แนะนำ ขอคำแนะนำ ต้องการสนับสนุน 
กฎหมายดอตคอม คลิกที่นี่!!หน้าหลัก กฎหมายดอตคอม
     
 
 

ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ
ว่าด้วยการแต่งตั้งที่ปรึกษา เลขานุการ และผู้เชี่ยวชาญประจำประธานศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
พ.ศ. 2547
 

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการแต่งตั้งที่ปรึกษาประธานศาลรัฐธรรมนูญ เลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ และเลขานุการตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ โดยกำหนดให้มีที่ปรึกษาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้เชี่ยวชาญประจำประธานศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นการเพิ่มเติม เพื่อปฏิบัติหน้าที่หรือดำเนินกิจการใดๆ ตามที่มอบหมายให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 265 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 และมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติ สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2542 คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจึงออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการแต่งตั้งที่ปรึกษาเลขานุการ และผู้เชี่ยวชาญประจำประธานศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2547"
ข้อ 2[1] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิก
(1) ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการแต่งตั้งที่ปรึกษาประธานศาลรัฐธรรมนูญ เลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ และเลขานุการตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2542
(2) ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการแต่งตั้งที่ปรึกษาประธานศาลรัฐธรรมนูญ เลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ และเลขานุการตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2542
(3) ระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการแต่งตั้งที่ปรึกษาประธานศาลรัฐธรรมนูญ เลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ และเลขานุการตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2546
ข้อ 4 ให้คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจตีความและวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้
ข้อ 5 ในระเบียบนี้
"ที่ปรึกษา" หมายความว่า ที่ปรึกษาประธานศาลรัฐธรรมนูญ และที่ปรึกษาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
"เลขานุการ" หมายความว่า เลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ และเลขานุการตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
"ผู้เชี่ยวชาญ" หมายความว่า ผู้เชี่ยวชาญประจำประธานศาลรัฐธรรมนูญ และผู้เชี่ยวชาญประจำตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
ข้อ 6 ให้ประธานศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแต่งตั้งที่ปรึกษา เลขานุการ และผู้เชี่ยวชาญตามความประสงค์ของประธานศาลรัฐธรรมนูญ หรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ไม่เกินอัตราที่กำหนดในบัญชีท้ายระเบียบนี้
ข้อ 7 ที่ปรึกษา เลขานุการ และผู้เชี่ยวชาญ ต้องมีคุณสมบัติทั่วไป ดังนี้
(1) มีสัญชาติไทย
(2) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ด้วยความบริสุทธิ์ใจ
ข้อ 8 ที่ปรึกษาและเลขานุการ ต้อง
(1) ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ ข้าราชการการเมือง หรือข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง
(2) ไม่เป็นพนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือของราชการส่วนท้องถิ่น หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ
(3) ไม่เป็นกรรมการหรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง
(4) ไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น
(5) ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไร้ความสามารถหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
(6) ไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว
(7) ไม่เป็นผู้เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นความผิดที่เกิดจากการกระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ
(8) ไม่เป็นผู้เคยถูกไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกจากราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจหรือราชการส่วนท้องถิ่น เพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทำการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ
ข้อ 9 ที่ปรึกษาต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งดังต่อไปนี้
(1) อายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบห้าปี
(2) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาโท หรือ
(3) สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี และมีคุณสมบัติพิเศษหรือมีประสบการณ์ตามที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญ หรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเห็นสมควร แล้วแต่กรณี
ข้อ 10 เลขานุการต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งดังต่อไปนี้
(1) สำเร็จการศึกษาไม่ต่ำกว่าระดับปริญญาตรี หรือ
(2) มีคุณสมบัติพิเศษหรือมีประสบการณ์ตามที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญ หรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเห็นสมควร แล้วแต่กรณี
ข้อ 11 ผู้เชี่ยวชาญต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งดังต่อไปนี้
(1) มีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบปี
(2) มีคุณสมบัติทั่วไปตามข้อ 7 และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 8 (3) (4) (5) (6) (7) และ (8)
(3) สำเร็จการศึกษาระดับสูงกว่าปริญญาตรีทางกฎหมาย รัฐศาสตร์ หรือรัฐประศาสนศาสตร์ และ
(4) ไม่เป็นข้าราชการหรือลูกจ้างตามกฎหมายว่าด้วยสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ และไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งที่ได้รับเงินเดือน หรือค่าตอบแทนเป็นรายเดือนจากงบประมาณที่ตั้งไว้ในสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญตามระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการนั้น
(5) มีคุณสมบัติอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(ก) รับราชการหรือเคยรับราชการไม่ต่ำกว่าข้าราชการพลเรือนระดับ 9 หรือเทียบเท่า
(ข) เป็นหรือเคยเป็นผู้สอนวิชาในสาขานิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ หรือรัฐประศาสนศาสตร์ในสถาบันอุดมศึกษา และดำรงตำแหน่งหรือเคยดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองศาสตราจารย์หรือรองศาสตราจารย์พิเศษ
(ค) รับราชการหรือเคยรับราชการไม่ต่ำกว่าอัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ หรือผู้พิพากษาในศาลอุทธรณ์
(ง) เป็นหรือเคยเป็นผู้ประกอบวิชาชีพทนายความไม่น้อยกว่ายี่สิบปี
ข้อ 12 ให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเสนอรายชื่อบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วนที่สมควรจะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้เชี่ยวชาญ ต่อคณะกรรมการพัฒนาระบบงานและบุคลากรศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาคัดเลือกและการพิจารณาคัดเลือกให้เป็นไปตามมติคณะกรรมการพัฒนาระบบงานและบุคลากรศาลรัฐธรรมนูญ โดยเสียงข้างมาก และให้นำเสนอคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ความเห็นชอบ ทั้งนี้ ให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญนำรายชื่อบุคคลดังกล่าวมาจากบัญชีรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิประจำศาลรัฐธรรมนูญ ตามระเบียบศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ทรงคุณวุฒิประจำศาลรัฐธรรมนูญ และต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งตามข้อ 11 ด้วย
ข้อ 13 ให้ผู้ได้รับการเสนอชื่อเพื่อแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา เลขานุการ และผู้เชี่ยวชาญยื่นใบรายงานตัวตามแบบที่กำหนดต่อสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมด้วยหลักฐานดังต่อไปนี้
(1) สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ ถ้ามีการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลให้นำหลักฐานการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุลมาแสดงด้วย
(2) หลักฐานการสำเร็จการศึกษา
(3) รูปถ่ายหน้าตรงขนาด 1 นิ้ว ซึ่งถ่ายมาแล้วไม่เกิน 6 เดือน จำนวน 4 รูป
(4) ใบรับรองแพทย์มีอายุไม่เกิน 6 เดือน
(5) ในกรณีที่ได้รับการเสนอแต่งตั้งเป็นผู้เชี่ยวชาญ หากเป็นข้าราชการ พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ หรือพนักงานส่วนท้องถิ่น หรือเป็นเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐ ต้องมีหนังสือยินยอมจากหน่วยงานที่ผู้นั้นสังกัดมาแสดงด้วย
ให้เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคลที่จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นไป ตามที่กำหนดในระเบียบนี้
ข้อ 14 ที่ปรึกษามีหน้าที่ให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะต่อประธานศาลรัฐธรรมนูญหรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญหรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมอบหมายแล้วแต่กรณี
ข้อ 15 เลขานุการมีหน้าที่ประสานการปฏิบัติงานในภารกิจที่อยู่ในความรับผิดชอบของประธานศาลรัฐธรรมนูญ หรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แล้วแต่กรณี การค้นคว้าทางวิชาการเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาวินิจฉัยคำร้อง และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญหรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมอบหมาย แล้วแต่กรณี
ข้อ 16 ผู้เชี่ยวชาญมีหน้าที่ศึกษาค้นคว้า เสนอข้อคิดเห็น ข้อกฎหมาย และให้ข้อมูลทางด้านวิชาการและกฎหมายที่เกี่ยวกับการพิจารณาวินิจฉัยคำร้อง รวมถึงการศึกษาวิเคราะห์และการวิจัยที่จะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของประธานศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ประธานศาลรัฐธรรมนูญ หรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมอบหมาย แล้วแต่กรณี
ข้อ 17 ที่ปรึกษาและเลขานุการ พ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 8 หรือขาดคุณสมบัติตามข้อ 7 หรือข้อ 9 หรือข้อ 10 แล้วแต่กรณี
(4) ประธานศาลรัฐธรรมนูญ หรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เห็นควรให้พ้นจากตำแหน่งแล้วแต่กรณี หรือ
(5) ประธานศาลรัฐธรรมนูญ หรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พ้นจากตำแหน่ง แล้วแต่กรณี
ข้อ 18 ผู้เชี่ยวชาญมีวาระการปฏิบัติหน้าที่สองปีนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง และผู้ที่พ้นจากหน้าที่ตามวาระอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้
นอกจากการพ้นตำแหน่งตามวาระ ผู้เชี่ยวชาญพ้นจากหน้าที่เมื่อมีกรณี
(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) ขาดคุณสมบัติตามข้อ 11
(4) หน่วยงานที่สังกัดไม่ยินยอม
(5) คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีมติให้ออก
(6) ประธานศาลรัฐธรรมนูญ หรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เห็นควรให้พ้นจากตำแหน่งแล้วแต่กรณี หรือ
(7) ประธานศาลรัฐธรรมนูญ หรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ พ้นจากตำแหน่ง แล้วแต่กรณี
การพ้นจากหน้าที่ไม่ว่ากรณีใด ผู้เชี่ยวชาญไม่มีสิทธิหรือเรียกร้องค่าตอบแทนหรือเงินอื่นใดจากสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
ข้อ 19 ค่าตอบแทนเป็นรายเดือนและเงินประจำตำแหน่งของที่ปรึกษา และเลขานุการและค่าตอบแทนเป็นรายเดือนของผู้เชี่ยวชาญ ให้เป็นไปตามที่กำหนดในบัญชีท้ายระเบียบนี้
ข้อ 20 ให้ที่ปรึกษาและเลขานุการมีสิทธิได้รับสวัสดิการและการสงเคราะห์อื่นดังต่อไปนี้
(1) การประกันสุขภาพโดยมีอัตราเบี้ยประกันคนละไม่เกินสองหมื่นบาทต่อปี
ในการจัดหาผู้รับประกัน ให้นำหลักเกณฑ์และวิธีการที่ออกตามระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยประโยชน์ตอบแทนอื่น ในส่วนที่เกี่ยวกับการประกันสุขภาพของประธานศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มาใช้บังคับแก่ที่ปรึกษาและเลขานุการโดยอนุโลม
(2) บำเหน็จตอบแทนเป็นเงินซึ่งจ่ายครั้งเดียวเมื่อพ้นจากตำแหน่ง หลังจากที่ดำรงตำแหน่งครบหนึ่งปีขึ้นไปนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้ง
ในการคำนวณบำเหน็จตอบแทน ให้นำค่าตอบแทนเป็นรายเดือนท้ายระเบียบนี้คูณด้วยระยะเวลาการดำรงตำแหน่งเป็นรายปี โดยให้นับจำนวนปีและเศษของปีด้วย การคำนวณเศษของปีที่เป็นเดือนหรือเป็นวันให้เป็นปี นั้น ให้นำเศษที่เป็นเดือนหารด้วยสิบสอง และเศษที่เป็นวันหารด้วยสามสิบได้ผลลัพธ์เท่าใดจึงหารด้วยสิบสอง ในการคำนวณให้ใช้ทศนิยมสองตำแหน่งและให้นำจำนวนที่คำนวณได้มารวมกันเป็นระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่งซึ่งเป็นจำนวนปี
สิทธิในบำเหน็จตอบแทน เป็นสิทธิเฉพาะตัวจะโอนไม่ได้
ในกรณีที่ปรึกษาหรือเลขานุการพ้นจากตำแหน่งเพราะถึงแก่ความตาย ไม่ว่าผู้นั้นจะดำรงตำแหน่งครบหนึ่งปีบริบูรณ์หรือไม่ก็ตาม ให้ผู้นั้นมีสิทธิได้รับบำเหน็จตอบแทนโดยให้จ่ายแก่ทายาทโดยธรรมซึ่งเป็นผู้มีสิทธิรับมรดกของผู้ตายตาม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
(3) ค่าใช้จ่ายเฉพาะซึ่งเป็นค่าเครื่องแบบประจำสำนักงานตามข้อ 21 ตามหลักเกณฑ์เช่นเดียวกับข้าราชการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
(4) ค่าใช้จ่ายการเดินทางไปราชการ ให้นำกฎหมายว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการและระเบียบกระทรวงการคลังที่ออกตามกฎหมายดังกล่าว มาใช้บังคับแก่ค่าใช้จ่ายในการเดินทางของที่ปรึกษาและเลขานุการโดยอนุโลม โดยให้ได้รับสิทธิในอัตราเดียวกับข้าราชการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญระดับ 10
(5) ประโยชน์ตอบแทนอื่นตามที่คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกำหนด
ข้อ 21 ให้นำระเบียบศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยเครื่องแบบและการแต่งกาย ของข้าราชการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับเครื่องแบบพิธีการ และเครื่องแบบประจำสำนักงานมาใช้บังคับกับที่ปรึกษาและเลขานุการ โดยอนุโลม เว้นแต่อินทรธนูให้ใช้ตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้
ข้อ 22 ให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญจัดทำและรักษาทะเบียนประวัติของที่ปรึกษาเลขานุการและผู้เชี่ยวชาญ
ข้อ 23 ให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญออกบัตรประจำตัวแก่ที่ปรึกษา เลขานุการและผู้เชี่ยวชาญเพื่อแสดงตน
บัตรประจำตัวตามวรรคหนึ่ง เป็นอันยกเลิกเมื่อมีกรณีตามข้อ 17 และข้อ 18 แล้วแต่กรณี
ข้อ 24 ที่ปรึกษา เลขานุการ และผู้เชี่ยวชาญ ต้องปฏิบัติตามนโยบาย คำสั่ง กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และแบบธรรมเนียมของศาลรัฐธรรมนูญ
ในกรณีที่บุคคลตามวรรคหนึ่งปฏิบัติหน้าที่มีความดีความชอบเป็นพิเศษ ให้มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อเพื่อขอรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการ
ข้อ 25 ให้ที่ปรึกษาและเลขานุการตามระเบียบศาลรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการแต่งตั้งที่ปรึกษาประธานศาลรัฐธรรมนูญ เลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ และเลขานุการตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันประกาศใช้ระเบียบนี้ คงเป็นที่ปรึกษาและเลขานุการตามระเบียบนี้ มีสิทธิได้รับบำเหน็จตอบแทนนับแต่วันที่ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาหรือเลขานุการ แล้วแต่กรณี และให้ได้รับค่าตอบแทนเป็นรายเดือนและเงินประจำตำแหน่งตามบัญชีท้ายระเบียบนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2547 เป็นต้นไป


บัญชีค่าตอบแทนเป็นรายเดือนและเงินประจำตำแหน่งของที่ปรึกษา เลขานุการ และผู้เชี่ยวชาญประจำประธานศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ตามระเบียบนี้

ตำแหน่ง จำนวน (อัตรา) ค่าตอบแทน
เป็นรายเดือน (บาท)
เงินประจำตำแหน่ง

(บาท)
 1. ที่ปรึกษาประธานศาลรัฐธรรมนูญ 1 50,270 15,000
 2. ที่ปรึกษาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 14 41,200 10,000
 3. เลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ 1 38,630 4,900
 4. เลขานุการตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 14 38,630 4,900
 5. ผู้เชี่ยวชาญประจำประธานศาลรัฐธรรมนูญ 3 25,000 -
 6. ผู้เชี่ยวชาญประจำตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 14 25,000 -


แบบอินทรธนูสำหรับที่ปรึกษาประธานศาลรัฐธรรมนูญ ที่ปรึกษาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญ และเลขานุการตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
มีลักษณะยาวเรียวปลายโค้งมน ขนาดเท่าจริง ทำด้วยกำมะหยี่สีดำปักดิ้นสีทอง (ดิ้นฝรั่งเศส) เป็นลายรูปดอกบัวตามแบบ ซึ่งมีความหมายดังต่อไปนี้
1. ความขยันอดทน
2. ความซื่อสัตย์สุจริต
3. ความมีสติมั่นคง รอบคอบ
4. ความรู้จักใช้ปัญญาอย่างมีเหตุและผล
5. ความเสียสละเพื่อประโยชน์ส่วนรวม
6. ความรับผิดชอบต่อหน้าที่
7. ความสำรวมระวังกายและวาจา
8. ความกตัญญูกตเวที
ยอดบนใกล้กับคอเสื้อมีกระดุมสีทองรูปครุฑพ่าห์ประดับ 1 เม็ด
 
ประกาศ ณ วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2547
กระมล ทองธรรมชาติ
ประธานศาลรัฐธรรมนูญ
 
     
Update