แนะนำ ขอคำแนะนำ ต้องการสนับสนุน 
กฎหมายดอตคอม คลิกที่นี่!!หน้าหลัก กฎหมายดอตคอม
     
 
 

ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง
ว่าด้วยการสืบสวนสอบสวนและการวินิจฉัยชี้ขาด (ฉบับที่ 4)
พ.ศ. 2547
 

เพื่อให้การดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริง เกี่ยวกับการกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยพรรคการเมือง กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ และกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ คณะกรรมการการเลือกตั้งสามารถประกาศผลการเลือกตั้งได้ในเวลาอันรวดเร็ว ถูกต้องและเที่ยงธรรมจึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติม ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการสืบสวนสอบสวนและการวินิจฉัยชี้ขาด (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2547
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 145 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 10 และมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2541 และมติคณะกรรมการการเลือกตั้ง ครั้งที่ 89/2547 เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2547 คณะกรรมการการเลือกตั้ง จึงออกระเบียบไว้ ดังนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการสืบสวนสอบสวนและการวินิจฉัยชี้ขาด (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2547"
ข้อ 2[1] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิกความในข้อ 18 และข้อ 37 ของ ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการสืบสวนสอบสวนและการวินิจฉัยชี้ขาด (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2547 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ 18 ผู้ร้องเรียนต้องร้องเรียนด้วยตนเอง แต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นจะมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นคำร้องเรียนแทนก็ได้ โดยผู้ยื่นคำร้องเรียนแทนต้องอยู่ในฐานะที่ทราบข้อเท็จจริงอันเป็นเหตุแห่งการร้องเรียนนั้น
ในกรณีที่มอบอำนาจให้ผู้อื่นร้องเรียนแทนผู้รับมอบอำนาจจะต้องส่งใบมอบอำนาจ และระบุเหตุผลที่ต้องมีการยื่นคำร้องเรียนแทน พร้อมทั้งสำเนาหรือภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนหรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐของผู้ร้องเรียน และผู้รับมอบอำนาจมาพร้อมกับคำร้องเรียนด้วย
ในกรณีที่ผู้ร้องเรียนเป็นนิติบุคคลต้องส่งสำเนาหนังสือสำคัญแสดงความเป็นนิติบุคคลมา พร้อมกับคำร้องเรียนด้วย
เพื่อประโยชน์ในการประกาศผลการเลือกตั้ง การยื่นคำร้องเรียนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น ให้ยื่นได้ตั้งแต่ก่อนวันเลือกตั้งจนถึงวันถัดจากวันประกาศผลการนับคะแนนเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้วสามวัน
เรื่องร้องเรียนที่ยื่นภายหลังระยะเวลาตามวรรคสี่ ให้ดำเนินการตามข้อ 37 วรรคสอง
"ข้อ 37 เรื่องร้องเรียนที่ผู้ร้องเรียนยื่นตามข้อ 18 วรรคสี่ และมีคำสั่งให้รับไว้พิจารณาแล้วให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนทำการสืบสวนสอบสวน และสรุปสำนวนให้แล้วเสร็จภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับเป็นเรื่องร้องเรียน
เรื่องร้องเรียนที่ผู้ร้องยื่นไว้ตามข้อ 18 วรรคห้า ให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนนำไปรวมพิจารณากับเรื่องคัดค้านการเลือกตั้ง (ถ้ามี) โดยให้ดำเนินการตามข้อ 36 หากไม่มีเรื่องคัดค้านการเลือกตั้งให้ทำการสืบสวนสอบสวนตามระเบียบนี้ต่อไป
ในกรณีที่เลขาธิการเห็นว่าเรื่องร้องเรียนใดไม่มีความจำเป็นต้องสืบสวนสอบสวนต่อไปแล้ว ให้เลขาธิการจัดทำความเห็น หรือข้อสังเกตตามข้อ 48 วรรคสอง ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แล้วเสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งเพื่อพิจารณาต่อไป
ในการสืบสวนสอบสวนตามระเบียบนี้ ให้เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนมีอำนาจหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ หรือตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมอบหมาย"
 
ประกาศ ณ วันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2547
พลตำรวจเอก วาสนา เพิ่มลาภ
ประธานกรรมการการเลือกตั้ง
 
     
Update