิบัติงานของด้านกิจการ
(1.2) ประสานงานกับส่วนงาน ส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นในการรวบรวมข้อมูล สถิติ ตัวเลข และจัดทำระบบข้อมูลข้อสนเทศที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในการปฏิบัติงานและการเผยแพร่ของด้านกิจการ
(1.3) ดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณและงานธุรการทั่วไปของด้านกิจการ
(1.4) ดำเนินการเกี่ยวกับงานพัสดุครุภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ และการเบิกจ่ายงบประมาณของด้านกิจการ
(1.5) ดำเนินการเกี่ยวกับการควบคุมตรวจสอบการมาปฏิบัติงานของพนักงานและลูกจ้างของด้านกิจการ ตลอดจนข้อมูลด้านบุคคลเบื้องต้น
(1.6) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งงานที่มิได้อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายอื่นโดยเฉพาะ
(2) ฝ่ายสนับสนุนการเลือกตั้ง มีหน้าที่ ดังนี้
(2.1) งานสนับสนุนและประมาณจัดการเลือกตั้งของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด หน่วยงานภายนอกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
(2.2) งานสถานที่ วัสดุอุปกรณ์การเลือกตั้ง บัตรเลือกตั้ง หีบบัตรเลือกตั้ง คูหาลงคะแนน หนังสือ คู่มือ
(2.3) งานสนับสนุนเครื่องมือสื่อสารและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(2.4) งานรักษาความปลอดภัยและรักษาความสงบเรียบร้อยในการเลือกตั้ง
(2.5) งานสรรหาและแต่งตั้งกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด กรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา รวมถึงดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียนของบุคลากรการเลือกตั้ง
(2.6) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(3) ฝ่ายข้อมูลการเลือกตั้ง มีหน้าที่ ดังนี้
(3.1) งานสารสนเทศด้านการจัดการเลือกตั้ง
(3.2) งานข้อมูลและสถิติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา ศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง
(3.3) งานข้อมูลและสถิติการเลือกตั้งท้องถิ่น ศูนย์ประสานงานเลือกตั้งท้องถิ่น
(3.4) งานทะเบียนข้อมูลผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผู้ถูกเพิกถอนสิทธิและเสียสิทธิเลือกตั้ง
(3.5) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ 28 สำนักวิจัยและพัฒนาการเลือกตั้ง มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
(1) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัย และประเมินผลการเลือกตั้ง
(2) ศึกษาปัญหาและบทเรียนการเลือกตั้ง
(3) ศึกษา ปรับปรุง และพัฒนาระบบการจัดการเลือกตั้ง
(4) ศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีการเลือกตั้ง
(5) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่คณะกรรมการหรือสำนักงานมอบหมาย
ข้อ 29 ให้จัดแบ่งส่วนงานของสำนักวิจัยและพัฒนาการเลือกตั้ง เป็น 3 ฝ่าย ดังนี้
(1) ฝ่ายวิจัยและประเมินผลการเลือกตั้ง มีหน้าที่ ดังนี้
(1.1) ศึกษา วิเคราะห์ และวิจัยการเลือกตั้ง
(1.2) ติดตามและประเมินผลการเลือกตั้ง
(1.3) วิเคราะห์และรายงานผลการเลือกตั้ง
(1.4) จัดทำเอกสารวิชาการเกี่ยวกับการเลือกตั้ง
(1.5) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(2) ฝ่ายพัฒนาระบบการจัดการเลือกตั้ง มีหน้าที่ ดังนี้
(2.1) พัฒนาระบบการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา
(2.2) พัฒนาระบบการเลือกตั้งท้องถิ่น
(2.3) พัฒนาระบบการลงคะแนนและการนับคะแนน
(2.4) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(3) ฝ่ายพัฒนาเทคโนโลยีการเลือกตั้ง มีหน้าที่ ดังนี้
(3.1) บริหารและพัฒนาเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งด้วยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์
(3.2) บริหารและพัฒนาเทคโนโลยีและอุปกรณ์การเลือกตั้ง
(3.3) บริหารและพัฒนาระบบสารสนเทศและระบบงานคอมพิวเตอร์เพื่อการเลือกตั้ง
(3.4) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

:: ส่วนที่ 4 ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ
ข้อ 30 ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบปฏิบัติงานเกี่ยวกับการจัดตั้งพรรคการเมือง การควบคุม ตรวจสอบ สนับสนุนการดำเนินงานของพรรคการเมืองและปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง และว่าด้วยการออกเสียงประชามติ การบริหารกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง และงานธุรการของนายทะเบียนพรรคการเมือง
ให้จัดแบ่งส่วนงานของด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ เป็น 2 สำนัก คือ
(1) สำนักกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ
(2) สำนักบริหารการสนับสนุนโดยรัฐ
ข้อ 31 สำนักกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
(1) รับคำขอจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองและพิจารณาเสนอความเห็นเกี่ยวกับการขอจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมือง
(2) ควบคุมตรวจสอบการดำเนินงานของพรรคการเมือง และการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง
(3) ปฏิบัติงานในฐานะหน่วยงานธุรการและสนับสนุนการปฏิบัติให้แก่นายทะเบียนพรรคการเมือง
(4) ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาพรรคการเมืองและศึกษา วิเคราะห์ วิจัย เกี่ยวกับการพัฒนาพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ
(5) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่คณะกรรมการ นายทะเบียนพรรคการเมือง หรือสำนักงานมอบหมาย
ข้อ 32 ให้จัดแบ่งส่วนงานของสำนักกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติเป็น 1 งาน 4 ฝ่าย ดังนี้
(1) งานอำนวยการ มีหน้าที่ ดังนี้
(1.1) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำแผนงาน โครงการ แผนปฏิบัติงาน การจัดทำคำของบประมาณรายจ่าย รวมทั้งการประสานงานด้านแผน การติดตามประเมินผล และจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนัก
(1.2) ดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณและงานธุรการทั่วไปของสำนัก และของนายทะเบียนพรรคการเมือง
(1.3) ดำเนินการเกี่ยวกับงานพัสดุครุภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ และการเบิกจ่ายงบประมาณของสำนัก
(1.4) ดำเนินการเกี่ยวกับการควบคุมตรวจสอบการปฏิบัติงานของพนักงานและลูกจ้างของสำนัก ตลอดจนข้อมูลด้านบุคคลเบื้องต้น
(1.5) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย และงานที่มิได้อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยเฉพาะ
(2) ฝ่ายกิจการพรรคการเมือง มีหน้าที่ ดังนี้
(2.1) ตรวจสอบเอกสารหลักฐาน คุณสมบัติ ผู้ขอจัดตั้งพรรคการเมืองและศึกษาวิเคราะห์ เพื่อเสนอความเห็นต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองพิจารณาวินิจฉัยสั่งการ
(2.2) ควบคุม ติดตาม ตรวจสอบ การดำเนินงานของพรรคการเมืองและให้คำปรึกษา แนะนำ เพื่อให้การดำเนินงานของพรรคการเมืองเป็นไปตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง
(2.3) จัดทำทะเบียนพรรคการเมือง ทะเบียนสาขาพรรคการเมือง และข้อมูลเกี่ยวกับพรรคการเมืองเผยแพร่แก่ผู้สนใจและประชาชนทั่วไป
(2.4) ตรวจสอบเอกสารหลักฐาน ศึกษา วิเคราะห์ และเสนอความเห็นในการรวมพรรคการเมือง การเลิกพรรคการเมือง ต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองเพื่อพิจารณาสั่งการรวมตลอดทั้งจัดทำคำร้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่พรรคการเมืองต้องยุบเลิกตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง
(2.5) ศึกษา วิเคราะห์ รวบรวมปัญหาอุปสรรคในทางปฏิบัติตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง และเสนอแนวทางการแก้ไขต่อนายทะเบียนพรรคการเมืองเพื่อเป็นข้อมูลในการพิจารณาแก้ไขกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง
(2.6) ให้คำปรึกษา แนะนำ และอำนวยความสะดวกแก่ผู้สนใจในการจัดตั้งพรรคการเมืองและประชาชนโดยทั่วไป
(2.7) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(3) ฝ่ายตรวจสอบระบบบัญชีการเงินและทรัพย์สิน มีหน้าที่ ดังนี้
(3.1) ตรวจสอบการดำเนินกิจการทางการเงิน เช่น ระบบบัญชี การจัดทำงบการเงินของพรรคการเมือง การรับบริจาคของพรรคการเมือง ตลอดจนติดตาม และเร่งรัดการชำระบัญชีของพรรคการเมืองที่ยุบเลิก
(3.2) ดำเนินการเกี่ยวกับการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินตามกฎหมาย
(3.3) ดำเนินการเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น
(3.4) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(4) ฝ่ายพัฒนาพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ มีหน้าที่ ดังนี้
(4.1) ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาพรรคการเมืองและบุคลากรของพรรคการเมือง
(4.2) ส่งเสริมและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ
(4.3) ควบคุมและดำเนินการจัดหรือจัดให้มีการออกเสียงประชามติตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการออกเสียงประชามติให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
(4.4) ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ วิจัยเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ และการปรับปรุงแก้ไขกฎ ระเบียบ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง
(4.5) ประสานงานกับส่วนงาน ส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นเพื่อดำเนินการพัฒนาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ
(4.6) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(5) ฝ่ายวิจัยและพัฒนาระบบบริหารฐานข้อมูลพรรคการเมือง มีหน้าที่ดังนี้
(5.1) การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับระบบฐานข้อมูลพรรคการเมืองเพื่อเสนอแนะรูปแบบ วิธีการจัดระบบฐานข้อมูลให้แก่พรรคการเมือง
(5.2) ส่งเสริมการพัฒนาและเชื่อมโยงระบบฐานข้อมูลระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง พรรคการเมือง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
(5.3) ดำเนินการจัดเก็บและบันทึกข้อมูลพรรคการเมืองลงในระบบฐานข้อมูลพรรคการเมือง ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง รวมทั้งปรับปรุงแก้ไขข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน
(5.4) ดำเนินการจัดเก็บเอกสารพรรคการเมืองด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์
(5.5) ควบคุมตรวจสอบการรายงานการดำเนินกิจการของพรรคการเมือง
(5.6) จัดพิมพ์เผยแพร่เอกสารข้อมูลสถิติเกี่ยวกับพรรคการเมือง และเผยแพร่ข้อมูลผ่านทางระบบสารสนเทศ
(5.7) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย และงานที่มิได้อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยเฉพาะ
ข้อ 33 สำนักบริหารการสนับสนุนโดยรัฐ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
(1) ส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานในระบบพรรคการเมืองตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง
(2) บริหารกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองตามประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับและมติของคณะกรรมการกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง
(3) ติดตามประเมินตรวจสอบผลการใช้จ่ายเงินของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการศึกษา การวิจัยและพัฒนาการบริหารกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง และการพัฒนาพรรคการเมือง ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง
(4) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่คณะกรรมการ สำนักงาน หรือคณะกรรมการกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองมอบหมาย
ข้อ 34 ให้จัดแบ่งส่วนงานของสำนักบริหารการสนับสนุนโดยรัฐ เป็น 1 งาน 3 ฝ่าย ดังนี้
(1) งานอำนวยการ มีหน้าที่ ดังนี้
(1.1) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำแผนงาน โครงการ แผนปฏิบัติงาน การจัดทำคำของบประมาณรายจ่าย รวมทั้งการประสานงานด้านแผน การติดตามประเมินผล และจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนัก
(1.2) ดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณและงานธุรการทั่วไปของสำนัก
(1.3) ดำเนินการเกี่ยวกับงานพัสดุ ครุภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ และการเบิกจ่ายงบประมาณของสำนัก
(1.4) ดำเนินการเกี่ยวกับการควบคุมตรวจสอบการปฏิบัติงานของพนักงานและลูกจ้างของสำนัก ตลอดจนข้อมูลด้านบุคคลเบื้องต้น
(1.5) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย และงานที่มิได้อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยเฉพาะ
(2) ฝ่ายกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง มีหน้าที่ ดังนี้
(2.1) บริการเงินกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ให้เป็นไปตามประกาศ ระเบียบ ข้อบังคับและมติของคณะกรรมการกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง
(2.2) ศึกษา วิเคราะห์ แผนงานและโครงการเพื่อพัฒนาเงินรายได้ และงบประมาณของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง
(2.3) จัดสรรเงินสนับสนุนพรรคการเมืองตามแผนงานโครงการที่ได้รับอนุมัติและตรวจสอบติดตามการใช้จ่ายเงิน
(2.4) ดำเนินการตรวจสอบเอกสารเพื่อเบิกจ่ายเงิน บันทึกบัญชีและจัดทำงบการเงินเพื่อเสนอต่อผู้สอบบัญชีตามกฎหมาย
(2.5) รับผิดชอบงานเลขานุการ คณะกรรมการกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง
(2.6) จัดทำคำของบประมาณของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง รวมทั้งการทำรายงานผลการปฏิบัติงานของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง
(2.7) จัดหา ควบคุม ซ่อมแซมและบำรุงรักษาพัสดุ ครุภัณฑ์ และยานพาหนะ เพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจการของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง
(2.8) สรรหา บรรจุ แต่งตั้ง และควบคุมการปฏิบัติงานของลูกจ้างของกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง
(2.9) งานการประชุมของคณะกรรมการกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองและคณะอนุกรรมการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
(2.10) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่คณะกรรมการ สำนักงาน หรือคณะกรรมการกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมืองมอบหมาย
(3) ฝ่ายปฏิบัติการสนับสนุน มีหน้าที่ ดังนี้
(3.1) ดำเนินการและประสานงานในการจัดสรรเวลาให้พรรคการเมืองที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ออกอากาศและแถลงผลงาน
(3.2) ดำเนินการและประสานงานในการจัดทำประกาศนายทะเบียนพรรคการเมืองทุกเรื่อง เพื่อประชาสัมพันธ์ทางสถานีวิทยุและโทรทัศน์
(3.3) ดำเนินการจัดประชุมเพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การจัดสรรเวลาออกอากาศให้พรรคการเมือง ที่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งโฆษณาหาเสียง
(3.4) ตรวจสอบแบบคำขอรับเงินและแจ้งการจัดสรรเงินสนับสนุนให้พรรคการเมืองทราบ
(3.5) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(4) ฝ่ายติดตามประเมินผล มีหน้าที่ ดังนี้
(4.1) ศึกษา วิจัย การบริหารกองทุนและพัฒนาพรรคการเมือง
(4.2) ติดตามประเมินผลการดำเนินงานตามแผนงานและโครงการของพรรคการเมือง ที่ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง
(4.3) ประสานงานจังหวัดเพื่อตรวจสอบ ติดตามและจัดเก็บข้อมูลสาขาพรรคการเมือง
(4.4) ตรวจสอบ ติดตาม และรายงานผลการใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ได้รับเงินสนับสนุนจากกองทุน เพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง
(4.5) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

:: ส่วนที่ 5 ด้านกิจการการมีส่วนร่วม
ข้อ 35 ด้านกิจการการมีส่วนร่วม มีอำนาจหน้าที่ให้การศึกษาเรียนรู้การรณรงค์เผยแพร่ความรู้ทางการเมือง และการเลือกตั้งแก่ประชาชน รวมทั้งดำเนินการให้ประชาชน คณะบุคคล องค์การเอกชนและประชาคมจังหวัด มีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาทางการเมืองและการเลือกตั้ง ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ให้จัดแบ่งส่วนงานของด้านกิจการการมีส่วนร่วม เป็น 2 สำนัก คือ
(1) สำนักการมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้ง
(2) สำนักรณรงค์และเผยแพร่
ข้อ 36 สำนักการมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้ง มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
(1) ศึกษา วิเคราะห์ วิจัยเพื่อจัดทำแผนแม่บท แผนงาน โครงการ เกี่ยวกับการเพิ่มพูนความรู้และทักษะในการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการทางการเมือง และการเลือกตั้งในรูปแบบการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
(2) การรับรองและการแต่งตั้งผู้แทนองค์การเอกชนเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบการเลือกตั้ง
(3) ดำเนินการและประสานงานกับส่วนราชการ ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ หรือสนับสนุนองค์การเอกชนในการให้การศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
(4) ดำเนินการจัดทำหลักสูตร คู่มือ ตลอดจนการฝึกอบรม ประชุม สัมมนาเพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะแก่บุคคล คณะบุคคล และประชาชน ให้มีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมืองและการเลือกตั้ง
(5) ดำเนินการร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่คณะกรรมการหรือสำนักงานมอบหมาย
ข้อ 37 ให้จัดแบ่งส่วนงานของสำนักการมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้ง เป็น 1 งาน 2 ฝ่าย ดังนี้
(1) งานอำนวยการ มีหน้าที่ ดังนี้
(1.1) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำแผนงาน โครงการ แผนปฏิบัติงาน การจัดทำคำของบประมาณรายจ่าย รวมทั้งการประสานงานด้านแผน การติดตามประเมินผล และจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนัก
(1.2) ประสานงานกับส่วนงาน ส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นในการรวบรวมข้อมูล สถิติ ตัวเลข และจัดทำระบบข้อมูลข้อสนเทศที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในการปฏิบัติงานและการเผยแพร่
(1.3) ดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณและงานธุรการทั่วไปของสำนัก
(1.4) ดำเนินการเกี่ยวกับงานพัสดุครุภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ และการเบิกจ่ายงบประมาณของสำนัก
(1.5) ดำเนินการเกี่ยวกับการควบคุมตรวจสอบการมาปฏิบัติงานของพนักงานและลูกจ้างของสำนัก ตลอดจนข้อมูลด้านบุคคลเบื้องต้น
(1.6) ดำเนินการร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย และงานที่มิได้อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยเฉพาะ
(2) ฝ่ายองค์การเอกชนและประชาคมจังหวัด มีหน้าที่ ดังนี้
(2.1) ดำเนินการสำรวจรวบรวมเพื่อจัดทำข้อมูลข้อสนเทศเกี่ยวกับองค์การเอกชนและประชาคมจังหวัด
(2.2) ดำเนินการศึกษาวิเคราะห์เพื่อการกำหนดหรือปรับปรุงระเบียบ ข้อบังคับในการพัฒนาและสนับสนุนให้ประชาคมและองค์การเอกชนเข้ามีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้ง
(2.3) ดำเนินการเกี่ยวกับการให้การรับรองการเพิกถอนการรับรอ งและการปฏิบัติงานขององค์การเอกชนตรวจสอบการเลือกตั้ง
(2.4) ติดตามตรวจสอบและประเมินผลแผนงานโครงการ และรายงานผลการปฏิบัติงานการตรวจสอบการเลือกตั้งขององค์การเอกชน
(2.5) ดำเนินงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(3) ฝ่ายพัฒนาการมีส่วนร่วม มีหน้าที่ ดังนี้
(3.1) ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ วิจัยและติดตามประเมินผล เพื่อพัฒนาการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการทางการเมืองและการเลือกตั้ง
(3.2) ดำเนินการจัดทำหลักสูตรและคู่มือตลอดจนการฝึกอบรม สัมมนาเพื่อเพิ่มความรู้และทักษะแก่บุคลากร คณะบุคคล และประชาชนให้มีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมืองและการเลือกตั้ง
(3.3) ประสานความร่วมมือ สนับสนุน และส่งเสริมให้ประชาชน ภาคเอกชน และภาคราชการเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองและการเลือกตั้ง
(3.4) ดำเนินงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ 38 สำนักรณรงค์เผยแพร่ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
(1) ส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง
(2) เผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจและข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเมืองการปกครองตามระบอบประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง
(3) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่คณะกรรมการหรือสำนักงานมอบหมาย
ข้อ 39 ให้จัดแบ่งส่วนงานสำนักรณรงค์เผยแพร่ เป็น 1 งาน 2 ฝ่าย 5 ศูนย์ ดังนี้
(1) งานอำนวยการ มีหน้าที่ ดังนี้
(1.1) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำแผนงาน โครงการ แผนปฏิบัติงาน การจัดทำคำของบประมาณรายจ่าย รวมทั้งการประสานงานด้านแผน การติดตามประเมินผล และจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนัก
(1.2) ประสานงานกับส่วนงาน ส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นในการรวบรวมข้อมูล สถิติ ตัวเลข และจัดทำระบบข้อมูลข้อสนเทศที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในการปฏิบัติงานและการเผยแพร่
(1.3) ดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณและงานธุรการทั่วไปของสำนัก
(1.4) ดำเนินการเกี่ยวกับงานพัสดุครุภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ และการเบิกจ่ายงบประมาณของสำนัก
(1.5) ดำเนินการเกี่ยวกับการควบคุมตรวจสอบการมาปฏิบัติงานของพนักงานและลูกจ้างของสำนัก ตลอดจนข้อมูลด้านบุคคลเบื้องต้น
(1.6) ดำเนินการร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย และงานที่มิได้อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งโดยเฉพาะ
(2) ฝ่ายผลิตสื่อ มีหน้าที่ ดังนี้
(2.1) ศึกษา วิเคราะห์ และกำหนดรูปแบบการผลิตสื่อให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจและมีส่วนร่วมทางการเมืองและการเลือกตั้ง
(2.2) ดำเนินการจัดทำสื่อเผยแพร่ทางวิชาการ เช่น จัดทำสื่อต้นแบบ บทความ สารคดี เผยแพร่ผ่านทางสื่อสิ่งพิมพ์ สื่อวิทยุ สื่อโทรทัศน์ หอกระจายข่าว ฯลฯ
(2.3) ดำเนินการผลิตสื่อและจัดทำรายการวิทยุ โทรทัศน์ ตลอดจนหาช่องทางการเผยแพร่สื่อ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจและกระตุ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองและการเลือกตั้ง
(2.4) ติดตามประเมินผลการใช้สื่อต่างๆ เพื่อพัฒนารูปแบบและผลิตสื่อให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายในการรณรงค์และเผยแพร่
(2.5) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(3) ฝ่ายส่งเสริมและเผยแพร่ มีหน้าที่ ดังนี้
(3.1) ศึกษาวิเคราะห์เพื่อกำหนดรูปแบบ และแนวคิดในการรณรงค์เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจและมีส่วนร่วมทางการเมืองและการเลือกตั้ง
(3.2) รณรงค์และเผยแพร่ให้ประชาชน มีความรู้ความเข้าใจ และมีส่วนร่วมในระบอบประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง ผ่านสื่อทุกประเภท ทั้งสื่อท้องถิ่น และสื่อเทคโนโลยีสารสนเทศตลอดจนกิจกรรมรณรงค์
(3.3) ส่งเสริมเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ความรู้และข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง
(3.4) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(4) ศูนย์การเรียนรู้การเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่ 1 มีหน้าที่ปฏิบัติงานในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร และจังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม นครปฐม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี และเพชรบุรี ดังนี้
(4.1) ดำเนินการให้การศึกษาเกี่ยวกับการเมืองและกระบวนการเลือกตั้งแก่ประชาชนกลุ่มต่างๆ
(4.2) เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีโอกาสเรียนรู้ระบบการเลือกตั้งจากการได้สัมผัสของจริงด้วยตนเอง
(4.3) กระตุ้นให้ประชาชนมีทัศนคติที่ดีต่อการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และสนใจเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมืองและการเลือกตั้ง
(4.4) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด และส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(5) ศูนย์การเรียนรู้การเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่ 2 มีหน้าที่ปฏิบัติงานในเขตพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง สิงห์บุรี ชัยนาท อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด ดังนี้
(5.1) ดำเนินการให้การศึกษาเกี่ยวกับการเมืองและกระบวนการเลือกตั้งแก่ประชาชนกลุ่มต่างๆ
(5.2) เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีโอกาสเรียนรู้ระบบการเลือกตั้งจากการได้สัมผัสของจริงด้วยตนเอง
(5.3) กระตุ้นให้ประชาชนมีทัศนคติที่ดีต่อการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และสนใจเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมืองและการเลือกตั้ง
(5.4) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด และส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(6) ศูนย์การเรียนรู้การเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่ 3 มีหน้าที่ปฏิบัติงานเลือกตั้งในเขตพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง พัทลุง สงขลา ปัตตานี สตูล ยะลา และนราธิวาส ดังนี้
(6.1) ดำเนินการให้การศึกษาเกี่ยวกับการเมืองและกระบวนการเลือกตั้งแก่ประชาชนกลุ่มต่างๆ
(6.2) เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีโอกาสเรียนรู้ระบบการเลือกตั้งจากการได้สัมผัสของจริงด้วยตนเอง
(6.3) กระตุ้นให้ประชาชนมีทัศนคติที่ดีต่อการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และสนใจเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมืองและการเลือกตั้ง
(6.4) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด และส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(7) ศูนย์การเรียนรู้การเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่ 4 มีหน้าที่ปฏิบัติงานเลือกตั้งในเขตพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ ยโสธร อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มุกดาหาร เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย สกลนคร และนครพนม ดังนี้
(7.1) ดำเนินการให้การศึกษาเกี่ยวกับการเมืองและกระบวนการเลือกตั้งแก่ประชาชนกลุ่มต่างๆ
(7.2) เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีโอกาสเรียนรู้ระบบการเลือกตั้งจากการได้สัมผัสของจริงด้วยตนเอง
(7.3) กระตุ้นให้ประชาชนมีทัศนคติที่ดีต่อการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และสนใจเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมืองและการเลือกตั้ง
(7.4) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด และส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(8) ศูนย์การเรียนรู้การเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่ 5 มีหน้าที่ปฏิบัติงานเลือกตั้งในเขตพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ กำแพงเพชร ตาก ลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ ดังนี้
(8.1) ดำเนินการให้การศึกษาเกี่ยวกับการเมืองและกระบวนการเลือกตั้งแก่ประชาชนกลุ่มต่างๆ
(8.2) เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีโอกาสเรียนรู้ระบบการเลือกตั้งจากการได้สัมผัสของจริงด้วยตนเอง
(8.3) กระตุ้นให้ประชาชนมีทัศนคติที่ดีต่อการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง และสนใจเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการทางการเมืองและการเลือกตั้ง
(8.4) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด และส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

:: หมวด 2 ส่วนงานที่ไม่สังกัดด้านกิจการ
ข้อ 40 ให้มีส่วนงานที่ไม่สังกัดด้านกิจการใด ดังนี้
(1) สำนักกฎหมายและคดี
(2) สำนักการประชุม
(3) สำนักประชาสัมพันธ์
(4) ผู้ชำนาญการ
(5) สำนักเลขานุการคณะกรรมการการเลือกตั้ง
(6) สำนักผู้ตรวจการ
(7) สำนักผู้ตรวจสอบภายใน
ข้อ 41 สำนักกฎหมายและคดี มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
(1) ดำเนินการเกี่ยวกับกฎหมายในความรับผิดชอบของคณะกรรมการ นายทะเบียนพรรคการเมือง และสำนักงาน
(2) ดำเนินการเกี่ยวกับนิติกรรมและสัญญา ความรับผิดชอบในทางแพ่งของพนักงานและหน่วยงานในสังกัดสำนักงาน
(3) งานคดีที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ นายทะเบียนพรรคการเมือง และสำนักงาน
(4) เป็นศูนย์เอกสารข้อมูลทางวิชาการ หรือสื่ออื่นๆ ในส่วนของกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ตลอดจนการบริหารจัดการที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง
(5) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่คณะกรรมการหรือสำนักงานมอบหมาย
ข้อ 42 ให้จัดแบ่งส่วนงานของสำนักกฎหมายและคดี เป็น 1 งาน 3 ฝ่าย ดังนี้
(1) งานอำนวยการ มีหน้าที่ ดังนี้
(1.1) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำแผนงาน โครงการ แผนปฏิบัติงาน การจัดทำคำของบประมาณรายจ่าย รวมทั้งการประสานงานด้านแผน การติดตามประเมินผล และจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนัก
(1.2) ดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณและงานธุรการทั่วไปของสำนัก
(1.3) ดำเนินการเกี่ยวกับงานพัสดุครุภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ และการเบิกจ่ายงบประมาณของสำนัก
(1.4) ดำเนินการเกี่ยวกับการควบคุมตรวจสอบการมาปฏิบัติงานของพนักงานและลูกจ้างของสำนัก ตลอดจนข้อมูลด้านบุคคลเบื้องต้น
(1.5) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งงานที่มิได้อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายอื่นโดยเฉพาะ
(2) ฝ่ายกฎหมาย มีหน้าที่ ดังนี้
(2.1) ดำเนินการศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ วิจัย และเสนอความเห็นในเรื่องกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง
(2.2) ดำเนินการตรวจพิจารณาร่างกฎระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับงานในหน้าที่ของคณะกรรมการและสำนักงาน ตลอดจนนิติกรรมและสัญญาต่างๆ
(2.3) ดำเนินการจัดวางระบบสารบัญ กฎ ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องและปรับปรุงแก้ไขให้เป็นปัจจุบัน
(2.4) ให้คำปรึกษาแนะนำ แก้ไขปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงานตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ รวมทั้งประสานงานและช่วยเหลือการดำเนินงานในเรื่องที่เกี่ยวข้องแก่ส่วนงานต่างๆ
(2.5) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(3) ฝ่ายคดี มีหน้าที่ ดังนี้
(3.1) ศึกษาวิเคราะห์ข้อเท็จจริงตามสำนวนการสืบสวนสอบสวน เพื่อเสนอคณะกรรมการพิจารณาเกี่ยวกับการดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง
(3.2) ดำเนินการเกี่ยวกับงานด้านคดีความทั้งทางแพ่งและอาญาที่อยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการและสำนักงาน
(3.3) ประสานงานกับส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อการดำเนินการทางคดีที่เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการและสำนักงาน
(3.4) จัดทำยกร่างคำชี้แจงและคำให้การกรณีคณะกรรมการหรือสำนักงานถูกร้องเรียนหรือฟ้องร้องคดีเกี่ยวกับการเลือกตั้ง
(3.5) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(4) ฝ่ายห้องสมุดกฎหมายเลือกตั้ง มีหน้าที่ ดังนี้
(4.1) ดำเนินการคัดเลือกและจัดหาทรัพยากรสารนิเทศห้องสมุดที่อยู่ในรูปแบบวัสดุสื่อสิ่งพิมพ์ วัสดุสื่อโสตทัศนวัสดุ และวัสดุสื่ออิเล็กทรอนิกส์
(4.2) รวบรวมเกี่ยวกับความเป็นมาของการเลือกตั้งและการเมืองของไทย คณะกรรมการ และสำนักงาน
(4.3) ศึกษา วิเคราะห์ทรัพยากรสารนิเทศที่มีอยู่ และวางระบบการจัดเก็บให้เหมาะสม
(4.4) ให้บริการสืบค้นหาข้อมูล ค้นคว้า ตอบคำถาม และให้บริการในการยืมและส่งคืน
(4.5) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ 43 สำนักการประชุม มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
(1) ดำเนินการเกี่ยวกับจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการ
(2) จัดทำรายงานการประชุม
(3) ติดตามตรวจสอบและประเมินผลความคืบหน้าในการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการ รวมทั้งปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น
(4) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่คณะกรรมการหรือสำนักงานมอบหมาย
ข้อ 44 ให้จัดแบ่งส่วนงานของสำนักการประชุม เป็น 1 งาน 2 ฝ่าย ดังนี้
(1) งานอำนวยการ มีหน้าที่ ดังนี้
(1.1) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำแผนงาน โครงการ แผนปฏิบัติงาน การจัดทำคำของบประมาณรายจ่าย รวมทั้งการประสานงานด้านแผน การติดตามประเมินผล และจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนัก
(1.2) ดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณและงานธุรการทั่วไปของสำนัก
(1.3) ดำเนินการเกี่ยวกับงานพัสดุครุภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ และการเบิกจ่ายงบประมาณของสำนัก
(1.4) ดำเนินการเกี่ยวกับการควบคุมตรวจสอบการมาปฏิบัติงานของพนักงานและลูกจ้างของสำนัก ตลอดจนข้อมูลด้านบุคคลเบื้องต้น
(1.5) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งงานที่มิได้อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายอื่นโดยเฉพาะ
(2) ฝ่ายการประชุม มีหน้าที่ ดังนี้
(2.1) ศึกษา วิเคราะห์ และเสนอแนะเพื่อการกำหนดหรือปรับปรุงรูปแบบและวิธีการประชุมคณะกรรมการให้เหมาะสมกับการบริหารงาน
(2.2) ดำเนินการจัดระเบียบวาระการประชุม รวมทั้งการจัดส่งเอกสารประกอบการประชุมให้คณะกรรมการ
(2.3) ประสานงานกับประธานกรรมการ ส่วนงานต่างๆ หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อนัดหมายในการประชุมของคณะกรรมการ
(2.4) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(3) ฝ่ายมติและติดตามผล มีหน้าที่ ดังนี้
(3.1) ศึกษา วิเคราะห์เรื่องที่เสนอคณะกรรมการเพื่อประโยชน์ในการจดบันทึกการประชุม
(3.2) ดำเนินการจดบันทึกการประชุมคณะกรรมการให้ครอบคลุมทุกประเด็น และประเด็นสำคัญที่ได้มีการอภิปรายแสดงความคิดเห็นในการประชุม
(3.3) จัดทำรายงานการประชุมหรือมติของคณะกรรมการเพื่อเวียนแจ้งให้ส่วนงานหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทราบ รวมทั้งการจัดเก็บเพื่อใช้เป็นเอกสารอ้างอิง
(3.4) ประสานงานกับส่วนงานต่างๆ เพื่อจัดทำรายงานผลความคืบหน้าในการปฏิบัติตามมติเสนอต่อคณะกรรมการ รวมทั้งปัญหาอุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติตามมตินั้นๆ
(3.5) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ 45 สำนักประชาสัมพันธ์ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
(1) งานศึกษาวิเคราะห์วางแผน กำหนดกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์ เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจของประชาชนและภาพลักษณ์ขององค์กร
(2) งานประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง
(3) งานประชาสัมพันธ์เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีงามของคณะกรรมการและสำนักงาน
(4) งานผลิตสื่อ เช่น บทความ สารคดี สปอต ประชาสัมพันธ์ และงานการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารและผลงานของคณะกรรมการและสำนักงาน
(5) ศึกษา วิเคราะห์ข่าว สรุปรวบรวมข่าว ผลิตข่าว การแถลงข่าวชี้แจงทำความเข้าใจต่อประชาชน การแถลงผลงานเพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร
(6) ดำเนินการเกี่ยวกับงานโสตทัศนูปกรณ์ การถ่ายภาพ การบันทึกเสียง การให้บริการโสตทัศนูปกรณ์ ของสำนักงาน
(7) เป็นศูนย์ให้บริการค้นหาและแสดงข้อมูลข่าวสารของสำนักงานทางโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ต
(8) ปฏิบัติงานร่วม หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่คณะกรรมการหรือสำนักงานมอบหมาย
ข้อ 46 ให้จัดแบ่งส่วนงานของสำนักประชาสัมพันธ์ เป็น 1 งาน 3 ฝ่าย ดังนี้
(1) งานอำนวยการ มีหน้าที่ ดังนี้
(1.1) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำแผนงาน โครงการ แผนปฏิบัติงาน การจัดทำคำของบประมาณรายจ่าย รวมทั้งการประสานงานด้านแผน การติดตามประเมินผล และจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนัก
(1.2) ดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณและงานธุรการทั่วไปของสำนัก
(1.3) ดำเนินการเกี่ยวกับงานพัสดุครุภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ และการเบิกจ่ายงบประมาณของสำนัก
(1.4) ดำเนินการเกี่ยวกับการควบคุมตรวจสอบการมาปฏิบัติงานของพนักงานและลูกจ้างของสำนัก ตลอดจนข้อมูลด้านบุคคลเบื้องต้น
(1.5) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งงานที่มิได้อยู่ในความรับผิดชอบของฝ่ายอื่นโดยเฉพาะ
(2) ฝ่ายประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่ ดังนี้
(2.1) ประสานงานและดำเนินการเผยแพร่ข่าว การให้สัมภาษณ์ การแถลงข่าว การชี้แจงทำความเข้าใจในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับงานของคณะกรรมการและสำนักงาน
(2.2) ดำเนินการผลิตเอกสารสิ่งพิมพ์เพื่อเผยแพร่ผลการดำเนินงานและกิจกรรมของคณะกรรมการและสำนักงาน
(2.3) ดำเนินการจัดกิจกรรม หรือวิธีการอื่นใดเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอันดีร่วมกันระหว่างสื่อมวลชนกับคณะกรรมการและสำนักงาน
(2.4) ดำเนินการติดต่อประสานงานกับสื่อมวลชนเพื่อขอความร่วมมือในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร หรือการทำข่าวประชาสัมพันธ์การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการและสำนักงาน
(2.5) เป็นศูนย์ให้บริการค้นหาและแสดงข้อมูลข่าวสารของสำนักงานทางโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ต
(2.6) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(3) ฝ่ายวิเคราะห์และผลิตข่าว มีหน้าที่ ดังนี้
(3.1) ดำเนินการตรวจสอบ ติดตาม ประมวล วิเคราะห์ข่าวที่มีผลกระทบต่อภาพลักษณ์และการดำเนินงานของคณะกรรมการ และสำนักงาน เพื่อเสนอคณะกรรมการ
(3.2) ดำเนินการผลิตข่าว บทความ สารคดี สปอตวิทยุ โทรทัศน์ ออกเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานและภาพลักษณ์ขององค์กร
(3.3) จัดทำข้อเสนอการบริหารประเด็นข่าว เสนอประธานกรรมการพิจารณามอบหมายผู้รับผิดชอบดำเนินการแถลงข่าว ให้สัมภาษณ์ หรือดำเนินการประชาสัมพันธ์ด้วยวิธีการต่างๆ ที่เหมาะสม
(3.4) ขอข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกสำนักงานเพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิเคราะห์ และการบริหารประเด็นข่าว
(3.5) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(4) ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ มีหน้าที่ ดังนี้
(4.1) ดำเนินการวางแผนการจัดหาเครื่องมือโสตทัศนูปกรณ์ของสำนักงาน และการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ใช้อุปกรณ์
(4.2) ดำเนินการบันทึกภาพนิ่ง วิดีโอ และบันทึกเสียง ในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ของคณะกรรมการและสำนักงาน รวมทั้งการให้บริการภาพและเสียงแก่หน่วยงานทั้งภายในและภายนอกสำนักงาน
(4.3) ดำเนินการจัดทำฐานข้อมูลเกี่ยวกับระบบภาพ และเสียงข่าวสารข้อมูลการประชาสัมพันธ์งานของคณะกรรมการและสำนักงาน
(4.4) ดำเนินการเกี่ยวกับการควบคุม ดูแลบำรุงรักษา การให้บริการติดตั้ง การให้ยืม การจัดทำทะเบียนและคู่มือการใช้โสตทัศนูปกรณ์ของสำนักงาน
(4.5) ดำเนินการเกี่ยวกับการตัดต่อภาพ บันทึกเสียง การตัดต่อเสียง เพื่อการผลิตสื่อประชาสัมพันธ์
(4.6) ดำเนินการผลิตสื่อและรายการประชาสัมพันธ์ผลงานและภาพลักษณ์ขององค์กรผ่านช่องทางต่างๆ เช่น วิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ สื่อท้องถิ่น และสื่ออื่นๆ รวมทั้งการเผยแพร่สื่อให้หน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกสำนักงาน
(4.7) จัดทำข้อมูลบนเว็บไซด์ที่เกี่ยวข้องกับงานประชาสัมพันธ์ของคณะกรรมการ และสำนักงานเพื่อเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต
(4.8) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ 47 ผู้ชำนาญการ มีหน้าที่ ดังนี้
(1) งานวิเคราะห์นโยบายและแผน
(1.1) ศึกษาปรับปรุงโครงสร้างการจัดหน่วยงาน การกำหนดอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานให้สอดคล้องกับภารกิจของสำนักงาน
(1.2) ศึกษาปรับปรุงการกำหนดอัตรากำลังและการกำหนดตำแหน่งของพนักงาน เพื่อให้เกิดความเหมาะสมเป็นไปตามมาตรฐานทั่วไป
(1.3) ศึกษาปรับปรุงระบบงาน กระบวนการ และขั้นตอนการสั่งการให้เป็นไปอย่างรวดเร็วมีประสิทธิภาพ
(1.4.) ศึกษาปรับปรุงระบบบริหารงานบุคคลให้เกิดความโปร่งใสตรวจสอบได้ตามระบบคุณธรรม
(1.5) เสนอแนะแนวทางการกำหนดวิสัยทัศน์ กลยุทธ์เพื่อรองรับภารกิจแก่คณะกรรมการ
(1.6) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่คณะกรรมการหรือสำนักงานมอบหมาย
(2) งานบริหารการเลือกตั้ง
(2.1) ตรวจแนะนำเทคนิคเฉพาะด้านในการเลือกตั้ง ทั้งการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น
(2.2) ให้คำปรึกษาการจัดทำข้อมูลและทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
(2.3) ให้ข้อเสนอแนะการจัดทำคำขอตั้งงบประมาณในการเลือกตั้งตลอดจนศึกษาวิเคราะห์วิจัยการเลือกตั้งทุกระดับ
(2.4) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่คณะกรรมการหรือสำนักงานมอบหมาย
(3) งานสืบสวนสอบสวน
(3.1) ตรวจวิเคราะห์สำนวนเรื่องร้องเรียนและคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น และการออกเสียงประชามติ
(3.2) ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการสืบสวนสอบสวนในด้านต่างๆ
(3.3) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่คณะกรรมการหรือสำนักงานมอบหมาย
(4) งานวินิจฉัย
(4.1) ตรวจวิเคราะห์สำนวนเรื่องร้องเรียนและคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น และการออกเสียงประชามติ
(4.2) ให้คำปรึกษาแนะนำเกี่ยวกับการวินิจฉัยในด้านต่างๆ
(4.3) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่คณะกรรมการหรือสำนักงานมอบหมาย
(5) งานบริหารงานพรรคการเมือง
(5.1) ตรวจสอบระบบบัญชี การเงินและทรัพย์สินของพรรคการเมืองและสาขาพรรคการเมือง
(5.2) ให้คำปรึกษาแนะนำด้านการควบคุม กำกับดูแลกิจการของพรรคการเมืองการใช้จ่ายเงินของพรรคการเมือง
(5.3) งานกรรมการบริหารพรรคการเมือง กรรมการสาขาพรรคการเมือง
(5.4) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่คณะกรรมการหรือสำนักงานมอบหมาย
(6) งานการมีส่วนร่วม
(6.1) พิจารณาให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานโครงการตรวจสอบการเลือกตั้งของเอกชน
(6.2) ให้คำปรึกษาแนะนำในการส่งเสริมให้ประชาชน บุคคล องค์การเอกชน และประชาคมจังหวัด เข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้ง
(6.3) ศึกษาวิเคราะห์เพื่อให้เกิดกระบวนการประชาชนในการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง
(6.4) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่คณะกรรมการหรือสำนักงานมอบหมาย
(7) งานรณรงค์และเผยแพร่
(7.1) ศึกษา วิเคราะห์ และกำหนดแนวทางการจัดทำกิจกรรมรณรงค์เผยแพร่การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
(7.2) ให้คำปรึกษาในการสร้างสรรค์ แนะนำสื่อ เทคโนโลยีให้ตรงประเด็นและกลุ่มเป้าหมาย
(7.3) จัดทำข้อกำหนดขอบเขตงานผลิตสื่อเผยแพร่ รวมทั้งช่องทางการเผยแพร่
(7.4) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่คณะกรรมการหรือสำนักงานมอบหมาย
ข้อ 48 สำนักเลขานุการคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
(1) งานด้านเลขานุการเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ รวมทั้งที่ปรึกษา และผู้เชี่ยวชาญ
(2) เสนอแนะความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาในการกำหนดนโยบาย การประสานนโยบาย การติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบาย
(3) ศึกษาค้นคว้าทางวิชาการ และวิเคราะห์สถานการณ์ในกิจการที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง
(4) ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องราวร้องทุกข์หรือเรื่องร้องเรียน
(5) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ประธานกรรมการหรือกรรมการมอบหมาย
ข้อ 49 ให้จัดแบ่งส่วนงานของสำนักเลขานุการคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็น 5 ฝ่าย ดังนี้
(1) ฝ่ายกิจการประธานกรรมการการเลือกตั้ง มีหน้าที่ ดังนี้
(1.1) ดำเนินการเกี่ยวกับงานด้านเลขานุการเพื่อสนับสนุนการปฎิบัติหน้าที่ของประธานกรรมการ
(1.2) ศึกษา วิเคราะห์ ตรวจสอบ กลั่นกรอง และเสนอความเห็นเรื่องที่นำเสนอประธานกรรมการ
(1.3) ประสานงานและศึกษาค้นคว้าเพื่อประกอบการพิจารณาในการปฏิบัติหน้าที่ของประธานกรรมการ
(1.4) ดำเนินการจัดทำกำหนดนัดหมาย ขั้นตอนการเข้าพบ การตรวจการปฏิบัติงานประจำวัน รวมทั้งสรุปผลงานปฏิบัติงานประจำสัปดาห์
(1.5) ติดต่อประสานงานและอำนวยความสะดวกแก่ประธานกรรมการในงานรัฐพิธีและพิธีการต่างๆ
(1.6) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(2) ฝ่ายกิจการกรรมการการเลือกตั้ง 1-4 มีหน้าที่ ดังนี้
(2.1) ดำเนินการเกี่ยวกับงานด้านเลขานุการเพื่อสนับสนุนการปฎิบัติหน้าที่ของกรรมการ
(2.2) ศึกษา วิเคราะห์ ตรวจสอบ กลั่นกรอง และเสนอความเห็นเรื่องที่นำเสนอกรรมการ
(2.3) ประสานงานและศึกษาค้นคว้าเพื่อประกอบการพิจารณาในการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ
(2.4) ดำเนินการจัดทำกำหนดนัดหมาย ขั้นตอนการเข้าพบ การตรวจการปฏิบัติงานประจำวัน รวมทั้งสรุปผลงานปฏิบัติงานประจำสัปดาห์
(2.5) ติดต่อประสานงานและอำนวยความสะดวกแก่ประธานกรรมการในงานรัฐพิธีและพิธีการต่างๆ
(2.6) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ 50 สำนักผู้ตรวจการ มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
(1) ตรวจการปฏิบัติของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด รวมทั้งการตรวจแนะนำ ให้คำปรึกษา แก้ไขปัญหาอุปสรรคการปฏิบัติงานเพื่อเป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง รวมทั้งการรับฟังข้อเท็จจริงต่างๆ เกี่ยวกับการปฏิบัติงาน
(2) เสนอแนะความเห็นต่อคณะกรรมการและสำนักงานเพื่อการกำหนดหรือปรับปรุงเกี่ยวกับการปฏิบัติงา นตามอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
(3) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ประธานกรรมการหรือกรรมการมอบหมาย
ข้อ 51 ให้สำนักผู้ตรวจการมีสำนักงานผู้ตรวจการรับผิดชอบเกี่ยวกับกิจการทั่วไปของผู้ตรวจการและมีหน้าที่ ดังนี้
(1) ดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณและงานธุรการทั่วไปของสำนัก
(2) ดำเนินการเกี่ยวกับงานพัสดุครุภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ และการเบิกจ่ายงบประมาณของสำนัก
(3) ดำเนินการเกี่ยวกับการควบคุมตรวจสอบการปฏิบัติงานของพนักงานและลูกจ้างของสำนัก ตลอดจนข้อมูลด้านบุคคลเบื้องต้น
(4) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำแผนงาน โครงการ แผนปฏิบัติงาน การจัดทำคำของบประมาณรายจ่าย รวมทั้งการประสานงานด้านแผน การติดตามประเมินผล และจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนัก
(5) ปฏิบัติงานธุรการและช่วยปฏิบัติงานด้านการตรวจการ การติดต่อประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวก
(6) ประสานงานกับส่วนงาน ส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นในการรวบรวมข้อมูล สถิติ ตัวเลข และจัดทำระบบข้อมูลข้อสนเทศที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในการปฏิบัติงานและการเผยแพร่
(7) ศึกษา วิเคราะห์ เพื่อการกำหนดแนวทางและวิธีการตรวจและจัดทำแผนการตรวจประจำปี หรือแผนการตรวจอื่นๆ
(8) ดำเนินการออกตรวจการปฏิบัติงานของส่วนงานในภูมิภาคในลักษณะของการแนะนำการปฏิบัติงาน ตรวจนิเทศงาน และแก้ไขปัญหา รวมทั้งรับฟังปัญหาอุปสรรคข้อขัดข้องต่างๆ ในการทำงานของหน่วยรับการตรวจ
(9) ดำเนินการรวบรวมข้อมูลและศึกษาวิเคราะห์เพื่อเสนอความเห็นต่อสำนักงาน และคณะกรรมการในการปรับปรุงระบบและวิธีการทำงาน ให้เหมาะกับสภาพความเป็นจริง
(10) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ 52 สำนักผู้ตรวจสอบภายใน มีอำนาจหน้าที่ ดังนี้
(1) ดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องและเชื่อถือได้ของข้อมูลตัวเลขต่างๆ ตามปริมาณมากน้อยตามความจำเป็นและเหมาะสม โดยคำนึงถึงประสิทธิภาพของระบบการควบคุมภายในและความสำคัญของเรื่องที่ตรวจสอบ
(2) ตรวจสอบการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณ การบริหารการเงิน การบริหารพัสดุและทรัพย์สิน รวมทั้งการบริหารงานอื่นให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และมติของคณะกรรมการ รวมทั้งการตรวจสอบการดูแลรักษาทรัพย์สินและการใช้ทรัพยากรทุกประเภทให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล และประหยัด
(3) ติดตามประเมินผลการปฏิบัติงาน เสนอแนะ ให้คำปรึกษาแนะนำวิธีการหรือมาตรการในการปรับปรุงแก้ไขการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนข้อจำกัดและปัญหาอุปสรรคต่างๆ
(4) ประสานงานกับส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การปฏิบัติงานตรวจสอบบรรลุวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่ต้องการ
(5) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้อง หรือตามที่ประธานกรรมการหรือสำนักงานมอบหมาย
ข้อ 53 ให้สำนักผู้ตรวจสอบภายในมีสำนักงานผู้ตรวจสอบภายในรับผิดชอบเกี่ยวกับกิจการทั่วไปของผู้ตรวจสอบภายใน และมีหน้าที่ ดังนี้
(1) ดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณและงานธุรการทั่วไปของสำนัก
(2) ดำเนินการเกี่ยวกับงานพัสดุครุภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ และการเบิกจ่ายงบประมาณของสำนัก
(3) ดำเนินการเกี่ยวกับการควบคุม ตรวจสอบการมาปฏิบัติงานของพนักงานและลูกจ้างของสำนัก ตลอดจนข้อมูลด้านบุคคลเบื้องต้น
(4) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำแผนงาน โครงการ แผนปฏิบัติงาน การจัดทำคำของบประมาณรายจ่าย รวมทั้งการประสานงานด้านแผน การติดตาม ประเมินผล และจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนัก
(5) ปฏิบัติงานธุรการและช่วยปฏิบัติงานด้านการตรวจสอบ การติดต่อประสานงานเพื่ออำนวยความสะดวก
(6) ประสานงานกับส่วนงาน ส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นในการรวบรวมข้อมูล สถิติ ตัวเลข และจัดทำระบบข้อมูลข้อสนเทศที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในการปฏิบัติงานและการเผยแพร่
(7) ศึกษา วิเคราะห์ เพื่อการกำหนดแนวทางและวิธีการตรวจและจัดทำแผนการตรวจประจำปี หรือแผนการตรวจอื่นๆ
(8) ดำเนินการออกตรวจผลการปฏิบัติงานของส่วนงานในภูมิภาคในลักษณะของการแนะนำการปฏิบัติงาน ตรวจนิเทศงาน และแก้ไขปัญหา รวมทั้งรับฟังปัญหาอุปสรรคข้อขัดข้องต่างๆ ในการทำงานของหน่วยรับการตรวจ
(9) ดำเนินการรวบรวมข้อมูลและศึกษาวิเคราะห์เพื่อเสนอความเห็นต่อสำนักงาน และคณะกรรมการในการปรับปรุงระบบและวิธีการทำงาน ให้เหมาะกับสภาพความเป็นจริง
(10) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย

:: หมวด 3 การจัดแบ่งส่วนงานในส่วนภูมิภาค
ข้อ 54 ให้มีสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด มีอำนาจหน้าที่ดังนี้
(1) งานธุรการของคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
(2) งานที่มีกฎหมายบัญญัติให้เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำจังหวัด งานที่คณะกรรมการและสำนักงานมอบหมาย รวมทั้งงานที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดมอบหมาย
(3) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่คณะกรรมการและสำนักงานมอบหมาย
ข้อ 55 ให้จัดแบ่งส่วนงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดเป็น 5 งาน ดังนี้
(1) งานอำนวยการ มีหน้าที่ ดังนี้
(1.1) ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำแผนงาน โครงการ แผนปฏิบัติงาน การจัดทำคำของบประมาณรายจ่าย รวมทั้งการประสานงานด้านแผน การติดตามประเมินผล และจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
(1.2) ประสานงานกับส่วนงาน ส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นในการรวบรวมข้อมูล สถิติ ตัวเลข และจัดทำระบบข้อมูลสนเทศที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ในการปฏิบัติงานและการเผยแพร่
(1.3) ดำเนินการเกี่ยวกับงานสารบรรณและงานธุรการทั่วไปของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
(1.4) ดำเนินการเกี่ยวกับงานพัสดุครุภัณฑ์ วัสดุอุปกรณ์ และการเบิกจ่ายงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัด
(1.5) ตรวจสอบเอกสารเพื่อเบิกจ่ายเงิน บันทึก บัญชี และรายงานบัญชีแยกประเภท
(1.6) ดำเนินการเกี่ยวกับการควบคุมตรวจสอบการปฏิบัติงานของพนักงานและลูกจ้างของจังหวัด ตลอดจนข้อมูลด้านบุคคลเบื้องต้น
(1.7) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย รวมทั้งงานที่มิได้อยู่ในความรับผิดชอบของกลุ่มงานอื่นโดยเฉพาะ
(2) งานจัดการเลือกตั้ง มีหน้าที่ ดังนี้
(2.1) ประสานงานและดำเนินการจัดให้มีการเลือกตั้งตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา การออกเสียงประชามติตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ การเลือกตั้งตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
(2.2) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ด้รับมอบหมาย
(3) งานพรรคการเมือง มีหน้าที่ ดังนี้
(3.1) ประสานและดำเนินการสนับสนุนกิจการของพรรคการเมืองและสาขาพรรคการเมืองใเขตพื้นที่
(3.2) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(4) งานการมีส่วนร่วม มีหน้าที่ ดังนี้
(4.1) ประสานและดำเนินการส่งเสริมการมีส่วนร่วมในกระบวนการเลือกตั้ง
(4.2) เสนอความเห็นเกี่ยวกับการรับรององค์กรเอกชนตรวจสอบการเลือกตั้ง
(4.3) การรณรงค์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
(4.4) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
(5) งานสืบสวนสอบสวน มีหน้าที่ ดังนี้
(5.1) ดำเนินการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงในพื้นที่ตามที่คณะกรรมการและสำนักงานมอบหมาย
(5.2) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของส่วนงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือตามที่ได้รับมอบหมาย
ข้อ 56 ในระหว่างที่ยังมิได้บรรจุและแต่งตั้งพนักงานในตำแหน่งงานต่างๆ ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการจัดแบ่งส่วนงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2547 นี้ ให้นำกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด ประกาศ คำสั่งและมติคณะกรรมการการเลือกตั้งที่ใช้บังคับอยู่เดิมมาใช้บังคับไปพลางก่อนโดยอนุโลม แล้วแต่กรณี
 
ประกาศ ณ วันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2547
พันตำรวจเอก วาสนา เพิ่มลาภ
ประธานกรรมการการเลือกตั้ง
 
     
Update