แนะนำ ขอคำแนะนำ ต้องการสนับสนุน กฎหมายดอตคอม คลิกที่นี่!! รายละเอียดและวิธีการค้นหากฎหมาย ใน กฎหมายดอตคอม
ประมวลกฎหมายรัษฎากร
 
กลับไปที่หน้าสารบาญส่วน 1 การยื่นรายการและการเสียภาษีอากร
Topมาตรา 17 การยื่นรายการ ให้ยื่นภายในเวลาที่กำหนดไว้ในหมวด ว่าด้วยภาษีอากรต่าง ๆ และตามแบบแสดงรายการที่อธิบดีกำหนด
ถ้าอธิบดีต้องการรายงานประจำปี หรือบัญชีงบดุลหรือบัญชีอื่น ๆ ประกอบแบบแสดงรายการใดก็ให้สั่งเรียกได้ กับให้อธิบดีมีอำนาจสั่งผู้ต้อง เสียภาษีอากรให้มีสมุดบัญชีพิเศษ และให้กรอกข้อความที่ต้องการลงใน สมุดบัญชีนั้นได้ เพื่อสะดวกแก่การคำนวณเงินภาษีอากรที่ต้องเสียตาม ลักษณะนี้ เมื่ออธิบดีมีคำสั่งตามที่ว่ามานี้ ผู้ยื่นรายการหรือผู้ต้องเสียภาษี อากรต้องปฏิบัติตาม
เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีอากร
(1) ให้อธิบดีโดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอำนาจสั่งบุคคลเป็นการทั่วไปให้ มีบัญชีพิเศษ และให้กรอกข้อความที่ต้องการลงในบัญชีนั้น คำสั่งเช่นว่านี้ ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
(2) ให้อธิบดีมีอำนาจกำหนดให้ผู้ยื่นรายการ หรือผู้ต้องเสียภาษี อากรจัดทำบัญชีงบดุลหรือบัญชีอื่น ๆ แสดงรายการหรือแจ้งข้อความใด ๆ และยื่นต่อเจ้าพนักงานประเมิน พร้อมกับการยื่นรายการตามแบบแสดงราย การที่อธิบดีกำหนด
หมายเหตุอ่านมาตรา 17 วรรคสาม แก้ไขเพิ่มเติมโดยพรบ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 25) พ.ศ.2525
Topมาตรา 18 รายการที่ยื่นเพื่อเสียภาษีอากรนั้นให้อำเภอ หรือเจ้าพนักงาน ประเมินเป็นผู้ประเมินตามที่กำหนดไว้ในหมวดภาษีอากรนั้น ๆ และเมื่อได้ ประเมินแล้วให้แจ้งจำนวนภาษีอากรที่ประเมินไปยังผู้ต้องเสียภาษีอากร ใน กรณีนี้จะอุทธรณ์การประเมินก็ได้
ในกรณีที่ผู้ต้องเสียภาษีอากรถึงแก่ความตายเสียก่อน ได้รับแจ้งจำนวน ภาษีอากรที่ประเมิน ให้อำเภอหรือเจ้าพนักงานประเมินแจ้งจำนวนภาษีอากร ที่ประเมินไปยังผู้จัดการมรดกหรือไปยังทายาท หรือผู้อื่นที่ครอบครองทรัพย์มรดกแล้วแต่กรณี
ถ้าเมื่อประเมินแล้ว ไม่ต้องเรียกเก็บหรือเรียกคืนภาษีอากร การแจ้ง จำนวนภาษีอากรเป็นอันงดไม่ต้องกระทำแต่อำเภอหรือเจ้าพนักงานประเมิน ยังคงดำเนินการตาม มาตรา 19 มาตรา 20 และ มาตรา 21 ได้
การประเมินตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้นำ มาตรา 27 มาใช้ บังคับโดยอนุโลม
หมายเหตุมาตรา 18 วรรคสอง,วรรคสาม เพิ่มเติมโดยพรบ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2483
อ่านมาตรา 18 วรรคสี่ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพรบ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 25) พ.ศ.2525
Topมาตรา 18ทวิ ในกรณีจำเป็นเพื่อรักษาประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีอากร เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจที่จะประเมินเรียกเก็บภาษี จากผู้ต้องเสียภาษี ก่อนถึงกำหนดเวลายื่นรายการได้ เมื่อได้ประเมินแล้วให้แจ้งจำนวนภาษี ที่ต้องเสียไปยังผู้ต้องเสียภาษี และให้ผู้ต้องเสียภาษีชำระภาษีภายในเจ็ด วัน นับแต่วันได้รับแจ้งการประเมิน ในกรณีนี้จะอุทธรณ์การประเมินก็ได้
ภาษีที่ประเมินเรียกเก็บตามความในวรรคก่อน ให้ถือเป็นเครดิตของ ผู้ต้องเสียภาษีในการคำนวณภาษี
ในการใช้อำนาจตามความใน มาตรานี้ เจ้าพนักงานประเมินจะสั่งให้ยื่น รายการตามแบบที่อธิบดีกำหนดด้วยก็ได้
หมายเหตุมาตรา 18ทวิ เพิ่มเติมโดยพรบ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 12) พ.ศ.2497
Topมาตรา 18ตรี ภายใต้บังคับ มาตรา 18ทวิ ในกรณีเจ้าพนักงานประเมิน ได้ประเมินให้เสียภาษีบุคคลผู้มีหน้าที่เสียภาษีจะต้องชำระภาษีนั้น พร้อมทั้ง เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ตามที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้ภายในสามสิบวันนับแต่วันได้ รับแจ้งการประเมิน
หมายเหตุมาตรา 18ตรี เพิ่มเติมโดยพรก. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 13) พ.ศ.2527
Topมาตรา 19 เว้นแต่จะมีบทบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น กรณีที่เจ้าพนักงาน ประเมินมีเหตุอันควรเชื่อว่า ผู้ใดแสดงราย การตามแบบที่ยื่นไม่ถูกต้องตาม ความจริงหรือไม่บริบูรณ์ ให้เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจออกหมายเรียก ผู้ยื่นรายการนั้นมาไต่สวน และออกหมายเรียกพยานกับสั่งให้ผู้ยื่นรายการ หรือพยานกับสั่งให้ผู้ยื่นรายการหรือพยานนั้นนำบัญชีเอกสารหรือหลักฐาน อื่น อันควรแก่เรื่องมาแสดงได้ แต่ต้องให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน นับแต่วันส่งหมาย ทั้งนี้ การออกหมายเรียกดังกล่าวจะต้องกระทำภายใน เวลาสองปี นับแต่วันที่ได้ยื่นรายการ ไม่ว่าการยื่นรายการนั้นจะได้กระทำ ภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด หรือเวลาที่รัฐมนตรีหรืออธิบดีขยายหรือ เลื่อนออกไปหรือไม่ ทั้งนี้แล้วแต่วันใดจะเป็นวันหลัง เว้นแต่กรณีปรากฏ หลักฐาน หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าผู้ยื่นรายการมีเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี อากรหรือเป็นกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการคืนภาษีอากรอธิบดีจะอนุมัติ ให้ขยายเวลาการออกหมายเรียกดังกล่าวเกินสองปีก็ได้ แต่ต้องไม่เกินห้าปี นับแต่วันที่ได้ยื่นรายการ แต่กรณีขยายเวลาเพื่อประโยชน์ในการคืนภาษี อากรให้ขยายได้ไม่เกินกำหนดเวลาตามที่มีสิทธิขอคืนภาษีอากร
หมายเหตุมาตรา 19 แก้ไขโดยพรก. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 16) พ.ศ.2534
Topมาตรา 20 เมื่อได้จัดการตาม มาตรา 19 และทราบข้อความแล้ว เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจที่จะแก้จำนวนเงินที่ประเมินหรือที่ยื่นรายการ ไว้เดิม โดยอาศัยพยานหลักฐานที่ปรากฏและแจ้งจำนวนเงินที่ต้องชำระอีก ไปยังผู้ต้องเสียภาษีอากร ในกรณีนี้จะอุทธรณ์การประเมินก็ได้
หมายเหตุมาตรา 20 เพิ่มเติมโดยพรบ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2494
Topมาตรา 21 ถ้าผู้ต้องเสียภาษีอากรไม่ปฏิบัติตามหมายหรือคำสั่งของ เจ้าพนักงานประเมินตาม มาตรา 19 หรือไม่ยอมตอบคำถามเมื่อซักถาม โดยมีเหตุผลอันสมควร เจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินเงินภาษีอากร ตามที่รู้เห็นว่าถูกต้อง และแจ้งจำนวนเงินซึ่งต้องชำระไปยังผู้ต้องเสียภาษี อากร ในกรณีนี้ห้ามมิให้อุทธรณ์การประเมิน
หมายเหตุมาตรา 21 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพรบ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 16) พ.ศ.2502
Topมาตรา 22 ในการประเมินตาม มาตรา 20 หรือ มาตรา 21 ผู้ต้อง เสียภาษีต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับหนึ่งเท่าของจำนวนเงินภาษีที่ต้องชำระอีก
หมายเหตุอ่านมาตรา 22 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพรบ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 25) พ.ศ.2525
Topมาตรา 23 ผู้ใดไม่ยื่นรายการให้อำเภอหรือเจ้าพนักงานประเมินแล้วแต่ กรณีมีอำนาจออกหมายเรียกตัวผู้นั้นมาไต่สวน และออกหมายเรียกพยาน กับสั่งให้ผู้ที่ไม่ยื่นรายการหรือพยานนั้นนำบัญชีหรือพยานหลักฐานอื่น อัน ควรแก่เรื่องมาแสดงได้ แต่ต้องให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่าเจ็ดวันนับแต่วัน ส่งหมาย
หมายเหตุมาตรา 23 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพรบ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 8) พ.ศ.2494
Topมาตรา 24 เมื่อได้จัดการตาม มาตรา 23 และทราบข้อความแล้วอำเภอ หรือเจ้าพนักงานประเมินแล้วแต่กรณี มีอำนาจประเมินเงินภาษีอากรและ แจ้งจำนวนภาษีอากรที่ต้องชำระไปยังผู้ต้องเสียภาษีอากร ในกรณีนี้จะ อุทธรณ์การประเมินก็ได้
หมายเหตุมาตรา 24 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพรบ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร พ.ศ.2482
Topมาตรา 25 ถ้าผู้ได้รับหมายหรือคำสั่งของอำเภอหรือเจ้าพนักงานประเมิน แล้วแต่กรณี ไม่ปฏิบัติตามหมายหรือคำสั่งของอำเภอหรือเจ้าพนักงานประเมินตาม มาตรา 23 หรือไม่ยอมตอบคำถามเมื่อซักถามโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร อำเภอ หรือเจ้าพนักงานประเมินมีอำนาจประเมินเงินภาษีอากรตามที่รู้เห็นว่า ถูกต้อง และแจ้งจำนวนภาษีอากรไปยังผู้ต้องเสียภาษีอากร ในกรณีนี้ห้ามมิให้ อุทธรณ์การประเมิน
หมายเหตุมาตรา 25 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพรบ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 16) พ.ศ.2502
Topมาตรา 26 เว้นแต่จะบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นในลักษณะนี้ในการประเมินตาม มาตรา 24 หรือ มาตรา 25 ผู้ต้องเสียภาษีต้องรับผิดเสียเบี้ยปรับอีกสอง เท่าของจำนวนเงินภาษีที่ต้องชำระ
หมายเหตุอ่านมาตรา 26 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพรบ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 25) พ.ศ.2525
Topมาตรา 27 บุคคลใดไม่เสียหรือนำส่งภาษีภายในกำหนดเวลาตามที่ บัญญัติไว้ในหมวดต่าง ๆ แห่งลักษณะนี้เกี่ยวกับภาษีอากรประเมินให้เสีย เงินเพิ่มอีกร้อยละ 1.5 ต่อเดือน หรือเศษของเดือนของเงินภาษีที่ต้องเสีย หรือนำส่งโดยไม่รวมเบี้ยปรับ
ในกรณีอธิบดีอนุมัติให้ขยายกำหนดเวลาชำระหรือนำส่งภาษี และได้มี การชำระหรือนำส่งภาษีภายในกำหนดเวลาที่ขยายให้นั้น เงินเพิ่มตาม วรรคหนึ่งให้ลดลงเหลือร้อยละ 0.75 ต่อเดือนหรือเศษของเดือน
การคำนวณเงินเพิ่มตามวรรคหนึ่งและวรรคสองให้เริ่มนับเมื่อพ้นกำหนด เวลาการยื่นรายการหรือนำส่งภาษีจนถึงวันชำระหรือนำส่งภาษี แต่เงินเพิ่ม ที่คำนวณได้มิให้เกินจำนวนภาษีที่ต้องเสีย หรือนำส่งไม่ว่าภาษีที่ต้องเสีย หรือนำส่งนั้น จะเกิดจากการประเมินหรือคำสั่งของเจ้าพนักงาน หรือคำ วินิจฉัยอุทธรณ์หรือคำพิพากษาของศาล
หมายเหตุมาตรา 27 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพรก. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 13) พ.ศ.2527
Topมาตรา 27ทวิ เบี้ยปรับตาม มาตรา 22 และ มาตรา 26 และเงินเพิ่มตาม มาตรา 27 ให้ถือเป็นเงินภาษี
เบี้ยปรับตามวรรคหนึ่ง อาจงดหรือลดลงได้ตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด โดยอนุมัติรัฐมนตรีระเบียบดังกล่าวนี้ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
หมายเหตุอ่านมาตรา 27ทวิ เพิ่มเติมโดยพรบ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 25) พ.ศ.2525
Topมาตรา 27ตรี เว้นแต่จะมีบทบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่นการขอคืนภาษีอากร และภาษีที่ถูกหักไว้ ณ ที่จ่าย และนำส่งแล้วเป็นจำนวนเงินเกินกว่าที่ควรต้อง เสียภาษี หรือที่ไม่มีหน้าที่ต้องเสียให้ผู้มีสิทธิขอคืนยื่นคำร้องขอคืนภายในสาม ปีนับแต่วันสุดท้ายแห่งกำหนดเวลายื่นรายการภาษีตามที่กฎหมายกำหนดเว้น แต่
(1) ในกรณีผู้มีสิทธิขอคืนได้ยื่นรายการ เมื่อพ้นเวลาที่กฎหมายกำหนด หรือได้ยื่นรายการภายในเวลาที่รัฐมนตรีหรืออธิบดีขยายหรือเลื่อนออกไปให้ผู้มี สิทธิขอยื่นคำร้องขอคืนภายในสามปีนับแต่วันที่ได้ยื่นรายการ
(2) ในกรณีผู้มีสิทธิขอคืนอุทธรณ์การประเมินตามหมวดนี้ หรือเป็นคดี ในศาล ให้ผู้มีสิทธิขอคืนยื่นคำร้องขอคืนภายในสามปีนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำ วินิจฉัยอุทธรณ์การประเมินเป็นหนังสือ หรือนับแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว แต่กรณี
คำร้องขอคืนตาม มาตรานี้ ให้เป็นไปตามแบบที่อธิบดีกำหนด และให้ผู้มีสิทธิ ขอคืนยื่นคำร้องขอคืน ณ ที่ว่าการอำเภอท้องที่ที่ผู้มีสิทธิขอคืนมีภูมิลำเนา หรือ ณ สถานที่อื่นตามที่อธิบดีกำหนด
หมายเหตุมาตรา 27ตรี เพิ่มเติมโดยพรก. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 16) พ.ศ.2534
Topมาตรา 27จัตวา เพื่อประโยชน์ในการคืนภาษีอากรตามบทบัญญัติแห่ง ประมวลรัษฎากร เจ้าพนักงานประเมินอาจส่งหนังสือแจ้งความแก่ผู้มีสิทธิ ขอคืน หรือบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ หรือส่งเอกสาร หรือหลักฐาน อันควรแก่เรื่องเพื่อประกอบการพิจารณาได้ตามที่เห็นสมควร
หมายเหตุมาตรา 27จัตวา แก้ไขเพิ่มเติมโดยพรก. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 16) พ.ศ.2534





























  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update