แนะนำ ขอคำแนะนำ ต้องการสนับสนุน กฎหมายดอตคอม คลิกที่นี่!! รายละเอียดและวิธีการค้นหากฎหมาย ใน กฎหมายดอตคอม
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
 
กลับไปที่สารบาญบทเฉพาะกาล
Topมาตรา 314 ให้คณะองคมนตรีซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันประกาศ ใช้รัฐธรรมนูญนี้ เป็นคณะองคมนตรีตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้
ในระหว่างที่สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาสิ้นสุดลงพร้อมกัน ทั้งหมดตาม มาตรา 323 ให้ประธานองคมนตรีทำหน้าที่คณะองคมนตรี ด้วย และให้คณะองคมนตรีที่เหลืออยู่ทำหน้าที่รัฐสภาตาม มาตรา 19 มาตรา 21 มาตรา 22 มาตรา 23 และมิให้นำ มาตรา 20 วรรคสาม และ มาตรา 24 วรรคสาม มาใช้บังคับ และให้คณะองคมนตรีเลือก องคมนตรีคนหนึ่งขึ้นทำหน้าที่ประธานเป็นการชั่วคราว
Topมาตรา 315 นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้สภาผู้แทน ราษฎรตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมครั้งสุดท้ายโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 6) พุทธศักราช 2539 ทำหน้าที่สภาผู้แทน ราษฎรตามรัฐธรรมนูญนี้จนถึงวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตาม มาตรา 324 และให้วุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทยพุทธศักราช 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมครั้งสุดท้ายโดยรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 6) พุทธศักราช 2539 ทำหน้าที่วุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญนี้ จนถึงวันที่ครบสี่ปีนับแต่วันที่ พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งสมาชิกวุฒิสภาตามวรรคห้า (1) หรือ วันเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาตามวรรคห้า (2) แล้วแต่กรณี
ให้สมาชิกผู้แทนราษฎรซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันประกาศใช้ รัฐธรรมนูญนี้ คงเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามบทบัญญัติแห่ง รัฐธรรมนูญนี้อยู่ต่อไปจนครบอายุของสภาผู้แทนราษฎร หรือเมื่อมี การยุบสภา หรือเมื่อสมาชิกภาพสิ้นสุดลงตาม มาตรา 323 แล้วแต่กรณี ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ให้สภาผู้แทนราษฎรประกอบด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่าที่มีอยู่
ให้สมาชิกวุฒิสภาซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ในวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ นี้ คงเป็นสมาชิกวุฒิสภาตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้จนกว่า สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาจะสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญแห่งราช อาณาจักรไทย พุทธศักราช 2534 ซึ่งแก้ไขเพื่มเติมครั้งสุดท้ายโดย รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 6) พุทธศักราช 2539 หรือสมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาสิ้นสุดลง ตาม มาตรา 323 แล้วแต่กรณี ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาว่างลง ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ให้วุฒิสภาประกอบด้วยสมาชิกวุฒิสภาเท่าที่มีอยู่
มิให้นำบทบัญญัติ มาตรา 107 (3) มาตรา 118 (7) มาตรา 121 มาตรา 125 (2) และ (3) มาตรา 126 (2) และ (3) มาตรา 127 มาตรา 130 และ มาตรา 134 มาใช้บังคับกับสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรตามวรรคสองและสมาชิกวุฒิสภาตามวรรคสาม
ในกรณีที่มีเหตุให้สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาตามวรรคสาม สิ้นสุดลงพร้อมกันทั้งหมดให้ดำเนินการให้มีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิ สภาตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ในคราวแรกดังต่อไปนี้
(1) ในกรณีที่สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาสิ้นสุดลงเมื่อครบ สี่ปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง ให้ดำเนินการเลือกตั้งให้ แล้วเสร็จภายในหกสิบวันก่อนวันครบสี่ปี ในกรณีเช่นนี้ ให้อายุของ วุฒิสภาและสมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาที่ได้รับเลือกตั้ง เริ่มนับ ตั้งแต่วันที่สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาตามวรรคสามสิ้นสุดลง
(2) ในกรณีที่สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาสิ้นสุดลงตาม มาตรา 323 ให้ดำเนินการเลือกตั้งตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา แต่ถ้ายัง มีกฎหมายดังกล่าว ให้นำกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรซึ่งมีผลใช้บังคับอยู่ในวันประกาศใชัรัฐธรรมนูญนี้ เท่าที่ ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ มาใช้บังคับกับการเลือกตั้งสมาชิก วุฒิสภาด้วยโดยให้ใช้คำว่า "สมาชิกวุฒิสภา" แทนคำว่า "สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร" ทุกแห่ง และให้ประธานกรรมการการเลือกตั้ง ที่ตั้งขึ้นตาม มาตรา 319 เป็นผู้รักษาการตามกฎหมายดังกล่าว และในกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเห็นว่าบทบัญญัติใดของ กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขัดหรือแย้ง หรือไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจ กำหนดระเบียบที่จำเป็นขึ้นใช้แทนบทบัญญัตินั้นได้เพื่อให้การเลือกตั้ง เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมระเบียบดังกล่าวและความเห็นที่ว่า บทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวนั้นขัดหรือแย้งหรือไม่สอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญนี้ ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ก่อนประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา
การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาตาม (2) ให้กระทำภายในเก้าสิบวัน นับแต่วันที่ครบสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ และมิให้ดำเนินการเลือกตั้งในวันเดียวกันกับการเลือกตั้งสภาชิกสภา ผู้แทนราษฎรตาม มาตรา 324
Topมาตรา 316 ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งดำรงตำแหน่ง อยู่ในวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ คงเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร รองประธานสภาผู้แทนราษฎร และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้
ให้ประธานวุฒิสภาและรองประธานวุฒิสภาซึ่งดำรงตำแหน่งอยู่ ในวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้คงเป็นประธานวุฒิสภาและรองประธาน วุฒิสภาตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ จนกว่าอายุของวุฒิสภา ตาม มาตรา 315 จะสิ้นสุดลงหรือพ้นจากตำแหน่งก่อนถึงวาระตาม มาตรา 323
ให้คณะกรรมาธิการซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในวันประกาศใช้ รัฐธรรมนูญนี้ คงเป็นคณะกรรมาธิการตามบทบัญญัติแห่ง รัฐธรรมนูญนี้
ให้ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อบังคับการประชุม ของวุฒิสภา และข้อบังคับการประชุมของรัฐสภา ซึ่งมีผลใช้บังคับ อยู่ในวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ยังคงมีผลใช้บังคับอยู่ต่อไปเท่าที่ ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ และให้ข้อบังคับการประชุมดังกล่าว สิ้นผลลงเมื่อมีกรณีใดกรณีหนึ่งแล้วแต่กรณี ดังต่อไปนี้
(1) เมื่อสภาผู้แทนราษฎรตาม มาตรา 315 วรรคหนึ่ง สิ้นอายุ หรือถูกยุบ หรือเป็นกรณีตาม มาตรา 323
(2) เมื่อมีการตราข้อบังคับการประชุมวุฒิสภาขึ้นใหม่ตาม รัฐธรรมนูญนี้ ซึ่งต้องไม่เกินสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันประกาศใช้ รัฐธรรมนูญนี้
(3) เมื่อมีการตราข้อบังคับการประชุมรัฐสภาขึ้นใหม่ตาม รัฐธรรมนูญนี้ ซึ่งต้องไม่เกินสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันเรียกประชุม รัฐสภาภายหลังการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันเป็นการ เลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญนี้
Topมาตรา 317 ให้คณะรัฐมนตรีที่บริหารราชการแผ่นดินอยู่ในวัน ประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้คงเป็นคณะรัฐมนตรีตามบทบัญญัติแห่ง รัฐธรรมนูญนี้
ให้นำบทบัญญัติ มาตรา 156 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทย พุทธศักราช 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมครั้งสุดท้ายโดยรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 6) พุทธศักราช 2539 มาใช้บังคับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลและคณะ รัฐมนตรีตามวรรคหนึ่งหรือกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี เป็นรายบุคคลและคณะรัฐมนตรีที่จัดตั้งขึ้นใหม่ในระหว่างที่ยังไม่มี การเลือกตั้งสมาชิกภสาผู้แทนราษฎรตาม มาตรา 324 แล้วแต่กรณี และถ้ามติไม่ไว้วางใจมีคะแนนเสียงตามที่กำหนด ก็ให้รัฐมนตรีหรือ คณะรัฐมนตรีดังกล่าว พ้นจากตำแหน่ง
เมื่อมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตาม มาตรา 324 แล้ว ให้คณะรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่งหรือคณะรัฐมนตรีที่จัดตั้งขึ้นใหม่ก่อน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตาม มาตรา 324 แล้วแต่กรณี พ้นจากตำแหน่ง แต่ต้องอยู่ในตำแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ไปจนกว่า คณะรัฐมนตรีที่จัดตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่
มิให้นำบทบัญญัติ มาตรา 118 (7) มาตรา 127 มาตรา 201 มาตรา 202 มาตรา 203 มาตรา 204 มาตรา 206 (2) (3) และ (6) มาตรา 209 มาตรา 215 วรรคสี่ และ มาตรา 216 (5) มาใช้บังคับกับการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่งของ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีตาม มาตรานี้
Topมาตรา 318 ในวาระเริ่มแรก ให้คณะกรรมการตุลาการตาม กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ เป็นคณะกรรมการ ตุลาการศาลยุติธรรมตามรัฐธรรมนูญนี้ จนกว่าจะมีคณะกรรมการ ตุลาการศาลยุติธรรมตาม มาตรา 274 และการเลือกตั้งกรรมการ ตุลาการให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ
ภายในสามปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ห้ดำเนินการทั้งหลาย อันจำเป็นเพื่อให้การเป็นไปตาม มาตรา 274 ของรัฐธรรมนูญนี้
Topมาตรา 319 ในวาระเริ่มแรก ให้วุฒิดำเนินการเลือกกรรมการ การเลือกตั้งตาม มาตรา 136 ภายในสามสิบวันนับแต่วันประกาศใช้ รัฐธรรมนูญนี้ และมิให้นำกำหนดเวลาตาม มาตรา 138 มาใช้บังคับ
ในวาระเริ่มแรก ในระหว่างที่ยังไม่มีประธานศาลปกครองสูงสุด ให้คณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการการเลือกตั้ง มีจำนวนเก้าคน ประกอบด้วย อธิการบดีของสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคล ทุกแห่งซึ่งเลือกกันเองให้เหลือห้าคน ผู้แทนพรรคการเมืองทุกพรรค ที่มีสมาชิกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคละหนึ่งคน ซึ่งเลือก กันเองให้เหลือสี่คน เป็นกรรมการ
ในกรณีที่ยังมิได้มีการประกาศใช้กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง กำหนดระเบียบอันจำเป็นแก่การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ การเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญนี้ ระเบียบดังกล่าวให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษา และให้ใช้บังคับได้จนกว่ากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะ กรรมการการเลือกตั้งจะมีผลใช้บังคับ
Topมาตรา 320 ในวาระเริ่มแรก ให้คณะตุลาการรัฐธรรมนูญตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่ม เติมครั้งสุดท้ายโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขพิ่มเติม (ฉบับที่ 6) พุทธศักราช 2539 เป็นศาลรัฐธรรนูญตามรัฐธรรมนูญนี้ จนกว่าจะมีศาลรัฐธรรมนูญตามวรรคสอง
ในวาระเริ่มแรกให้ดำเนินการเลือกตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตาม มาตรา 255 และ มาตรา 257 ภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันประกาศ ใช้รัฐธรรมนูญนี้
ในระหว่างที่ยังไม่มีศาลปกครองสูงสุด มิให้นำ มาตรา 255 (2) มาใช้บังคับ และให้ศาลรัฐธรรมนูญประกอบด้วยประธานศาล รัฐธรรมนูญคนหนึ่งและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญอื่นอีกสิบสองคน ซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากบุคคลตาม มาตรา 255 (1) (3) และ (4)
Topมาตรา 321 ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และประพฤติมิชอบในวงราชการและสำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการตาม กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติ มิชอบในวงราชการ เป็นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการ ทุจริตแห่งชาติและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทุจริตแห่งชาติ ตามรัฐธรรมนูญนี้ แล้วแต่กรณี จนกว่าจะมีการ แต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติขึ้น ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ซึ่งต้องกระทำภายในสองปีนับแต่ วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้
เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้คณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในวงราชการ ตามวรรคหนึ่งกำหนดระเบียบอันจำเป็นแก่การปฏิบัติหน้าที่ของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติตาม รัฐธรรมนูญนี้ ระเบียบดังกล่าวให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาความ ชอบด้วยรัฐธรรมนูญก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษา และให้ใช้ บังคับได้จนกว่ากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตจะมีผลใช้บังคับ
ในวาระเริ่มแรก ในระหว่างที่ยังไม่มีประธานศาลปกครองสูงสุด ให้คณะกรรมการสรรหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติตาม มาตรา 297 วรรคสาม มีจำนวนสิบสี่คนประกอบด้วย ประธานศาลฎีกา ประธานศาลรัฐธรรมนูญ อธิการบดีของสถาบัน อุดมศึกษาของรัฐที่เป็นนิติบุคคลทุกแห่งซึ่งเลือกกันเองให้เหลือเจ็ดคน และผู้แทนพรรคการเมืองทุกพรรคที่มีสมาชิกเป็นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร พรรคละหนึ่งคน ซึ่งเลือกกันเองให้เหลือห้าคน เป็นกรรมการ
Topมาตรา 322 ในวาระเริ่มแรก กรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการ แผ่นดินของรัฐสภา กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตุลาการศาล รัฐธรรมนูญ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติและ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ที่วุฒิสภาตาม มาตรา 315 วรรคสาม มี มติเลือก ให้มีระยะเวลาดำรงตำแหน่งเพียงกึ่งหนึ่งของวาระที่กำหนด ไว้สำหรับตำแหน่งดังกล่าว และเพื่อประโยชน์ในการเลือกดำรงตำแหน่ง ดังกล่าวเป็นคราวแรกโดยวุฒิสภาซึ่งเลือกตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญนี้ มิให้นำบทบัญญัติที่ให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวได้เพียงวาระเดียว มา ใช้บังคับ
ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญนี้ การ ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญนี้ ให้เป็นมติที่ประชุม ร่วมของสภาผู้แทนราษฎรกับวุฒิสภาตาม มาตรา 315 และ ให้นำ บทบัญญัติ มาตรา 109 (14) มาตรา 118 (10) มาตรา 133 (8) มาตรา 141 (5) มาตรา 168 (3) มาตรา 216 (8) มาตรา 260 (6) มาตรา 299 มาตรา 303 มาตรา 304 และ มาตรา 307 มา ใช้บังคับโดยอนุโลม
Topมาตรา 323 ภายในสองร้อยสี่สิบวันนับแต่วันประกาศใช้ รัฐธรรมนูญนี้ ให้รัฐสภาดำเนินการพิจารณาและให้ความเห็นชอบร่าง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้งและร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ให้แล้วเสร็จทุกฉบับ โดย ในระหว่างเวลาดังกล่าวจะยุบสภาผู้แทนราษฎรมิได้
ในการดำเนินการตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการดังต่อไปนี้
(1) ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่งให้เสร็จภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วัน ประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ในกรณีที่พ้นกำหนดเวลาดังกล่าวแต่การ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่ง ยังไม่แล้วเสร็จทุกฉบับ ให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สิ้นสุดลงพร้อมกันทั้งหมด และห้ามมิให้มีการดำเนินการเลือกตั้ง ทั่วไปตามรัฐธรรมนูญนี้ จนกว่าจะมีการให้ความเห็นชอบร่างพระ ราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่งแล้วเสร็จทุกฉบับ หรือเป็นกรณีตาม มาตรา 324 ในกรณี ให้วุฒิสภาทำหน้าที่รัฐสภา และดำเนินการเสนอและพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันถัดจาก วันที่ครบกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้
(2) ในกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่งทุกฉบับแล้วเสร็จภายในกำหนด เวลาตาม (1) ให้วุฒิสภาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่วุฒิสภา ได้รับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าว
(3) ในกรณีที่วุฒิสภาไม่สามารถพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่งทุกฉบับให้แล้วเสร็จภายในกำหนด เวลาตาม (1) หรือ (2) ให้สมาชิกภาพของสมาชิกวุฒิสภาสิ้นสุดลง พร้อมกันทั้งหมด ในกรณีที่ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญใด ได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรแล้ว ให้ถือว่าร่างพระราช บัญัญัติประกอบรัฐธรรมนูญนั้นได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาแล้ว และให้นำ มาตรา 93 และ มาตรา 94 มาใช้บังคับกับร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญดังกล่าวโดยอนุโลม
ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบ แล้วหรือถือว่ารัฐสภาให้ความเห็นชอบแล้วตาม มาตรานี้ ให้นายก- รัฐมนตรีดำเนินการตาม มาตรา 93 โดยพลัน และมิได้นำกำหนด เวลาตาม มาตรา 93 มาใช้บังคับ
มิให้นำบทบัญญัติ มาตรา 169 เฉพาะส่วนที่ว่าด้วยร่างพระราช บัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน มาใช้บังคับกับการเสนอและการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่งของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิกวุฒิสภาตามวรรคสอง (1) และ (2) ในการดำเนินการตาม มาตรา นี้ มิให้นำบทบัญญัติ มาตรา 168 มาใช้บังคับ
Topมาตรา 324 ให้ดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามรัฐธรรมนูญนี้เมื่อมีกรณีใดกรณีหนึ่งดังต่อไปนี้
(1) ในกรณีที่รัฐสภาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญทุกฉบับแล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาตา มาตรา 323 วรรคหนึ่ง หรือในกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาซึ่งทำหน้าที่ รัฐสภาตาม มาตรา 323 ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งตาม มาตรา 319 ดำเนินการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญนี้ ภายในหกสิบวันนับแต่วันที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุหรือถูกยุบ หรือ เมื่อมีกรณีตาม มาตรา 323
(2) ในกรณีที่ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาไม่สามารถพิจารณา และให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตาม มาตรา 323 วรรคหนึ่ง ให้แล้วเสร็จภายในกำหนด ให้มีการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามรัฐธรรมนูญนี้ภายในเก้าสิบวันนับแต่ วันที่พ้นกำหนดเวลาตาม มาตรา 323 วรรคหนึ่ง และให้นำกฎหมาย ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีผลใช้บังคับอยู่ใน วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญนี้ มาใช้บังคับกับการเลือกตั้งดังกล่าวโดยให้ประธานกรรมการการ เลือกตั้งที่ตั้งขึ้นตาม มาตรา 319 เป็นผู้รักษาการตามกฎหมาย ดังกล่าวและในกรณีที่คณะกรรมการเลือกตั้งเห็นว่าบทบัญญัติใด ของกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขัดหรือ แย้งหรือไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งมี อำนาจกำหนดระเบียบที่จำเป็นขึ้นใช้แทนบทบัญญัตินั้นได้เพื่อให้ การเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรมระเบียบดังกล่าวและ ความเห็นที่ว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวนั้นขัดหรือแย้ง หรือไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญนี้ ให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณา วินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญก่อนประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา
เมื่อได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ขึ้นใหม่ตามรัฐธรรมนูญนี้แล้วและยังไม่มีพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญตาม มาตรา 323 วรรคหนึ่ง ครบทุกฉบับ ให้สภาผู้ แทนราษฎรและวุฒิสภาดำเนินการพิจารณาและให้ความเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่ยังไม่ได้ตราขึ้นตาม มาตรา 323 โดยให้เริ่มนับกำหนดเวลานับแต่วันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรอันเป็นการเลือกตั้งทั่วไป เป็นต้นไป และให้นำความใน (2) และ มาตรา 315 วรรคห้า (2) มาใช้บังคับโดยอนุโลม
Topมาตรา 325 ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันเป็น การเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรกภายหลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ มิให้นำกำหนดเวลาตาม มาตรา 107 (4) มาใช้บังคับ
Topมาตรา 326 นอกจากที่มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ กฏหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ สมาชิกวุฒิสภา อย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้
(1) การแจ้งเหตุที่ทำให้ไม่อาจไปเลือกตั้ง และการอำนวยความ สะดวกในการไปเลือกตั้ง
(2) การให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งตาม มาตรา 105 วรรคสอง ออกเสียง ลงคะแนน
(3) การจัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ การตรวจสอบและการคัดชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งที่ซ้ำกันออกจากการ สมัครรับเลือกตั้ง และการประกาศรายชื่อผู้รับสมัครรับเลือกตั้งชื่อ อยู่ในบัญชีรายชื่อ
(4) การกำหนดแบบบัตรเลือกตั้งซึ่งต้องมีที่สำหรับทำเครื่องหมาย ว่าไม่ลงคะแนนเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้ง และการประกาศจำนวน ผู้ไม่ประสงค์จะลงคะแนนเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้ง
(5) การสนับสนุนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและการ แนะนำผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาโดยรัฐ รวมทั้งวิธีการแนะนำ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภาเองหรือบุคคลอื่นที่อาจกระทำได้
(6) การจำกัดวงเงินค่าใช้จ่ายของผู้สมัครรับเลือกตั้ง การแต่งตั้ง สมุห์บัญชีเลือกตั้งโดยผู้สมัครรับเลือกตั้ง การตรวจสอบและการ ประกาศผลการตรวจสอบค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งของผู้สมัครรับ เลือกตั้ง
(7) การนับคะแนนการประกาศผลการนับคะแนนในการเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้ง ซึ่งต้องกระทำโดย เปิดเผย ณ สถานที่แห่งใดแห่งหนึ่งแต่เพียงแห่งเดียว เว้นแต่เป็น กรณีที่มีความจำเป็นเฉพาะท้องที่ คณะกรรมการการเลือกตั้งจะ กำหนดเป็นอย่างอื่นก็ได้
(8) การนับคะแนนและการประกาศผลการนับคะแนนใน การเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา
(9) การประกาศรายชื่อผู้ได้รับเลือกตั้งจากผู้สมัครรับเลือกตั้ง แบบบัญชีรายชื่อ และการเลื่อนผู้มีรายชื่ออยู่ในลำดับถัดไปขึ้นมา แทนผู้ได้รับเลือกตั้งจากผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อซึ่งพ้น จากตำแหน่ง
Topมาตรา 327 นอกจากที่มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ กฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง อย่างน้อย ต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้
(1) อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง
(2) การดำเนินการของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งอย่างน้อย ต้องประกอบด้วยเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง การจัดให้มีบัญชีรายชื่อ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และการนับคะแนนใหม่
(3) การให้การศึกษาแก่ประชาชนเกี่ยวกับการปกครองระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
(4) กระบวนการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยชี้ขาดของคณะ กรรมการการเลือกตั้ง
(5) การดำเนินคดีในศาลโดยคณะกรรมการการเลือกตั้งใน ความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งหรือพรรคการเมือง
(6) ความร่วมมือที่ศาล พนักงานอัยการ พนักงานสอบสวน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐต้องให้แก่คณะกรรมการการเลือกตั้ง
(7) การรับรองและการแต่งตั้งผู้แทนองค์การเอกชนเพื่อ ประโยชน์ในการตรวจสอบการเลือกตั้ง
(8) การจัดให้มีหน่วยงานที่เป็นอิสระเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับ บริหารงานบุคคลการงบประมาณและการดำเนินการอื่น โดยมี ประธานกรรมการการเลือกตั้งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด
(9) กำหนดเวลาที่คณะกรรมการการเลือกตั้งจะเริ่มควบคุม และดำเนินการจัดหรือจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือ ผู้บริการท้องถิ่น ซึ่งต้องไม่เกินสิบปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้
Topมาตรา 328 นอกจากที่มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ กฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง อย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้
(1) การจัดตั้งพรรคการเมือง ซึ่งอย่างน้อยให้กระทำได้โดยบุคคล ตั้งแต่สิบห้าคนขึ้นไป และการจดแจ้งการจัดตั้งพรรคการเมืองใน ทะเบียนพรรคการเมือง
(2) การเลิกพรรคการเมือง ทั้งนี้ โดยมิให้นำเอาเหตุที่พรรค การเมืองไม่ส่งสมาชิกสมัครรับเลือกตั้งหรือเหตุที่ไม่มีสมาชิกของ พรรคการเมืองได้รับเลือกตั้ง มาเป็นเหตุให้ต้องเลิกหรือยุบพรรค การเมือง
(3) การดำเนินกิจการของพรรคการเมืองและการจัดทำรายงาน การดำเนินกิจการของพรรคการเมือง
(4) การสนับสนุนการจัดตั้งและพัฒนาสาขาพรรคโดยรัฐ
(5) การสนับสนุนทางการเงินหรือประโยชน์อย่างอื่นแก่พรรค การเมืองโดยรัฐ การจำกัดวงเงินค่าใช้จ่ายของพรรคการเมืองในการ เลือกตั้ง และการควบคุมการรับบริจาคของพรรคการเมือง
(6) การตรวจสอบสถานะทางการเงินของพรรคการเมือง รวม ทั้งการตรวจสอบและการเปิดเผยที่มาของรายได้และการใช้จ่ายของ พรรคการเมือง
(7) การจัดทำบัญชีแสดงรายรับและรายจ่ายของพรรคการเมือง และบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของพรรคการเมือง ซึ่งต้องแสดง โดยเปิดเผยซึ่งที่มาของรายได้และการใช้จ่ายประจำปีของพรรค การเมืองในทุกรอบปีปฏิทิน เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการ การเลือกตั้งเพื่อตรวจสอบและประกาศให้สาธารณชนทราบ
Topมาตรา 329 ภายในสองปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้ดำเนินการตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญดังต่อไปนี้ให้แล้วเสร็จ
(1) กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินของ รัฐสภา
(2) กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริต
(3) กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญา ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
(4) กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน
(5) กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการออกเสียงประชามติ
Topมาตรา 330 นอกจากที่มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ กฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา อย่างน้อย ต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้
(1) การปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
(2) ความร่วมมือที่ศาล พนักงานอัยการ พนักงานสอบสวน หรือ หน่วยงานอื่นของรัฐต้องให้แก่ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
(3) คุณสมบัติและหลักเกณฑ์การแต่งตั้งเลขาธิการสำนักงาน ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
(4) อำนาจหน้าที่ของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
Topมาตรา 331 นอกจากที่มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ กฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต อย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้
(1) การกำหนดลักษณะอันเป็นการร่ำรวยผิดปกติ และการ กระทำอันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่
(2) การห้ามกระทำการอันเป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วน บุคคลและประโยชน์ส่วนส่วนรวมซึ่งผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐต้องรับผิดชอบ ทั้งในระหว่างดำรงตำแหน่ง หรือหลังพ้นจากตำแหน่งตามเวลาที่กำหนด
(3) ตำแหน่งและชั้นของผู้พิพากษาหรือตุลาการ พนักงานอัยการ ตำแหน่งและระดับของข้าราชการ พนักงาน และผู้ดำรงตำแหน่งอื่น ที่ต้องแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินและที่อาจถูกถอดถอนได้ตาม รัฐธรรมนูญนี้
(4) การให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าที่ของรัฐ แสดงทรัพย์สินและหนี้สินพร้อมทั้งเอกสารประกอบ หลักเกณฑ์ใน การพิจารณาและตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินนั้นเป็นระยะ และ หลักเกณฑ์ในการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน
(5) วิธีการกล่าวหาว่าผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเจ้า หน้าที่ของรัฐร่ำรวยผิดปกติกระทำการทุจริตต่อหน้าที่ กระทำความ ผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ใน การยุติธรรม หรือกระทำการที่ส่อให้เห็นว่ามีพฤติการณ์ดังกล่าว ซึ่งต้องระบุพฤติการณ์และมีหลักฐานหรือเบาะแสตามสมควร
(6) กระบวนการไต่สวนข้อเท็จจริงและทำสำนวนในกรณีที่ผู้ ดำรงตำแหน่งทางการเมืองถูกกล่าวหา โดยให้คำนึงถึงฐานะของ ตำแหน่งซึ่งมีอำนาจให้คุณให้โทษในระดับสูง และการคุ้มครองผู้ถูก กล่าวหาตามสมควร
(7) กระบวนการพิจารณาของวุฒิสภาในการถอดถอนผู้ใดผู้หนึ่ง ออกจากตำแหน่งซึ่งจะต้องเปิดเผย เว้นแต่มีความจำเป็นเพื่อคุ้มครอง ประโยชน์สาธารณะสำคัญ และการลงมติซึ่งต้องกระทำเป็นการลับ
(8) กระบวนการไต่สวนและวินิจฉัยในกรณีที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ร่ำรวยผิดปกติกระทำการทุจริตต่อหน้าที่ กระทำความผิดต่อตำ แหน่งหน้าที่ราชการ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการ ยุติธรรมโดยต้องกำหนดกระบวนการให้เหมาะสมกับระดับของ ตำแหน่งและการคุ้มครองผู้ถูกกล่าวหาตามสมควร
(9) การดำเนินคดีอาญากับเจ้าหน้าที่อื่นของรัฐซึ่งมิใช่ผู้ดำรง ตำแหน่งทางการเมืองในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี อาญา
(10) ความร่วมมือที่ศาล พนักงานสอบสวน หรือหน่วยงาน ของรัฐ ต้องให้แก่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต แห่งชาติ
(11) การดำเนินการตาม มาตรา 305 วรรคห้า เพื่อฟ้องคดี รวมทั้งอำนาจในการนำการตัวผู้ถูกกล่าวหามาดำเนินคดีต่อไป
(12) หลักเกณฑ์และวิธีการให้ชดใช้ราคาทรัพย์สินในกรณีที่ ปรากฎว่ามีการโอนหรือยักย้ายทรัพย์สิน
(13) โทษที่ประธานกรรมการหรือกรรมการป้องกันและปราบ- ปรามการทุจริตแห่งชาติจะได้รับในกรณีที่กระทำการโดยขาดความ เที่ยงธรรม กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิด ต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ซึ่งต้องมีโทษสูงกว่าที่กำหนดไว้ในกฎหมาย ที่กำหนดโทษนั้นไม่น้อยกว่าสองเท่าของโทษที่กำหนดไว้สำหรับ ความผิดนั้น
Topมาตรา 332 นอกจากที่มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ กฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง อย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้
(1) อำนาจหน้าที่ของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง
(2) วิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่ง ต้องเป็นระบบไต่สวนข้อเท็จจริงโดยยึดสำนวนที่คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติสรุปไว้เป็นหลัก และต้องยึดถือ หลักในเรื่องการฟังความทุกฝ่าย และสิทธิในการต่อสู้คดีของผู้ถูก กล่าวหา
(3) การพิจารณาคดีโดยเปิดเผย เว้นแต่จะมีความจำเป็นเพื่อ คุ้มครองประโยชน์สาธารณะสำคัญ
(4) การห้ามดำเนินคดีซ้ำหรือซ้อนกัน
(5) การแต่งตั้งบุคคลให้ดำเนินคดีตาม มาตรา 305
(6) การบังคับตามคำสั่งและคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนก คดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
(7) การอื่นอันจำเป็นเพื่อให้กระบวนการพิจารณาพิพากษาคดี เป็นไปด้วยความรวดเร็วและเที่ยงธรรม โดยเฉพาะความร่วมมือที่ ศาลอื่น พนักงานสอบสวน หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ ต้องให้แก่ศาล ฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
Topมาตรา 333 นอกจากที่มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญนี้ กฎหมาย ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน อย่างน้อยต้องมี สาระสำคัญดังต่อไปนี้
(1) อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน อันได้แก่ การวางนโยบายการให้คำปรึกษาและคำแนะนำ การเสนอแนะให้มี การแก้ไขข้อบกพร่องเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน การกำหนด หลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน การกำหนด หลักเกณฑ์และวิธีพิจารณาในเรื่องวินัยทางงบประมาณและการคลัง การกำหนดโทษปรับทางปกครอง การพิจารณาวินิจฉัยความผิดทาง วินัยและงบประมาณและการคลังในฐานะที่เป็นองค์กรสูงสุด และการ พิจารณาเลือกผู้สมควรดำรงตำแหน่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
(2) การปฎิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินและ ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน
(3) การจัดให้มีสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่เป็นอิสระเพื่อ ดำเนินการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ การ ปฏิบัติงาน และการดำเนินการอื่น
Topมาตรา 334 ในวาระเริ่มแรก ให้ดำเนินการต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ให้แล้วเสร็จภายในเวลาที่กำหนด
(1) ให้ตรากฎหมายตาม มาตรา 68 มาตรา 199 มาตรา 200 มาตรา 248 มาตรา 270 มาตรา 275 และ มาตรา 284 วรรคสอง และวรรคสาม ให้แล้วเสร็จภายในสองปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้
(2) ภายในสองปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้ตรากฎหมาย กำหนดหลักเกณฑ์ให้ผู้พิพากษาศาลยุติธรรมซึ่งจะมีอายุครบหกสิบปี บริบูรณ์ในปีงบประมาณใด ไปดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาอาวุโสเพื่อนั่ง พิจารณาพิพากษาคดีในศาลชั้นต้น ตั้งแต่วันถัดจากวันสิ้นปีงบประมาณ ที่มีอายุครบหกสิบปีบริบูรณ์ จนถึงวันสิ้นปีงบประมาณที่ผู้พิพากษา ผู้นั้นมีอายุครบหกสิบห้าปีบริบูรณ์ และหากผู้พิพากษาอาวุโสผู้ใดผ่าน การประเมินตามที่กฎหมายบัญญัติว่ายังมีสมรรถภาพในการปฏิบัติ หน้าที่ ก็ให้ดำรงตำแหน่งต่อไปได้จนถึงวันสิ้นปีงบประมาณที่ ผู้พิพากษาผู้นั้นมีอายุครบเจ็ดสิบปีบริบูรณ์
(3) ให้ดำเนินการจัดตั้งศาลปกครองตาม มาตรา 276 ให้แล้ว เสร็จภายในสองปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้
(4) ให้ดำเนินการให้มีคณะผู้บริหารท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนหรือมาจากความเห็นชอบ ของสภาท้องถิ่นตาม มาตรา 285 วรรคสาม ให้ครบถ้วนภายใน สองปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ทั้งนี้เว้นแต่เป็นกรณีตาม มาตรา 335 (7)
Topมาตรา 335 ในวาระเริ่มแรก มิให้นำบทบัญญัติดังต่อไปนี้ มาใช้ บังคับกับกรณีต่าง ๆ ภายใต้เงื่อนไขดังต่อไปนี้
(1) มิให้นำบทบัญญัติ มาตรา 29 วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้ บังคับกับกฎหมายที่มีผลใช้บังคับอยู่ในวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ หรือที่ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาแล้วก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ นี้ แต่เมื่อมีการตรากฎหมายในเรื่องดังกล่าวขึ้นใหม่ หรือมีการแก้ไข เพิ่มเติมกฎหมายดังกล่าวการดำเนินการนั้นต้องเป็นไปตาม มาตรา 29 ทั้งนี้ ให้นำไปใช้บังคับกับกฎหรือข้อบังคับที่ออกโดยอาศัยอำนาจ ตามบทบัญญัติของกฎหมายด้วย โดยอนุโลม
(2) มิให้นำบทบัญญัติ มาตรา 40 มาใช้บังคับ จนกว่าจมีการตรา กฎหมายอนุวัตการให้เป็นไปตามบทบัญญัติดังกล่าว ซึ่งต้องไม่เกิน สามปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ทั้งนี้ กฎหมายที่จะตราขึ้น จะต้องไม่กระทบกระเทือนถึงการอนุญาต สัมปทานหรือสัญญา ซึ่งมีผลสมบูรณ์อยู๋ในขณะที่กฎหมายดังกล่าวมีผลใช้บังคับ จนกว่า การอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญานั้น จะสิ้นผล
(3) มิให้นำบทบัญญัติ มาตรา 43 วรรคหนึ่ง มาใช้บังคับ จนกว่า จะได้ดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติดังกล่าว ซึ่งต้องไม่เกินห้าปี นับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้
(4) มิให้นำบทบัญญัติ มาตรา 170 และ มาตรา 209 มาใช้บังคับ จนกว่าจะมีการตรากฎหมายอนุวัตการให้เป็นไปตามบทบัญญัติ ดังกล่าว ซึ่งต้องไม่เกินสองปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้
(5) มิให้นำบทบัญญัติ มาตรา 236 และ มาตรา 249 วรรคสาม และวรรคห้า มาใช้บังคับกับการพิจารณาคดีของศาลยุติธรรม และ มิให้นำ มาตรา 273 วรรคสอง มาใช้บังคับกับคณะกรรมการตุลาการ ตาม มาตรา 318 แต่ทั้งนี้จะต้องดำเนินการเพื่อให้การเป็นไปตาม บทบัญญัติดังกล่าว ซึ่งต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญ นี้
(6) มิให้นำบทบัญญัติ มาตรา 237 มาใช้บังคับ จนกว่าจะมีการ แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติแห่งกฎหมายเพื่อให้การเป็นไปตามบท บัญญัติดังกล่าวซึ่งต้องไม่เกินห้าปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้
(7) มิให้นำบทบัญญัติ มาตรา 285 วรรคสอง และวรรคสาม มาใช้บังคับกับสมาชิกหรือผู้บริหารขององค์การบริหารส่วนตำบลซึ่งเป็น สมาชิกหรือผู้บริหารโดยตำแหน่ง และดำรงตำแหน่งอยู่ในวันประกาศ ใช้รัฐธรรมนูญนี้ จนกว่าจะครบวาระการดำรงตำแหน่ง ของสมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งของสภาองค์การบริหารส่วนตำบล ดังกล่าว
(8) มิให้นำบทบัญญัติ มาตรา 288 วรรคสอง มาใช้บังคับกับ องค์ประกอบคณะกรรมการพนักงานส่วนท้องถิ่น จนกว่าจะมีการ แก้ไขเพิ่มเติมหรือตรากฎหมายขึ้นใหม่เพื่ออนุวัตการให้เป็นไปตาม บทบัญญัติดังกล่าว ซึ่งต้องไม่เกินสองปีนับแต่วันประกาศใช้ รัฐธรรมนูญนี้
Topมาตรา 336 เมื่อครบห้าปีนับแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ คณะกรรมการเลือกตั้งคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือคณะ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีอำนาจ ทำรายงานเสนอความเห็นต่อรัฐสภาและคณะรัฐมนตรี เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญนี้หรือกฎหมายอื่นได้































  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update