กด Ctrl+F เพื่อค้นหาคำที่ต้องการในหน้านี้
   

  ข้อที่ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43  
   
:: ระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดี (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2544 ข้อที่ 1-43

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีของ เจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 ให้สอดคล้องกับภาวะการณ์และเพื่อให้การปฏิบัติราชการเป็นไปด้วย ความเรียบร้อยคล่องตัว และมีประสิทธิภาพ
กระทรวงยุติธรรมจึงวางระเบียบไว้ดังนี้
ข้อ 1 ระเบียบนี้ เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีของเจ้าพนักงาน บังคับคดี (ฉบับที่ 9 ) พ.ศ. 2544”
ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 10 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีของ เจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อ 10 ผู้อำนวยการกองบังคับคดีแพ่ง กรมบังคับคดี เป็นผู้กำหนดตัว เจ้าพนักงานบังคับคดีผู้ไปยึดทรัพย์”
ข้อ 4 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 19 วรรคแรก แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อ 19 เจ้าพนักงานบังคับคดีชอบที่จะงดการยึดหรืออายัดทรัพย์ที่เจ้าหนี้ตาม คำพิพากษานำชี้เมื่อสงสัยว่าทรัพย์สินนั้นไม่อาจยึดอายัดได้ตามกฎหมาย เช่น ปรากฏว่ามีชื่อบุคคลอื่น นอกจากลูกหนี้ตามคำพิพากษา หรือบุคคลซึ่งทรัพย์ต้องถูกยึดหรืออายัดเป็นเจ้าของในทะเบียน เมื่อได้ งดการยึดหรืออายัดแล้วให้รับรายงานต่อผู้อำนวยการกองบังคับคดีแพ่ง เพื่อจะได้รายงานต่อไปยังศาล ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 283 วรรคสอง”
ข้อ 5 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 23 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อ 23 เมื่อกระทำการยึดทรัพย์เสร็จแล้ว ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีปิดประกาศ ยึดทรัพย์ไว้ ณ สถานที่ ๆ ยึดโดยเปิดเผย และให้ทำรายงานและบัญชีทรัพย์ที่ยึดเสนอผู้อำนวยการ กองบังคับคดีแพ่ง”
ข้อ 6 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 26 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดี ของเจ้าพนักงานบังคับดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อ 26 ในการยึดที่ดินให้เจ้าพนักงานบังคับคดีรังวัดเขตกว้างยาวของที่ดิน ที่ยึดกับแผนที่จำลองตาม ข้อ 13 ว่าจะเป็นที่ดินแปลงเดียวกันหรือไม่ หากควรเชื่อได้ว่าเป็นที่ดินแปลง เดียวกันแล้วให้แสดงให้เห็นสภาพและทำเลที่ตั้งของที่ดินที่ยึด และแสดงด้วยว่าอยู่ใกล้ไกลจากสถานที่ ราชการหรือที่ชุมนุมชน หรือ ทางบก ทางน้ำประมาณระยะทางเท่าใด”
ข้อ 7 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 41 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีของ เจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อ 41 เมื่อผู้อำนวยการกองบังคับคดีแพ่งเห็นว่าราคาทรัพย์ที่เจ้าพนักงานบังคับ คดีประมาณยังไม่สมควร ก็ให้มีอำนาจแก้ไขได้ แล้วแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้นำยึดและลูกหนี้ตาม คำพิพากษาทราบ”
ข้อ 8 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 44 วรรคสอง แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วย การบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ถ้าไม่สามารถจะกระทำตามความในวรรคก่อนได้ ก็ให้ปิดประกาศแจ้งการยึดไว้ ณ สถานที่ที่ยึดและที่กรมบังคับคดี หรือประกาศแจ้งการยึดทางหนังสือพิมพ์รายวันไม่เกิน 7 วัน”
ข้อ 9 ให้เพิ่มความต่อไปนี้ในหมวดที่ 2 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วย
การบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522

:: บทที่ 2
ข้อ 10 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 47 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยการบังคับคดี ของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อ 47 นายประกันในคดีอาญาซึ่งถูกศาลสั่งให้ยึดทรัพย์เพราะผิดสัญญาประกัน เมื่อศาลส่งหมายบังคับคดีมายังกรมบังคับคดีหรือสำนักงานบังคับคดีจังหวัด ให้เจ้าพนักงานบังคับคดี จัดการยึดทรัพย์โดยมิชักช้า และให้นำหมวด 2 แห่งระเบียบนี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ในกรณีที่เงินทดรองค่าใช้จ่ายที่ได้รับจากศาลไม่เพียงพอ หรือไม่มีเงินทดรอง ค่าใช้จ่ายให้เบิกเงินทดรองค่าใช้จ่ายจากงบประมาณของกรมบังคับคดี”
 
    ข้อ 11 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 48 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยการบังคับคดี ของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อ 48 เมื่อผู้นำยึดไม่สามารถนำยึดทรัพย์ได้ด้วยประการใด ๆ เช่น นายประกัน ไม่เคยมีทรัพย์นั้นมาแต่แรก หรือเคยมีแต่ได้จำหน่ายจ่ายโอนไปแล้ว ก่อนหรือหลังทำสัญญาประกัน เป็นต้น ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีบันทึกถ้อยคำผู้นำยึดไว้ แล้วให้ผู้อำนวยการกองบังคับคดีแพ่ง รายงานให้ศาลทราบโดยเร็ว”
ข้อ 12 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 49 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดี ของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อ 49 ถ้าผู้นำยึดตามที่ระบุในหมายบังคับคดีไม่นำเจ้าพนักงานบังคับคดีไป ยึดทรัพย์ตามวัน เวลานัด โดยปราศจากเหตุผลอันสมควร ให้ผู้อำนวยการกองบังคับคดีแพ่ง รายงานให้ศาลทราบโดยเร็ว”
ข้อ 13 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 49/1 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อ 49/1 เมื่อศาลแรงงานกลาง ศาลแรงงานภาค หรือศาลแรงงานจังหวัด ส่งหมายบังคับคดีมายังกรมบังคับคดี หรือสำนักงานบังคับคดีจังหวัด ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าว ดำเนินการบังคับคดีตามหมายบังคับคดีนั้น และให้นำหมวด 2 แห่งระเบียบนี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม”
ข้อ 14 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 49/2 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดี ของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อ 49/2 เงินค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดี ให้เบิกจากงบประมาณของ กรมบังคับคดี”
ข้อ 15 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 49/4 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดี ของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อ 49/4 ในคดีอาญาซึ่งจำเลยไม่ชำระค่าปรับตามคำพิพากษา เมื่อศาลส่งหมาย บังคับคดีมายังกรมบังคับคดี หรือสำนักงานบังคับคดีจังหวัด ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดังกล่าวดำเนินการ ตามหมายบังคับคดีนั้น และให้นำหมวด 2 แห่งระเบียบนี้มาใช้บังคับโดยอนุโลม”
ข้อ 16 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 49/5 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดี ของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อ 49/5 เงินค่าฤชาธรรมเนียมในการบังคับคดี ให้เบิกงบประมาณของ กรมบังคับคดี”
ข้อ 17 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 51 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดี ของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อ 51 เมื่อได้รับหนังสือของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ขอให้ทำการยึดทรัพย์ ให้ผู้อำนวยการกองบังคับคดีแพ่ง ดำเนินการยึดทรัพย์ในเวลาอันสมควร โดยคำนึงถึงประโยชน์ของเจ้าหนี้ทั่วไป”
ข้อ 18 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 52 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดี ของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อ 52 ถ้าผู้นำยึดในคดีล้มละลายไม่จัดการนำยึดทรัพย์ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่กองบังคับคดีแพ่งได้รับหนังสือของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ให้ผู้อำนวยการกองบังคับคดี แพ่งแจ้งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบทั้งนี้ไม่กินความถึงทรัพย์ที่มีเจ้าหนี้ยึดไว้เป็นประกัน เช่น ที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ติดการจำนองเป็นต้น”
ข้อ 19 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 53 วรรคสองแห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วย การบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ถ้าเจ้าพนักงานบังคับคดีสงสัยว่าจะมีทรัพย์สินของลูกหนี้ซุกซ่อนอยู่ในโรงเรือน เคหะสถานหรือสถานที่อื่นอันมิใช่เป็นของลูกหนี้ ให้รายงานต่อผู้อำนวยการ กองบังคับคดีแพ่งเพื่อแจ้งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอหมายค้นจากศาลต่อไป”
ข้อ 20 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 54 (1) แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรม ว่าด้วยการบังคับคดี ของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“(1) ทรัพย์สินทั้งหลายอันลูกหนี้มีอยู่ในเวลาเริ่มต้นแห่งการล้มละลาย รวมทั้ง สิทธิเรียกร้องเหนือทรัพย์สินของบุคคลอื่น เว้นแต่
ก. เครื่องใช้สอยส่วนตัวอันจำเป็นแต่การดำรงชีพ ซึ่งลูกหนี้รวมทั้งภริยา
ข. และบุตรผู้เยาว์ของลูกหนี้จำเป็นต้องใช้ตามสมควรแก่ฐานานุรูป และ
ข. สัตว์ พืช เครื่องมือและสิ่งของสำหรับใช้ในการประกอบอาชีพของ
ค. ลูกหนี้ราคารวมกันไม่เกินหนึ่งแสนบาท”
ข้อ 21 ให้ยกเลิกความ ข้อ 55 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดี ของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อ 55 ถ้าผู้นำยึดไม่ชี้ให้ยึดทรัพย์สิ่งใดอันอยู่ในความครอบครองของลูกหนี้ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีจดบัญชีรายละเอียดแห่งทรัพย์นั้นไว้เป็นบัญชีอีกประเภทหนึ่งต่างหากจากบัญชี ทรัพย์ที่ผู้นำยึดชี้ และให้ผู้อำนวยการกองบังคับคดีแพ่งส่งรายงานการยึดทรัพย์ พร้อมด้วยบัญชีดังกล่าว แล้วไปยังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์”
ข้อ 22 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 62 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีพ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อ 62 ในกรณียึดอัญมณี เครื่องทองรูปพรรณ หรือของมีค่าอื่น ๆ ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีมอบแก่ผู้อำนวยการกองบังคับคดีแพ่งเก็บรักษาทรัพย์นั้นไว้ในที่ปลอดภัย ตามที่เห็นสมควร”
ข้อ 23 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 65 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดี ของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อ 65 ให้ผู้รับรักษาทรัพย์โดยมีค่าตอบแทนก็ดี หรือ ไม่มีค่าตอบแทน ก็ดีหรือ ผู้ให้เช่าสถานที่เก็บรักษาทรัพย์ก็ดี ทำหนังสือสัญญากับผู้อำนวยการกองบังคับคดีแพ่ง”
ข้อ 24 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 66 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดี ของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อ 66 ในกรณีที่มีการทำสัญญาเข่าสถานที่เก็บทรัพย์ หรือ จ้างบุคคลที่สมควร ดูแลรักษาทรัพย์ที่ยึด เมื่อขายทรัพย์เสร็จหรือย้ายทรัพย์ไปเก็บที่อื่น หรือ ถอนการยึดทรัพย์ให้ผู้อำนวยการ กองบังคับคดีแพ่งบอกเลิกสัญญานั้นเสีย”
ข้อ 25 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 68 วรรคสอง แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการ บังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“อนึ่ง ถ้าเจ้าพนักงานบังคับคดีเห็นสมควรที่จะลงแจ้งความการขายทอดตลาด ในหนังสือพิมพ์รายวันฉบับที่แพร่หลาย หรือโดยวิธีอื่นใดก่อนวันกำหนดวันขายก็ได้”
ข้อ 26 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 80 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดี ของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อ 80 การขายทอดตลาดทรัพย์สิน ณ สถานที่ใดนั้น ตามปกติให้ปฏิบัติตามเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(1) ที่ดิน หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานครให้
(2) ขายทอดตลาด ณ ที่ทำการขายทอดตลาดของกรมบังคับคดี
(3) ที่ดินและทรัพย์สินอื่น ๆ ที่อยู่นอกเขตกรุงเทพมหานครให้ขอร้องไป
(4) ยังสำนักงานบังคับคดีจังหวัดซึ่งทรัพย์นั้นตั้งอยู่เพื่อให้จัดการ
(5) ขายทอดตลาดแทน เว้นแต่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจะร้องขอให้ขาย ณ
(6) ที่การขายทอดตลาดของกรมบังคับคดีโดยมีเหตุอันสมควร
(7) บ้าน เรือนโรงสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ ซึ่งมิได้ยึดรวมกับที่ดินด้วยให้ขาย
(8) ณ ที่ที่ทรัพย์นั้นตั้งอยู่
(9) ทรัพย์สินอื่น ๆ ให้ขาย ณ ที่ทำการขายทอดตลาดของกรมบังคับคดี
(10)หรือสถานที่ที่เก็บทรัพย์นั้น หรือสถานที่อื่นที่อธิบดีกรมบังคับคดี
(11)เห็นสมควร”
ข้อ 27 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 81 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดี ของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อ 81 ก่อนตั้งต้นขายทอดตลาด ให้เจ้าพนักงานผู้ขายปักธงเครื่องหมายการ ขายทอดตลาดของกรมบังคับคดี และอ่านประกาศโฆษณาการขายทอดตลาด ณ สถานที่ขายทรัพย์ โดยเปิดเผย”
ข้อ 28 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 92 วรรคสอง แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วย การบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ส่วนที่ดินหรือโรงเรือน ซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินที่มีโฉนด หรือหนังสือสำคัญ สำหรับที่ดินให้แจ้งเจ้าพนักงานที่ดินจัดการโอน”
ข้อ 29 ให้เพิ่มความต่อไปนี้ ในหมวดที่ 9 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วย การบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 เรื่องการถอนการบังคับคดี

:: บทที่ 3/1 การยึดอสังหาริมทรัพย์ ณ ที่ทำการ
45/1 ในกรณีผู้ยึดนำยึดแถลงความประสงค์ขอให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทำการ ยึดอสังหาริมทรัพย์ ณ ที่ทำการของเจ้าพนักงานบังคับคดี ให้นำส่งเอกสารประกอบการ ยึดทรัพย์ดังนี้
(1) เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ เช่น โฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการทำประโยชน์
(2) (น.ส.3 น.ส.3 ก.) หนังสือกรรมสิทธ์ห้องชุดหรือเอกสารสำคัญที่ดินอื่น ๆ หรือ
(3) สำเนาที่เจ้าพนักงานที่ดินรับรอง ไม่เกิน 1 เดือน พร้อมเอกสารที่เกี่ยวข้อง
(4) (หากมี) เช่น หนังสือสัญญาจำนอง เป็นต้น
(2) แจ้งภูมิลำเนาและส่งสำเนาทะเบียนบ้านของลูกหนี้ตามคำพิพากษาหรือผู้ถือ
(3) กรรมสิทธ์ที่นายทะเบียนรับรองไม่เกิน 1 เดือน
(3) แผนที่การเดินทางไปที่ตั้งที่จะยึด พร้อมสำเนา
(4) ภาพถ่ายปัจจุบันของทรัพย์ที่จะยึด และแผนผังของทรัพย์ที่จะยึดโดยระบุ
(5) ขนาดกว้างยาว
(5) ราคาประเมินที่ดิน ห้องชุด ที่เจ้าพนักงานที่ดินรับรอง
45/2 ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีตรวจสอบหลักฐานตาม ข้อ 45/1 ว่าถูกต้องครบถ้วนเพียงพอ ที่จะดำเนินการยึดทรัพย์ ณ ที่ทำการและประมาณราคาทรัพย์ที่จะยึดได้ แล้วเสนอ ผู้อำนวยการกองบังคับคดีทางแพ่ง เพื่อมีคำสั่งอนุญาต
45/3 ให้เจ้าพนักงานบังคับดคีทำการยึดทรัพย์โดยจัดทำรายงานและบัญชีทรัพย์ที่ยึดพร้อม ประมาณราคาทรัพย์ และผู้นำยึดลงนามรับรอง
45/4 ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีรีบดำเนินการ ดังนี้
(1) ปิดประกาศยึดทรัพย์ ณ ที่ทรัพย์ตั้งอยู่พร้อมรายงานสภาพของทรัพย์
(2) ที่ไปปิดประกาศ
(2) แจ้งการยึดให้เจ้าพนักงานที่ดินทราบ
(3) แจ้งการยึดและราคาประเมิน พร้อมส่งสำเนาหมายบังคับคดีให้ลูกหนี้
(4) ตามคำพิพากษาหรือผู้ถือกรรมสิทธิ์ทราบ”
ข้อ 30 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 98 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดี ของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อ 98 การรับเงินค่าขายทรัพย์นอกที่ทำการกรมบังคับคดีเมื่อได้รับเงินแล้วให้ เจ้าพนักงานบังคับคดีออกใบรับเงินให้ผู้ซื้อและเมื่อเสร็จการขายวันหนึ่ง ๆ ให้ทำบัญชีรายการขายทรัพย์ ส่งผู้อำนวยการกองบังคับคดีแพ่งพร้อมทั้งจำนวนเงินและสำเนาคู่สอบใบเสร็จรับเงิน แล้วนำเงิน ส่งกองคลัง กรมบังคับคดี ในวันเดียวกัน”
ข้อ 31 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 98ทวิ แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วย การบังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อ 98ทวิ การรับเงินนอกจากที่กล่าวไว้ใน ข้อ 98 และ 98ทวิ ให้ผู้อำนวยการ กองบังคับดคีแพ่งหรือเจ้าพนักงานบังคับคดีที่ได้รับมอบหมายจดรายงานการรับเงินแล้วให้กองคลัง รับเงินและออกใบรับเงินให้โดยให้เจ้าหน้าที่การเงินลงชื่อผู้รับเงินในใบรับเงินร่วมกับผู้อำนวยการกอง คลังหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายใบรับเงินนั้นให้มีสำเนา 3 ฉบับ ต้นฉบับมอบให้ผู้ชำระหรือผู้นำส่งเงินส่วน สำเนากองคลังเก็บไว้ฉบับหนึ่งรวมสำนวนไว้ฉบับหนึ่ง อีกฉบับหนึ่งคงไว้เป็นต้นขั้ว
เมื่อผู้อำนวยการกองบังคับคดีแพ่งและผู้อำนวยการกองคลังเห็นสมควรอาจรับเงิน เป็นเช็คหรือตั๋วแลกเงินก็ได้แต่ต้องเป็นเช็คหรือตั๋วแลกเงินที่ธนาคารสั่งจ่าย หรือเช็คที่ธนาคารรับรอง หรือเช็คของส่วนราชการ องค์การของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจสั่งจ่ายในนามกรมบังคับคดี และในกรณีเช่นนี้ ให้จดเลขหมายเช็คลงในใบรับเงินด้วย”
ข้อ 33 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 102 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดีของ เจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อ 102 การชำระเงินด้วยเช็ค เมื่อเรียกเก็บเงินไม่ได้ ให้กองคลังจำหน่ายเช็ค จากบัญชีแล้วแจ้งให้ผู้อำนวยการกองบังคับคดีแพ่งทราบโดยพลัน เพื่อจัดการให้ผู้ชำระหรือผู้นำส่งชำระ เงินตามเช็คนั้นหรือดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดตามกฎหมาย”
ข้อ 34 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 103 แห่งระเบียบกระรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดี ของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อ 103 เงินค่าธรรมเนียมเจ้าพนักงานบังคับคดี ให้กองคำนวณและเฉลี่ย ทรัพย์คิดคำนวณตามกฎหมายและลงบัญชีแยกประเภทไว้โดยครบถ้วน และทุก 3 เดือนให้รายงาน อธิบดีกรมบังคับคดีเพื่อส่งเงินต่อกระทรวงการคลังเป็นรายได้แผ่นดิน”
ข้อ 35 ให้ยกเลิกความใน 111 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดี ของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อ 111 การขอรับเงินไม่ว่าเงินประเภทใด ผู้มีส่วนได้ต้องยื่นคำขอรับเงิน ต่อผู้อำนวยการกองบังคับคดีแพ่ง เพื่อขออนุมัติก่อน เว้นแต่จะมีการสั่งอนุมัติไว้ แล้วบัญชีแสดงการรับจ่ายหรือบัญชีส่วนเฉลี่ยแล้วให้ผู้มีส่วนได้นั้นทำใบรับเงิน และให้กองคลังจัดทำใบสั่งจ่ายเงินให้อธิบดีกรมบังคับคดี หรือผู้ที่อธิบดี กรมบังคับคดีมอบหมาย ลงชื่อพร้อมกับหมายเหตุไว้ในรายงานการจ่ายเงิน หรือบัญชีแสดงการรับจ่ายเงินให้กองคลังจัดการลงบัญชีโดยครบถ้วนตามระเบียบ ของราชการและเก็บเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ไว้ในสำนวน
ถ้ามีเหตุสงสัยว่าผู้ขอรับเงินมิใช่ผู้มีส่วนได้อันแท้จริง เจ้าพนักงานบังคับคดี อาจสั่งให้ผู้ขอรับเงินหาผู้รับรองมาจนเป็นที่พอใจก่อนก็ได้ และถ้าเป็นการมอบฉันทะให้ตัวแทน มารับเงินอาจสั่งให้ตัวการมารับเงินเองก็ได้”
ข้อ 36 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 115 วรรคสอง แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการ บังคับคดีของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ในกรณีที่ผู้รับมิได้อยู่ในเขตอำนาจของศาลที่ออกหมายบังคับคดี ให้เจ้าพนักงาน บังคับคดีส่งคำคู่ความหรือเอกสารไปให้สำนักงานบังคับคดีจังหวัดท้องที่ดำเนินการส่งแทน หรืออาจจะ ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับก็ได้
วิธีการส่งให้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการส่งคำคู่ความเอกสาร
และสำนวนความ พ.ศ. 2522”
ข้อ 37 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 119 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดี ของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อ 119 เมื่อได้รับหมายบังคับคดีจากศาล ให้เจ้าหน้าที่ธุรการกองบังคับคดีแพ่ง จัดหน้าปกสำนวนไว้ทุกเรื่อง แล้วลงบัญชีไว้ เพื่อส่งเรื่องให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการต่อไป”
ข้อ 38 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 120 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วนการบังคับคดี ของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อ 120 เมื่อศาลส่งสำนวนความมาให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการตาม คำสั่งศาลให้เจ้าหน้าที่ธุรการ กองบังคับคดีแพ่ง คัดสำเนาคำสั่งไว้ในสำนวนของเจ้าพนักงานบังคับคดี ลงนามพร้อมด้วยวันเดือนปีที่ทราบคำสั่งในสำนวนความ แล้วส่งเรื่องให้เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการ ตามคำสั่งนั้น”
ข้อ 39 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 121 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดี ของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อ 121 การยืมหรือคืนสำนวนความของศาล ให้เจ้าที่ลงบัญชีไว้เป็นหลักฐาน ทุกครั้งและเก็บสำนวนความนั้นไว้ในที่ปลอดภัย”
ข้อ 40 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 122 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดี ของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อ 122 ให้เจ้าหน้าที่ธุรการกองบังคับคดีแพ่งลงบัญชีสำนวนบังคับคดี และ เก็บรักษาไว้ในที่ปลอดภัย ถ้าสำนวนใดได้จัดการบังคับคดีเสร็จสิ้นแล้วจะแยกเก็บไว้ต่างหากก็ได้ แต่ต้องมีปกสำรองไว้แทนที่เพื่อความสะดวกในการค้นหา”
ข้อ 41 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 124 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดี ของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อ 124 เอกสารสำคัญต่าง ๆ เช่น โฉนด สัญญาจำนอง หรือใบหุ้น เป็นต้น ให้เจ้าหน้าที่ธุรการกองบังคับคดีแพ่งมีหน้าที่เก็บรักษาโดยลงบัญชีแล้วใส่ซองลงหมายเลยลำดับที่เก็บ และจดรายการที่หน้าซองพร้อมทั้งชื่อโจทก์ จำเลย และสาขาคดีแล้วเก็บไว้ในที่ปลอดภัย ถ้าได้จ่าย หนังสือสำคัญให้แต่ผู้ใดก็ให้ผู้นั้นลงลายมือชื่อรับไว้วในบัญชีเป็นหลักฐาน”
ข้อ 42 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 125 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดี ของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อ 125 การเก็บรักษาทรัพย์เป็นหน้าที่ของสำนักงานวางทรัพย์กลาง โดยให้ เจ้าหน้าที่ทำบัญชีรายการและปิดเลขหมายไว้แล้วเก็บรักษา ณ สถานที่เก็บทรัพย์ของกรมบังคับคดี และหมั่นตรวจดูอย่าให้เกิดการเสียหายขึ้น เมื่อจำหน่ายหรือคืนทรัพย์สิ่งใดให้ลงบัญชีไว้เป็นหลักฐาน
อนึ่งเพื่อความปลอดภัยแก่การเก็บรักษาทรัพย์ที่มีราคาสูง ผู้อำนวยการ กองบังคับคดีแพ่งจะสั่งให้เก็บรักษา ณ สถานที่อื่นซึ่งปลอดภัยกว่า ก็ให้อยู่ในดุลพินิจที่จะสั่งการ เป็นคราว ๆ ไป ทั้งนี้โดยรับอนุมัติจากอธิบดีกรมบังคับคดี”
ข้อ 43 ให้ยกเลิกความใน ข้อ 126 แห่งระเบียบกระทรวงยุติธรรมว่าด้วยการบังคับคดี ของเจ้าพนักงานบังคับคดี พ.ศ. 2522 และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ ข้อ 126 เมื่อสิ้นปีหนึ่ง ๆ ให้กองบังคับคดีแพ่งและกองคลังทำรายงานแสดง กิจการที่ได้กระทำมาตลอดปีส่งอธิบดีกรมบังคับคดี 1 ชุด”

:: ประกาศ ณ วันที่ 11 มกราคม 2544 (นายสุทัศน์ เงินหมื่น) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม


 
  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update