กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  ข้อที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24  
   
:: ระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยการบังคับคดีล้มละลายและการชำระบัญชี (ฉบับวันที่ 6) พ.ศ. 2544 ข้อที่ 1-24

โดยที่เห็นเป็นการสมควรแก้ไขระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีล้มละลายและการชำระบัญชีเพื่อให้สอดคล้องกับ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการศาลยุติธรรม พ.ศ. 2543 กระทรวงยุติธรรมจึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีล้มละลายและการชำระบัญชี (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2544"
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 1.4 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีล้มละลาย และการชำระบัญชี พ.ศ. 2520 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ 1.4 ส่งไปโฆษณาทางวิทยุกระจายเสียง หรือ โดยวิธีอื่น เมื่อเห็นสมควร"
ข้อ 4 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 3 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีล้มละลาย และการชำระบัญชี พ.ศ. 2520 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ 3 ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวให้เจ้าพนักงาน บังคับคดีที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ และสำนักงานวางทรัพย์กลางทราบตามแบบ ล. 3 และแจ้งให้ส่วนราชการตามที่เห็นสมควรทราบด้วย
อนึ่ง ถ้าหากผู้ต้องพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวเป็นห้างหุ้นส่วนบริษัทนิติบุคคล ก็ให้แจ้งให้ นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท ทราบด้วยอีกแห่งหนึ่ง"
ข้อ 5 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 5 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีล้มละลาย การชำระบัญชี พ.ศ. 2520 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ 5 เมื่อโจทก์วางเงินประกันค่าธรรมเนียมและเงินค่าใช้จ่ายแล้ว และมีความประสงค์จะยึดทรัพย์ของลูกหนี้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยึดทรัพย์ของลูกหนี้ หรือขอให้เจ้าพนักงาน บังคับคดีจัดการยึดทรัพย์ของลูกหนี้แทน โดยโจทก์เป็นผู้นำยึด"
ข้อ 6 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 9 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีล้มละลาย และการชำระบัญชี พ.ศ. 2520 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ 9 เมื่อศาลมีคำสั่งถอนการพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวแล้วให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ถอนการยึดทรัพย์ หรือแจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีถอนการยึดหรืออายัดทรัพย์ตามแบบ ล. 6 แล้วแต่ กรณี และแจ้งคำสั่งศาลให้สำนักงานวางทรัพย์กลาง และส่วนราชการตามที่เห็นสมควรทราบตามแบบ ล.7 ด้วย
อนึ่ง ถ้าหากผู้ต้องพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวเป็นห้างหุ้นส่วนบริษัทนิติบุคคล ก็ให้แจ้งให้ นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท ทราบด้วยอีกแห่งหนึ่ง"
 
    ข้อ 7 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 35 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีล้มละลาย การชำระบัญชี พ.ศ. 2520 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ 35 เมื่อศาลได้มีคำสั่งเห็นชอบด้วยการประนอมหนี้แล้ว ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ ทรัพย์ออกประกาศตามแบบ ล.19 โฆษณาคำสั่งตามระเบียบ ข้อ 1 ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ศาลมีคำสั่ง เห็นชอบ และแจ้งให้สำนักงานวางทรัพย์กลางและส่วนราชการตามที่เห็นสมควรทราบ ตามแบบ ล.20 ด้วยอนุโลม
อนึ่ง ถ้าหากผู้ต้องพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเป็นห้างหุ้นส่วนบริษัทนิติบุคคล ก็ให้แจ้งให้ นายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัท ทราบด้วยอีกแห่งหนึ่ง"
ข้อ 8 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 41 วรรคสอง แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับ คดีล้มละลายและการชำระบัญชี พ.ศ. 2520 ทั้งหมด
ข้อ 9 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 53 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีล้มละลายและการชำระบัญชี พ.ศ. 2520 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ 53 เมื่อศาลได้มีคำสั่งคำขอรับชำระหนี้แล้ว ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งคำสั่งศาลให้เจ้าหนี้ ลูกหนี้ หรือผู้โต้แย้งทราบโดยไม่ชักช้า
ข้อ 10 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 54 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีล้มละลายและการชำระบัญชี พ.ศ. 2520 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ 54 ทรัพย์สินของลูกหนี้ที่ได้ยึดมานั้นให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขายทอดตลาด หรือขายโดยวิธีอื่นใด โดยปฏิบัติ ตาม มาตรา 123 แห่งพระราชบัญญัติ ล้มละลาย พุทธศักราช 2483 หรือ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดแทนตามแบบ ล. 32 ก็ได้
ข้อ 11 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 56 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีล้มละลายและการชำระบัญชี พ.ศ. 2520
"ข้อ 56 การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะโอนกรรมสิทธิ์ หรือทรัพย์สินอันเกี่ยวกับ ที่ดินของผู้ล้มละลายนั้น ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งเจ้าพนักงานที่ดินจัดการโอน
ข้อ 12 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 58 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดี ล้มละลายและการชำระบัญชี พ.ศ. 2520 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ 58 ถ้าบุคคลที่ได้รับแจ้งความตาม ข้อ 57 ปฏิเสธหนี้ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ ทรัพย์สอบสวนและทำความเห็น เมื่อเห็นว่าบุคคลนั้นไม่ได้เป็นหนี้ ก็ให้จำหน่ายชื่อออกเสียจากบัญชี ลูกหนี้และแจ้งให้บุคคลนั้นทราบตามแลล ล.35 แต่ถ้าเห็นว่าบุคคลนั้นเป็นหนี้เท่าใด ก็ให้แจ้งจำนวนหนี้ เป็นหนังสือยืนยันไปยังบุคคลที่จะต้องรับผิดตามแบบ ล.56"
ข้อ 13 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 68 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดี ล้มละลายและการชำระบัญชี พ.ศ. 2520 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ 68 เมื่อพ้นระยะเวลาสิบสี่วันนับแต่วันได้ทราบคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ ทรัพย์แล้วไม่มีผู้ใดยื่นคำร้องคัดค้านคำสั่งนั้น ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการขายทรัพย์ที่งดไว้ หรือแจ้งให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการขายทรัพย์ที่งดไว้ หรือถอนการยึดมอบทรัพย์คืนให้แก่เจ้าของต่อไปแล้วแต่กรณี"
ข้อ 14 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 75 วรรคสอง แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยการบังคับคดีล้มละลายและการชำระบัญชี พ.ศ. 2520 ทั้งหมด
ข้อ 15 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 76 วรรคสอง แห่งระเบียบระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับ คดีล้มละลายและการชำระบัญชี พ.ศ. 2520 ทั้งหมด
ข้อ 16 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 83 วรรคสอง วรรคสาม วรรคสี่ และวรรคห้า แห่งระเบียบ กระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีล้มละลายและการชำระบัญชี พ.ศ. 2520 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"เมื่อมีผู้นำเงินมาชำระ หรือนำส่งในคดี จะเป็นเงินสด เช็ค ดร๊าฟ หรือตั๋วเงินก็ดี ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการในเรื่องนั้น จดรายงานการับเงินนั้นโดยละเอียดว่าเป็นเงินประเภทใด ในคดีใด ของผู้ใด จำนวนเงินเท่าใด และมีเงื่อนไขอย่างไรหรือไม่ แล้วนำผู้ชำระหรือผู้นำส่งเงินพร้อมกับสำนวนและรายงานดังกล่าวไปส่งที่กองคลัง เพื่อที่กองคลังจะได้ รับเงินและออกใบรับเงินให้ โดยให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ลงนามในใบรับเงิน ตามแบบ ล.47 ร่วมกับ ผู้อำนวยการกองคลังหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ใบรับเงินให้มีสำเนาสามฉบับต้นฉบับมอบให้ผู้ชำระหรือ นำส่งเงิน ส่วนสำเนากองคลังเก็บไว้ฉบับหนึ่ง รวมสำนวนไว้ฉบับหนึ่ง อีกฉบับหนึ่งคงไว้เป็นต้นขั้ว
เมื่อผู้อำนวยการกองคลังเห็นสมควรรับเงินเป็นเช็ค ให้จดเลขหมายเช็คในใบรับเงินด้วย
ในกรณีจะต้องตอบรับเงินจากผู้ส่งเงิน ให้ผู้อำนวยการกองคลังหรือผู้ที่ได้รับมอบ หมายเป็นผู้ตอบรับเงินพร้อมกับใบส่งเงิน
ในการจ่ายเงินนั้น ให้ผู้ขอรับเงินยื่นคำขอรับเงินต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ผู้มีหน้าที่ดำเนินการในเรื่องนั้น เมื่อได้รับคำสั่งให้จ่ายเงินได้แล้ว ให้ผู้นั้นทำใบรับเงินตามแบบ ล.48 ที่กอง คำนวณและเฉลี่ยทรัพย์ และให้กองคลังจัดทำใบสั่งจ่ายเงินตามแบบ ล. 42 แล้วจ่ายเงินให้แก่ผู้ขอรับเงิน นั้น ถ้ามีเหตุสงสัยว่าผู้ขอรับเงินมิใช่เป็นผู้มีส่วนได้เสียอันแท้จริง ผู้อำนวยการกองคลังอาจสั่งให้ผู้ขอรับ เงินหาผู้มารับรองจนเป็นที่พอใจก่อนก็ได้และถ้าเป็นการมอบฉันทะ หรือมอบอำนาจให้ตัวแทนมารับเงินแล้ว อาจสั่งให้ตัวการมารับเองก็ได้"
ข้อ 17 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 85.3 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดี ล้มละลายและการชำระบัญชี พ.ศ. 2520 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ 85.3 ปิดไว้ ณ สำนักงานหนึ่งฉบับ"
ข้อ 18 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 88 วรรคหนึ่ง แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับ คดีล้มละลายและการชำระบัญชี พ.ศ. 2520 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ 88 บรรดาคำร้องและคำขอ ที่ยื่นต่อเจ้าพนักงานพทักษ์ทรัพย์ให้ใช้กระดาษ แบบพิมพ์ตามที่กรมบังคับคดีได้จัดไว้ ให้เจ้าหน้าที่ซึ่งมีหน้าที่รับคำคู่ความและเอกสารตรวจดูว่าได้เสีย ค่าธรรมเนียมครบถ้วนแล้วจึงรับไว้"
ข้อ 19 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 91 วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม แห่งระเบียบ กระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีล้มละลายและการชำระบัญชี พ.ศ. 2520 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ 91 การส่งคำคู่ความ หรือ เอกสารอื่นใดเกี่ยวกับคดีล้มละลาย ตามปกติให้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอให้พนักงานเดินหมาย กรมบังคับคดี เป็นผู้ส่ง แต่ในกรณีรีบด่วน เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อาจให้เจ้าหน้าที่ในกองของตนเองเป็นผู้ส่งก็ได้ในกรณีผู้รับมิได้อยู่ในเขต กรุงเทพมหานครให้สำนักงานบังคับคดีจังหวัดเป็นผู้ส่งหรือจะส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับก็ได้ แล้วแต่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะเห็นสมควร"
ข้อ 20 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 92 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดี ล้มละลายและการชำระบัญชี พ.ศ. 2520 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ 92 ในกรณีเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นผู้ยึดหรืออายัด หรือขายทรัพย์เอง ให้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดี พุทธศักราช 2522 โดยอนุโลมค่าป่วยการและค่าพาหนะ ในการนี้ให้เบิกจ่ายจากเงินในคดีล้มละลายเรื่องนั้น ๆ โดย อนุโลมตามหลักเกณฑ์ในกฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พุทธศักราช 2502 ) ออกตามความในพระราชบัญญัติ ให้ใช้ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พ.ศ. 2477"
ข้อ 21 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 93 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดี ล้มละลาย และการชำระบัญชี พ.ศ. 2520 ทั้งหมด
ข้อ 22 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 96 วรรคหนึ่ง แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการ บังคับคดีล้มละลาย และการชำระบัญชี พ.ศ. 2520 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ 96 เมื่ออธิบดีกรมบังคับคดี หรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ หรือหัวหน้า สำนักงานบังคับคดีจังหวัด ซึ่งห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทนั้น มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเขตจังหวัดของตนได้รับหมายศาลตั้งเป็นผู้ชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท ให้ผู้ชำระบัญชีสั่งให้ผู้ขอหมายวางเงินประกัน ค่าใช้จ่ายไว้ตามแต่จะเห็นสมควร และภายในสิบสี่วัน นับแต่วันได้รับคำสั่งศาล"
ข้อ 23 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 120 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดี ล้มละลายและการชำระบัญชี พ.ศ. 2520 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ 120 การแบ่งหน้าที่ระหว่างส่วนราชการภายในของกรมบังคับคดีเกี่ยวด้วย การบังคับคดีล้มละลายและการชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนบริษัทให้อยู่ในอำนาจของอธิบดีกรมบังคับคดี ที่จะพิจารณาสั่งหรือวางระเบียบปฏิวัติเป็นการภายใน ทั้งนี้ต้องอยู่ภายในขอบเขตแห่งกฎหมาย ตลอด จนให้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดข้อขัดข้อง หรือข้อขัดแย้ง"
ข้อ 24 ความใน ข้อ 14 และ ข้อ 15 ไม่ใช้บังคับแก่บรรดาคดีล้มละลายที่ยังไม่ถึงที่สุด ในวันเปิดทำการของศาลล้มละลายกลาง ซึ่งไม่ได้โอนมาพิจารณาในศาลล้มละลายกลาง หรือคดีที่อยู่ ระหว่างปฏิบัติการของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ในวันเปิดทำการของศาลล้มละลายกาลาง และให้ใช้ ระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีล้มละลายและการชำระบัญชี พ.ศ. 2520 ที่ใช้อยู่ในขณะ นั้นมาใช้บังคับแก่คดีดังกล่าว

:: ประกาศ ณ วันที่ 11 มกราคม 2544 (นายสุทัศน์ เงินหมื่น) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update