291 ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองดังต่อไปนี้
292 บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนิ้สินตาม ม.291
293 เมื่อได้รับบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน
294 ในกรณีที่มีการยื่นบัญชีเพราะเหตุที่ผู้ดำรงตำแหน่ง
295 ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองผู้ใดจงใจไม่ยื่นบัญชี
296 บทบัญญัติ ม.291 292 293 วรรคหนึ่ง วรรคสาม
กลับไปที่สารบาญ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
หมวด 10 การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ ส่วนที่1การแสดงบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สิน
มาตรา 291 ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองดังต่อไปนี้ มีหน้าที่ยื่นบัญชี แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของตน คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุ นิติภาวะ ต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ทุกครั้งที่เข้ารับตำแหน่งหรือพ้นจากตำแหน่ง
(1) นายกรัฐมนตรี
(2) รัฐมนตรี
(3) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
(4) สมาชิกวุฒิสภา
(5) ข้าราชการการเมืองอื่น
(6) ผู้บริหารท้องถิ่นและสมาชิกสภาท้องถิ่นตามที่กฎหมายบัญญัติ บัญชีตามวรรคหนึ่งให้ยื่นพร้อมเอกสารประกอบซึ่งเป็นสำเนา หลักฐานที่พิสูจน์ความมีอยู่จริงของทรัพย์สินและหนี้สินดังกล่าว รวม ทั้งสำเนาแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในรอบปีภาษีที่ ผ่านมา โดยผู้ที่ยื่นจะต้องลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องกำกับไว้ ในบัญชีและสำเนาหลักฐานที่ยื่นไว้ทุกหน้าด้วย
มาตรา 292 บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนิ้สินตาม
มาตรา 291
ให้แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่มีอยู่จริงในวันที่ยื่นบัญชี ดังกล่าว และต้องยื่นภายในกำหนดเวลาดังต่อไปนี้
(1) ในกรณีที่เป็นการเข้ารับตำแหน่ง ให้ยื่นภายในสามสิบวัน นับแต่วันเข้ารับตำแหน่ง
(2) ในกรณีที่เป็นการพ้นจากตำแหน่ง ให้ยื่นภายในสามสิบวัน นับแต่วันพ้นจากตำแหน่ง
(3) ในกรณีที่บุคคลตาม
มาตรา 291
ซึ่งได้ยื่นบัญชีไว้แล้ว ตาย ในระหว่างดำรงตำแหน่งหรือก่อนยื่นบัญชีหลังจากพ้นจากตำแหน่ง ให้ทายาทหรือผู้จัดการมรดก ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและ หนึ้สินที่มีอยู่ในวันที่ผู้ดำรงตำแหน่งนั้นตาย ภายในเก้าสิบวันนับแต่ วันที่ผู้ดำรงตำแหน่งตาย
ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิก สภาท้องถิ่นหรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองซึ่งพ้นจากตำแหน่ง นอกจากต้องยื่นบัญชีตาม (2) แล้วให้มีหน้าที่ยื่นบัญชีแสดงรายการ ทรัพย์สินและหนี้สินอีกครั้งหนึ่งภายในสามสิบวันนับแต่วันที่พ้นจาก ตำแหน่งดังกล่าวมาแล้วเป็นเวลาหนึ่งปีด้วย
มาตรา 293 เมื่อได้รับบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบแล้วให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติหรือกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติซึ่งประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มอบหมาย ลงลายมือชื่อกำกับไว้ในบัญชีทุกหน้า
บัญชีและเอกสารประกอบตามวรรคหนึ่งของนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีให้เปิดเผยให้สาธารณชนทราบโดยเร็วแต่ต้องไม่เกินสามสิบวัน นับแต่วันที่ครบกำหนดต้องยื่นบัญชีดังกล่าว บัญชีของผู้ดำรงตำแหน่ง อื่นห้ามมิให้เปิดเผยแก่ผู้ใด เว้นแต่การเปิดเผยดังกล่าวจะเป็น ประโยชน์ต่อการพิจารณาพิพากษาคดีหรือการวินิจฉัยชี้ขาด และ ได้รับการร้องขอจากศาลหรือคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
ให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติเพื่อตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริงของทรัพย์สิน และหนี้สินดังกล่าวโดยเร็ว
มาตรา 294 ในกรณีที่มีการยื่นบัญชีเพราะเหตุที่ผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมืองผู้ใดพ้นจากตำแหน่งหรือตาย ให้คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติทำการตรวจสอบความเปลี่ยนแปลง ของทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งนั้น แล้วจัดทำรายงาน ผลการตรวจสอบ รายงานดังกล่าวให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ในกรณีที่ปรากฏว่าผู้ดำรงตำแหน่งตามวรรคหนึ่งผู้ใดมีทรัพย์สิน เพิ่มขึ้นผิดปกติ ให้ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติส่งเอกสารทั้งหมดที่มีอยู่พร้อมทั้งรายงานผลการตรวจสอบ ไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้ทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นผิดปกตินั้นตกเป็น ของแผ่นดินต่อไป
ให้นำบทบัญญัติ
มาตรา 305 วรรคห้า
มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา 295 ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองผู้ใดจงใจไม่ยื่นบัญชี แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสารประกอบตามที่กำหนด ไว้ในรัฐธรรมนูญนี้หรือจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริง ที่ควรแจ้งให้ทราบ ให้ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งนับแต่วันที่ครบกำหนด ต้องยื่นตาม
มาตรา 292
หรือนับแต่วันที่ตรวจพบว่ามีการกระทำ ดังกล่าว แล้วแต่กรณี และผู้นั้นต้องห้ามมิให้ดำรงตำแหน่งทาง การเมืองใดๆ เป็นเวลาห้าปีนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง
เมื่อมีกรณีตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติเสนอเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดต่อไป และเมื่อศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดแล้ว ให้นำบทบัญญัติ
มาตรา 97
มาใช้ บังคับโดยอนุโลม
มาตรา 296 บทบัญญัติ
มาตรา 291
มาตรา 292
มาตรา 293 วรรคหนึ่ง และวรรคสาม
และ
มาตรา 295 วรรคหนึ่ง
ให้ใช้บังคับกับ เจ้าหน้าที่อื่นของรัฐตามที่บัญญัติในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตด้วยโดยอนุโลม
ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update