แนะนำ ขอคำแนะนำ ต้องการสนับสนุน 
กฎหมายดอตคอม คลิกที่นี่!!หน้าหลัก กฎหมายดอตคอม
     
 
 

ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ
ว่าด้วยการจัดจ้างบุคคลเพื่อปฏิบัติงานตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการประจำประธานศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
พ.ศ. 2547
 

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการจัดจ้างบุคคล เพื่อปฏิบัติงานตำแหน่งผู้ช่วยดำเนินงานในสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ โดยให้เปลี่ยนแปลงชื่อตำแหน่ง และการปฏิบัติหน้าที่หรือดำเนินกิจการใดๆ ตามที่มอบหมายให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2542 คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการจัดจ้างบุคคล เพื่อปฏิบัติงานตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการประจำประธานศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2547"
ข้อ 2[1] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2547 เป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิก
(1) ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการจัดจ้างบุคคลเพื่อปฏิบัติงานตำแหน่งผู้ช่วยดำเนินงานในสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2543
(2) ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการจัดจ้างบุคคลเพื่อปฏิบัติงานตำแหน่งผู้ช่วยดำเนินงานในสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2544
(3) ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการจัดจ้างบุคคลเพื่อปฏิบัติงานตำแหน่งผู้ช่วยดำเนินงานในสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2545
(4) ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการจัดจ้างบุคคลเพื่อปฏิบัติงานตำแหน่งผู้ช่วยดำเนินงานในสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2546
ข้อ 4 ในระเบียบนี้ "ผู้ช่วยเลขานุการ" หมายความว่า ผู้ช่วยเลขานุการประจำประธานศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ช่วยเลขานุการประจำตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
ข้อ 5 ให้คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้
ข้อ 6 ให้เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาการแต่งตั้งผู้ช่วยเลขานุการตามความประสงค์ของประธานศาลรัฐธรรมนูญ หรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แล้วแต่กรณี โดยให้เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เป็นผู้ตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคลที่จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นไปตามที่กำหนดในระเบียบนี้
ข้อ 7 ผู้ช่วยเลขานุการ ต้องมีคุณสมบัติทั่วไปดังต่อไปนี้
(1) มีสัญชาติไทย
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี
(3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ด้วยความบริสุทธิ์ใจ
(4) ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ ข้าราชการการเมือง หรือข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือของราชการส่วนท้องถิ่น หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
(5) ไม่เป็นกรรมการพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
(6) ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไร้ความสามารถหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กำหนดในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน
(7) ไม่เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งให้พักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยลูกจ้างประจำของส่วนราชการหรือตามกฎหมายอื่น
(8) ไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม
(9) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย
(10) ไม่เป็นผู้เคยต้องรับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเพราะกระทำความผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(11) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
(12) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก หรือปลดออก เพราะกระทำผิดวินัยตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนหรือตามกฎหมายอื่น
(13) ไม่เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก เพราะกระทำผิดวินัยตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยลูกจ้างประจำของส่วนราชการหรือตามกฎหมายอื่น
ข้อ 8 ผู้ช่วยเลขานุการ ต้องมีคุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง ดังต่อไปนี้
(1) วุฒิการศึกษาไม่ต่ำกว่าประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่า และ
(2) มีความสามารถในการใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นอย่างดี โดยอย่างน้อยในโปรแกรมสำเร็จรูป หรือ
(3) มีคุณสมบัติพิเศษหรือมีประสบการณ์ตามที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญ หรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเห็นสมควร แล้วแต่กรณี
ข้อ 9 ให้มีผู้ช่วยเลขานุการ จำนวนไม่เกินสิบห้าอัตราและให้ได้รับค่าตอบแทนเป็นรายเดือนตามวุฒิการศึกษา ดังนี้
(1) ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) หรือเทียบเท่า เดือนละ 6,500 บาท
(2) ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวส.) หรือเทียบเท่า เดือนละ 7,500 บาท
(3) ปริญญาตรี เดือนละ 9,000 บาท
(4) ปริญญาตรี และได้รับประกาศนียบัตรเนติบัณฑิตยสภา หรือประกาศนียบัตรบัณฑิตทางกฎหมายสาขาต่างๆ เดือนละ 10,500 บาท
(5) ปริญญาโทขึ้นไป เดือนละ 12,000 บาท
ข้อ 10 ให้ผู้ได้รับการเสนอแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเลขานุการ ยื่นใบรายงานตัวตามแบบที่กำหนดต่อสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมด้วยหลักฐานดังต่อไปนี้
(1) สำเนาทะเบียนบ้านและสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน ถ้ามีการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลให้นำหลักฐานการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลมาแสดงด้วย
(2) ใบสุทธิ หรือปริญญาบัตร หรือประกาศนียบัตร หรือระเบียนแสดงผลการศึกษาอย่างใดอย่างหนึ่ง
(3) รูปถ่ายหน้าตรงไม่สวมหมวกหรือแว่นตาสีดำ ขนาด 1 นิ้ว ถ่ายมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน จำนวน 4 รูป
(4) ใบรับรองแพทย์ซึ่งอายุไม่เกิน 6 เดือน
ข้อ 11 ผู้ช่วยเลขานุการ มีหน้าที่ช่วยเหลือและค้นคว้าข้อมูลประกอบการวินิจฉัยคำร้องต่างๆ และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญ หรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมอบหมาย แล้วแต่กรณี
ข้อ 12 ผู้ช่วยเลขานุการ พ้นจากหน้าที่ เมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) ขาดคุณสมบัติตามข้อ 7 หรือข้อ 8
(4) ประธานศาลรัฐธรรมนูญ หรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เห็นสมควรให้ออก แล้วแต่กรณี
(5) ประธานศาลรัฐธรรมนูญ หรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพ้นจากตำแหน่ง แล้วแต่กรณี
ข้อ 13 ให้ผู้ช่วยเลขานุการ มีสิทธิได้รับสวัสดิการและการสงเคราะห์อื่น ดังต่อไปนี้
(1) ค่าตอบแทนพิเศษที่มีกำหนดจ่ายเป็นรายเดือนจากเงินงบประมาณรายจ่ายของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ในอัตราเดือนละสี่พันบาท
(2) ค่าใช้จ่ายซึ่งเป็นค่าเครื่องแบบประจำสำนักงานตามหลักเกณฑ์เช่นเดียวกับข้าราชการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
(3) การประกันสุขภาพ เบี้ยประกันไม่เกินหนึ่งหมื่นบาทต่อคนต่อปี
ในการจัดหาผู้รับประกัน ให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการที่ออกตามระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยประโยชน์ตอบแทนอื่นในส่วนที่เกี่ยวกับการประกันสุขภาพของประธานศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มาใช้บังคับแก่ผู้ช่วยเลขานุการโดยอนุโลม
(4) บำเหน็จตอบแทนเป็นเงินซึ่งจ่ายครั้งเดียวเมื่อออกจากงาน หลังจากที่ปฏิบัติงานครบหนึ่งปีขึ้นไป นับแต่วันที่ได้รับการแต่งตั้ง
ในการคำนวณบำเหน็จตอบแทนให้นำค่าตอบแทนเป็นรายเดือนตามข้อ 9 คูณด้วยระยะเวลาการปฏิบัติงานเป็นรายปี โดยให้นับจำนวนปีและเศษของปีด้วย การคำนวณเศษของปีที่เป็นเดือนหรือเป็นวันให้เป็นปีนั้น ให้นำเศษที่เป็นเดือนหารด้วยสิบสอง และเศษที่เป็นวันหารด้วยสามสิบ ได้ผลลัพธ์เท่าใดจึงหารด้วยสิบสอง ในการคำนวณให้ใช้ทศนิยมสองตำแหน่ง และให้นำจำนวนที่คำนวณได้มารวมกันเป็นระยะเวลาที่ปฏิบัติงานซึ่งเป็นจำนวนปี
สิทธิในบำเหน็จตอบแทน เป็นสิทธิเฉพาะตัว จะโอนไม่ได้
ในกรณีที่ผู้ช่วยเลขานุการ ออกจากงานเพราะถึงแก่ความตาย ไม่ว่าผู้นั้นจะปฏิบัติงานครบหนึ่งปีบริบูรณ์หรือไม่ก็ตาม ให้ผู้นั้นมีสิทธิได้รับบำเหน็จตอบแทน โดยให้จ่ายแก่ทายาทโดยธรรม ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิรับมรดกของผู้ตายตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ข้อ 14 ให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจัดทำและรักษาทะเบียนประวัติของผู้ช่วยเลขานุการ
ข้อ 15 ให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญออกบัตรประจำตัวแก่ผู้ช่วยเลขานุการเพื่อแสดงตน
บัตรประจำตัวตามวรรคหนึ่ง เป็นอันยกเลิกเมื่อมีกรณีตามข้อ 12
ข้อ 16 ผู้ช่วยเลขานุการ ต้องปฏิบัติตามนโยบาย คำสั่ง กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และแบบธรรมเนียมของศาลรัฐธรรมนูญ และสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
ข้อ 17 ให้ผู้ช่วยดำเนินงานในสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ตามระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการจัดจ้างบุคคลเพื่อปฏิบัติงานตำแหน่งผู้ช่วยดำเนินงานในสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ คงเป็นผู้ช่วยเลขานุการตามระเบียบนี้ และให้มีสิทธิได้รับบำเหน็จตอบแทนนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยดำเนินงานในสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
 
ประกาศ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2547
กระมล ทองธรรมชาติ
ประธานศาลรัฐธรรมนูญ
 
     
Update