กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  ข้อที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14  
   
:: ระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยการขอและรับขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำหน้าที่นักจิตวิทยา หรือนักสังคมสงเคราะห์ตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พ.ศ. 2543 ข้อที่ 1-14

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดระเบียบเกี่ยวกับการขอและรับขึ้นทะเบียน เป็นผู้ทำหน้าที่นักจิตวทิยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญากระทรวงยุติธรรมจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการขอและรับขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำหน้าที่นักจิตวิยา หรือนักสังคมสงเคราะห์ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา พ.ศ. 2543”
ข้อ 2 ในระเบียบนี้
“ปลัดกระทรวง” หมายความว่า ปลัดกระทรวงยุติธรรม
“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า เจ้าหน้าที่ผู้รับคำขอและดำเนินการขึ้นทะเบียนผู้ทำหน้าที่นักจิตวิทยาหรือ นักสังคมสงเคราะห์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
“ผู้ยื่นคำขอ” หมายความว่า ผู้ยื่นคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำหน้าที่นัก จิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
“ผู้ได้รับขึ้นทะเบียน” หมายความว่า ผู้ซึ่งปลัดกระทรวงมีคำสั่งรับขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำหน้าที่นักจิตวิทยา หรือนักสังคมสงเคราะห์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
“คำขอ” หมายความว่า คำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำหน้าที่นักจิตวิทยาหรือ นักสังคมสงเคราะห์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
ข้อ 3 ให้ผู้อำนวยการกองวิชาการ สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรมเป็นเจ้าหน้าที่เพื่อปฏิบัติการ ตามระเบียบนี้
ข้อ 4 ผู้ยื่นคำขอต้องกรอกข้อความในแบบพิมพ์คำขอตามแบบท้ายระเบียบนี้ซึ่งจะขอรับได้ที่ กองวิชาการ สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม
ข้อ 5 ให้ผู้ยื่นคำขอยื่นคำขอต่อเจ้าหน้าที่ ณ กองวิชาการ สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงยุติธรรม พร้อมกับหลักฐานแสดงคุณวุฒิและประสบการณ์การทำงาน
ข้อ 6 เมื่อได้รับคำขอแล้ว ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อความในคำขอเบื้องต้นเสียชั้นหนึ่งก่อน เมื่อเห็นว่ามีข้อความครบถ้วนแล้วให้ลงทะเบียนการรับคำขอพร้อมกับออกใบรับลงนามเจ้าหน้าที่ให้แก่ผู้ยื่นคำขอการดำเนิน การตามวรรคหนึ่งนั้น เจ้าหน้าที่จะมอบหมายให้ข้าราชการกองวิชาการสำนักงาน ปลัดกระทรวงยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม ที่เห็นสมควรเป็นผู้ดำเนินการแทนก็ได้
ข้อ 7 ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอให้เป็นไปตามกฎกระทรวง (พ.ศ. 2543) ออกตาม ความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยอาจสอบถามข้อความอันเกี่ยวกับคุณสมบัติของผู้ยื่นคำขอไปยัง ผู้บังคับบัญชาของผู้ยื่นคำขอหรือบุคคลที่ผู้ยื่นคำขอมีหน้า ที่การงานเกี่ยวข้องอยู่แล้วนำเสนอเพื่อให้ปลัดกระทรวงพิจารณาสั่งในการพิจารณา สั่งนั้น ปลัดกระทรวงมีอำนาจที่จะมอบหมายให้เจ้าหน้าที่สอบถามความเพิ่มเติมจากผู้ยื่นคำขอหรือให้ผู้ยื่นคำขอนำพยานหลักฐาน มาแสดงเพื่อประกอบการพิจารณาอีกด้วยก็ได้ และให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ 8 ในกรณีที่ปลัดกระทรวงมีคำสั่งไม่รับขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำหน้าที่นักจิตวิทยา หรือนักสังคมสงเคราะห์ตาม ประมาลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาให้แสดงเหตุผลในการมีคำสั่งด้วย
ข้อ 9 ให้เจ้าหน้าที่แจ้งให้ผู้ยื่นคำขอทราบโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ปลัดกระทรวง มีคำสั่ง เพื่อให้ผู้ยื่นคำขอมาลงนามรับทราบคำสั่งนั้น
ข้อ 10 เมื่อได้จดทะเบียนผู้ใดเป็นผู้ทำหน้าที่นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว ปลัดกระทรวงจะได้ออกหนังสือสำคัญและบัตรประจำตัวตามแบบท้ายระเบียบนี้ให้แก่ผู้นั้นไว้เป็นหลักฐาน
ข้อ 11 ภายหลังจากวันที่ปลัดกระทรวงมีคำสั่งให้รับขึ้นทะเบียน ให้เจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งรายชื่อ ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อของผู้ได้รับขึ้นทะเบียนให้ศาลและสถานีตำรวจในจังหวัดซึ่งผู้ได้รับขึ้นทะเบียนแสดง ความจำนงในการปฏิบัติ หน้าที่ทราบโดยเร็ว
ข้อ 12 หนังสือสำคัญแสดงการรับจดทะเบียนเป็นผู้ทำหน้าที่นักจิตวิทยาหรือนักสังคมสงเคราะห์ตาม
ประมวล กฏหมายวิธีพิจารณาความอาญา และบัตรประจำตัวให้ใช้ได้ 5 ปี นับแต่วันที่ออกหนังสือสำคัญหรือบัตรประจำตัว
ข้อ 13 ให้ปลัดกระทรวงสั่งให้ลบชื่อผู้ได้รับจดทะเบียนออกจากทะเบียนในกรณีต่อไปนี้
1) เมื่อผู้รับจดทะเบียนขาดคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใดตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง (พ.ศ. 2543) ออกตามความในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
2) เมื่อได้รับแจ้งจากองค์กรควบคุมการประกอบวิชาชีพของผู้ได้รับจดทะเบียน ว่าผู้ได้รับจดทะเบียนถูกเพิกถอนใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพ
3) เมื่อผู้ได้รับจดทะเบียนถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกเว้นแต่เป็นโทษ สำหรับความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
4) เมื่อผู้ได้รับจดทะเบียนเป็นคนวิกลจริตหรือจิดฟั่นเฟือนไม่สามารถประกอบหรือถูกศาลสั่งให้เป็น คนไร้ความสามารถ เสมือนไร้ความสามารถ หรือบุคคลล้มละลาย
5) เมื่อผู้ได้รับจดทะเบียนขอลาออก
ข้อ 14 ให้ใช้ระเบียบนี้ตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2543 เป็นต้นไป

:: ประกาศ ณ วันที่ 15 กันยายน 2543 (นายสุทัศน์ เงินหมื่น) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update