แนะนำ ขอคำแนะนำ ต้องการสนับสนุน กฎหมายดอตคอม คลิกที่นี่!! รายละเอียดและวิธีการค้นหากฎหมาย ใน กฎหมายดอตคอม
ประมวลกฎหมายรัษฎากร
 
กลับไปที่หน้าสารบาญส่วน 6 ผู้มีหน้าที่เสียภาษีและการคำนวณภาษี
Topมาตรา 82 ให้บุคคลดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามบท บัญญัติในหมวดนี้
(1) ผู้ประกอบการ
(2) ผู้นำเข้า
Topมาตรา 82/1 เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มให้บุคคลดัง ต่อไปนี้เป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย
(1) ในกรณีที่ผู้ประกอบการอยู่นอกราชอาณาจักรและได้ขายสินค้าหรือ ให้บริการในราชอาณาจักรเป็นปกติธุระโดยมีตัวแทนอยู่ในราชอาณาจักร ได้ แก่ ตัวแทนดังกล่าว
(2) ในกรณีการขายสินค้าหรือการให้บริการที่ได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มใน อัตราร้อยละ 0 ตาม มาตรา 80/1 (5) ถ้าภายหลังได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ ในสินค้า หรือโอนสิทธิในบริการนั้นไปให้กับบุคคลที่มิใช่องค์การสหประชาชาติ ทบวงการชำนัญพิเศษของสหประชาชาติ สถานเอกอัครราชฑูต สถานฑูต สถานกงสุลใหญ่ สถานกงสุล ได้แก่ ผู้รับโอนสินค้าหรือผู้รับโอนสิทธิในบริการ ดังกล่าว
(3) ในกรณีสินค้านำเข้าที่จำแนกประเภทไว้ในภาคว่าด้วยของที่ได้รับ ยกเว้นอากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร ซึ่งได้รับยกเว้นภาษีมูลค่า เพิ่มตาม มาตรา 81 (2) (ค) ถ้าภายหลังสินค้านั้นต้องเสียอากรตามกฎหมาย ว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร ได้แก่
(ก) ผู้ที่มีความรับผิดตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร
(ข) ผู้รับโอนสินค้า ถ้ามีการโอนสินค้าดังกล่าว
(4) ในกรณีที่มีการควบเข้ากัน ได้แก่ ผู้ที่ควบเข้ากันและผู้ประกอบการ ใหม่
(5) ในกรณีโอนกิจการ ได้แก่ ผู้โอนและผู้รับโอน
Topมาตรา 82/2 ในกรณีผู้ประกอบการอยู่นอกราชอาณาจักรให้ผู้มีหน้าที่รับ ผิดชอบในการประกอบกิจการ รวมตลอดถึง ลูกจ้าง หรือผู้ทำการแทนซึ่งมี อำนาจในการจัดการแทนโดยตรงหรือโดยปริยายที่อยู่ในราชอาณาจักร เป็นผู้ มีหน้าที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มร่วมกับบุคคลตาม มาตรา 82
Topมาตรา 82/3 ภายใต้บังคับ มาตรา 82/7 มาตรา 82/8 และ มาตรา 82/16 ให้ผู้ประกอบการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มโดยคำนวณจากภาษีขายหักด้วย ภาษีซื้อในแต่ละเดือนภาษี
หากภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ ให้ผู้ประกอบการชำระภาษีเท่ากับส่วนต่าง นั้น
หากภาษีซื้อมากกว่าภาษีขาย ให้เป็นเครดิตภาษีและให้ผู้ประกอบการนั้น มีสิทธิได้รับคืนภาษีหรือนำไปชำระภาษีมูลค่าเพิ่มได้ตามส่วน 8
ภาษีซื้อที่มิได้นำไปหักในการคำนวณภาษี ในเดือนภาษีตามวรรคหนึ่ง เพราะมีเหตุจำเป็นตามที่อธิบดีกำหนด ให้มีสิทธินำไปหักในการคำนวณภาษี ในเดือนภาษีหลังจากนั้นได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด แต่ต้องไม่เกินสามปีนับจากวันที่ได้มีการออกใบกำกับภาษี
Topมาตรา 82/4 ภายใต้บังคับ มาตรา 83/5 มาตรา 83/6 และ มาตรา 83/7 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อสินค้าหรือ ผู้รับบริการเมื่อความรับผิดในการเสียมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น โดยคำนวณจากฐาน ภาษีตามส่วน 3 และอัตราภาษีตามส่วน 4
บทบัญญัติ มาตรานี้ มิได้เป็นการห้ามผู้ประกอบการจดทะเบียนที่จะเสนอ หรือแสดงราคาสินค้าหรือราคาค่าบริการแก่ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการในราคา ที่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มไว้แล้ว ทั้งนี้ ไม่ว่าผู้ประกอบการจดทะเบียนจะได้แจ้ง ให้ผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการทราบด้วยหรือไม่ก็ตาม
ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ประกอบการจดทะเบียนเรียกเก็บจากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับ บริการตาม มาตรานี้ ย่อมเป็นภาษีผู้ขายของผู้ประกอบการจดทะเบียนนั้น
ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนใดถูกผู้ประกอบการจดทะเบียน อื่นเรียกเก็บตาม มาตรานี้ เนื่องจากซื้อสินค้า หรือรับบริการมาเพื่อใช้ในการ ประกอบกิจการของตน ย่อมเป็นภาษีซื้อของผู้ประกอบการจดทะเบียนที่เป็นผู้ ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการนั้น
Topมาตรา 82/5 ภาษีซื้อในกรณีดังต่อไปนี้ไม่ให้นำมาหักในการคำนวณภาษีตาม มาตรา 82/3
(1) กรณีไม่มีใบกำกับภาษีหรือไม่อาจแสดงใบกำกับภาษีได้ว่ามีการชำระ ภาษีซื้อ เว้นแต่จะเป็นกรณีมีเหตุอันสมควรตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดี กำหนด
(2) กรณีใบกำกับภาษีมีข้อความไม่ถูกต้องหรือไม่สมบูรณ์ในส่วนที่เป็นสา ระสำคัญตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
(3) ภาษีซื้อที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการของผู้ประกอบ การตามหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
(4) ภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายเพื่อการรับรองหรือเพื่อการอันมีลักษณะทำ นองเดียวกันตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
(5) ภาษีซื้อตามใบกำกับภาษี ซึ่งออกโดยผู้ที่ไม่มีสิทธิออกใบกำกับภาษี ตามส่วน 10
(6) ภาษีซื้อตามที่อธิบดีกำหนดโดยอนุมัติรัฐมนตรี
Topมาตรา 82/6 ในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนประกอบกิจการทั้ง ประเภทที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและประเภทที่ไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และ ผู้ประกอบการจดทะเบียนได้นำสินค้าหรือบริการที่ได้มาหรือได้รับมาในการ ประกอบกิจการของตนไปใช้หรือจะใช้ในกิจการทั้งสองประเภท ให้ผู้ประกอบ การจดทะเบียนนั้นเฉลี่ยภาษีซื้อที่จะนำมาหักออกจากภาษีขายในการคำนวณ ภาษีมูลค่าเพิ่มตาม มาตรา 82/3 ตามหลักเกณฑ์
Topมาตรา 82/7 ในการขายยาสูบตามประเภทและชนิดที่อธิบดีกำหนดโดย อนุมัติรัฐมนตรีตาม มาตรา 79/5 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนเรียกเก็บภาษี มูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อ โดยให้คำนวณจากฐานภาษีตาม มาตรา 79/5 (2) ของส่วน 3 และอัตราภาษีตามส่วน 4 สำหรับการขายทุกทอด
Topมาตรา 82/8 ในการขายน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์น้ำมันตาม มาตรา 79/6 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อ โดยให้คำนวณ จากฐานภาษีตาม มาตรา 79/6 (2) (ก) หรือ (ข) ของส่วน 3 และอัตรา ภาษีตามส่วน 4 สำหรับการขายทุกทอด
Topมาตรา 82/9 ในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนขายสินค้าหรือให้บริการ และได้นำภาษีขายไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตาม มาตรา 82/3 แล้ว ต่อมาหากมีเหตุการณ์อย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้เกิดขึ้น อันเป็นเหตุ ให้ภาษีขายที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือบริการมีจำนวนเพิ่มขึ้นไม่ว่าทั้ง หมดหรือบางส่วน ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนดังกล่าวนำภาษีขายที่คำนวณ จากมูลค่าของสินค้าหรือบริการที่เพิ่มขึ้นนั้นมารวมในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยให้ถือเป็นภาษีขายของตนในเดือนภาษีที่ได้ออกใบเพิ่มหนี้ตาม มาตรา 86/9
(1) มีการเพิ่มราคาสินค้าที่ขายเนื่องจากสินค้าเกินกว่าจำนวนที่ตกลง ซื้อขายกัน คำนวณราคาสินค้าผิดพลาดต่ำกว่าที่เป็นจริงหรือเนื่องจากเหตุอื่น ตามที่อธิบดีกำหนด
(2) มีการเพิ่มราคาค่าบริการเนื่องจากให้บริการเกินกว่ากำหนดที่ตกลง กัน คำนวณราคาค่าบริการผิดพลาดต่ำกว่าที่เป็นจริง หรือเนื่องจากเหตุอื่น ตามที่อธิบดีกำหนด
ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ได้รับใบเพิ่มหนี้ นำภาษีมูลค่าเพิ่มที่ปรากฏ ตามใบเพิ่มหนี้ดังกล่าวมาหักออกในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยให้ถือเป็น ภาษีซื้อของตนในเดือนภาษีที่ได้รับใบเพิ่มหนี้นั้น
Topมาตรา 82/10 ในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนขายสินค้าหรือให้ บริการและได้นำภาษีขายไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตาม มาตรา 82/3 แล้ว ต่อมาหากมีเหตุการณ์อย่างหนึ่งอย่างใดต่อไปนี้เกิดขึ้น อันเป็นเหตุให้ ภาษีขายที่คำนวณจากมูลค่าของสินค้าหรือบริการมีจำนวนลดลงไม่ว่าทั้งหมดหรือ บางส่วน ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนดังกล่าวนำภาษีขายที่คำนวณจากมูลค่า ของสินค้าหรือบริการที่ลดลงนั้นมาหักออกจากภาษีขายของตนในเดือนภาษีที่ได้ ออกใบลดหนี้ตาม มาตรา 86/10
(1) มีการลดราคาสินค้าที่ขายเนื่องจากสินค้าผิดข้อกำหนดที่ตกลงกัน สินค้าชำรุดเสียหายหรือขาดจำนวน คำนวณราคาสินค้าผิดพลาดสูงกว่าที่เป็น จริง หรือเนื่องจากเหตุอื่นตามที่อธิบดีกำหนด
(2) มีการลดราคาค่าบริการเนื่องจากการให้บริการผิดข้อกำหนดที่ตกลง กัน บริการ ขาด จำนวน คำนวณราคาค่าบริการผิดพลาดสูงกว่าที่เป็นจริง หรือเนื่องจากเหตุอื่นตามที่อธิบดีกำหนด
(3) ได้รับสินค้าที่ขายกลับคืนมาเนื่องจากสินค้าชำรุดบกพร่อง ไม่ตรง ตามตัวอย่าง ไม่ตรงตามคำพรรณนา หรือเนื่องจากเหตุอื่นตามที่อธิบดีกำหนด
(4) มีการบอกเลิกสัญญาบริการเนื่องจากเหตุและตามเงื่อนไขที่อธิบดี กำหนด
ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ได้รับใบลดหนี้ นำภาษีมูลค่าเพิ่มที่ปรากฏ ตามใบลดหนี้ดังกล่าวมาหักออกจากภาษีซื้อของตนในเดือนภาษีที่ได้รับใบลดหนี้ นั้น
Topมาตรา 82/11 ในกรณีที่ผู้ประกอบการจดทะเบียนขายสินค้าหรือให้ บริการและได้นำภาษีขายไปรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตาม มาตรา 82/3 แล้ว ต่อมาหากมีหนี้สูญเกิดขึ้นจากการขายสินค้าหรือการให้บริการ และการจำหน่ายหนี้สูญดังกล่าวได้เป็นไปตามจำนวน หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนดให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนนำภาษีขายที่ คำนวณจากส่วนของหนี้สูญดังกล่าวมาหักออกจากภาษีขายของตนใน เดือนภาษีที่ได้มีการจำหน่ายหนี้สูญ
การคำนวณส่วนของหนี้สูญเพื่อนำมาหักออกจากภาษีขายตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด
หนี้สูญรายใดที่ได้จำหน่ายไปตามวรรคหนึ่งแล้ว ถ้าผู้ประกอบการจด ทะเบียนได้รับชำระในภายหลังให้นำภาษีขายที่คำนวณจากส่วนของหนี้ สูญตามวรรคหนึ่งที่ได้รับชำระดังกล่าวมารวมมารวมเป็นภาษีขายในเดือน ภาษีที่ได้รับชำระ
Topมาตรา 82/12 ในการขายสินค้าหรือการให้บริการที่ได้เสียภาษีมูลค่า เพิ่มในอัตราร้อยละ 0 ตาม มาตรา 80/1 (5) และภายหลังได้มีการโอน กรรมสิทธิ์สินค้าหรือโอนสิทธิในการบริการอันเป็นเหตุให้ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้ผู้รับโอนสินค้าหรือรับโอนสิทธิในบริการที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตาม มาตรา 82/1 (2) เสียภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อความรับผิดในการเสียภาษี เกิดขึ้น โดยให้คำนวณจากฐานภาษีตาม มาตรา 79/3 (4) ของส่วน 3 และ อัตราภาษีตาม มาตรา 80
Topมาตรา 82/13 ในกรณีที่ผู้ประกอบการที่อยู่นอกราชอาณาจักร และ ได้เข้ามาประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการในราชอาณาจักรเป็นการ ชั่วคราวโดยไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มชั่วคราวตาม มาตรา 85/3 หรือในกรณีที่ผู้ประกอบการที่ได้ให้บริการจากต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้น ในราชอาณาจักร ให้ผู้ประกอบการดังกล่าวเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และชำระ ภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อความรับผิดในการเสียภาษีเกิดขึ้น โดยให้คำนวณจากฐาน ภาษีตามส่วน 3 และอัตราภาษีตาม มาตรา 80 หรือ มาตรา 80/1 แล้วแต่กรณี
Topมาตรา 82/14 ให้ผู้นำเข้าเสียภาษีมูลค่าเพิ่มและชำระภาษีสำหรับสินค้า นำเข้า เมื่อความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้น โดยให้คำนวณ จากฐานภาษีตามส่วน 3 และอัตราภาษีตาม มาตรา 80
Topมาตรา 82/15 ในการนำเข้าสินค้าที่จำแนกประเภทไว้ในภาคว่าด้วย ของที่ได้รับยกเว้นอากรตามกฎหมายว่าด้วยพิกัดอัตราศุลกากร และภายหลัง ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์ในสินค้าอันเป็นเหตุให้ต้องเสียภาษีมูลค้าเพิ่ม ให้ผู้รับ โอนสินค้าที่มีหน้าที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตาม มาตรา 82/1 (3) เสียภาษี มูลค่าเพิ่มและชำระภาษีมูลค่าเพิ่มเมื่อความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิด ขึ้นโดยให้คำนวณจากฐานภาษีตาม มาตรา 79/2 (2) ของส่วน 3 และอัตรา ภาษีตาม มาตรา 80
Topมาตรา 82/16 เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการ ซึ่งประกอบ กิจการเฉพาะการขายสินค้าหรือการให้บริการในราชอาณาจักร และกิจการ ดังกล่าวมีมูลค่าของฐานภาษีเกินกว่ามูลค่าของฐานภาษีของกิจการขนาดย่อม ตาม มาตรา 81/1 แต่ไม่เกินกว่ามูลค่าของฐานภาษีซึ่งได้คำนวณตามหลักเกณฑ์ ตามที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา ให้ผู้ประกอบการดังกล่าวเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม โดยคำนวณจากฐานภาษีในเดือนภาษีตามอัตราภาษีที่กำหนดไว้ใน มาตรา 80/2
ในการคำนวณฐานภาษีตามวรรคหนึ่งมิให้นำ มาตรา 79 วรรคสาม (3) มาใช้บังคับ
ห้ามมิให้ผู้ประกอบการตามวรรคหนึ่งซึ่งได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มเรียก เก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อสินค้าหรือบริการตาม มาตรา 82/4 หรือออกใบกำ กับภาษี
Topมาตรา 82/17 บทบัญญัติ มาตรา 82/16 มิได้เป็นการห้ามผู้ประกอบ การที่จะใช้สิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามที่กำหนดใน มาตรา 82/3 แต่เมื่อใช้ สิทธิดังกล่าวแล้วจะขอให้นำ มาตรา 82/16 มาใช้บังคับอีกไม่ได้
Topมาตรา 82/18 ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งได้เสียภาษีมูลค่าเพิ่มตาม มาตรา 82/16 แจ้งให้อธิบดีทราบในกรณีและภายในกำหนดเวลาดังต่อ ไปนี้
(1) สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนที่ประสงค์จะคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตาม มาตรา 82/3 ให้แจ้งต่ออธิบดีตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดี กำหนด
(2) สำหรับผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่งต่อมามีมูลค่าของฐานภาษีเกินกว่า มูลค่าของฐานภาษีตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาที่ออกตามความใน มาตรา 82/16 ให้แจ้งต่ออธิบดีภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่มีมูลค่าของฐานภาษีเกินกว่า มูลค่าของฐานภาษีตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว
ให้ผู้ประกอบการจดทะเบียนตามวรรคหนึ่งเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตาม มาตรา 82/3 และไม่มีสิทธิคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตาม มาตรา 82/16 อีกต่อไป
ในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตามวรรคสอง ห้ามมิให้นำภาษีซื้อที่ถูกผู้ ประกอบการจดทะเบียนอื่นเรียกเก็บในขณะที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนซึ่ง ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตาม มาตรา 82/16 มาหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่มตาม มาตรา 82/3
















  ทั้งหมดบน website นี้สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ 2537
ดำเนินงานโดย thethailaw.com ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาเยี่ยมเยียน
Update